Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

บทที่ 10 75% คำตอบที่ต้องรู้ให้ได้ ใช่ หรือ ไม่ใช่

ชื่อตอน : บทที่ 10 75% คำตอบที่ต้องรู้ให้ได้ ใช่ หรือ ไม่ใช่

คำค้น : โคแก่, หญ้าอ่อน, โรแมนติก, น่ารัก, ดุแต่ใจดี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 75% คำตอบที่ต้องรู้ให้ได้ ใช่ หรือ ไม่ใช่
แบบอักษร

 

“ใช่ แสนรักคือเด็กคนนั้น” สินธรยอมรับก่อนจะเล่ากึ่งขอร้อง “แต่แสนรักจำเหตุการณ์ในคืนนั้นไม่ได้ หมอบอกว่าศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน แต่ไม่มีผลร้ายแรงต่อการใช้ชีวิต ความทรงจำที่หายไปคือความทรงจำในเหตุการณ์คืนนั้นทั้งหมด การไปกระตุ้นให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ไม่น่าจดจำคงไม่ดีนักสำหรับเด็ก หมอก็เลยแนะนำว่าไม่ให้ไปกระตุ้นความทรงจำของแสนรักขึ้นมาอีกจะดีกว่า”

“แล้วทำไมคุณถึงไม่เคยบอกผมว่าเด็กที่พยายามช่วยผม คือหลานของคุณ” 

“ผมบอกไม่ได้เพราะมีเรื่องภายในเข้ามาเกี่ยว การมีตัวตนของแสนรักในตอนนั้นเป็นปัญหาสำหรับครอบครัวของนภดล” สินธรเอ่ยถึงลูกชาย บอกเป็นนัยว่าปัญหาที่ว่านี้เกี่ยวกับคนที่ตายไปแล้วโดยตรง 

“งั้นผมขอถามคุณอีกข้อ วันนั้นมีใครอยู่บนเกาะนี้บ้าง คุณพอจะบอกผมได้ไหม” 

“มีอะไรงั้นเหรอ” 

“เมื่อเร็วๆ นี้ผมเพิ่งนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นขึ้นมาได้ ก็เลยอยากรู้ว่าความทรงจำที่ผมเพิ่งนึกออก มันตรงกับความเป็นจริงหรือเปล่า”  

ศรุตอ้าง ไม่ยอมบอกความจริงที่เขาเพิ่งจดจำได้เพราะความฝัน สินธรแม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรจะค้าน จึงยอมบอกไปตามตรง 

“วันนั้นคนที่อยู่บนเกาะมีผม พิมพ์นรี วิตา แสนรัก ส่วนนภดลกับตาภู ไม่ได้อยู่บนเกาะ เพราะไปทำธุระให้ผมที่เกาะสมุย แล้วก็มีคนงานของเกาะ นายสุด คนที่เจอคุณคนแรกและช่วยคุณขึ้นมา แล้วก็มีนายคง ชุ่ม แล้วก็แม่แป้นเมียของนายสุด” สินธรตอบแล้วก็นึกขึ้นได้ “จริงสิ ตอนนี้นายสุดอยู่ที่โรงพยาบาล ไปผ่าตัดไส้ติ่งตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน พรุ่งนี้ผมว่าจะให้แสนรักไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลบนเกาะสมุยอยู่พอดี” 

ศรุตฟังแล้วก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้  

“ถ้าผมขอไปเยี่ยมนายสุดพร้อมกับแสนรักด้วย คุณจะขัดข้องหรือเปล่า” 

“ผมไม่ขัดข้องหรอก แต่แสนรักอาจจะสงสัยได้ ว่าทำไมคุณถึงต้องไปเยี่ยมนายสุด เพราะเจ้าตัวเขาไม่รู้เรื่องที่คุณประสบอุบัติเหตุและอยู่ด้วยกันในคืนนั้น ผมไม่อยากให้คุณไปกระตุ้นความทรงจำของแสนรัก”  

สินธรบอกตามตรง เพราะไม่รู้ว่ามันจะมีปัญหาอะไรกับความทรงจำของหลานสาวหรือไม่ แล้วถ้าแสนรักเกิดจดจำเรื่องราวในค่ำคืนนั้นขึ้นมาได้ มันจะมีผลกระทบอะไรตามมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

