Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตามหา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 76

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 00:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตามหา
แบบอักษร

หลังจากถูกหามกลับตำหนักรับรองหมอหลวงส่วนตัวของไท่ชางก็จัดการทำให้เขาฟื้นด้วยเครื่องหอมกระตุ้นประสาท ชายหนุ่มเมื่อตื่นขึ้นมาก็สั่งตามหาหญิงงามคนนั้นไปทั่ว

 

ดวงหน้าหวานหยดนั้นยังตราตรึงใจไม่หาย น้ำเสียงของนางแม้ตอนตวาด​กร้าวกับน่าฟังสำหรับเขา ความสามรถของนางทำเขาอยากจะเก็บนางเข้ามาเป็นหนึ่งในสตรีที่เขาครอบครอง!

 

รุ่งเช้า

 

"ทูลฝ่าบาทสตรีในรูปวาดที่ให้ทรงตามหาตอนนี้ยังไม่มีใครพบเลยพ่ะยะค่ะ" ขันทีคนสนิทเอ่ยรายงานไปตามความจริง ทุกคนในวังเหมือนจะรู้จักนางในรูปวาดแต่พากันปฏิเสธ​กันหมด เดาว่านางคงมีความสำคัญมากทีเดียว

 

"หาดีแล้วรึ? ส่งคนไปหาเพิ่มอีก ถ้าจำเป็นก็หานอกวังด้วย" คำสั่งเอาแต่ใจจากนายเหนือหัวทำกงกงเฒ่าถึงกับเหงื่อตก แค่สตรีคนเดียวต้องพลิกแผ่นดินแคว้นฉีหากันเชียวรึ

 

สตรีคนนี้ช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริง รอวันที่นายของเขาเบื่อนางเมื่อไหร่คงได้ชำระความกันบ้างล่ะ!

 

"พ่ะยะค่ะ" คำตอบของขันทีดูจะไม่อยู่ในสายตาของคนเป็นนายเลยแม้แต่น้อย ไท่ชางยังคงจดจ้องรูปวาดของนางอยู่อย่างนั้น

 

ตำหนักฮองเฮา

 

"พี่ได้ยินว่าตอนนี้มันกำลังส่งคนตามหาน้องกันให้ทั่วทั้งในทั้งนอกวัง มันไปเห็นหน้าน้องได้อย่างไร" รัชทายาทหมิงซิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด น้องสาวของเขางดงามหมดจด​และดีเกินกว่าจะยกให้ไอ้ทรราชนั่นครอบครอง

 

"น้องพลาดเองเพคะพี่ชาย น้องไม่คิดว่ามันจะเข้ามาในสวนฝ่ายในได้" คนฟังอย่างพี่ชายและมารดาถอนหายใจกันเฮือกใหญ่

 

"มันตามหาเจ้าจากรูปวาดก็แปลว่ายังไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แม่ขอสั่งห้ามเจ้าออกจากตำหนักในช่วงนี้อย่างเด็ดขาดนะอิงเออร์" แววตาที่มองบุตรสาวของฮองเฮาเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงจากคนเป็นแม่ เหม่ยอิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางเองก็ไม่อยากเสี่ยงถูกจับได้เช่นกัน

 

"แล้วตอนนี้เสด็จพ่ออยู่ที่ใดหรือเพคะตั้งแต่เช้าลูกยังไม่พบเลย"

 

" บิดาเจ้าตอนนี้ไปจัดการเรื่องส่งหมอหลวงไปตรวจหมู่บ้านที่มีโรคระบาด​อยู่อีกสักพักคงจะมา"

 

เหม่ยอิงที่ได้ยินก็นึกชื่นชมผู้เป็นบิดา ถึงตอนนี้ไม่อาจออกว่าราชการเพราะตนเองมิใช่ฮ่องเต้แล้ว แต่ปากท้องความเป็นอยู่ราษฎร​บิดาของนางก็ยังคงเฝ้าดูแลด้วยความห่วงใย

 

"อยู่กันครบทุกคนเชียว"เสียงแหบแห้งตามวัยเอ่ยขึ้น ฮ่องเต้ในยามนี้ก็เป็นเพียงบิดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าเหนื่อยล้าเพียงใดเมื่อได้เห็นหน้าลูกเมียอาการเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้ง​

