Lisa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 การเดิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 การเดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 801

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 01:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 การเดิน
แบบอักษร

ตอนที่ 1 การเดินทางของหานเหมยหลิน

นิศาชลในร่างของหานเหมยหลินตัดสินใจเดินทางไปทางทิศเหนือของแคว้นเว่ยทำไมนะเธอถึงไม่ได้ทะลุมิติมาแล้ว

ชีวิตดี้ดีเหมือนกับนิยายเรื่องอื่นบ้างนะย้อมรับว่าร่างใหม่ของเธอนั้นสวยมากมาก แต่อุปสรรคแค่ไม่สามารถทำอะไรคนอย่างนิศาชลได้ เนื่องจากเธอเป็นคนต่างจังหวัดเรื่องเดินป่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับเธอ กบ เขียด พวกแมลงเธอกินได้หมด แต่มันจะดีกว่ามัยที่เธอนั้นได้มีโอกยังดีที่เธอนั้นใช้หนี้ขอร นิศาชลเริ่มเดินออกมาหา่งจากเมืองหลวง เธอเริ่มมองเห็นชีวิตของชาวบ้านที่เดินออกมาทำงานเต็มพื้นที่ไปหมด อันที่จริงชีวิตที่ก็ไม้ได้เลยเลยร้ายอะไร

ผู้คนทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่แถมที่นี่ยังอากาศบริสุทธิ์กว่าในยุคปัจจุบัน ด้วยซ้ำที่บ้านของเธอทำการเกษตรก็จริงแต่ท้องนากลับเต็มไปด้วยกลิ่นของยา ฆ่าแมลงและปุ๋ยที่ทำมาจากสารเคมี แต่ที่นี่เธอรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมจากใบข้าว ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง นอกจากใบข้าวแล้วยังมีกลิ่นของต้นไผ่ และกระแสลมอ่อนอ่อนพัดมากระทบใบหน้า นิศาชลอยากให้โลกที่เธอจากมามีอากาศที่บริสุทธิ์ ผู้คนที่นั่นคงจะเจ็บปวยน้อยลง

ร่างของหญิงงามที่ยืนสูดเอาอากาศเข้าเต็มปอดในยามเช้าพร้อมกับดวงอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้า

มันช่างเป็นภาพงดงามสำหรับผู้ที่พบเห็นและเดินผ่านไปมา นิศาชลตัดสินใจออกจากที่แห่งนี้ทั้งที่ที่ทำให้เธอรู้สึกดีและเป็นที่ที่ทำไห้เธอนั้นนึกย้อนกลับไปไนวัยเด็ก เมื่อก่อนที่บ้านของนิศาชลเลี้ยงควายเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วเทคโนโลยียังไม่ทันได้เข้าถึงหมู่บ้านที่เธออยู่อาศัย พ่อของเธอทำนาโดยใช้ควายไถ่นาแต่ในปัจจุบันนั้นมีรถไถ่ช่วยทุ่นแรงในการทำเกษตรผู้คนที่เกิดในยุค 20 ปีให้หลังต่างก็ไม่รู้คุณค่าของควายเลยด้วยซ้ำ ปุ๋ยที่ได้มาจากมูลของควายที่ไม่ต้องซื้อขายกลับถูกแทนที่ด้วยสารเคมีที่ตอนนี้ราคาแพงเว่อร์ จนทำให้ต้นทุนในการทำนาสูงไปด้วย เมื่อถึงเวลาเก็บผู้คนในหมู่บ้านตางก็มาช่วยกันเกี่ยวข้าวผู้เป็นเจ้าของที่นาก็ทำอาหาร แบบบ้านๆเลี้ยงในตอนกลางวันแต่ตอนนี้การเก็บเกี่ยวถูแทนที่ด้วยรถเกี่ยวข้าว และมอบเงินให้เป็นค่าตอบแทน ในระยะเวลาเพียง 20กว่าปี ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่พัฒนาแต่จิตใจของผู้คนพัฒนา จากที่คอยช่วยเหลือและแบ่งปันเป็นเห็นแก่ตัวไปด้วย เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ดวยตาของนิศาชลก็เริ่มคลอน้ำทันที เธออดนึกถึงครอบครัวไม่ได้ไม่รู้ว่าปานนี้ที่นั้นจะเป็นเช่นไร

หลังจากที่เธอจากมา ยังดีที่เธอนั้นใช้หนี้ของระบบการศึกษานั้นหมดแล้วจึงไม่ได้ทิ้งให้เป็นภาระของครอบครัวนิศาชลเดิมมาตามทางเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน แต่เธอต้องหยุดเท้าลงทุนเมื่อ สายตาของเธอนั้นเห็นหญิงวัยกลางคนที่มีร่างกาย

ผ่านผอมเวลาก้าวเดินร่างนั้นแทบกับปลิวไปกับสายลม ร่างที่โงนเงนใกล้จะล้ม นั้นทำให้นิศาชลอดที่จะช่วยเหลือไม่ได้

"ท่านป่าเป็นอะไรมากหรือไม่เจ้าค่ะ"