ศรุตพยักหน้า เขาเข้าใจเรื่องที่สินธรเป็นห่วงแสนรัก  

“ผมจะไม่พูดถึงเหตุการณ์คืนนั้นให้แสนรักรู้ ถ้าแสนรักสงสัย ผมจะบอกว่าผมเคยรู้จักนายสุดและนายสุดเมื่อตอนมาเที่ยวเกาะครั้งก่อน นายสุดเคยสอนผมตกปลา พอรู้ว่านายสุดป่วยจึงอยากมาเยี่ยมเยียน” 

สินธรพยักหน้าเป็นเชิงตกลง ศรุตจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้สินธรสงสัยว่าความจริงแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ โดยที่ผู้ชายต่างวัยสองคนไม่รู้เลยว่าบทสนทนาดังกล่าว มีบุคคลที่สามมาได้ยินเข้า นั่นคือพิมพ์นรี 

เจ้าหล่อนรู้จากพนักงานว่าศรุตต้องการคุยกับสินธร ด้วยความเป็นแม่ กลัวว่าเขาจะเอาเรื่องภูวนัย จึงตั้งใจว่าจะยอมบากหน้าขอโทษแทนลูกชาย แต่พอมาถึงตรงแนวพุ่มไม้ กลับได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน ที่พูดถึงเรื่องเมื่อสิบสามปีก่อน จึงได้แต่แอบฟังอยู่ตรงนั้น 

“คุณศรุตถามถึงเรื่องนั้น แล้วยังจะขอตามไปเยี่ยมนายสุดอีก ทำไม”  

พิมพ์นรีพึมพำขณะก้าวถอยออกมาจากแนวพุ่มไม้ แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตระหนกเมื่อคิดว่า...หรือว่าเขาเกิดเห็นอะไรในค่ำคืนนั้นแล้วนึกถึงมันขึ้นมาได้ ถ้าเป็นแบบนั้น...แสดงว่าเขาต้องรู้แล้วว่าเมื่อสิบสามปีก่อน แสนรักไม่ได้ตกลงไปบนโขดหินเอง แต่มีคนทำให้ตกลงไป โดยที่คนคนนั้นไม่ได้รู้เลยว่ามีศรุตรอคอยความช่วยเหลืออยู่ข้างล่างด้วยอีกคนหนึ่ง! 

  

 

 

วันต่อมาสินธรก็สั่งให้แสนรักไปที่เกาะสมุยเพื่อเยี่ยมนายสุดตามที่บอกศรุตไว้ แล้วก็บอกให้แสนรักพาศรุตไปด้วย โดยให้เหตุผลแค่ว่าศรุตรู้จักกับนายสุด แต่เรื่องอื่นไม่ได้พูดถึง ดังนั้นตอนขึ้นเรือข้ามมายังเกาะสมุย แสนรักจึงสอบถามด้วยความสงสัย ซึ่งเขาก็ตอบเหมือนที่ได้บอกสินธรไป หล่อนก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรอีก  

สองหนุ่มสาวแวะห้างสรรพสินค้า เพื่อหาซื้อของเยี่ยมเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเข้าไปที่โรงพยาบาล แล้วเมื่อมาถึง แรกทีเดียวที่นายสุดเห็นหน้าแสนรักซึ่งเดินนำเข้ามาก่อนก็ดีใจมาก ไม่คิดว่าสินธรจะส่งแสนรักมาเยี่ยมเขา แต่พอเห็นหน้าศรุตที่เดินตามเข้ามาด้วย ก็ตกใจปนดีใจจนพูดอะไรไม่ออก  

ศรุตนั้นหน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ความเข้มกับความเป็นผู้ใหญ่ ที่ทำให้ดูน่าเกรงขามและมีความสุขุมมากขึ้น 

“น้าสุดจำผมได้ไหมครับ” 

“จำได้สิครับ จำได้ไม่เคยลืมเลยทีเดียว”  

นายสุดอดีตคนขับเรือและคนสวนที่มาช่วยแผ้วถางพื้นที่ตอนที่สินธรคิดสร้างบ้านและรีสอร์ตบนเกาะส่วนตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ แต่ด้วยความที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยเหลือในคืนนั้นเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็รู้อาการของแสนรักมาบ้าง จึงไม่พลั้งเผลอพูดย้ำถึงเรื่องนั้นออกไปต่อหน้าหล่อน  

“แล้วนี่คุณศรุตมายังไงครับเนี่ย ปกติคุณอยู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เหรอครับ” 

“พอดีผมมางานเปิดตัวรีสอร์ต ไหนๆ มาแล้วก็เลยอยู่เที่ยวต่อ ส่วนคุณสินธรเพิ่งบอกผมเมื่อวานนี้เองว่าน้าสุดผ่าตัดไส้ติ่ง พอรู้ว่าแสนรักจะเอาของมาเยี่ยมน้าสุด ผมก็เลยขอตามมาด้วย” 

