Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 12 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 12 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 85

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 16:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 12 [Rewrite]
แบบอักษร

 

พี่ชายเพื่อน 12 

 

 

เมื่อกลับมาถึงบ้านโมเดลก็ถูกคนเป็นพ่ออุ้มขึ้นไปนอนต่อบนห้อง เขมินท์เองก็เข้าไปดูในห้องครัวเพื่อดูว่าจะทำอะไรเพิ่มเป็นอาหารเย็นให้แก่ลูกชายที่เที่ยวจนเหน็ดเหนื่อยทั้งวันดี 

 

“หนูเขมมาเหนื่อยๆไปนั่งพักเถอะค่ะ มาในครัวทำไมกันน่าจะขึ้นไปพักรออาหารเย็นดีกว่านะคะคุณแม่ว่า” คุณหญิงรวีวรรณที่เดินเข้ามาดูความเรียบร้อยในห้องครัวพอเห็นหนูเขมของเธอกำลังทำอาหารเพิ่มสองสามอย่างก็อดที่จะทักขึ้นไม่ได้ 

 

ไปเที่ยวกันมาทั้งวันแทนที่จะพักยังเข้าครัวมาทำอาหารอีกน่าตีจริงๆเชียว 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแม่ เขมทำได้ไม่เหนื่อยเลย” 

 

“หนูเขมไม่เหนื่อยแต่พี่เตท่าจะเหนื่อย รายนั้นน่ะเค้าไม่ค่อยชอบแดดเท่าไรแค่คุณแม่ชวนไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก็ไม่ยอมไปบอกว่าร้อน” 

 

“วันนี้ก็บ่นครับ แถมยังเดินไปบ่นไปอีก” เขมินท์ได้โอกาสก็ขอนินทาเตชิตสักหน่อยเถอะ ซึ่งพอเขมินท์พูดแบบนั้นคุณหญิงแม่ก็ไม่ว่านอกจากหัวเราะกับสิ่งที่เขมินท์พูดขึ้น ยังดีที่เขมินท์ทำอาหารจนเกือบจะเสร็จแล้วแม่บ้านเลยรับไปทำต่อตนเองเลยถือโอกาสนั่งนินทาเตชิตต่อกับคุณแม่จนเพลินและก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเตชิตเดินผ่านเข้ามาได้ยินพอดีและก็ได้ยินที่เขมินท์นินทาตนเองสนุกปากอยู่กับคุณแม่เต็มสองรูหูแบบชัดๆเลยทีเดียว 

 

“อุ๊ย! พี่เต คุณแม่ตกใจหมดเลยมายืนเงียบๆแบบนี้ไร้มารยาทจังค่ะ”  

 

“คุณแม่นั่นแหละครับ นินทาอะไรกันอยู่ นายก็ด้วยพูดถึงคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาท” เตชิตบอกเสียงดุแต่เขมินท์ก็ไม่ได้กลัวแถมยังแอบแล่บลิ้นใส่เตชิตภายในใจด้วย  

 

ทีตัวเองทำนิสัยเสียใส่คนอื่นยังทำได้ เขมินท์แค่นินทาเองทำมาเป็นเก็กดุ เหอะ! กลัวตายแหละ! 

 

“พี่เตนี่คำพูดคำจาร้ายกาจจังเลย น่าตีจริงๆ” 

 

“แบบนี้ไม่เรียกว่าร้ายกาจนะครับคุณแม่ พูดจาแบบนี้เค้าเรียกว่าปากไม่ดีมากกว่า ถ้ายังไงเขมขอตัวไปดูโมเดลก่อนนะครับ นอนตอนเย็นมากๆจะไม่ดีต้องปลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวกินข้าวเย็นสักหน่อย” เขมินท์เอ่ยบอกก่อนจะเดินออกจากห้องครัวโดยเดินเฉียดตัวผ่านร่างของเตชิตออกไปและคำพูดคำจาที่ถือดีของเขมินท์ที่ทิ้งท้ายเอาไว้ทำให้เตชิตคาดโทษอีกคนไว้ในใจเป็นสิบๆครั้ง  

 

อวดดีขึ้นทุกวันคอยดูเถอะสักวันจะอวดดีไม่ออก! 

