วาฬกลิ้ง
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : นับ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นับ 10
แบบอักษร

 

นับ 10 

ปากเราประกบเข้าหากันอีกครั้ง แค่จูบ บางทีก็ทำให้หลงลืมอะไรๆ รอบตัวได้ ร่างสูงของนับสิบที่ตอนแรกนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยฝีมือของผม หลังจากโน้มตัวขึ้นมาสัมผัสกันเขาก็ใช้วงแขนหนาๆ อีกข้างโอบรอบเอวผม รั้งให้พลิกขยับตามไปทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกห่าง กลายเป็นตอนนี้นอนหันหน้าเข้าหากัน 

ผิวเนื้อนับสิบร้อน แต่ลิ้นร้อนกว่า... 

“ขึ้นมาใหม่สิครับ” 

“...” 

อีกฝ่ายขยับไปพิงกายครึ่งหนึ่งไว้กับหัวเตียง มือหนาตบลงบนหน้าขาตัวเองเบาๆ “จะเอาผมไม่ใช่เหรอ” 

“ใช่...” 

“งั้นก็ขึ้นมาคร่อมใหม่สิครับ” 

 

ปากเราประกบเข้าหากันอีกครั้ง แค่จูบ บางทีก็ทำให้หลงลืมอะไรๆ รอบตัวได้ ร่างสูงของนับสิบที่ตอนแรกนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยฝีมือของผม หลังจากโน้มตัวขึ้นมาสัมผัสกันเขาก็ใช้วงแขนหนาๆ อีกข้างโอบรอบเอวผม รั้งให้พลิกขยับตามไปทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกห่าง กลายเป็นตอนนี้นอนหันหน้าเข้าหากัน

ผิวเนื้อนับสิบร้อน แต่ลิ้นร้อนกว่า...

“ขึ้นมาใหม่สิครับ”

“...”

อีกฝ่ายขยับไปพิงกายครึ่งหนึ่งไว้กับหัวเตียง มือหนาตบลงบนหน้าขาตัวเองเบาๆ “จะเอาผมไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...”

“งั้นก็ขึ้นมาคร่อมใหม่สิครับ”

สีหน้าและน้ำเสียงคนพูดก็ยังนุ่มนวล แต่กลับยิ้มมุมปาก ราวกับจะล่อลวงคนได้ สายตาผมมองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ ค่อยๆ วางมือทาบทับบนบ่า ขยับจะทิ้งบั้นท้ายลงไปบนตักของอีกฝ่าย นั่งทิ้งน้ำหนักลงไปยังไม่ทันร้อยเปอร์เซ็นต์ มือของนับสิบก็รั้งเอวผมให้ขยับเข้าไปแนบชิดทันที แขนข้างหนึ่งรัดกอดไว้อย่างนั้น

ส่วนล่างของเราแนบสนิทกันจนไม่มีช่องว่าง สีหน้าผมเปลี่ยนทันทีเมื่อตรงนั้นรู้สึกถึงความแข็งขืนที่เบียดดัน

นิ้วชี้เรียวของนับสิบเขี่ยกระดุมเสื้อเชิร์ตผมเบาๆ “ถอดเลยครับ”

“...”

“จะเอาคนอื่นคงไม่ต้องให้ใครพูดนำใช่มั้ย”

“แน่นอน”

“อ้อ...”

ผมละมือจากบ่าแข็งแรงมาถอดเสื้อสูทแฟชั่นตัวนอกของตัวเอง นาทีแรกที่ปลดมันลงจากไหล่กลับรู้สึกว่านิ้วทั้งหมดสั่นระริกเล็กน้อย จังหวะที่ดึงแขนออกก็ทุลักทุเล แต่คนตรงหน้าเอาแต่ยิ้มบางๆ มองมา นั่งนิ่งเหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุกก็ทำให้ผมตัดสินใจสะบัดมันออกอย่างแรง โยนสุ่มๆ ไปสักที่

จากนั้นมาถึงเชิร์ตตัวใน สุดท้ายเนื้อตัวก็ไม่เหลืออะไรคลุมอีก รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมานิดหน่อย พอถอดเสื้อหมดแล้ว ผมก็นิ่งไป กระทั่งมองเห็นสีหน้าและแววตาเหมือนจะสื่อว่า ‘แล้วยังไงต่อล่ะครับ’ ของนับสิบก็ตัดสินใจ

สมองนึกถึงนิยายเรื่องต่างๆ ที่เคยอ่าน...

มือเอื้อมไปจับข้อมือของคนตรงหน้าแล้วยกมาทาบทับกับผิวเนื้อเปล่าเปลือยของตัวเอง ทั้งที่ทำเอง แต่จังหวะหนึ่งก็อดจสะดุ้งขึ้นมาไม่ได้ ฝ่ามือนับสิบร้อนพอๆ กับฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดของผมเลย

ปลายนิ้วปัดโดนยอดอกของผม ทั้งที่ก็เป็นแค่อวัยวะที่คิดว่ามีไว้ให้สรีระของหญิงชายไม่ดูต่างกันมากนัก แต่ไม่รู้ทำไมถึงเนื้อตัวกระตุก รีบเอนหลังถอยหนีโดยไม่รู้ตัว แต่กลับถูกดึงรั้งเข้าไปแนบสนิทกันใหม่แทบจะทันที แขนหนาของนับสิบเหมือนเข็มขัดเหล็กที่รั้งแน่นจนผมไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า

“ไม่เอาแล้ว?”