ศรุตตอบแล้วส่งกระเช้าผลไม้ให้คนป่วย ก่อนจะทำเป็นนึกขึ้นได้ว่าถือของมาไม่ครบ จึงส่งกุญแจรถให้แสนรัก แล้วบอกดื้อๆ ว่า 

“เธอช่วยไปเอาตะกร้าเยี่ยมอันเล็กที่ท้ายรถให้หน่อยสิ ฉันลืมหยิบมา” 

“ทำไมขี้ลืมอย่างนั้นล่ะคะ” แสนรักบ่นใส่แต่ก็ยื่นมือไปรับกุญแจรถ “เดี๋ยวคิดค่าเดินนะคะ” 

“เดี๋ยวเลี้ยงอาหารอร่อยๆ เป็นค่าเดินแล้วกัน” 

“โอเค งั้นขอเป็นสุกี้กับเป็ดย่างนะคะ มาทะเลหลายวัน กินแต่ของทะเล เบื่อจะแย่แล้ว” แสนรักบอกก่อนจะยิ้มแฉ่งใส่ แล้วจึงหมุนกายเดินจากไป 

ศรุตได้แต่มองตามแม่สาวสายกินที่ตกม้าตายเพราะอาหารด้วยความขบขัน ที่หล่อนช่างโดนล่อหลอกง่ายเสียเหลือเกิน 

คล้อยหลังแสนรัก ศรุตก็มีท่าทีเปลี่ยนไป เขามองจนแน่ใจว่าหล่อนจะไม่ย้อนกลับมาอีกในสองสามนาทีนี้แน่ๆ ก็ขยับเข้ามาใกล้เตียงคนไข้มากขึ้นพร้อมกับทำหน้าจริงจังยามเมื่อเอ่ยกับนายสุด 

“ผมมาเยี่ยมน้าสุดวันนี้ จริงๆ มีเรื่องอยากให้น้าสุดช่วย” 

“เรื่องอะไรครับ” 

“ผมเพิ่งได้รับคำยืนยันจากคุณสินธรว่าแสนรักคือเด็กผู้หญิงคนนั้น คุณสินธรบอกว่าแสนรักจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือน” 

นายสุดได้ยินแล้วก็ตกใจไม่คิดว่าศรุตจะพูดถึงเรื่องในอดีต แต่ในเมื่อเจ้านายยอมบอกแล้ว เขาก็ถือว่าสามารถพูดเรื่องนี้ได้ในส่วนที่พอจะพูดได้  

“ใช่ครับ ผมได้รับคำสั่งจากคุณท่านว่าห้ามพูดถึงเหตุการณ์นี้ให้คุณแสนรักได้ยินอีก เพราะมันจะมีผลกระทบต่อความทรงจำของเธอ ให้ลืมไปเลยเสียยังจะดีกว่า” 

“ก็จริง” เขายอมรับก่อนจะพูดต่อ “ความจริงเรื่องมันก็ตั้งนานมาแล้ว ผมเองก็จำไม่ได้และนึกไม่ออก จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ผมฝันถึงเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง แล้วก็คิดว่ามีบางอย่างขาดหายไป บางอย่างที่สำคัญที่ผมควรนึกให้ออกเร็วกว่านี้” 

“เรื่องอะไรหรือครับ” 

“สิ่งที่ผมจะบอกน้าสุดวันนี้ ผมยังไม่ได้บอกใคร น้าสุดเป็นคนแรกที่รู้ ผมฝันเห็นเหตุการณ์ในคืนวันนั้น เห็นว่าก่อนที่แสนรักจะตกลงมาจากโขดหินแล้วติดแหงกอยู่กับผม ผมได้ยินแสนรักร้อง แล้วก็ได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าของคนวิ่งจากไป อาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนทำให้แสนรักตกโขดหิน ไม่ใช่ว่าเจ้าตัวพลาดตกลงมาเอง” 

นายสุดฟังแล้วก็หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด แต่ศรุตคิดว่าเพราะนายสุดมองว่าเป็นความฝันมากกว่า เขาจึงได้แต่บอกอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะตัวเองก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าใช่แน่หรือไม่  

“ผมรู้ว่ามันฟังดูเลวร้าย แล้วก็ไม่น่าเกิดขึ้นได้ แต่ผมรู้จากคุณสินธรว่าวันนั้นมีใครอยู่บนเกาะบ้าง แต่ผมอยากให้น้าสุดช่วยยืนยันอีกทีว่า มีคนบนเกาะแค่นั้นจริงๆ อย่างที่คุณสินธรบอกหรือเปล่า” 