 

“นั่นน่ะสิคะ คุณแม่ก็คิดแบบหนูเขมนะ ว่าพี่เตน่ะปากไม่ดีจริงๆ เฮ้อ… เห็นทั้งคู่เป็นแบบนี้แล้วความหวังของคนแก่อยากอุ้มหลานอีกสักคนจะเป็นไปได้มั้ยนะ” คุณหญิงรวีวรรณบ่นออกมาเรื่อยเปื่อยตามประสาก่อนจะเดินหนีลูกชายไปอีกคน  

 

เธอเองก็มั่นใจว่าสายตาเธอมองลูกชายและหนูเขมว่าเหมาะสมกันไม่มีทางผิดพลาดอย่างแน่นอน แต่ก็ติดที่ว่าเมื่อไรสองคนนี้จะรักกันและดีกันเสียทีขนาดอยู่ห้องเดียวกันยังทะเลาะกันทุกวันเลย พี่เตของเธอไม่หวั่นไหวบ้างรึไงกันนะหนูเขมก็แสนอ่อนหวาน น่ารัก แถมยังเป็นคุณแม่ที่ดีขนาดนี้ เป็นคนอื่นคงไม่ปล่อยให้หนูเขมหลุดมือแล้วหลุดมือเล่าแบบลูกชายของเธอหรอก เฮ้อ…. 

 

  

บนโต๊ะทานอาหารเย็นในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยโม้ของโมเดลที่เล่าให้คุณย่าฟังว่าวันนี้ตัวเองไปเจออะไรมาบ้าง เด็กชายตัวน้อยเล่าไปกินไปจนเขมินท์ต้องเอ่ยคำดุออกมาที่โมเดลไม่ยอมนั่งกินข้าวดีๆ แต่เตชิตก็พูดขัดขึ้นว่าไม่เป็นไรสามารถเล่าได้เพราะตนเองก็นั่งอยู่ข้างลูกชายด้วย แต่ถึงแบบนั้นก็ยังโดนเขมินท์แซะกลับว่าอย่าทำตัวไร้มารยาทอย่างที่คุณพ่อสอน เด็กดีเค้าไม่ทำอย่างนี้หรอก โมเดลที่เชื่อฟังคุณแม่มาตลอดก็ทำตามที่คุณแม่บอกโดยการยอมนั่งกินข้าวดีๆจนหมดจาน ดื่มน้ำตามให้เรียบร้อยก่อนจะเล่าให้คุณย่าฟังต่อ  

 

“โมเดลไม่กลัวเสือเหรอครับ เสือตัวใหญ่ออกนะคุณย่ายังกลัวเลย” 

 

“ไม่ครับ โมเดลชอบคุณเสือมากๆเลย เพราะโมเดลเป็นเสือน้อย” 

 

“หืม? เสือน้อยเหรอครับ ฮะๆครับๆเสือน้อยก็เสือน้อย เสือน้อยที่น่ารักของคุณย่า” 

 

“เราตัวน้อยแบบนี้โตขึ้นไม่ใช่เสือหรอกนะครับโมเดล เป็นกระต่ายมากกว่าคุณแม่ว่า” เขมินท์บอกลูกชายที่ตอนนี้คงเชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นคุณเสือไปแล้วแต่ดูทรงแล้วแม้หน้าตาจะเหมือนผู้เป็นพ่อแต่ยังไงโมเดลก็ได้รูปร่างของเขมินท์อย่างแน่นอนโตไปยังไงก็ไม่ได้เป็นคุณเสืออย่างที่ตั้งใจไว้หรอกเป็นลูกกระต่ายน้อยเสียมากกว่า  