“...”

“แค่นี้เองเหรอครับ”

“แค่ตกใจ” สุดท้ายไม่รู้จะเอายังไงดี ผมเลยก้มลงไปประกบปากเพื่อระบายความปั่นป่วนอีกรอบ ซึ่งนับสิบก็ให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย เปิดปากแลกลิ้นกันช้าๆ

“อืม...อื้อ”

มือที่ตอนแรกทาบหยุดนิ่งอยู่กับอกของผมขยับ คราวนี้เจ้าของฝ่ามือเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง กดนิ้วโป้งเข้ากับยอดอกด้านซ้ายของผมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

คนตรงหน้าเลียริมฝีปากล่างผมครั้งหนึ่ง ก่อนจะไล่ต่ำลงไปที่ปลายคาง น้ำลายของเราปนกันจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร คิดแล้วให้ความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง กระทั่งปลายลิ้นร้อนๆ นั่นไล่ลงมาจนถึงไหปลาร้า ทั้งลากเลียสลับจูบซับ ได้ยินเสียงชัดเจนกลางห้องกว้าง มือกำเสื้อยืดที่นับสิบสวมแน่นจนแทบจะฉีกเมื่อเขาดูดเม้มจนรู้สึกเจ็บแปลบๆ

“สิบ...”

ไม่ใช่แค่เจ็บ ยังแทรกความวูบวาบเหมือนนั่งรถไฟเหาะ จังหวะที่ปลายลิ้นแตะเลียเบาๆ ลงบนยอดอกข้างเดิมที่ถูกสัมผัสเล่น นัยน์ตาคมก็ชำเลืองขึ้นมามองหน้าผม

ผิวเนื้อตรงแก้มก็รู้สึกร้อนวูบ...

แค่เห็นว่านับสิบมองและสัมผัสอยู่ตรงนั้นหัวก็แทบระเบิด

“นาย... อ๊ะ!”

ตั้งใจจะเอ่ยบางอย่าง แต่นับสิบกลับอ้าปากใช้ความร้อนชื้นจูบดูดดึงส่วนที่ผมไม่คิดว่ามันจะอ่อนไหวโดยไม่ทันตั้งตัว เสียงผมเปลี่ยนทันควัน พอหลุดออกมาจังหวะหนึ่งก็กัดฟันไว้ ได้ยินเสียงดูดซับและน้ำลายที่โคตรจะน่าอาย

“โอ๊ย” สุดท้ายผมก็ต้องร้องออกมาเมื่อส่วนนั้นโดนฟันขบดึงจนเจ็บตึง เล็บเลยจิกเข้ากับผิวเนื้อเพื่อระบายความเจ็บคืน “เจ็บ... นายจะกัดทำไม”

“จีนชอบแบบนี้นี่ครับ”

“ฉันไม่ได้ชอบ!”

“...?” คิ้วเข้มเลิกขึ้น “ถ้าไม่ได้ชอบ แล้วนี่คืออะไรครับ”

น้ำเสียงถามเหมือนล้อเลียนทำให้ผมก้มหน้าต่ำมองตาม แล้วก็พบว่าซิปกางเกงยีนส์ตัวเองถูกรูดลง พร้อมกับฝ่ามืออีกข้างแนบสัมผัสอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมสวมกางเกงในบ๊อกเซอร์สีดำ เวลานี้อวัยวะส่วนล่างของตัวเองดุนดันมันขึ้นมาจนเห็นเป็นรูปร่าง เปิดเปลือยความรู้สึกที่มีต่อการสัมผัสและการใกล้ชิดครั้งนี้ทั้งหมด

นับสิบเปลี่ยนเป็นใช้ปลายนิ้วชี้ไล่วนส่วนที่เปียกชื้นเป็นวงนั่นเบาๆ ยิ่งโดนหยอกเย้ามันก็สั่นระริก

“...”