“คุณศรุตตั้งใจจะทำอะไร” 

“ผมแค่ต้องการความจริง แล้วก็...ถ้าสิ่งที่ผมคิด มันมีความเป็นไปได้ ถ้ามีคนผลักแสนรักตกลงมาจริง คนคนนั้นก็ต้องเป็นใครสักคนที่อยู่บนเกาะ ที่ทำร้ายคนอื่นแล้วยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้หน้าตาเฉย” 

นายสุดฟังแล้วก็นิ่งเงียบไปนานหลายนาที นานจนศรุตคิดว่าอีกฝ่ายจะปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรแล้ว แต่พอเขาอ้าปากจะถามต่อ นายสุดก็ยอมเปิดปากตอบคำถามที่เขาถามไปก่อนหน้านี้ 

“คนที่อยู่บนเกาะวันนั้น เป็นอย่างที่คุณรู้มาจากคุณท่าน แต่เรื่องที่จะมีใครผลักคุณแสนรักลงไป ผมตอบไม่ได้จริงๆ ครับ ว่ามันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า” 

นายสุดแบ่งรับแบ่งสู้พูดไม่ค่อยเต็มเสียงนัก ราวกับว่ามีบางอย่างที่เจ้าตัวรู้ แต่พอศรุตกำลังจะถามต่อ แสนรักที่ไปเอาของที่ท้ายรถก็กลับเข้ามาพร้อมกับบ่นอุบใส่เขาทันที 

“คุณศรุตอ่ะ ท้ายรถไม่เห็นมีอะไรเลย ว่างโล่งแทบจะเข้าไปนอนได้ ส่วนในรถก็ไม่มีอะไรเลยด้วย” 

“อ้าว ไม่มีเหรอ สงสัยฉันลืมไว้ที่พื้นตรงลานจอดรถ ตอนที่เก็บของ”  

เขาสรุปง่ายๆ ทั้งที่มันเข้าข่ายของหาย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เสียดายเลยสักนิด จนหล่อนถึงกับอดเย้าแหย่ไม่ได้ว่า 

“คุณศรุตเนี่ย ป้ำๆ เป๋อๆ เป็นกับเขาด้วย หลอกให้แสนรักเดิน เดี๋ยวคิดค่าเดินฟรีเป็นสองเท่าเลย”  

แสนรักว่าแล้วยื่นกุญแจรถยนต์คืนเขา ก่อนจะเข้าไปยืนข้างเตียงคนไข้ แล้วก็เริ่มเจื้อยแจ้วชวนคนไข้คุยไปเรื่อยตามประสาคนช่างคุย ส่วนนายสุดก็เดาได้ทันทีว่าของที่ศรุตให้ไปเอาที่ท้ายรถนั่นคงไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว แค่ต้องการให้แสนรักออกไปเพื่อจะได้คุยเรื่องสำคัญกับตนเองมากกว่า 

สองหนุ่มสาวใช้เวลาเยี่ยมนายสุดอยู่เป็นชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแสนรักที่พูดมากกว่า ส่วนนายสุดก็ยิ้มบ้างหัวเราะบ้างด้วยความเอ็นดูสาวน้อยคนนี้ที่เห็นกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จนกระทั่งเห็นว่าสมควรแก่เวลากลับแล้ว เพื่อให้คนไข้ได้พักผ่อน ศรุตจึงชวนแสนรักกลับ แต่ก่อนกลับก็ได้ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของตนเองไว้ 

“นี่เบอร์โทรศัพท์ของผม ถ้าเผื่อน้าสุดขาดเหลืออะไร หรือมีเรื่องเดือดร้อน โทร. หาผมได้ทุกเมื่อ”  

เขาบอกออกไปเช่นนั้นแต่นายสุดก็รู้ว่าความหมายที่แท้จริงของมันคือ ถ้ามีอะไรที่อยากบอกเขาอีกสำหรับเรื่องที่เขาถามไป นายสุดสามารถโทร. มาบอกได้ทุกเมื่อ 

 

 

*********************** 

 

คำตอบชัดเจน! ตอนนี้ลุงหมาป่าก็ตื่นแล้วด้วย หุๆ ลุงเริ่มแยกเขี้ยวแล้ว  

ใครทำอะไรเอาไว้โปรดระวังตัว #ลุงได้กล่าวไว้อิๆๆๆ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}