นิศาชลเข่ามาพยุงร่างผอมแห้งนั้นทันทีก่อนที่เจ้าของร้างจะล้มลงกับพื้นดูแล้วคนผู้นี้คงจะขาดอาหารไม่มากก็น้อย เพราะเธอรับรู้ได้ถึงน้ำหนักอันเบายิ่งกว่าปุยนุ่นเสียอีก

" ขอบคุณแม่นางที่ให้การช่วยเหลือ "

" ไม่เป็นไรเจ้าคะ ท่านป้าอย่าได้เกรงใจ "

หญิงวัยกลางคนมองคนช่วยเหลือที่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ทำให้ คนที่มีสถานะต่ำที่ในแคว้นเช่นนางอดชื่นชมไม่ได้แต่ ใครจะไปวัยใครจะไปไว้ใจคนแปลกหน้าในเมือนางเองนั้นโดนหลอกไปขายที่ตลาดทาสหลายต่อหลายครั้ง ใช้แล้วนางมีนามว่าหลิวซือเหนียงมีอาชีพเป็นขอทานแถมนางยังมีลูกน้อยอีก 2 คนให้ดูแล วันนี้นางตั้งใจจะออกไปตามลูกของนางที่ออกไปขอทานตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมาสักคนเดียว

" ไม่ทราบว่าท่านจะไปที่ใดเดี๋ยวข้าจะเดินไปส่งท่านเอง "

"ข้าจะไปต่ามลูกลูกในเมืองพวกเขาไปขอทานตั้งแต่เมื่อวานแต่จนป่านนี้ยังไม่ กลับ "

"ข้าว่าท่านป้ากลับไปรอพวกเขาที่บ้านจะดีกว่านะเจ้าคะ บางทีพวกเขาอาจกำลัง

เดินทางกลับมาก็เป็นได้ "

นิศาชลมองคนที่นางช่วยเหลือเอาไว้ด้วยความเข้าใจอีกฝ่าย อีกฝ่ายมองเธอด้วยความหวาดระแวง ร่าวกลับกลัวว่าเธอจะหลอกไปขายยังไงยังงั้น แต่มันก็จริงใครจะไปไว้ใจคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

" ข้ามีนามว่าเหมยหลินไม่มีแซ่แล้วตัวข้าก็เป็นคนไร้บ้าน ท่านไม่ต้องกลัวว่าข้าจะหลอกท่านไปขายหรอก "

" ขออภัยแม่นางที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกมา "

" ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านเรียกข้าว่าเหม่ยหลินก็ได้ ...มาข้าจะเดินไปส่งท่านที่บ้าน"

ในขณะที่นิศาชลพยุงคนที่นางช่วยเหลือไว้กลับบ้าน เธอก็ได้รับรู้ว่าคนที่เธอเดินมาส่งนั้นมีนามว่าหลิวซือเหนียงเป็นหญิงม่ายลูกชายสองคน และโดนขับไล่ออกจากบ้านเพราะแม่สามีบอกว่าเป็นตัวซวยเนื่องจากสามีของนางนั้นตายจาก หลังจากที่ออกจากบ้านหลิวซือเหนียนั้นไม่มีที่ให้ไปจึงได้พาลูกมาอาศัยอยู่ในป่าโดยอาศัยอาชีพเป็นขอทาน นิศาชลเข้าใจระบบดีการแบ่งแยกชนชั้นในสมัยโบราณนั้นถึว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตอนนี้หานเหมยหลินเองก็ไม่แตกต่างจากคนชั้นต่ำสุดของแคว้นเท่าใดนักแต่ใครจะไปเชื่อเรื่องเล่าจากปากคนทีี่เจอกันครั้งแรกกันคนที่เดินเคียงของมากับเธอนั้นถึงแม้จะผอมมากแต่น่าตาต้องไม่ใช้ขอทานแน่นอน

หลังจากที่เดินมาได้สักพักทั้งสองก็เข้ามาถึงเขตป่าที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัยนิศาชลมองสำรวจรอบไป ป่านี้ถือว่าสมบูรณ์ไม่น้อยก่อนที่ที่เธอจะสังเกตเห็นเถาวัลย์ที่ คุ้นตาเมื่อเขาไป นี้มันเถาวัลย์ของมันนกหรือคนแถวบ้านเธอเรียกว่ามันแซงและ

และแน่นอนว่ามันกินได้แถมอร่อยด้วย

" ท่านป้าหยุดพักสักครู่ก่อนเถอะเจ้าคะ"

หลิวซือเหนียงหยุดเดินแล้วหันกลับมามองคนที่เอ๋ยขึ้นว่าอยากพัก แต่เจ้าตัวกลับกำลังหักท่อนไม้ขนาดพอเหมาะมือนางมองสตรีตรงหน้าด้วยความ สงสัยว่านางกำลังจะทำอะไร

" มีอะไรผิดพลาดหรือแม่นาง "

" ไม่มีอะไรเจ้าคะ แต่ข้าคิดว่าข้าเจอมันที่สามารถกินได้เจ้าคะ "

" จริงหรือ "

