AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 43 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 78

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 2
แบบอักษร

ตอนที่ 43 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 2 

ท่ามกลางการเล่นเกมกระดานของเหล่าขุนนาง ทั้งสามที่กำลังดวลกันอย่างสนุกสนานอีกหนึ่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทรมานมนุษย์ด้วยกลวิธีต่าง ๆ เมื่อเห็นว่าเสียงหัวเราะของพวกที่เล่นเกมกระดานดังลั่นรบกวนสมาธิในการจินตนาการของเขาจึงทำสีหน้าไม่พอใจแล้วเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกโดยที่อีกสามคนไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อย

บรรยากาศข้างนอกมีแสงอาทิตย์ให้ความสว่าง ต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นเต็มพื้นที่ให้ความร่มเย็นแก่เขาไม่น้อยจึงมีส่วนช่วยคลายอารมณ์หงุดหงิดในใจได้บ้าง

“น่าเบื่อจริง!! ไอ้พวกเห็นแก่ตัวเอ้ย ข้าอยากจะทำให้มันเสร็จไว ๆ แล้วจะได้กลับไปทรมานทาสสวะที่คฤหาสน์ต่อ นี่กำลังอ่านถึงวิธีการดึงลิ้ว เละหนังกำลังเพลินกลับมาขัดจังหวะข้า! พวกมันคงคิดว่าตนเองมีค่ามากสินะ หึ!” เสียงสบถของขุนนางเอ่ยด้วยอารมณ์ไม่พอใจจนต้องระบายออกมา ซึ่งก็ได้ผล ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว

เมื่อออกมาข้างนอกแล้วคงไม่กลับเข้าไปฟังเสียงพูดคุยไร้สาระน่าปวดหัวอีกเป็นแน่ สายตาจึงสอดส่องรอบด้านเพื่อหาอะไรทำไปพลาง พลันก็เห็นกลุ่มทหารยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ และหน้าถ้ำนั้นมีนักผจญภัย ชาวบ้านยืนออกันอยู่ไม่กล้าเข้าถ้ำ

เพราะมอนสเตอร์ประจำเดือนคงเกิดแล้ว แม้จะมีบางส่วนขอเจรจาเข้าไปก็ไม่สำเร็จ เพราะหากปล่อยเข้าไปพวกเขาอาจจัดการกับมอนสเตอร์และรวบรวมเอาชิ้นส่วน และผลึกมีค่าเป็นแน่ ลำพังเหล่าชาวบ้านไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะไม่ได้มีอุปกรณ์พิเศษใด ๆ มาก แต่สำหรับนักผจญภัยแล้วพวกเขามีวิธีซ่อนของมีค่าจากสายตาของผู้ตรวจการได้

“น่าสนุก ข้าอยากจะไปต่อรองอะไรบางอย่างกับพวกมัน ดูทีท่าแล้วการเจรจาคงอีกนาน ทหารเฝ้าถ้ำไม่ยอมให้เข้า นักผจญภัยโง่เง่าพวกนั้นก็ดันทุรังไม่ยอมอีก หึ เจอข้าผู้รอบรู้เสียหน่อยเดี๋ยวจะทำให้พวกมันเสียท่าเหมือนตายทั้งเป็น” เสียงของเขาเอ่ยด้วยความกระหยิ่มใจ เหมือนจะมีอะไรดีๆ และน่าสนุกให้ทำเสียแล้ว

เขาไม่รอช้าเดินไปยังทิศทางดังกล่าวด้วยท่าทีสง่า หนังสือที่อยู่ในมือสร้างภาพให้เขากลายเป็นขุนนางผู้รอบรู้เข้าไปอีกขั้น ทหารทำความเคารพผู้สูงศักดิ์เช่นเขา และเดินไปยังกลุ่มนักผจญภัยที่ยืนรอหน้าถ้ำที่มีทหารอีกส่วนรักษาการอยู่

มีหนึ่งคนที่กำลังเจรจาขอเข้าถ้ำ อีกคนยืนอยู่ข้างหลัง ท่าทางพวกเขาเหมือนนักผจญภัยระดับกลางหน้าใหม่ และดูเหมือนเข้าสู่วัยหนุ่มทั้งสอง หน้าของเขามีถ่านสีดำทาเต็มไปหมดเหมือนกับว่าสติปัญญาพวกเขาไม่ค่อยดี ช่างไร้สาระเสียจริง

“อ๊ะ! ท่านเกียร์” ทหารรักษาการณ์เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาละความสนใจจากบทเจรจาทันที และทำความเคารพด้วยการก้มหัว

“อืม มีอะไรกัน เห็นวุ่นวายนัก!” เกียร์วางมาดของผู้มีอำนาจเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกกระจ๊อก

ทางทหารเมื่อโดนถามเขานิ่งไปสักพักเพื่อทบทวนและเรียบเรียงถ้อยคำให้เหมาะสมที่สุด มือผายไปยังชายเกือบหนุ่ม