ส่วนผม... ได้แต่เบิกตากว้างมองเหมือนคนโง่

ผู้ชายเองก็มีน้ำหล่อลื่น ผมรู้ ผู้ชายทั้งโลกก็รู้ ผมเป็นผู้ชายก็ต้องเคยช่วยตัวเองมาบ้าง แต่แค่คิดไม่ถึงว่าการที่ถูกผู้ชายด้วยกันสัมผัสจะสามารถทำให้เป็นแบบนี้ได้ด้วย

“อย่า...” คำว่า ‘จับ’ ยังไม่ทันหลุดออกมา มือของนับสิบก็แนบสนิทลงกับส่วนนั้นของผมซะแล้ว นิ้วเรียวทั้งห้าบีบลงไปเบาๆ จากนั้นจึงค่อยๆ คลึงช้าๆ สลับกับหนักบ้าง

“นับ... อ๊ะ” เสียงผมถูกเปลี่ยนสลับไปมาทั้งที่ตัวเองก็ไม่ต้องการ ตั้งใจจะก่นด่า แต่กลายเป็นเสียงคราง

ส่วนอ่อนไหวกลางร่างผมถูกกำเอาไว้ด้วยแรงไม่มากไม่น้อยนัก แต่พอแค่ขยับขึ้นลงช้าๆ ผมก็ต้องกัดฟันแน่น ก้มตัวลงเอาหน้าผากพิงกับหัวไหล่อีกฝ่าย ทั้งจงใจจะซ่อนสีหน้า และทั้งหาที่พิงเมื่อรู้สึกว่าตัวไม่สามารถยืดกายตรงๆ ได้อีกแล้ว ความปั่นป่วนวูบวาบจู่โจมจนรู้สึกอยากบิดตัวระบายอารมณ์

“อึก อ่า... อ่า”

จากช้า เปลี่ยนเป็นเร็ว จากนั้นก็หยุด ทีแรกเหมือนปลุกเร้าจนใกล้จะย่ำถึง แต่ต่อมาก็เชื่องช้าจนสิ่งที่พุ่งทะยานกลับถูกดึงรั้งให้ต่ำลงมาด้วย วนอยู่อย่างนี้จนผมเกือบจะทนไม่ไหว

หัวเหมือนถูกจับปั่น ที่แท้...ผมก็ยังไม่สร่างเมา

“ถอดกางเกงหน่อยครับ”

ฝ่ามือนั่นหยุดกะทันหัน หน้าผมแดงก่ำ แถมยังร้อนไปหมด เสียงนับสิบทำให้ผมเงยหน้ามอง แต่เป็นการเงยหน้ามองที่คุดคู้ทรมาน พอเอาตาที่พร่ามัวไปหมดสบเข้ากับตาของคนตรงหน้า เขาก็นิ่งไปนิดหนึ่ง

สุดท้ายก้มลงมาจุ๊บปากผมเสียงดัง

“ถอดสิครับ ไหน จะเอาผมไม่ใช่เหรอ”

“...”

ผมยังนิ่ง นับสิบเลยเคลื่อนมือลงมาพยุงบั้นท้ายผม บีบทีหนึ่งจนสะดุ้ง “งั้นยกก้นขึ้น เดี๋ยวผมบริการให้”

อาจเพราะส่วนกลางร่างที่ถูกคนอื่นจับปลุกปั่นดันมีความรู้สึก และเพราะเมา... รวมทั้งเพราะอะไรอีกก็ไม่รู้ ผมถึงขยับตัวตามการชักนำของหมอนี่ไปซะทุกอย่าง สุดท้ายเนื้อตัวก็เปลือยเปล่า ตรงกันข้ามกับอีกคนที่เสื้อผ้าทุกชิ้นยังอยู่ครบ

แก้มนับสิบแนบเข้ากับแก้มผม พอริมฝีปากเขาอยู่ใกล้หู ผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาแผ่วๆ

“อาย แต่ก็หยุดไม่ได้สินะครับ ขนาดนี้แล้ว”

คำว่า ‘ขนาดนี้’ ของนับสิบหมายถึงส่วนนั้นของผม เพราะพอพูดจบ มือร้อนๆ ก็ฉวยโอกาสกุมมันไว้ในอุ้งมืออีกครั้ง

“อือ”

อาจเพราะมันอ่อนไหวอยู่แล้ว แตะอีกรอบขมวดคิ้วสีหน้าไม่ค่อยดีนัก รู้สึกร้อนจนน้ำตาแทบไหล

“อยากให้ช่วยก่อนมั้ย”

“อือ... อืม”

“ว่าไงครับ”

“...” ผมฟังคำถามไม่เข้าหูเลยสักนิด นอกจากขยับกายเสียดสีเองโดยไม่รู้ตัวอย่างอึดอัดทรมานแล้ว เหมือนสมองจะร้อนจนความคิดความไตร่ตรองต่ำลงกว่าเดิมเยอะมาก

แค่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว...

พอผมไม่ตอบนับสิบก็ไม่ได้ถามอีก คราวนี้มือยินยอมขยับอย่างว่าง่าย ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นมาลูบริมฝีปากผม ค่อยๆ สอดเข้ามาด้านใน ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเกี่ยวพันกับลิ้นผมเบาๆ

ผมรู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองพุ่งสูงขึ้น... สูงขึ้น พอนับสิบเอานิ้วออกไปก็กัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรง จังหวะนั้นหลับตาลงตามการชักจูงของร่างกาย แต่ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องเบิกกว้าง

“อื้อ อ๊ะ!”

“...”

ผมสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ ส่วนอ่อนไหวด้านหลังก็รับรู้ถึงสัมผัสจากปลายนิ้ว

อารมณ์เปลี่ยนถูกหมุนเปลี่ยน ศีรษะเงยมองคนที่อยู่ตรงหน้าฉับพลัน เห็นว่าดวงตาคมๆ ก็จ้องมองมานิ่งเหมือนจะสังเกตท่าที ความรู้สึกบางอย่างพุ่งสูงจนปกปิดไม่ได้ ผมรู้สึกว่ามือที่วางทาบทับอยู่ตรงไหล่นับสิบทั้งเกร็งและสั่นขึ้นมา สุดท้ายเผลอลงน้ำหนักฝ่ามือไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และเหมือนนับสิบจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์หวั่นของผมเช่นกัน

ตอนที่คิดว่าส่วนที่ตัวเองคนเดียวควรจะได้แตะจะถูกคนอื่นรับรู้ไปมากกว่านี้ มือและปลายนิ้วนั้นก็ถอยห่างไป

...หูได้ยินเสียงถอนหายใจลอยมาแผ่วๆ

ทั้งที่สติก็ยังไม่แจ่มใส ทุกอย่างเลยชวนสับสนจนน่าประหลาด “นับสิบ...?”

“เสียดาย ผมไม่มีเจล” คนพูดยิ้มทั้งที่เสียงที่เอ่ยยังแหบพร่า “ทำแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ”

“...”

“แต่คราวหน้าถ้ามีโอกาสอีกผมไม่เปลี่ยนใจให้แล้วนะ”

ประโยคที่ตั้งใจจะตอบโต้ก็ไม่ได้พูด ถูกฝ่ามือหนาแตะสัมผัสลงมาอีกครั้ง สมองและส่วนวิเคราะห์นึกคิดแตกกระเจิงอีกรอบ ไม่ใช่แค่ฝ่ามือของเขา เพราะนับสิบขยับมือของผมให้แตะสัมผัสตรงซิปเนื้อเย็นบริเวณกางเกงตนเองด้วยเช่นกัน ปลดลงก็กดมือผมเข้ากับความแข็งขืนร้อนผ่าวทันทีเหมือนอดทนมามากเกินพอแล้ว

นับสิบใช้มือดันแผ่นหลังให้ผมขยับตัวแนบชิดกับเขามากกว่าเดิม ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมส่วนนั้นของเราไว้พร้อมกัน ถูกรูดรั้งโจมตีแบบนี้ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงในลำคอสลับกับเม้มปากเป็นระยะ

มองเห็นวงหน้าหล่อเหมือนควบคุมฝืนทนบางอย่างอยู่ผ่านนัยน์ตาพร่าเบลอ

ผมขยับเข้าไปใกล้ ประกบปากของตัวเองเข้ากับนับสิบอีกครั้ง...

  

เปลือกตาที่ปิดสนิทมาไม่รู้กี่ชั่วโมงค่อยๆ เปิดขึ้นมาช้าๆ สิ่งแรกที่มองเห็นคือเพดานสีขาวสะอาดในห้องนอนตัวเอง ไฟนีออนหลอดกลมก็ยังเป็นดวงเดิมเหมือนทุกที แต่ตอนนี้ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมด บวกกับอาการมึนและปวดศีรษะที่ค่อยๆ สัมผัสได้ เลยเลือกจะหลับตาลงอีกครั้ง ปิดและเปิดใหม่ซ้ำๆ อยู่สองสามหน ยังง่วงอยู่บ้างเลยตั้งใจว่าจะพักต่ออีกสักนิด แต่... 

เดี๋ยวนะ 

ตาผมเบิกโพลง เด้งกายขึ้นจากเตียงทันควัน เสี้ยวหนึ่งของสมองส่งเสียงร้องเตือน 

เมื่อคืน... 

เค้นอยู่ไม่ถึงนาที ภาพทุกอย่างก็ลอยเข้ามาในหัว ค่อยๆ ฉายย้อนกลับมาทีละเล็กละน้อย ผมจำได้ว่าตัวเองมีนัดกับเพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัย เพราะไอ้ต่อบอกจะเลี้ยงเลยคึกคักดื่มเข้าไปหลายแก้ว จากนั้นเหมือนนับสิบเป็นฝ่ายมารับผม แต่กลับได้ยังไงถึงเมื่อไหร่นึกไม่ออก คุ้นๆ แค่ว่าเขาพยุงผมแบบทุลักทุเลมากเข้ามาในห้อง และ... 

‘ฉันจะเอานาย’ 

“เชี่ย...” 