" เจ้าค่ะ ท่านป้าเห็นเถาวัลย์นี้หรือไม่เมื่อเราขุดตามรากของมันลงไปเราก็จะเจอ

ส่วนหัวของมัน และหัวของมันนี้ละเจ้าคะสามารถนำมากินได้ "

หลังจากอธิบายสันๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจแค่ว่ามันกินได้ก็พอเหมยหลินใช้ไม้ที่หามาได้ขุดดินบริเวณที่มีเถาวัลย์อยู่ทันที การใช้ไม้ขุดดินลำบากไม่น้อยทำให้อดคิดถึงจอบเสียมที่บ้านไม่ได้ใช้เวลาขุดประมาณครึ่งเรอ นางก็ได้มันนกหัวแรก

มาถือว่าหัวของมันใหญ่มากพอสมควร เหมยหลินไม่ลืมที่จะชูหัวของมันนกให้กับหลิวซือเหนียงดูด้วย

" นี้เจ้าคะ หัวมันนี้กินได้ "

" โอ้ว...ดีจริงเดียวข้นช่วยเจ้าขุดอีกแรง "

สองสตรีต่างวัยที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นานลงมือช่วยกันขุดมันด้วยความสนุกสนานจนลืมเวลากลับบ้านรู้ตัวอีกตะวันก็ไกลตกดินเสียแล้ว พวกนางขุดมันได้มากพอสมควร เรื่องราวต่างๆ ของหลิซือเหนียงถูกถ่ายทอดออกมาให้เหมหลินได้รับรู้

แต่เป็นฝ่ายของเหมยหลินซะอีกที่แต่งเรื่องโกหกขึ้นมา ใครจะไปบอกความจริงละว่าตัวเองทะลุมิติอาศัยอยู่ในร่างของผู้อื่น แถมร่างใหม่นี้มีฐานะไม่ธรรมดา

" ท่านป้าข้าว่าเราเจอปัญหาใหญ่แล้วละ "

เหมยหลินเอ๋ยออกมาพร้องกับส่งสายตาล้อเลียนให้กับหลิวซือเหนียง ความสดใสน่ารักของเหมยหลินเองก็อดที่จะทำให้หลิวซือเหนียงยิ้มให้ พลางรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย

"ข้าก็คิดอยู่ว่าเราจะเอามันเหล่านี้กลับไปได้อย่างไรบอกให้เจ้าหยุดจัดตั้งนานแล้วแต่เจ้าไม่ยอม"

" ก็ข้าโลภมากสิเจ้าคะ ทำไงได้ "

" 55555 เจ้านี่มันจริงจริงเลย "

เสียงสนทนาของสตรีต่างวัยก็จบลงเมื่อมีบุตรสองคนเดินเข้าแววตาห่วงใยที่ทั้งสองมองมายังหลิวซือเหนียงด้วยความห่วงใยบวกกับยิมตอบรับของหลิวซือเหนียงที่มอบให้บุรุษทังสองก็ทำให้นิศาชลเดาได้ไม่อยากว่าผู้ที่มาใหม่นั้นคือผู้ใด เดิมทีนิศาชลคิดว่าบุตรของหลิวซือเหนียงเป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็ก คนทั้งสองตรงหน้านี้น่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับนาง ดูลักษณะท่าทางแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

" ท่านแม่..ท่านหายไปไหนมารู้หรือไม่มาว่ากับอาเหิงเป็นห่วงท่านมากแค่ใหนที่

กลับมาแล้วไม่เห็นท่านอยู่ที่บ้าน "

คำถามที่แฝงด้วยคำตำหนิเล็กน้อยจากบุตรชายทำให้หลิวซือเหนียง ผู้เป็นมารดายิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิม ความหวงใยที่บุตรชายทังสองหายไปถึงสองวันนั้นหายไปทันที่เมื่อได้พบหน้า

" พวกเจ้าทั้งสองหายไปนานแม่เป็นห่วงเลยคิดออกไปตาม ระหว่างทางเกิดเรื่อง

ขึ้นขึ้นเล็กน้อย แม่ยังโชคดีที่ได้แม่นางเหมยหลินช่วยเหลือเอา "

นิศาชลโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเป็กการคาราวะและทุกท้ายกับในยามพบกันเป็น

ครั้งแรก เมื่อชายหนุ่มทั้งสองได้เห็นหน้าสตรีที่มารดาแนะนำให้รู้จักถึงกับนิ่ง ค้างในความงามที่ได้พบทันทีแต่ในใจของนิศาชลกลับเต็มไปด้วยความกังวลเรื่องราวของหานเหมยหลินและตระกูลเป็นที่โด่งดังในเมืองหลวง ส่วนพวกเขา

นั้นขอทานในเมืองหลวงมานานเท่าเท่าไหร่นางไม่อาจทราบได้ ความกังวลใจที่เขาจะรู้จักและเคยเห็นหน้าหานเหยหลินนั้นเกิดขึ้นมาทันทีทางทีดีนางรีบไปจากเมืองให้มากกว่านี้จะดึกว่าเพื่อความปลอดภัย