 

"เสด็จพ่อ" เหม่ยอิงเข้าไปกอดบิดาของตนเหมือนที่นางชอบทำตอนเด็กๆ ฮ่องเต้คลายใบหน้าเคร่งเครียดลงแล้วยิ้มออกมาก่อนจะยกมือที่เริ่มเหี่ยวย่นลูบผมบุตรสาวเบาๆ

 

"ชาวบ้านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ พอช่วยได้รึไม่" ฮองเฮาเดินมาถอดชุดตัวนอกของผู้เป็นสามีออกอย่างเบามือ สองสามีภรรยาเผลอสบตากันหวานเชื่อมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบหันหน้าไปคนละทางเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกๆยังอยู่

 

เหม่ยอิงมองบิดามารดาแล้วยกยิ้มออกมาน้อยๆ ยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็น ไม่ว่าจะนานเท่าไรทั้งสองก็ยังรักกันหวานชื่นไม่เปลี่ยน

 

"โรคระบาดเกิดจากสาเหตุเดิม แค่ให้ชาวบ้านรักษาความสะอาดก็พอใช้ได้แล้ว เรื่องนี้คงจะแก้ได้ในไม่ช้า"

 

" จริงดังเสด็จพ่อว่า โชคดีที่โรคระบาดนี้ไม่ร้ายแรงนัก เหตุเกิดจากสิ่งเล็กๆไม่น่าเชื่อผลจะบานปลายเช่นนี้" ไท่จื่อกล่าวอย่างเห็นด้วย

 

"จริงสิ พ่อได้ยินว่าไท่ชางตามหาตัวลูก" คำถามจากผู้เป็นบิดาทำรอยยิ้มบางๆเมื่อครู่หายไปทันที คนชื่อนี่มีแต่จะทำเรื่องไม่ดีและหายนะมาสู่นางไม่รู้จบ น่าจะกำจัดให้หมดรำคาญเสีย

 

" เจ้าค่ะท่านพ่อ เป็นเรื่องบังเอิญที่ 'มัน'​ ได้เห็นใบหน้าของลูกเข้า โชคดีที่ทุกคนช่วยกันปิดไว้ทำให้ไท่ชางหาลูกไม่พบ"

 

" อืม คราหลังจงระวังตัวให้ดี ไม่รู้ว่าไท่ชางจะกลับแคว้นฉินเมื่อใด ระหว่างนี้ต้องไม่ให้เขาได้พบเจ้าเด็ดขาด คนแบบนั้นไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่"

 

" เพคะ"

 

หลายวันต่อมา

 

" ทำไมถึงยังหาตัวนางไม่พบอีก! " ร่างสูงตวาด​ลั่นด้วยความไม่พอใจจนขันทีคนสนิทอย่างหลี่กงกงคุกเข่าลงที่พื้นแทบไม่ทัน

 

" กระหม่อมส่งทหารเข้าไปเพิ่มแล้วแต่หาตัวไม่พบจริงๆพ่ะยะค่ะ" ไท่ชางเดินวนไปมาอย่างหงุดหงิด แค่สตรีคนเดียวเหตุใดจึงหาไม่พบ

 

" ข้าเชื่อว่านางต้องยังอยู่ในวังนี้ ส่งคนตามหาอย่าหยุด"

 

"น้อมรับพระบัญชา"

 

"แล้วความเคลื่อนไหวของอดีตฮ่องเต้เป็นอย่างไรบ้าง"

 

"ตอนนี้เกิดโรคระบาดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อดีตฮ่องเต้ได้ไปยังพื้นที่ของชาวบ้านที่เกิดปัญหาเพื่อแก้ปัญหาด้วยตนเองพ่ะยะค่ะ"

 

" ไปด้วยตนเอง? อาจมีการแอบวางแผนทำอะไรกันลับหลังข้า ส่งคนไปจับตาดูอย่างละเอียดอย่าให้คลาดสายตา"

 

" พ่ะยะ​ค่ะ​"

 