หน้าผมซีดเผือด 

แอลกอฮอล์ทำให้รู้สึกสับสนเหมือนอยู่ตรงรอยแยกระหว่างความฝันและความจริง แต่ก็ใช่ว่าจะนึกอะไรไม่ออกเลย ตอนเมาเหมือนสมองควบคุมอะไรร่างกายไม่ได้ เพราะใจลึกๆ กังวลและคิดอะไรอยู่ก็เปิดเผยออกมาจนหมด เครียดเรื่องฉากเซ็กซ์ในต้นฉบับตัวเอง จากนั้นเอามาโยนโครมเข้ากับนับสิบ ...ผลักกดอีกฝ่ายลงกับเตียง 

นี่ผมทำอะไรลงไปวะ 

ทบทวนยังไงก็ไม่มั่นใจ มีอะไรเกิดอะไรขึ้นกับผมและนับสิบอีก พอล้มทับลงไปบนตัวอีกฝ่ายก็หลับไปทั้งๆ อย่างนั้นเลยใช่มั้ย? ต้องใช่ดิ ไม่น่าจะมีอะไรเกินเลยขนาดนั้นหรอกน่า 

ไม่มี... ใช่มั้ย? 

ไอ้ตัวผมอ่ะไม่ได้มีแน่ๆ เพราะตอนขยับตัวหรือลุกขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยด้วย ยังพอยืนยันว่าสำหรับผมแล้วทุกอย่างยังปกติเหมือนเดิม แต่ว่า... นับสิบล่ะ 

“...” 

ผมนิ่งช็อคค้างอยู่บนเตียง กระทั่งประตูเปิดเข้ามาก็ยังไม่รู้สึกตัว มาสะดุ้งเอาตอนที่ชื่อตัวเองถูกเรียก 

“คุณจีน” 

“...!” 

ร่างสูงสมส่วนคุ้นเคยในชุดสบายๆ ก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อๆ ยังมีแค่รอยยิ้มจางๆ อย่างทุกที 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ” 

“...” 

ในขณะที่นับสิบยิ้ม ผมดันทำหน้าเหมือนเห็นผี ยิ่งถูกตั้งคำถามแบบนั้นก็ยิ่งทำสีหน้าไม่ถูก 

จังหวะที่ยังลนลานกลอกตาไปมาหลังเหงื่อแตกซิบ นับสิบก็ก้าวเข้ามาใกล้ ทิ้งสะโพกนั่งลงข้างเตียงห่างจากผมไปแค่ไม่กี่เซ็นฯ ตาคมคู่นั้นมองสำรวจไปตามสภาพของผมตอนนี้อย่างเปิดเผยอยู่เกือบนาที จากนั้นทำผมสะดุ้งตัวแข็งค้างรอบสองด้วยการเอื้อมมืออุ่นร้อนข้างหนึ่งขึ้นมาแนบแก้ม 

“รู้สึกไม่สบายตัวเหรอครับ” 

“ปวดหัวนิดหน่อย” ปากเผลอตอบกลับไปโดยไม่รู้ตัว 

“งั้นกินอะไรรองท้องแล้วกินยาหน่อยนะครับ ผมไปเอามาให้” 

“เดี๋ยว!” 

...รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตัวเองเอื้อมมือทั้งสองข้างไปคว้าแขนนับสิบเอาไว้แล้วนั่นแหละ เพราะรีบร้อนไปหน่อยเลยใช้แรงเต็มที่ซะจนอีกฝ่ายเซถอยหลังกลับมาครึ่งก้าว 

“ครับ?” 

นับสิบเลิกคิ้วเข้มมองหน้าผม ส่วนผมจ้องอีกฝ่ายได้อยู่แค่แป๊บเดียวก็ต้องหลบสายตาหนี 

“เอ่อ เมื่อคืน...” 

“ครับ? เมื่อคืนทำไมครับ” 

“เมื่อคืน ที่...” 

จู่ๆ ตัวเองก็เหมือนคนขาดความมั่นใจไปซะเฉยๆ เงยมองนับสิบก็เห็นว่านัยน์ตาคู่นั้นมีประกายขบขันน้อยๆ ฉายชัด 

“เมื่อคืน... ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่มั้ย?” 

“ปัญหา?” คิ้วข้างหนึ่งของคนฟังขยับขึ้นสูง “ปัญหาอะไรครับ” 

“ปัญหาก็ปัญหา ปัญหาของฉันกับนาย” 

“ไม่นี่ครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย” 

“หมายความว่าฉันไม่ได้ทำอะไรนาย นายยังปกติ? เหมือนเดิมทุกอย่าง?” 

“...” 

พอถามมาถึงตรงนี้ นับสิบกลับเงียบไปซะเฉยๆ สีหน้าที่เริ่มดีขึ้นของผมก็กลับมาย่ำแย่อีกรอบ “เงียบทำไม ปกติก็ตอบมาเร็วๆ ว่าปกติ ฉันไม่ได้ทำอะไรนายอยู่แล้ว ใช่มั้ย?” 

ขอร้องเหอะ โปรดตอบกลับมาว่าฉันยังไม่ได้ข่มขืนนาย แม่งเอ๊ย 

“ถ้าพูดว่าทำอะไรก็... ไม่มีครับ” 

“อ่า...” 

“แต่คุณจีนจับตรงนั้นของผมแล้ว แถมยังบังคับจูบไปตั้งหลายรอบ” 

“เชี่ย!” เสียงพ่นลมหายใจโล่งอกยังไม่ทันดังออกมา ก็หันหัวเลี้ยวกลายเป็นสบถดังลั่น มือซึ่งจับอยู่ตรงแขนของอีกฝ่ายดีดออกทันควันเหมือนแตะของร้อน 

จับตรงนั้น? บังคับจูบ!? 