" แม่ลืมแนะนำไป อาเจิง อาเหิง นี้คือแม่นางเหมยหลันคนที่ช่วยเหลือแม่เอาไว้ ส่วนนี้คือบุตรชายของข้าเอง หลิวเจิง และหลิวเหิง "

"ยินดีที่ได้พบท่านทั้งสอง "

" ยินดีเช่นกัน ต้องขอขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือชีวิตของแม่ข้าเอาไว้ "

" ไม่เป็นไรเลยเจ้าคะเรื่องเล็กน้อยอย่างได้เกรงใจ "

"ได้ยาาาา...แม่ลืมไปได้อย่างไรกันอาเจิงอาเหิงแม่นางเหมยหลินบอกแม่ว่า หัวมันชนิดนี้สามารถกินได้ เราแค่นำมันไปทำความสะอาดแล้วนึ่งแค่ 2 เคอเท่านั้นก็สามรถกินได้แล้ว พวกเจ้ามาก็ดีแล้วมาช่วยแม่กับขนกลับบ้านที"

นิศาชลไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมานอกจากฟังเสียงสนทนาของเพื่อนใหม่เงียบ ๆบางทีเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีอะไรเลยดูเหมือนจะมีความสุขไม่น้อย ไม่เหมือนครอบครัวในตระกูลใหญ่หรือแม่แต่วังหลวงก็ไม่อาจมองเห็นความสุขแบบนี้ได้ ยิ้งในสังคมที่บุรุษมีภรรยาได้มากกว่า 1 คนแล้วยิ้งเป็นไปไม่ได้ว่าบ้านจะมีความสุขร่มเย็นดังสายน้ำ ก่อนที่สายตาของนิศาชลต้องหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นป้ายหยกจากหลิวเจิน ถึงจะไม่ใช้คนยุคนี้แต่นักประวัติศาสตร์อย่างเช่นนิศาชลก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นหยกขาวมันแพะเนื้อ ที่มีเพียงตระกูลของเชื้อพระวงศ์ขุนนางและเหล่าบรรดาเศรษฐีเท่านั้นที่ได้ครอบครองมันเห็นทีว่าแม่ลูกตระกูลหลิวนั้นมีที่มาไม่ธรรมดาต้องรีบออกหากจากพวกเขาจะดีกว่า

"ท่านป้าหลิวในเมื่อท่านได้พบกับบุตรชายแล้วเห็นทีผู้น้อยต้องขอตัวก่อน"

" ได้เช่นไรกันตะวันใกล้ลับขอบฟ้าแล้วแม่นางเหมยหลินจะพักที่ใด ไปพักที่บ้าน ข้าสักคืนเถิดพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อก็ยังทัน "

" ใช่แล้วแม่นางเหมยหลินเดินทางยามค่ำคืนนั้นอันตรายไปพักที่บ้านของพวกเรา

คืนถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจที่ท่านช่วยเหลือท่านแม่ของข้า"

แม้ในใจของนิศาชลจะคัดค้านแต่ก็เป็นความจริงที่ว่าหากแยกทางไปคนเดียวตอนนี้อาจเกิดอันตรายที่ไม่คาดฝันได้ นี้ก็อยู่กลางป่ากว่าจะเดินออกจากป่าได้ก็มืดพอดีแถมตามถนนหนทางก็ไม่มีเสาไฟฟ้าให้ความสว่างตลอดทั้งคืนเหมื่อนยุคปัจจุบันทางเลือกที่จะไปพักกับพวกเขาก็ไม่เลยเท่าไหร่ เมื่อคิดได้ดังนั้นนิศาชลก็ตอบตกลงทั้งสี่คนก็เดินออกจากบริเวณนั้นทันทีหากช้ากว่านี้อาจมองไม่เห็นทาง

เดินมาได้สักพักก็ถึงบริเวณบ้านทีกว้างขวางตัวบ้านทำจากไม้ไผ่แบบแยกสัดส่วนที่ชัดเจนแถมยังดูสะอาดสะอ้านไม่เหมือนบ้านของขอทานทั่วไป หลิวซือเหนียงขออนุญาตไปทำอาหารสำหรับเย็นนี้ส่วนบุตรชายของนางก็พากันไปอาบน้ำที่

ลำธารหลังบ้านเสียงพูดคุยกันอย่างบัณฑิตที่คนขอทานทั่วไปเขาไม่คุยกันสร้างความแปลงใจให้กับนิศาชลแถมท่านป้าหลิวตั้งแต่กลับมาถึงบ้านก็มีท่าทีสำรวมกริยามากกว่าอยู่ภายนอกราวกับผู้ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีทำให้นิศาชลอดนึกถึงกริยาของสตรีชนชั้นสูงในละครจีนที่นางนั้นชอบดูไม่ได้ บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าคนเองนั้นเรียน และคิดวิเคราะห์ความน่าจะเป็นไปได้ของสถานการณ์มากเกินไปจึงทำให้คิดมา

แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้นตัวนิศาชลได้ทะลุมิติมายังโลกโบราณหาไม่วิเคราะห์สถานการณ์ให้ละเอียดนางอาจจะอยู่ไม่รอดก็เป็ได้แต่แล้วความคิดของนิศาชลต้อง หยุดลงเมื่อเห็นบุรุษรูปงามทังสองเดินเดินใกล้เข้ามา โอ้แม่เจ้าเทพบุตรในคราบของขอทานนั้นมีจริงจริง หนึ่งบุรุษรูปร่างองอาดอาจกล้าหายร่างกายกายดูสมบูรณ์หรือข้างในอาจจะบึกบึนมีซิกแพคเหมือนเหล่าคนรักสุขภาพก็เป็นได้ ส่วนอีกคนนั้นรูปร่างไม่แพ้กันแต่ใบหน้าหวานราวกับสตรีแต่มีท่าทางเป็นบัณฑิตมากกว่ายิ่งทำให้นิศาชลมันใจว่าพวกเขากำลังปิดบังตัวตนอยู่แต่จะไปสนใจก็ไม่ใช่ในเมื่อไม่ใช่เรื่องของนางบางที่พวกเขาอาจดูนาง

ลักษณะของนางออกตั้งแต่แรกก็เป็นได้สตรีไรบ้านที่ใหนกันจะงดงามปานนี้ อันนี้นิศาชลต้องขออวยตัวเองสักหน่อยก็ร่างใหม่ของนางนั้นสวยจริง

" ในเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วก็มาทานข้าวกันเถอะ "

เสียงของท่านป้าหลิวเรียกทุกคนมาร่วมโต๊ะทำให้นิศาชลหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองนางเดิมานั้งตรงที่ว่าอย่างเงียบๆ และเริ่มสงมือท่านอาหารบนโต๊ะปราศจากเสียงพูดคุยราวกับพวกเขารู้ดีว่าควารทำอย่างไรเวลาร่วมโต๊ะอาหาร

เมนูค่อยข้างเลียนสำหรับนิศาชลทำให้อดนึกถึงอาหารรสเผ็ดแสบใสอย่างส้มตำปูปลาร้าทีเมืองไทยไม่ได้แต่ความคิดนี้ได้แต่เก็บไว้ในใจเท่านั้น

เมื่อมื้อค่ำจบลงนิศาชลไม่ลืมที่จะช่วยหลิวซือเหนืยงเก็บโต๊ะและช่วยล้างจานให้เสร็จในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนิศาชลในชาติก่อนเป็นคนที่ไม่มีส่วนใหนที่เรียกว่าสวยแต่รักสะอาดที่สุด จากนั้นนิศาชลจึงออกมานั่งรวมวงฟังสามแม่ลูกสนทนากับเรื่องทั่วไปโดยที่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์ที่นางนั้นไม่อยาจรับรู้เพราะกลัวว่าจะมีคนที่รู้จักกับหานเหมยหลินแล้วนำเรื่องที่เธอยังมีชีวิตอยู่ไปฟ้องทางการเพื่อแลกเงิน

" ท่านแม่รูหรือไม่ว่าตอนนี้ฮ่องเต้แคว้นเว่ยทรงสิ้นพระชนม์แล้ว ทางราชวังกำลังประกาศไว้ทุกข์ "

" จริงหรืออาเจิน "

นิศาชลสักเกตุท่าทางของหลิวซือเหนียงที่ดูตกใจไม่น้อยกับข่าวที่ได้ยินแต่ในท่างนั้นไม่มีความเสียใจแต่กลับมีความผิดหวังที่แสดงออกทางแววตา

" ผู้ที่จะขึ้นเป็นฮ่องเต้คนตอไปคงเป็น หยางเฝยหลงไท่จื่อไม่ผิดแน่ "

ทุกคนดูมีท่าทีที่อึดอัดไปหมดจริงสินิศาชลอาจจะลืมไปมาตนนั้นเป็นคนนอก ถึงพวกเขาบอกว่าจะเป็นขอทานก็ยังอยากมีเวลาเป็นสวนตัวคิดได้ดังนั้นนิศาชลจึงของไปอาบน้ำมีลำธารแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจกับคนลึกลับพวกนี้อีก

เมื่อเห็นว่าเหมยหลินเดินหายไปทางลำธารแล้วหลิวซือเหนียงก็หันกลับมาสนทนากับบุตรชายต่อตอนนี้นางสิ้นหวังแล้วสหารที่นางคิดจะมาขอความช่วยเหลือ สิ้นใจต่อไปนี้นางจะขอร้องให้ใครมาช่วยเหลือบุตรชายของตนได้

" เสด็จแม่อย่าทรงเศร้าพระทัย เลยพะยะคะ บางทีเราอาจมีหนทางอื่น "

" เป็นจริงดังที่เสด็จพี่กล่าว บางที่ที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อาจยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเรา เสด็จแม่อย่าพึ่งถอดพระทัยนะพะยะคะ "