 

“ทำไมชอบขัดลูกจัง นายนี่แย่นะขัดจินตนาการของเด็ก” 

 

“ผมหยอกลูกครับไม่ได้ขัด คุณนี่มองอะไรแง่ลบดีนะครับ” 

 

“คุณพ่อคุณแม่ดุกันอีกแล้ว ลูกดกๆ” โมเดลบอกเสียงใสเมื่อเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ดุกันอีกแล้ว และคำพูดของโมเดลที่พูดออกมานั้นทำให้เขมินท์หันไปมองลูกชายด้วยความตกใจทันที เพราะตนเองไม่เคยสอนให้ลูกพูดอย่างนี้ โมเดลไปเอามาจากไหนกัน 

 

“โมเดลครับ ไปเอาคำพูดแบบนี้มาจากไหนกัน เด็กพูดแบบนี้ไม่น่ารักนะครับ” 

 

“โมเดลเอามาจากคุณพ่อครับ คุณพ่อบอกว่าดุกันแล้วลูกดก” 

 

“คุณเตชิต!/พี่เตคะ!” เขมินท์และคุณหญิงรวีวรรณพูดชื่อเตชิตออกมาเสียงดังพร้อมกันเมื่อฟังโมเดลบอกออกมาจนจบว่าได้คำพูดแบบนี้จากใครมา  

 

เขมินท์ไม่น่าปล่อยให้เตชิตได้เข้าใกล้ลูกแบบนี้เลย สอนอะไรลูกกันผู้ชายคนนี้! 

 

“เป็นเด็กก็ควรรู้ไว้ไม่เสียหายสักหน่อย ไปครับโมเดลกินข้าวเสร็จก็ขึ้นไปอาบน้ำกับพ่อดีกว่า อยู่ตรงนี้มีแต่คนขี้บ่น” เตชิตจูงมือลูกชายเดินขึ้นห้องหนีไป เพราะรู้ดีว่าเขมินท์และคุณแม่จะพูดอะไรต่อจากนี้  

 

เตชิตไม่เห็นว่าตนเองจะผิดตรงไหนเลย ก็แค่สอนลูกชายในแบบของตัวเองก็เท่านั้น คุณแม่กับเขมินท์ก็จริงจังเป็นพวกวัยทองไปได้ เหอะ! 

 

 

“คุณเตชิตคุณไม่ควรจะสอนลูกพูดแบบนั้นนะครับ คำพูดแก่แดดพวกนั้นพอลูกพูดตามแล้วดูเป็นเด็กไม่น่ารักเลยสักนิด คุณอยากให้ลูกเป็นแบบคุณงั้นเหรอ” หลังจากที่กลับมาจากส่งโมเดลเข้านอนและกลับมายังห้องนอนของตนเองแล้ว เขมินท์ก็พูดคุยกับเตชิตถึงเรื่องบนโต๊ะอาหารที่เตชิตกับโมเดลสร้างเรื่องไว้ทันทีที่เข้ามาในห้อง  

 

“ไม่เห็นจะเป็นอะไร โมเดลเป็นเด็กผู้ชายจะมาเรียบร้อยมากก็ไม่ดี” เตชิตเถียงกลับทันทีเพราะต้องการเอาชนะและเตชิตก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหนที่เตชิตจะสอนลูกพูดแบบนั้น เป็นเขมินท์ต่างหากที่เรื่องเยอะไปเอง ไร้สาระ! 