“คือว่านักผจญภัยคนนี้ขอเจรจาเข้าไปขุดแร่ข้างในพร้อมกับเพื่อนขอรับ แต่ตามกฎของอาณาจักรเราซึ่งเปลี่ยนแปลงล่าสุดเมื่อเช้านี้ คือ ไม่อนุญาตให้ใครเข้าเหมืองแร่ตอนมอนสเตอร์ประจำเดือนเกิด ข้าจึงไม่ให้เขาเข้าไป แต่เขาก็ยังจะขอเข้าไปให้ได้ โดยอ้างว่ารีบ และต้องการทำภารกิจให้เสร็จ ๆ จะได้นำเวลาที่เหลือไปหาที่อยู่ เพราะว่าอาณาจักรไม่อนุญาตให้เขาเดินทางกลับอาณาจักรกิลด์ของตนเองขอรับ” ทหารรายงานด้วยถ้อยคำที่สุภาพ และเรียบเรียงให้เหมาะสมสำหรับการพูดกับขุนนาง

“หือ งั้นเหรอ เดี๋ยวข้าเจรจาต่อเอง เจ้าไปซะ!” เกียร์พูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนงและสะบัดมือไล่ทหาร ด้านทหารก้มหน้าทำความเคารพแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

เกียร์เดินมาเผชิญหน้ากับนักผจญภัยวัยเกือบหนุ่ม ทางด้านนักผจญภัยก็ยืนนิ่ง ๆ รอให้เขาเปิดประเด็นก่อน

*มันกล้าลองดีกับข้างั้นรึ! หึ ย่อมได้*

“เจ้ามาจากไหน?” เกียร์ถามด้วยน้ำเสียงกดดัน ทางฝั่งนักผจญภัยกลับยืนนิ่งเฉยไม่กระทบกระเทือน

“จากกิลด์นักผจญภัย” เขาตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่มีการใส่อารมณ์ใด ๆ แต่คำพูดนี้ขุนนางเกียร์รู้สึกว่าเขาโดนกวน...

“ข้าหมายถึงว่าเจ้ามาจากอาณาจักรไหน” เสียงของขุนนางเกียร์เริ่มขึ้นเสียง

“ท่านจะอยากรู้ไปทำไม ถ้ารู้แล้วมันจะทำให้พวกข้าเขาไปขุดแร่ได้หรือ... ไม่ใช่มั้ยล่ะ… งั้นข้าก็ไม่ตอบเพราะมันไม่ได้สาระ ท่านน่าจะถามคำถามหรือพูดเข้าประเด็นดีกว่านะ” เสียงของนักผจญภัยหนุ่มพูดด้วยท่าทีปกติแต่ไฟโกรธของขุนนางเกียร์กับปะทุจนสังเกตได้ชัดเจน

“อะไรกัน ท่านเป็นขุนนางจริงหรือ แค่คำพูดปกติก็ทำให้โกรธได้ถึงขนาดนี้แล้ว คงระบายอารมณ์กับชีวิตของสัตว์ หรือไม่ก็มนุษย์จนเคยชินสินะ” เสียงของนักผจญภัยหนุ่มกล่าวต่อทำให้ขุนนางเกียร์ชะงัก เขารีบเก็บงำความโกรธไม่ให้ระเบิดออกมา

“หึ เจ้ามันก็แค่นักผจญภัยหน้าไม่ที่ยังไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ดูจากสีหน้าเจ้าแล้วคงไม่รู้จักข้าสินะ จึงยังไม่รู้ว่าอำนาจของข้ายิ่งใหญ่เพียงไหน” เสียงของเกียร์เก็บงำความโกรธ

แต่เมื่อนึกถึงอำนาจบารมีของตัวเองก็นึกกระหยิ่มใจ นักผจญภัยคนนี้มันก็แค่มดตัวหนึ่ง อำนาจเขามีล้นฟ้าจะจัดการหรือกลั่นแกล้งมันหลังจากนี้ฝนรูปแบบไหนก็ได้ ตอนนี้กองกำลังหลักของเขานั้นอยู่ในอาณาจักร งั้นเอาไว้คิดบัญชีกับมันทีหลัง

ขุนนางเกียร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เขาดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อนึกถึงอำนาจและกองกำลังของตัวเอง เมื่อมองดูนักผจญภัยใหม่ตรงหน้าก็ทำให้อยากจะกลั่นแกล้งมันสักเล็กน้อย

“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว เอาเป็นว่าข้าจะให้เข้าไปข้างในก็แล้วกัน เจ้าต้องการแร่ใช่ไหม” ขุนนางเกียร์ถามด้วยสีหน้าของผู้เหนือกว่า นักผจญภัยพยักหน้า

“ใช่ ข้าต้องการแร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องการวัตถุดิบจากมอนสเตอร์” เสียงของนักผจญภัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขุนนางชะงักไปครู่หนึ่ง ทีแรกนึกว่าจะตอบแค่แร่ ไม่นึกว่าจะมองเกมออก ว่าเขาต้องการฮุบสิ่งที่ได้มาจากมอนสเตอร์ทั้งหมด