หลิวซือเหนียงมองดูบุตรชายทั้งสองทั้งในใจของนางนั้นยังกังวลถึงสามีที่โดนกบฏชั่วจบตัวไว้เก็บเก็บตัวประกันเพื่อบีบให้พวกนางมอบตัว ใช้แล้วนางมีฐานะเป็นถึงฮ่องเฮาแห่งแคว้นจ้าวหรือทุกคนต่างขานเรียกว่าหลิวฮองเฮา ส่วนบุตรชายทังสองมีฐานะเป็นถึงองชายแห่งแคว้นจ้าว นามว่าเจ้าเจิงเทียนและจ้าวเหิงไท่ ทุกอย่างกำลังไปได้ดีเมื่อโอรสองโตของนางได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทและโอรสคนรองได้รับการแต่งตั้งเป็นถึงชินอ๋อง แต่เพราะความประเมินฝ่ายตรงข้ามน้อยเกินไปหรือใครเลยจะคาดคิด ว่าองค์ชายสามผู้เกิดกุ้ยเฟยจะเป็นคนก่อกบฏคิดสังหารสังหารบิดา เหตุการณ์ครั้งนั้นเพราะความเสียสละของสามีผู้เป็นถึงฮ่องเต้ใช้ตนเองเป็นเหยือล่อให้นางและลูกหนีออกมามีหรือนางและลูกจะรอดจากมือองค์ชายสามที่มีตาเป็นถึงแด้วยอีกฝ่ายเจากนั้นนางจึงตัดสินใจเดินทางมายังแคว้นเว่ยเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ยังไม่ทันได้พบหนัาสหายของนางก็สิ้นใจไปเสียแล้ว

" การเจรจานั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่การจะพบฮ่องเต้องค์ใหม่นั้นยากยิ่งกว่าแต่ก่อนแม่มั่นใจว่าเขาต้องช่วยเราได้แต่ตอนนี้แม่มองไม่เห็นทาง "

"เสด็จแม่หรือว่าลูกจะสมัครเข้ากรมทหารดี "

" แม่รู้ดีว่าเจ้ามีฝีมือเทียนเออร์...แต่เราไม่มีเวลามากขนาดนั้นเสด็จพ่อของพวกเจ้ารอไม่ไหวถึงปานนั้น"

"ให้เหิงเออร์เขาไปสอบขุนนางดีหรือไม่..บางทีอาจมีโอกาสเข้าใกล้ฮ่องเต้องค์ใหม่มากกว่านี้ "

" ตอนนี้เป็นช่วงไว้ทุกข์ คงอีกนานกว่าราชสำนักจะทำการสอบจะทางใดก็ต้องรอทั้งนั้นมีเพียงทางเดียวที่เสด็จพ่อจะรอดที่พวกเรากลับแคว้นจ้าว "

" หยุดความคิดของเจ้านะเหิงเออร์ หากกลับแคว้นจ้าวพวกเราจะไม่มีใครรอดแม้แต่เสด็จพ่อของเจ้า แม่มันใจว่าพวกมันจะยังไม่ทำอะไรเสด็จพ่อของพวกเจ้าตราบใดที่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ "

"บางทีข้าอจช่วยพวกท่านได้ "

สามแม่ลูกหยุดสนทนาทันทีที่ได้ยินเสียงหวานของสตรีเอยขึ้นเป็นเหมยหลินนั้นเองจ้าวเจิงเทียนมองนางดวยสายตาระวังพร้อมกับจะฆ่านางได้ทันทีหากๆไม่มีผู้เป็นแม่คอยห้ามไว้นางคงได้ตายอีกรอบ

"ข้าแค่บังเอิญได้ยินการสนทนาของพวกท่านหาได้ตั้งใจแอบฟังความลับของพวกท่าน "

" ความลับเช่นนี้คนนอกเช่นเจ้าไม่สมควรรับรู้ "

" องค์ชายเจิงเทียนว่าใจเถิดข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับผู้ใด "

" มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ไม่สามารถพูดได้ "

ยังไงกันไอ้องค์ชายหุ่นแซ่บนี้จะฆ่ากันให้ไดัเลยใช่มั้ย ไม่น่าทำตัวเป็นแม่พระส่งสารคนหล่อเลยนิศาชลคิดแล้วก็เริ่มหงุดหงิดให้กับนิสัยชอบช่วยเหลือของตนเอง

" ข้าแค่บองว่าบางทีอาจช่วยท่านได้ "

" สตรีไร้บ้านเช่นเจ้าจะเอาอะไรมาช่วยเหลือพวกข้า "

เอาไอ้องค์ชายปากหมานี้วอนซะแล้วไม่รู้ว่ามีดีอะไรถึงได้มีตำแหน่งรัชทายาทในครอบครองเทียบกับมังกรน้ำแข็งอดีตสามีของเหมยหลินไม่ได้สักนิด ด้วยอีกฝ่ายเป็นคนอารมณ์ร้อนทำให้นิศาชลอดที่จะส่งสายตายียวนและท่าทางกวนบาทาให้อีกฝ่าย ทำให้อีกสองคนที่อยู่ในเห็ตการอดหัวเราะออกมาไม่ได้

"ไม่คิดเลยว่าจะมีคนสามารถต่อกรเล่นอารมณ์กับพี่ใหญ่ได้น่านำมาเป็นพี่สะใภ้ซะจริง..แม่นางเหมยหลินท่านสนใจเป็นพี่สะใภ้ของข้าหรือไม่ "