ไท่ชางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมา หลีากงกงขันทีคนสนิทถึงกับถอนหายใจพรืดใหญ่ คราแรกคิดว่าอาจเป็นเรื่องสำคัญแต่ใครจะไปคิดว่าไท่ชางจะวกกลับเข้าเรื่องสตรีนางนั้นอีก

 

" จริงสิ เรื่องสตรีนางนั้นบางทีนางอาจจะมีตำแหน่งในวัง อาจเป็นองค์หญิงคนอื่นๆถึงไม่ยอมปริปาก" หลี่กงกงเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะครุ่นคิดตามแล้วพยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย

 

" เช่นนั้นไปสั่งให้จัดงานเลี้ยงน้ำชา บังคับให้ทุกคนมาเข้าร่วม หากพบว่าใครไม่มาล่ะก็... ฆ่าทิ้งได้ทันที" ร่างสูงแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว เรื่องนี้เขาไม่คิดจะพูดเล่นๆ เขาจะฆ่าทิ้งจริงๆในฐานะที่ไม่ให้ความเคารพเขาในฐานะฮ่องเต้ ส่วนนางหากพบตัวเขาจะพากลับแคว้นฉินเสียเลย เพราะอีกสองสามวันก็ได้กำหนดกลับแล้ว

 

" อย่าให้การเดินทางมาที่นี่ของข้าต้องสูญเปล่า.. "

 

" จะไม่เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอนพ่ะยะค่ะ"

 

ตำหนักฮองเฮา

 

"อะไรนะ!! นี่มันเอาอีกแล้วรึ!" เหลียนฮองเฮาตวาดกร้าวเสียงดังลั่นจวนด้วยความไม่พอใจ นึกเจ็บใจนักที่ต้องยอมตกอยู่ในสถานะเช่นนี้ ต้องยอมให้มันมาคอยชี้นิ้วสั่งราวกับเป็นทาสรับใช้

 

" นี่ต้องเป็นแผนการของมันแน่ๆพ่ะยะค่ะ มันบังคับให้ทุกคนเข้าร่วมคงเป็นแผนที่จะหาตัวอิงเออร์" รัชทายาทหมิงซิงเอ่ยไปตามที่ตนเองคิด ในเมื่ออีกฝ่ายยังหาน้องสาวเขาไม่เจอมันคงจะกำลังหาทางอยู่

 

"แล้วเราจะทำเช่นไรดี หากไม่ให้อิงเออร์ไปร่วมพวกมันคงหาข้ออ้างมาทำเรื่องเลวทรามอีกจนได้"

 

" เสด็จแม่ลูกมีความคิดมาเสนอพ่ะยะค่ะ" เหลียนฮองเฮารับฟังข้อเสนอของโอรสก่อนจะตกใจตาเบิกโพลง แต่นี่นับว่าเป็นวิธีที่ไม่เลวทีเดียว...

 

วันต่อมา

 

งานเลี้ยงน้ำชา

 

ไท่ชางในชุดสีเหลืองทองเดินขึ้นบันไดหน้าตำหนักก่อนจะขึ้นนั่งบนบัลลังก์ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ด้านล่างที่เป็นลานกว้างถูกแบ่งซ้ายขวาเพื่อแยกชายหญิง

 

การนั่งยังคงแยกระหว่างราชวงศ์ที่เข้าร่วมงานกับขุนนางอยู่ซึ่งไท่ชางก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากำลังสนใจสิ่งอื่นมากกว่า ตาคมกวาดมองไปรอบๆทางฝั่งสตรีที่เป็นกลุ่มองค์หญิงและคุณหนูตระกูลใหญ่

 

"เหตุใดจึงไม่มีนาง..." เขากวาดตามองเท่าไหร่ก็ไม่พบ เป็นไปไม่ได้ที่สตรีงดงามและแต่งกายด้วยชุดอย่างดีจะเป็นแค่คนธรรมดาสามัญ แต่ไม่ว่าพยายามมองไปทางไหนสุดท้ายสายตาก็มาหยุดที่เดิม

 

ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงจนใกล้จบสตรีคนเดียวที่สะดุดตาเขาก็คือนาง...นางที่มีผ้าปิดหน้าสีขาวบังอยู่ คนที่แสดงท่าทีรังเกียจเขา พูดจาหลอกด่าเขาต่างๆนาๆมากมาย แต่วันนี้นางกลับสงบเสงี่ยมเจียมตน