 

“ถ้าสอนลูกไม่เป็นก็อย่าสอนครับ อย่าหาว่าผมสอนเลยนะครับ คนแบบคุณก่อนจะสอนลูกควรสอนตัวเองก่อนด้วยซ้ำ” เขมินท์พูดตอบกลับออกมาเมื่อเตชิตพูดไม่เข้าหูของตนเองและยังเป็นคำพูดที่ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี แม้เขมินท์จะไม่แปลกใจเลยก็เถอะถ้าเตชิตจะสอนโมเดลแบบนี้ เพราะถ้าถามหาความรับผิดชอบเตชิตก็ไม่เคยมีมันอยู่แล้วเพราะเก่งแต่เอาเงินฟาดหันคนอื่นลูกเดียว 

 

“อย่าปากดีให้มากนักเขมินท์” 

 

“ผมพูดความจริง ทำไมคุณถึงไม่ยอมรับฟัง” 

 

“เพราะคนอย่างนายไม่มีสิทธิ์มากสอนฉันไง เป็นแค่แม่ของโมเดลอย่ามาทำตัวเป็นแม่ฉันอีกคน” 

 

“ถ้าผมมีลูกแบบคุณผมไม่มีดีกว่าครับ สอนยาก อะไรดีๆก็ไม่รู้จักจำ โตขึ้นก็เป็นเด็กเจ้าปัญหาเจ้าอารมณ์ นี่ผมพูดเฉยๆนะครับไม่ได้ด่า เฮ้อ… วันนี้ผมเหนื่อยคงต้องขอตัวไปอาบน้ำและขอตัวพักผ่อน หวังว่าคุณคงจะไม่รบกวนการพักผ่อนของผมนะครับ” เขมินท์พูดจบก็เดินผ่านตัวเตชิตเข้าไปในห้องน้ำและก็ไม่ลืมล็อกประตูให้แน่ใจว่าผู้ชายอารมณ์ร้อนอย่างเตชิตจะผลักประตูเข้ามาหาเรื่องเขมินท์ได้ เพราะเขมินท์พูดจากวนอารมณ์ไปขนาดนั้นเตชิตคงโกรธจะหัวร้อนเป็นแน่ 

 

และก็เป็นอย่างที่เขมินท์คิด ตอนนี้เตชิตรู้สึกหงุดหงิดและรู้สึกหัวร้อนสุดไปเลย ตนเองนั้นอยากจะจับคนปากดีอย่างเขมินท์เหวี่ยงกระแทกกับกำแพงแรงๆให้เจ็บปวดและสาสมกับความปากดีนั่นเป็นที่สุด 

 

“อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้นายปากดีใส่อยู่แบบนี้เถอะเขมินท์” เตชิตพูดพร้อมยิ้มร้ายออกมาก่อนจะเดินไปเข้าห้องแต่งตัวที่มีทางเชื่อมอยู่กับห้องน้ำที่เขมินท์ไม่รู้ พอเข้ามาในห้องแต่งตัวเตชิตก็ถอดเสื้อผ้าออกและเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะเปิดประตูอีกฝั่งออกเบาๆก่อนจะเห็นเขมินท์กำลังยืนอาบน้ำอยู่โดยหันหลังให้ 

 

เขมินท์เองที่ไม่รู้ว่ามีภัยร้ายย่างกลายเข้ามาจากทางด้านหลัง ก็ไม่ทันได้ระวังตัวอะไรนอกจากตั้งใจอาบน้ำให้เสร็จเร็วๆ แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจขึ้นเล็กน้อยเมื่ออุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนไปเป็นเย็นจัดและพอจะหันไปปิดก็ถูกจับเหวี่ยงเข้ากับกำแพงพร้อมร่างของเตชิตที่เปลือยเปล่าเดินเข้ามาแนบชิด 

 

“คุณเตชิตคุณเข้ามาได้ยังไง!” 