" หม่อมฉันไม่เคยคิดเลยว่าองค์ชายแค่วนจ้าวนิยมเลี้ยงสุนัขไว้ในปาก "

" เจ้า "

เป็นสองพี่น้องเอ่ยออกมาพร้อมกับด้วยท่าทางโกรธเคือง มีเพียงผู้เป็นมารดาเท่านั้นที่หัวเราะมาดังลั่นนางผู้นี้ช่างน่าเอ็นดูแถมยังมีความสามารถ ทำให้บุตรทั้งสองของนางไม่สามารถเก็บอารมณ์เอาไว้ได้

" ห้ามถาม อะไรทั้งสิ้นและต้องเป็นความลับ หากพวกท่านตกลงข้าจะช่วยท่านตกลงตามนี้"

" หากข้าไม่ตกลงเล่า "

" ถ้าถ้าหากองค์รัชทายาทเช่นท่านไม่ต้องการพบฮ่องเต้องค์ใหม่ก็ตามใจ

ช่วงนี้เป็นช่วงของความวุ่นวายท่านก็รู้อย่าว่าแต่จะเจรจาเลยจะหาทางเข้าใหล้ก็ยังยาก "

สามแม่ลูกเงียบทันทีเป็นจริงดังสตรีตรงหน้ากล้าวแต่นางเป็นใครกันนะจะเชื่อคนไร้บ้านได้จริงหรือแต่พวกเขาก็ไม่มีหนทางอื่นให้เลือก

" พวกท่านคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากข้า...ข้าคงต้องขอตัวก่อนพรุ่งนี้

ต้องเดินทางต่อ"

นิศาชลหันหลังพร้อมกับเดินออกไปนางรู้พวกเขาลังเลนางเองก็เข้าใจ คนที่มีฐานะไม่ธรรมดาจะมาเชื่อคนที่ไม่รู้จักแถมยังไร้บ้านได้ยยังไง

"เดียวก่อนแม่นางข้าตกลง "

"เสด็จแม่ "

เสียงเรียกมารดาเด็กห้าปีก็ฟังออกว่าพวกเขาไม่พอใจเท่าใดนัก แต่ก็ต้องหยุดคำพูดเอาไว้ทันทีที่มารดาส่งสายตาพิฆาตมาให้

" ในเมื่อพวกข้าตกสงแล้วแม่นางเหมยหลินบอกได้หรือไม่ว่าจะใช้วิธีใด "

นิศาชลเดินเข้าไปหยิบห่อผ้าของของตนออกมาโดยที่ไม่พูดคำได้ออกมาส่วนพวกเขาก็รออย่างใจเย็นมีจ้าวเจิงเทียนเท่านั้นที่เผยสีหน้าหงุดหงิดออกมา นิศาชลก็ทำท่าไม่รู้ไม่เห็นไม่สนใจไห้อีกฝ่ายหงุดหงิด ได้หยอกล้อคนหล่อทำให้หัวใจ

กระชุ่มกระชวยไม่น้อย

" จะให้ทำอย่างไรก็ว่ามา "

" องค์รัชทายาททายาทช่างมีความอดทนตำยิ่งนัก "

นิศาชลหยินราชโองการเปล่าออกมาทันทีนี้เป็นสิ่งที่อดีตฮ่องเต้ให้หานเหมยหลินก่อนออกมาจาดเนื่องหลวง นางเองก็ไม่รู้ว่าจะนำไปทำอะไรสู้มอบให้คนเดือดร้อนจะดีกว่าช่วยเหลือคนคือความสุขของนาง อีกอย่างนางยังมอีกหลายฉบับอดีตพ่อสามีนี้ใจดีจริงมอบป้านละเว้นโทษตายให้แถมยังมีมอมราชโองการเปล่าให้อีกสิบสองฉบับ

" แค่นี้พวกท่านก็สามารถเข้าพบฮ่องเต้องค์ใหม่ได้แล้ว "

บุคคลทั้งสามมองราชโองการการเปล่าแล้วตาโตขึ้นมาทันทีเมื่อตรวจสอบแล้วว่ามันเป็นของจริง ในใจของพวกเขาเต้นระรัวจูประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้งอีกทั้งยังทำให้พวกเขามองสตรีไร้บ้านคนนี้ใหม่นางเป็นผู้ใดกันถึงได้มี ราชโองการเปล่าไว้ครอบครอง

" ขอถามแม่นางท่านเป็นผู้ใดกัน "

" ไม่ใช่ว่าเราตกลงกันแล้วหรือ "

" ไม่ว่าอย่างไรพวกเราและช่าวแคว้นเว่ยต้องขอบคุณแม่นาง "

หลิวฮองเฮาคุกเข่าลงกับพื้นโดยที่ไม่สนใจว่าตนเป็นใครสักนิดน้ำตาที่กักเก็บความอัดอั้นเมื่อก่อนหน้านี้ไหลออกมาทันที ก่อนที่ทุกคนจะดราม่าไปมากกว่านี้นิศาชลรีบพยุงร่างผอมบางนั้นลุกขึ้นทันที