 

"ไปนำตัวนางคนนั้นมาให้ข้า" นิ้วชี้เรียวยาวชี้ไปที่สตรีคนนั้นทันที เหม่ยอิงถูกนำตาขึ้นมาทำให้คนทั้งงานมองกันเป็นตาเดียว

 

ร่างบางถูกจับให้นั่งลงบนพื้น นางนั่งลงไปแต่โดยดีไม่มีขัดขืน นางจะไม่ทำตัวให้เป็นจุดเด่นไปมากกว่านี้

 

"เหตุใดวันนี้สงบปากสงบคำนัก? หรือว่ายังป่วยอยู่อีก" ดวงตาทอดมองลงมายังเบื้องล่างเมื่อยามเอ่ยถามของเขาทำให้เหม่ยอิงกำหมัดแน่น การถูกมองเช่นนี้ไม่ต่างจากการดูหมิ่นเยียดหยามว่าต่ำต้อยกว่า คนเช่นเขามีสิทธิ์​อะไรมามองนางเช่นนี้!

 

"หรือว่าถูกเขี่ยทิ้ง? สามีเจ้าเป็นถึงอดีตองค์รัชทายาท​เจอเมียที่ทั้งเป็นโรค ทั้งปากคอเราะร้ายเป็นใครก็หนี" แม้คำพูดของเขาจะไม่ใช่ความจริงแต่นั่นก็ทำให้นางโกรธมากขึ้นไปอีก คนอย่างนางหรือจะถูกทิ้ง? แล้วไอ้ที่ตามหานางแทบผลิกแผ่นดินอยู่นี่มันสุนัขตัวใดกัน!

 

"ข้าไม่เคยคิดทิ้งนาง ถึงท่านจะเป็นฮ่องเต้ก็ควรให้เกียรติ​สตรีอย่างนางด้วย" หมิงซิงที่เห็นน้องสาวทำม่าจะต่อเถียงกับอีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน เขาเดินมานั่งข้างๆแล้วโอบกอดน้องสาวเอาไว้

 

เหม่ยอิงมองพี่ชายแท้ๆของตนด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดจึงไม่อธิบายไปว่านางกับท่านพี่เป็นพี่น้อง......!!!

 

" ท่านพี่.. " จมูกคมจรดลงบนแก้มนวลเบาๆผ่านเนื้อผ้าบางๆที่กั้นอยู่ก่อนจะกระซิบบอกนางถึงแผนของตน พี่ชายของนางกำลังทำเพื่อนาง

 

อย่างไรไท่ชางคงรู้เข้าสักวันว่าคนที่ตามหาคือนาง พี่ชายและมารดาของนางจึงใช้โอกาสนี้ทำให้ไท่ชางเข้าใจผิดไปเสียว่านางมีสามีแล้ว!

 

"หึ ในเมื่อเจ้าออกหน้ามาขนาดนี้ก็พานางกลับไป" ไท่ชางเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งที่ควรจะดีใจที่ทำให้นางสงบปากสงบคำได้ไม่จิกกัดด่าทอเขาแบบคราก่อน

 

สายลมอ่อนๆพัดมาในตอนที่หมิงซิงประคองน้องสาวลุกขึ้นพอดี กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาปะทะเข้ากับจมูกของไท่ชาง กลิ่นของสตรีนางนั้นไม่ผิดแน่เขาจำได้ แม้ได้ใกล้ชิดเพียงชั่วอึดใจแต่เขาจำมันได้อย่างแม่นยำ

 

"เดี๋ยว!!" ในตอนที่เหม่ยอิงหันกลับมาปลายดาบของไท่ชางตวัดคราเดียวผ้าคลุมหน้าก็ร่วงลงสู่พื้น เขาตกใจจนพูดไม่ออกเมื่อได้ยลโฉมหน้าของนาง

 

แบบนี้เขาควรจะดีใจหรือเสียใจดี หานางเจอทั้งทีแต่นางกลับมีสามีออกเรือนไปเสียแล้ว...

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}