“ข้าให้เจ้าได้เพียงแต่แร่ แต่สำหรับผลึกและชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ เจ้าต้องเอามาให้ข้า” ขุนนางเกียร์กดดันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“งั้นข้าก็เสียประโยชน์น่ะสิ เหมืองแร่นี้ข้าไม่รู้ว่ามีกี่ชั้น และไม่รู้ว่ามอนสเตอร์ข้างในมันแข็งแกร่งแค่ไหน หากล่ามันได้แล้วชิ้นส่วนทั้งหมดองมอนสเตอร์ต้องตกเป็นของเจ้า แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ถ้าแค่ชั้นสองชั้นข้าก็ให้ได้อยู่หรอก” นักผจญภัยแย้งด้วยความเห็นเมื่อตนรู้สึกเสียเปรียบ

*หึ ไอ้โง่ แค่ชั้นสองชั้นก็พอให้ได้งั้นเหรอ เหมืองนี้บุกเบิกได้เพียงสองชั้นเท่านั้น ห้องบอสชั้นสองยังไม่มีกองกำลังไหนเอาชนะมันได้ เสร็จข้าล่ะ*

“ฮ่าๆ เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะขอแค่วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ชั้น 1 กับชั้น 2 เท่านั้น ส่วนชั้นอื่นหากเจ้าหาได้ก็เป็นของเจ้า ส่วนแร่ก็เช่นกัน ชั้นหนึ่งกับชั้นสอง หากเป็นแร่ระดับกลางขึ้นไปเจ้าจะนำออกไปไม่ได้ยกเว้นตามใบภารกิจ นอกเหนือจากนั้นตามสบายเจ้าเลย ดีมั๊ย” ขุนนางเกียร์พูดชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงสะใจ และคิดว่าตนเป็นผู้มีชัย

นักผจญภัยยังไม่ตอบรับ เขาแสร้งขมวดคิ้ว

“ข้ารู้สึกว่าข้าเสียเปรียบนะ ขอเพิ่มอีกอย่างหนึ่งได้ไหม นอกเหนือจากแร่ระดับกลางขึ้นไป และวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ชั้น 1 และ 2 สิ่งอื่นจากนี้ถ้าข้าพบหรือเก็บเกี่ยวก็ต้องเป็นของข้า เอางี้ไหม” นักผจญภัยยื่นข้อเสนอที่ไร้สาระ

*เจ้างั่ง มันจะมีอะไรนอกเหนือจากนี้อีกก็มีแค่สองอย่างนี้แหละ มันโง่มาก เข้าทางข้าล่ะ*

“ย่อมได้ ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว และเห็นแก่เจ้า ข้าจะให้เข้าฟรีๆ ก็แล้วกัน” ขุนนางเกียร์กล่าวด้วยเสียงหัวเราะ เขารู้สึกชอบใจในชัยชนะของตัวเองเป็นอย่างมาก

“เรามาทำสัญญาเป็นหลักฐานกันเถอะ” นักผจญภัยหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทางขุนนางขมวดคิ้วครู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงประโยชน์ที่ตนได้รับ แถมยังมีหลักฐานยืนยันอีก นี่ก็เข้าทางเลยสิ

“ได้ ย่อมได้ ทหาร!! ไปเรียกหัวหน้าอัศวินและหัวหน้านักเวทมา” ขุนนางเกียร์เอ่ยด้วยความชอบใจ

เวลาการทำสัญญาผ่านไปพักหนึ่งสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็เสร็จสิ้น พร้อมกับรอยยิ้มชอบใจของขุนนางเกียร์

“เอา! พากลุ่มของเจ้าเข้าไปได้แล้ว!!” เสียงขุนนางเกียร์พูด เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นักผจญภัยพยักหน้า

“ไปกันเถอะฮอป” เสียงกล่าวสั้นๆ ของเขากับนักผจญภัยรุ่นราวคราวเดียวกันพยักหน้า เขาเดินตามกันเพื่อเข้าไปในถ้ำ ส่วนทหารเฝ้าก็เปิดทางให้โดยดี แต่ที่แน่ๆ ขุนนางเกียร์ขมวดคิ้ว แล้วก็ระเบิดหัวเราะออกมาเมื่อทั้งสองเข้าไปข้างในจนลับตาไปแล้ว

“ฮ่าๆ ๆ ฮ่าๆ มันโง่จริง ๆ ทำเป็นผู้รอบรู้ไปได้ ที่ไหนในกลุ่มมีกันสองคน อาวุธอะไรก็ไม่มี อุปกรณ์ก็ไม่มี มันไม่รู้หรือไงว่าเขาไม่มีให้ยืม โง่มาก ฮ่าๆ เข้าทางข้าเต็ม ๆ แล้วละพวก” เสียงหัวเราะชอบใจขอขุนนางเกียร์ดังลั่น เขานั่งอยู่กระโจมทหารด้วยอารมณ์อิ่มใจ และรอดูว่าสองคนนั้นจะออกมาในสภาพไหน ศพ หรือสาหัส

 

...................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น