 

“มาจัดการคนปากดีแบบนายไงเขมินท์ กลัวงั้นเหรอแต่มันช้าไปแล้วเพราะนายจะออกจากห้องน้ำไม่ได้จนกว่าฉันจะพอใจ” 

 

“คุณจะทำอะไร… อย่าแม้แต่จะคิดนะคุณเตชิต” เขมินท์พูดด้วยน้ำเสียงต่ำเหมือนข่มขู่และพยายามขยับตัวให้พ้นจากร่างกายของเตชิตแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเตชิตจับแขนเขมินท์ไว้แน่นจนขยับไม่ได้ 

 

“คนแบบนายถ้าไม่เจ็บก็คงจะปากดีไปเรื่อยๆ เพราะแบบนี้ไงถึงต้องสั่งสอนให้นายจำให้ขึ้นใจไงเขมินท์ว่าอย่าปากดีใส่คนอย่างฉัน” 

 

“ผมไม่อยากจำ คุณเตชิตเอามือออกไปนะ อย่าจับ…. อื้อ!” ยังไม่ทันที่เขมินท์จะพูดจบประโยค เตชิตก็ก้มลงมาปิดปากของเขมินท์ทันที และพอเขมินท์ที่ได้รับสัมผัสจากเตชิตก็พยายามจะดิ้นหนีและแม้จะดิ้นจนสุดแรงก็ไม่อาจจะหลุดพ้นออกไปได้ก็ตาม….. 

 

น้ำจากฝักบัวตกกระทบร่างกายของทั้งคู่ท่ามกลางเสียงร้องอื้ออึงในลำคอของเขมินท์ที่ร้องประท้วงไม่หยุด การกระทำของเตชิตในตอนนี้เขมินท์ไม่คิดจริงๆว่าเตชิตจะใช้วิธีนี้เอาคืนตนเอง 

 

“ร้องไห้งั้นเหรอ อย่าใช้น้ำตาของนายมายั่วให้ฉันใจอ่อนเลยเพราะฉันจะเอาคืนนายให้สาสมที่สุดเขมินท์” เตชิตมองใบหน้าเคล้าน้ำตาของเขมินท์ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายให้  

 

เตชิตจะเอาคืนเขมินท์ให้สาสมและอย่าหวังว่าน้ำตาจะช่วยเขมินท์ให้รอดพ้นจากเตชิตในคืนนี้ได้เลย! 

 

“คุณเตชิตผมขอร้อง อย่าทำ” เขมินท์ร้องอ้อนวอนหวังว่าเตชิตคงจะเห็นใจและยอมปล่อยเขมินท์ให้ออกจากห้องน้ำโดยสภาพที่สมบูรณ์และการกระทำในครั้งนี้เตชิตแค่ขู่เขมินท์เล่นเท่านั้น 

 

“หึ โทษตัวเองแล้วกันนะเขมินท์ที่ปากดีจนได้เรื่อง” จบประโยคเตชิตก็รุกรานร่างกายของเขมินท์จนแทบไม่มีช่องว่าง เขมินท์เองก็พยายามฝืนร่างกายให้หลุดจากการรุกรานของเตชิตแต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำยังทำให้เตชิตเข้าไปแนบชิดกับเขมินท์ยิ่งกว่าเดิม  

 

แผ่นอกของเขมินท์ถูกเตชิตขบเม้มจนแดงช้ำไปทั่ว เขมินท์กลั้นเสียงไว้ไม่ให้ร้องออกมาเพราะเขมินท์ไม่ได้รู้สึกเต็มใจเหมือนตนเองในอดีตที่ยอมมอบกายให้อีกคนได้เชยชม แต่คนร้ายกาจอย่างเตชิตก็ทำให้เขมินท์โอนอ่อนได้ไม่ยากเพราะเตชิตจำได้ว่าในคืนนั้นถ้าเตชิตขบเม้มใบหูของเขมินท์เมื่อไร เขมินท์ก็จะไร้แรงขัดขืนทันที เพราะตรงนั้นคือจุดอ่อนของเขมินท์…. 

