นางมารกุหลาบขาว
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 สถานการณ์จำยอม

ชื่อตอน : บทที่ 1 สถานการณ์จำยอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 653

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 สถานการณ์จำยอม
แบบอักษร

คฤหาสน์ตระกูลอนันตไพศาล คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่กินพื้นที่หลายสิบไร่ มีพ่อบ้าน แม่บ้าน สาวใช้ คนสวน คนขับรถและบอดี้การ์ดอยู่เกือบร้อยชีวิต ภายใต้การดูแลของ อาชาไนย อนันตไพศาล หรือ เสือ ลูกชายคนโตของบ้านที่เข้ามาดูแลทุกอย่างแทนพ่อที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปพร้อมกับแม่ของเขาเมื่อหลายปีก่อน

"เรื่องแต่งงานกับทางโน้น..."

"เธอยังเรียนไม่จบ งั้นแค่หมั้นเอาไว้ก่อนทางนั้นคงไม่ว่าอะไร ผมมีประชุมเช้าต้องรีบไปขอตัวครับ"

เสือตัดบทดวงเดือนผู้เป็นย่ากำลังพูดถึงเรื่องสัญญาการแต่งงานของเขากับหลานสาวของเพื่อนรักปู่ที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะให้หลานของทั้งสองฝ่ายแต่งงานกันตอบแทนที่เพื่อนของปู่เคยช่วยเหลือในเรื่องธุรกิจและที่เจ้าขาเคยช่วยชีวิตของเสือเอาไว้

แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจที่โดนบังคับแต่เสือก็ต้องรักษาสัญญาแทนผู้เป็นปู่ไม่อย่างนั้นคงมีคนอื่นที่ต้องเดือดร้อน เมื่อถูกย่าถามเข้าหลายต่อหลายครั้งเสือจึงจำต้องตอบไปว่าจะยอมแต่งงานกับอีกฝ่าย แต่ขอแค่หมั้นเอาไว้ก่อนเพราะว่าอีกฝ่ายยังเรียนไม่จบ

เมื่อหลานชายลุกเดินออกจากห้องอาหารไปดวงเดือนก็ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความเข้าใจดีว่าหลานรู้สึกอย่างไร

"เก็บเถอะฉันอิ่มแล้ว"

"แต่คุณท่านพึ่งทานไปแค่นิดเดียวเองนะคะ"

เอม แม่บ้านที่ดูแลใกล้ชิดดวงเดือนมานานเอ่ยท้วงแต่ก็ไม่เป็นผล ดวงเดือนจึงตัดสินใจไปเข้ากรรมฐานที่วัดเพื่อทำจิตใจให้สงบและไม่อยากอยู่กดดันหลานไปให้มากกว่านี้

เสือออกจากบ้านมาก็สั่งให้คนสนิทอย่างนทีเอารถออกไปที่บริษํท

"นี่ฉันต้องแต่งงานจริงๆ ใช่ไหม?"

เสือพึมพำออกมาจนนทีอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเสือถึงทำท่าไม่อยากแต่งงานขนาดนั้น ทั้งที่เสือก็ไม่ได้มีคนรักอยู่แล้วและปกติก็ไม่ได้ยินดียินร้ายกับเรื่องพวกนี้ ถ้าต้องแต่งเขาก็แค่แต่งไปแค่ตามหน้าที่ที่ต้องทำก็แค่นั้น แต่ว่าคนที่เขาแต่งงานด้วยก็จะเหมือนเป็นอากาศธาตุในสายตาของเขาก็เท่านั้น เพราะถ้าไร้ประโยชน์คนอย่างอาชาไนยก็ไม่คิดจะแยแส

"ทำไมนายถึงดูไม่อยากแต่งงานกับเธอนักครับ?"

"หึ ก็เพราะว่าฉันรู้จักเธอดีนะสิ รู้จักดีกว่าคนที่เลี้ยงเธอมาซะอีก"

ว่าที่เจ้าสาวของเสือนั้นเธอเรียบร้อย อ่อนหวาน บอบบาง น่าทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน แต่นั่นมันในสายตาคนอื่น สำหรับอาชาไนยแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นตัวยุ่งยากที่เขาไม่อยากให้เข้ามาในชีวิตมากที่สุด เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะว่าเธอไม่ใช่ไข่ในหิน

"เดี๋ยวนายก็รู้เอง"

เสือตัดบทเพราะไม่อยากพูดให้มันมากความยิ่งกว่านี้เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ชายจะให้นินทาผู้หญิงลับหลังก็ดูกระดากปาก อีกทั้งการพูดมากมันไม่ใช่วิสัยขอเสือด้วย ระหว่างที่รถติดไฟแดงอยู่เสือก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดีใส่สูทผูกไทด์กำลังพาผู้หญิงแก่ข้ามถนนก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่รถกระบะสี่ประตูสีดำของตัวเองแล้วขับออกไป

 

รถกระบะสี่ประตูสีดำคันที่ว่าขับเข้ามาจอดในตำแหน่งของผู้บริหารในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มในชุดสูทสุดเนี้ยบก้าวลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปภายในบริษัทตรงไปที่ลิฟต์ ในระหว่างนั้นโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นชายหนุ่มจึงกดรับสาย

"ครับคุณนาย...วันนี้? วันนี้ผมไม่ว่างจริงๆ นะครับ...พรุ่งนี้ผมก็มีประชุมสำคัญครับ...แต่วันนั้นผมก็มีงานนะครับ...ครับๆ ก็ได้ครับ สวัสดีครับ"

เดฟกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่ซึ่งเขามักจะเรียกแม่ของเขาว่า 'คุณนาย' ด้วยความลำบากใจ เหตุเพราะเขาเผลอไปใจอ่อนกับผู้หญิงที่เข้ามาให้ท่าป่าเพื่อนสนิทของเขาจนทำให้คนรักของป่าไม่พอใจ พาลไปบอกแม่ของเดฟว่าเดฟอาจจะเป็นเกย์จนแม่ของเดฟต้องจัดการนัดดูตัวให้กับเขา นี่ก็รอบที่ห้าแล้ว

เดฟ เขมทัต ชายหนุ่มรูปหล่อเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน ทั้งที่ที่บ้านประกอบธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่หลังจากเรียนจบวิศวกรรมเดฟก็เลือกทำงานเป็นผู้ช่วยพ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดของป่า เพื่อนสนิทของเขาที่เรียนวิศวกรรมมาด้วยกันในบริษัทของป่า โดยทางบ้านของเดฟก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะเดฟมีพี่ชายที่คอยรับช่วงดูแลบริษัทต่อจากบิดาอยู่แล้ว 

"เมียมึงเล่นกูแล้วไงไอ้ป่า"

เดฟว่าขึ้นหลังจากที่เปิดประตูเข้าไปภายในห้องทำงานของป่าเพื่อนสนิทของเขา

"กูเตือนมึงแล้ว"

ป่าเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารบนตกตอบกลับมาสั้นๆ 

เหตุการณ์ในตอนนั้นเดฟกับป่ากำลังจะกลับจากบริษัทในเครือของป่าไปที่สำนักงานใหญ่ แต่พอขับรถออกมาถึงหน้าบริษัทก็พบกับนักศึกษาฝึกงานที่เหมือนจะเป็นลม ด้วยความที่เป็นสุภาพบุรุษของเดฟจึงลงไปดู และพบว่าเธอหน้ามืดจะเป็นลมพอสอบถามก็รู้ว่าเธอจะไปหาเพื่อนที่ฝึกงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของป่าพอดี เดฟเลยคิดว่าจะให้เธอติดรถไปด้วย แต่คงต้องไปบอกป่าก่อนเพราะเพื่อนของเขาคนนี้เป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงพอสมควร

'พอดีน้องเขาหน้ามืดน่ะ แล้วเธอกำลังจะไปหาเพื่อนที่ฝึกงานอยู่ทีแอลเคกรุ๊ปพอดีฉันเลยว่าจะให้น้องเขาติดรถไปด้วย'

เดฟเอ่ยบอกกับป่าหลังจากที่ได้พูดคุยกับลูกแก้ว เด็กฝึกงาน แต่สิ่งที่เพื่อนหนุ่มของเดฟตอบกลับมาก็คือ

'แกรู้ไหมว่าใครรออยู่ที่บริษัท?'

เดฟทำหน้างงไม่เข้าใจสิ่งที่ป่าพูด แล้วใครรออยู่ที่บริษัท?

'เพลงรออยู่ที่บริษัท'

ป่าหมายถึงเพลง คนรักของป่า 

'ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดีด้วย'

ป่าบอกเพื่อให้เดฟได้รู้ตัวก่อนที่คิดจะหาเรื่องใส่ตัวให้เพลงหมายหัวเล่นงานเพราะว่าคนรักของป่าเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ขี้แกล้งและเกรียนที่สุดเท่าที่เดฟใกล้ชิดผู้หญิงมา แต่เธอก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ดังนั้น

'อารมณ์ไม่ดี? ไม่เป็นไรหรอกมั้ง น้องเขาไม่สบายแล้วก็ทางเดียวกันด้วยเพลงคงไม่ว่าไรหรอกเดี๋ยวฉันจะอธิบายกับเพลงเอง'

เดฟบอกออกไปอย่างมั่นใจเพราะเพลงก็ถือว่าเป็นคนที่มีเหตุผลพอสมควร แต่ผลสรุปของเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็คือ เพลงออกมาจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตัวเองโดยที่ทั้งเดฟและป่ายังไปไม่ถึงสำนักงานใหญ่ด้วยซ้ำ แล้วนักศึกษาฝึกงานคนที่ว่าคือคนที่เคยมาสารภาพรักกับป่าต่อหน้าเพลงอีกด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ความซวยมาเยือนเดฟในตอนนี้

"เออ กูรู้แล้วไม่ต้องย้ำ แมร่ง!"

เดฟพลาดที่ไม่รู้ความจริงข้อนี้ เพลงเป็นคนที่มีเหตุผลก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงที่เข้ามาใกล้ป่าเหตุผลอะไรก็ฟังไม่ค่อยขึ้น จะไปลงใส่เพลงก็ไม่ได้เพราะว่าไอ้เพื่อนตัวดีนี่มันหวงยิ่งกว่าอะไรและอีกอย่างเพลงก็เป็นผู้หญิงด้วย แถมยังสวยและน่ารักมาก สุดท้ายเดฟเลยต้องทนไปดูตัวตามที่แม่ของตัวเองนัดให้ ซึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ เดฟต้องไปทานข้าวกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาหลากหลายอาชีพจนเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผู้หญิงอยู่แล้ว

'เพลงนะเพลง ทำกับพี่ได้ลงคอ'

ความคิดเห็น