ผมกับหมอนี่... 

ตาเหลือบมองมือตัวเองที่ ‘จับตรงนั้นของคนอื่น’ ไปแล้วเหมือนมองอวัยวะโง่ๆ 

สุดท้ายก็พยายามควบคุมปากเอ่ย “จับ...จับตรงนั้น สำหรับผู้ชายแล้วคงไม่มีปัญหาหรอกเนอะ” 

“...” 

“ฉันก็ผู้ชาย นายก็ผู้ชาย ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องด้วย ไม่ต้องคิดมาก...” 

“คิดสิครับ” 

“...” 

คำพูดปลอบประโลมผมถูกตัดฉับ 

“ถ้าเป็นคุณจีน ถูกคนอื่นจับตรงนั้นจะไม่คิดเหรอครับ” 

เจอแบบนี้เข้าไปก็เล่นเอาผมต่อไม่ถูก ลองย้อนเทียบกับตัวเองตามคำของอีกฝ่าย 

โอเค แน่นอนว่าผมต้องคิดอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าบนโลกนี้จะมีผู้ชายมากน้อยแค่ไหนที่ดูหนังเอวีกับเพื่อนผู้ชายด้วยกันแล้วกล้าช่วยตัวเองอยู่ข้างๆ หรือจะช่วยจับให้กันและกัน แต่ผมคนหนึ่งละที่ไม่ ต่อให้ในอนาคตตัวเองมีแฟนรึภรรยา ผมก็ต้องเป็นคนสร้างความสุขให้เธอ ไม่ต้องให้เธอมาช่วยแตะน้องหนูตัวเองหรอกเว้ย 

ถึงใจจะตอบแบบนั้นเต็มร้อย แต่เพื่อไม่อยากให้เด็กนี่คิดมาก ปากเลยจะตอบไปอีกแบบ 

“ฉันไม่คิด...” 

“หน้าคุณจีนบอกว่าคิดอยู่นะครับ” 

“ก็ได้! ความจริงฉันคิด แล้วฉันก็จะต่อยคนที่มาจับน้องชายฉันด้วย ทำไมตอนนั้นนายไม่ต่อยฉันล่ะ ต่อยให้ปากแตกแล้วถีบให้สลบไปเลยก็ได้ แค่นั้นก็จบเรื่องแล้ว” 

คราวนี้นับสิบเปลี่ยนสีหน้าเป็นขมวดคิ้วทันที “ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง” 

“แล้วทำไมจะทำไม่ได้” 

ถึงตื่นขึ้นมาแล้วจะเจ็บ แต่ก็ยังดีกว่าตื่นขึ้นมาแล้วมารู้ว่าตัวเองไปปล้ำจูบปล้ำจับน้องชายชาวบ้านมั้ยอ่ะ 

“ผมไม่อยากให้หน้าคุณจีนเป็นแผล” ตอนพูดแบบนี้ นับสิบก็เอื้อมมือมาแตะแก้มผมอีกรอบ นัยน์ตาคมทอดต่ำลงมาตามปลายนิ้วของตัวเองที่ลูบแผ่วๆ อยู่ตรงผิวเนื้อบริเวณนั้น 

ต่อมาเปลี่ยนเป็นกดเบาๆ “ถ้าทำจริงจะเจ็บมากด้วย ทนไหวเหรอครับ” 

“ไหวดิ!” 

“แต่ผมไม่ไหว” 

“...” ผมทำหน้าพิลึก ดึงมืออีกคนออก “นายไม่ได้เป็นคนโดนต่อย จะมาไม่ไหว...” 

“เห็นคุณจีนเจ็บ แค่นิดเดียวผมก็ไม่ไหวแล้ว” 

“...” 

“อีกอย่าง ถ้าคุณจีนไปแจ้งความขึ้นมา ผมก็ถูกปรับสิครับ” 

“ประเด็นคือนายไม่ได้ต่อยไง โอเค พอเหอะ ฉันว่าเรากลับมาที่เดิมดีกว่า สรุปคือ... เรื่องนี้ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง ขอโทษ แต่เรื่องมันเกิดไปแล้ว มันย้อนกลับไม่ได้แล้วด้วย” 

“พูดแบบนี้แปลว่า... คุณจีนจะไม่รับผิดชอบผม?” 

“แล้วทำไมต้องรับผิดชอบด้วย รับผิดชอบเรื่องอะไร?” 

อีกฝ่ายขยับเรียวปากหยัก วงหน้าหล่อๆ นั่นเคลื่อนเข้ามาใกล้ผมอีกนิด ใกล้จนผมเอนตัวถอยห่างออกไป นึกถึงตอนที่ตัวเองไปกดอีกฝ่ายลงบนเตียงก็อดจะหน้าลวกขึ้นมาไม่ได้ 

เสียงนับสิบนุ่มทุ้มแต่เนิบช้าฟังเหมือนกำลังถูกโน้มน้าวล่อลวง “ก็ที่คุณจีนจับของผมไงครับ” 

“มันต้อง... รับผิดชอบด้วยเหรอ” 

“คนอื่นผมไม่รู้หรอกครับ แต่ว่าผมถือ” 

“นายถือ!?” 