" ไม่เป็นไรข้าช่วยเหลือเพราะข้าอยากช่วย เอานี้เจิงเทียนท่านมอบสิ่งนี้ให้กับ หยางเฟยหลง บอกเขาว่าท่านเป็นสหายก็คุณชายใหญ่ตระกูลหานก็พอตราทัพตระกูลหานจะทำให้ท่านใช้ต่องรองกับบรรพบุรุษจิ้งจอกอย่างเขาได้ "

นิศาชลมองทุกคนนิ้งค้างทันทีที่นางมอบของสำคัญให้คนที่พึ่งรู้จักโดยที่ไม่มีความอาลัยให้แก่มันเลยแม้แต้น้องต้อนี้เป็นจ้าวเจิงเทียนจอมยโสเสียเองที่คุกเข่าขอบคุณนาง

" พวกท่านจะทำอะไรต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของพวกท่านแล้ว"

พวกเขามองเหมยหลินเดินเข้าเรือนโดยไม่สนใจว่าพวกเขาจะทำอะไรต่อ สามคนแม่ลูกต่างมีคำถามมากมายในใจแต่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้แค่นี้ก็มากพอแล้วบุญคุณในครั้งพวกเขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ขอบคุณสวรรค์ที่ยังให้พวกเข้าและแคว้นจ้าวได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป

นิศาชลตื่นขึ้นมาก่อนฟ้าสางนางรู้สึกสดชื่นไม่น้อยในใจยังแอบขอพรอยู่ลึกว่าการทำดีจะทำให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างราบรื่น นิศาชลเดินออกมาจากห้องนอนก็ได้พบกับท่านป้าหลิวหรือหลิวฮองเฮาแห่งแคว้นจ้าว นางทักทายเล็กน้อยพร้อมกับตั้งใจบอกลาอีกฝ่ายเพื่อออกเดินทางต่อ

" ท่านป้าหลิวข้าคงต้องไปแล้ว..ของคุณท่านมากสำหรับที่พัก"

" เป็นข้าทีต้องขอบคุณเจ้าการได้พบเจ้าทำให้ข้ามีความหวังในการมีชีวิตอีกครั้ง

นี้เป็นหัวมันที่พวกเราช่วยกันขุดรสชาติดีไม่น้อย และมันเป็นสัญลักษณ์ในการพบกันของพวกเรา "

" ข้าคงต้องไปแล้ว ลาก่อนท่านป้าหลิว ท่านหลิวเจิงหลิวเหิง "

นิศาชลโค้งคำนับให้กับบุคคลทั้งสามก่อนที่จะหันหลังจากไปนางก็ได้ยินเสียงทักของหลิวเจิงหรือองค์รัชทายาทยาทเสียก่อน

"เดี๋ยวก่อนแม่นางเหมยหลันโปรดรับน้ำใจจากพวกเราด้วยในการเดินทางท่านจำเป็นต้องใช้มันในการเดินทาง "

นิศาชลยื่นมือรับเอาถุงเงินเอาไว้โดยไม่ปฏิเสธจะปฏิเสธเล่น ตัวไปทำไม่ในเมื่อนางเองก็ต้องการมัน นิศาชลมองดูแววตาที่ดูจะพึงพอใจไม่น้อยจากคนที่มอบถุงเงินให้นาง เมื่อเก็บถุงเงินไว้ในเสื่อด้านในแล้วนางก็เองลาอีกครั้ง

" อย่ามีใจให้ข้าเพราะข้าเป็นหญิงหม่ายที่หย่ากับสามี "

ทั้งสามคนยืนอึ้งอยู่กับที่อีกครั้งไม่มีใครขยับเท้าออกไปจากตรงนั้น มองดูสตรีที่งดงามเดินจากไปพร้อมกับทิ้งคำพูดให้พวกเข้าโดยที่สตรีดีดีเขาไม่ค่อยจะพูดเรื่องน่าอายออกมาให้ใครได้ยิน แต่นางกลับพูดออกมาได้อย่างน่าตาเฉยโดยเฉพาะจ้าวเจิงเทียนที่ยืนหน้าแดงระเรื่อที่ไม่รู้ได้ว่ามาจากความโกรธหรืออายกันแน่ ที่โดนคนอื่นมองออกอย่างง่ายดายว่าเขาชอบนาง

" แม่ไม่ถือ เจ้าว่าไงเหิงเออร์ "

"หากพี่ใหญ่ชอบนางข้าจะว่าอะไรได้ "

" เหิงไท่เจ้งคงอย่าฝึกซ้อมวรยุทธกับข้าทั้งวันสินะ "

" ใครเขาจะชอบใช้กำลังอย่างท่านกันข้าไปช้วยงานท่านแม่ในครัวดีกว่า "

เมื่อน้องชายและมารดาเดินจากไปแล้วจ้าวเจิงเทียนก็หันกลับไปมองยังทางที่เหมยหลินจากไปแค่คิดจะรักนางเขาก็โกหกเสียแล้ว บุรุษบ้าที่ใดกันที่กล้าทิ้งสตรีที่ดีเช่นนี้ช่างโง่งมนัก

" หากมีวาสนาเราคงได้พบกับอีก "

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น