แม่งมันอิมพอสสิเบิลมากๆ นับสิบทำเอาผมอ้าปากตาค้างประหนึ่งมีคนยกเงินร้อยล้านให้ฟรีๆ 

“ครับ ผมถือ” 

“เอิ่ม...” 

ผมพูดอะไรไม่ออก ถ้าเป็นเวลาปกติคงหลุดหัวเราะออกมาบ้างแล้วแหละ แต่ตอนนี้ได้แต่ใช้สายตามองสำรวจขึ้นๆ ลงๆ กับคนตรงหน้าอย่างเหลือเชื่ออีกหลายๆ รอบ “นายเองก็เป็นผู้ชาย จะมาถือเรื่องอะไรพวกนี้เหมือนผู้หญิงทำไม แถมเราก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ด้วย” พูดมาถึงตรงนี้หน้าผมก็เคร่งขึ้นมาเล็กน้อย “ให้มัน... เอ่อ แล้วๆ ไปไม่ได้ไง” 

จริงๆ ถึงจะเพศเดียวกัน แต่นี่ก็เท่ากับเป็นการลวนลามเป็นคดีความได้ไม่ต่างกับชายหญิง นับสิบทำผมหวั่นๆ ใจแล้วว่าเรื่องน่าเหลือเชื่ออาจจะเกิดขึ้นก็ได้ อย่างเช่น... หมอนี่ไปแจ้งความว่าผมฝืนใจ 

“ผมค่อนข้างจะ... อ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้” 

“โอเคๆ นายจะให้ฉันรับผิดชอบยังไง” 

เท่านี้ นับสิบก็ยิ้มบางๆ “ผมก็ไม่ได้ตั้งใจสร้างปัญหาอะไรให้คุณจีนหรอกครับ แต่เพราะผมเป็นคนของคุณจีนแล้ว” 

“หะ!?” 

“รบกวนดูแลผมด้วยก็แล้วกันครับ” 

ผมเกือบหายใจผิดจังหวะจนสำลักอากาศ ตาเบิกกว้าง ต่อมาก็รีบส่ายหัวทันที “บ้าละ คนของฉันบ้าอะไร ฟังแล้วขนลุก ฉันไม่ใช่เสี่ยนะเว้ย แล้วแค่ถูกจับน้องชายก็ต้องดูแล ถ้าฉันข่มขืนนายไม่ต้องแต่งงานกันเลยรึไง” 

“แน่นอนว่าต้องครับ” 

“...” 

นี่มัน... เป็นเรื่องบ้าบอคอแตกที่สุดเท่าที่กูเคยเจอมาเลย 

“ไม่มีทางอ่ะ ฉันไม่ดูแลใครทั้งนั้น ตัวฉันเองยังเอาไม่รอดเลย” 

“แปลว่าคุณจีนจะปัดความรับผิดชอบ?” 

“ก็เหี้ยละ อย่างนายไม่ต้องให้ใครมารับผิดชอบด้วยซ้ำ อีกอย่างวันอังคารนี้นายก็ต้องออกไปแล้วด้วย” 

“...” 

มาถึงนี่นับสิบก็มองหน้าผมด้วยสีหน้าหล่อๆ ที่มีการตัดพ้อแฝงอยู่ในนั้น เล่นเอาผมถึงกับนิ่งไป ก้อนความรู้สึกผิดขนาดใหญ่ลูกหนึ่งอัดกระแทกใจเข้ามา 

ปากผมเม้มแน่น พยายามคิดหาทางออกให้กับเรื่องนี้ สุดท้ายก็ตัดสินใจตลบผ้านวมผืนหนาออก วินาทีนั้นลมเย็นพัดวูบเข้ามาโดนต้นขาเล่นเอาหนาวเยือก แต่ปัญหาที่กำลังค้างคาอยู่ทำให้ผมไม่สนใจ เอื้อมมือไปดึงมือข้างที่ใกล้ที่สุดของนับสิบมาแปะตรงกลางเป้าที่สวมบ๊อกเซอร์สีน้ำเงินของตัวเอง จากนั้นรีบปล่อยมืออีกฝ่ายทิ้ง ลากผ้านวมมาปิดไว้ตามเดิม 

“ฉัน... ฉันให้นายจับคืน เท่านี้จะได้หายกัน” 

“...” 

“...” 

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วไม่ถึงหนึ่งนาที แต่หลังจากเอ่ย บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบนานเกือบห้านาที 

“หึ...” 

“ขำอะไร...” 

สิ่งที่ทำลายความเงียบคือเสียงหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ นับสิบที่มีสีหน้าอึ้งตะลึงในทีแรกเปลี่ยนท่าที เขาก้มหน้าต่ำลงเล็กน้อยเหมือนตั้งใจจะซ่อนรอยยิ้ม 

“ก็ทำอะไรน่ารักอย่างนี้ล่ะครับ” 

“หะ?” 

“ถ้าแค่แตะแบบนี้ผมไม่อะไรหรอก...” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ผมอีกนิด มุมปากมีรอยยิ้ม “แต่นี่คุณจีนทั้งลูบ ทั้งจับ คลำ แถมยังบีบด้วย ให้ผมทำคืนแค่นี้ดูจะไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่นะครับ” 

ลูบ จับ คลำ... บีบด้วย!? 

“...” 

“คุณจีนเคยบอกว่าผมไม่ได้สร้างความลำบากอะไรให้ เพราะงั้นถึงจะมีผมอยู่อีกคนก็ไม่น่าจะเป็นไรไม่ใช่เหรอครับ” 

ในตอนที่ผมเงียบไปเพราะทำอะไรไม่ถูกรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ นับสิบก็ขยับถอยห่างออกไป สีหน้าและรอยยิ้มมุมปากหายไป กลายเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเหมือนเจ้าชายผู้อ่อนโยนคนเดิม ท่าทางจริงจังกลับมา มือข้างที่ผมฉวยเอามาแปะเป้าตัวเองตอนแรกถูกยกขึ้นมาช้าๆ พอเผลอมองตามก็เห็นว่ามันวางลงกลางศีรษะผม 

นิ้วเรียวยาวทั้งห้าสางลูบไปตามเส้นผมผมที่ยุ่งเหยิงจากการตื่นนอนเบาๆ 

“คุณจีนก็ไม่ได้รังเกียจผมใช่มั้ย” 

“ก็ใช่...” 

“คุณจีนชอบผม” 

“...!?” 

“เห็นผมครั้งแรกยังใจเต้น...” 

“โอ๊ยยย” 

ได้ยินประโยคคุ้นๆ หูพวกนี้หน้าผมก็เหมือนถูกวางเพลิงจุดไฟเผา 

‘ชอบ เห็นนายครั้งแรกฉันยังใจเต้นเลย’ 

แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้ลืมหมดทุกอย่างก็จริง แต่ทำไมต้องจำได้แต่เรื่องน่าอายพรรค์นี้วะ 

“เป็นอะไรครับ” 

“ฉัน...ฉันหิว” 

แถไปอย่างนี้อีกคนก็ยิ้ม แต่ในรอยยิ้มนั้นแฝงความรู้ทันไว้อยู่ พยักหน้าเบาๆ ดึงมือถอยออกไปพลางลุกขึ้นยืน “ผมจะไปเอามาให้ คุณจีนบอกว่าปวดหัวด้วยนี่ครับ จะได้กินยาด้วยเลย” 

“ได้ๆ ไปเลยๆ ขอบใจ” 

พออีกฝ่ายไม่ได้มองอยู่ ผมก็กล้าไล่สายตาตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหายออกไปนอกห้อง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้สึกว่าบรรยากาศน่าอายแปลกประหลาดซึ่งวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวตอนนี้ค่อยๆ จางและเบาบางลง 

‘คุณจีนชอบผม’ ...ชอบ ถึงชอบที่ผมและนับสิบพูดขึ้นมาจะไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรแบบนั้น แต่ฟังแล้วก็ชวนให้จั๊กจี้อยู่ดี หน้ายังรู้สึกร้อนอยู่ แต่สมองพยายามไม่ไปคิดถึงชนวนความร้อนนั้น 

ผมไม่ได้ตอบรับอะไรหมายเลขสิบแปด เรื่องนี้ถูกหยุดเอาไว้แบบครึ่งๆ กลางๆ สิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะเริ่มมาจากผมและไม่ได้เป็นความตั้งใจของเราทั้งคู่ แต่มันก็อันตรายเกินไป ถึงจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ลองคิดว่าหากในอนาคตยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ก็ยิ่งทำให้ความคิดที่ว่านับสิบควรออกไปพักที่อื่นยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น

อีกสองวัน... 

คิดแล้วก็ขยับมือไปรื้อหามือถือตัวเองอีกครั้ง เจอมันตกอยู่ใกล้ๆ หมอนหนุน เลยคว้ามากดเข้าแอพฯ ไลน์ทันที 

Gene : ไอ้ตั้ม มึงจะกลับจากต่างจังหวัดวันไหน 

 

Gene : มาจัดการให้กูด้วย 

 

================================= 100 

ฉากที่ถูกตัดหาได้จากทวิตหรือเฟซ 

หาไม่เจอรบกวนกูเกิลเอานะคะ หากทักมาสอบถามบางทีไม่เห็นข้อความอาจจะไม่ได้ตอบ 

 

สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ อยู่อ่านนิยายด้วยกันไปนานๆ <3<3 

 

แฮชแท็ก #นับสิบจะจูบ 

วาฬกลิ้ง 

FB >  https://www.facebook.com/rosewankling/ 

TW > https://twitter.com/rose_wankling 

 

ความคิดเห็น