 

เตียงนอนหลังใหญ่ในตอนนี้เปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำจากกายเมื่อเตชิตอุ้มเขมินท์ที่ไร้เรี่ยวแรงมาโยนลงบนเตียงก่อนจะใช้เนคไทด์ที่อยู่ไม่ไกลมือมัดเข้าที่ข้อมือของเขมินท์ที่เตชิตรั้งไว้เหนือศรีษะติดหัวเตียง หลังจากจัดการเขมินท์ไม่ให้ดิ้นหนีได้แล้วก็ใช้ฝ่ามือของตนเองบีบเค้นสะโพกที่อวบอิ่มของเขมินท์ ก่อนจะใช้มือดันขาของเขมินท์ที่พยายามหนีบไว้ให้แยกออกจากกันจนเผยให้เห็นทุกส่วนชัดขึ้น 

 

ช่องทางรักของเขมินท์และแก่นกายที่ปริ่มน้ำในส่วนปลายทำให้เตชิตยกยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเจลในลิ้นชักบนหัวเตียงแล้วจัดการบีบลงบนฝ่ามือและชโลมไปทั่วนิ้วก่อนจะส่งเข้าไปทักทายช่องทางรักของเขมินท์ 

 

“ยะ อย่านะคุณเตชิต ผมเจ็บ…” เขมินท์ร้องบอกด้วยความรู้สึกเจ็บกับการที่เตชิตสอดนิ้วเข้ามาในช่องทางรักของตนเองอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะตั้งแต่ที่เขมินท์มีอะไรกับเตชิตในครั้งนั้น ตนเองก็ไม่เคยมีอะไรกับใครอีกเลยแม้แต่คนเดียวและการที่เตชิตพยายามล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายเขมินท์แบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บจนน้ำตาไหล แต่เตชิตก็ไม่สนใจเขมินท์ที่น้ำตาเริ่มรินไหลอีกครั้งก่อนจะส่งนิ้วมือเพิ่มเข้าไปอีกจนไปเจอจุดสัมผัสของเขมินท์เตชิตก็ขยับนิ้วตอกย้ำเข้าไปตรงนั้นย้ำๆจนเขมินท์หลุดครางเสียงหวานออกมาพร้อมกับน้ำรักที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนไหลไปเปื้อนต้นขาด้านในของเขมินท์ 

 

สวบ กึก….. 

 

“อ๊ะ.. ผมเจ็บ อย่าขยับเข้ามานะ” เขมินท์ร้องบอกเมื่อเตชิตดึงนิ้วออกแล้วค่อยๆดันแก่นกายของตนเองเข้ามาแทนที่ และช่องทางรักของเขมินท์ก็ค่อยๆดูดกลืนแก่นกายของเตชิตเข้าไปเรื่อยๆ แม้เขมินทร์จะร้องบอกว่าเจ็บทั้งน้ำตาแต่เตชิตก็ขยับเข้าไปจนสุดอยู่ดี 

 

“ไอ้วศินอะไรนั่นก็คงเคยซ้ำรอยฉันสินะถึงระริกระรี้คุยกับมันเสียงหวาน ร่านจริงๆ ดูสิว่าเจอแบบนี้ยังจะร่านกับมันอีกมั้ย” เตชิตพูดขึ้นมาเสียงเข้มก่อนจะเริ่มขยับกายเข้าออกและพอพูดถึงชื่อของวศินเตชิตก็ขยับกายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเสียงเตียงดังเอี๊ยดอาดไปลั่นห้อง 

 

“ปะ ปากเสีย ผมไม่ได้ทำตัวแบบนั้นสักหน่อย อื้อ!” 

 

“ให้มันจริงอย่างที่ปากพูดเขมินท์ เพราะถ้านายไปมีพ่อใหม่ให้โมเดลเมื่อไร ฉันจะไม่ให้นายเห็นหน้าลูกอีก” เตชิตไม่ได้ขู่แต่เตชิตจะทำจริงๆ ในเมื่อเตชิตเป็นพ่อของโมเดลเตชิตก็มีสิทธิ์ในตัวของโมเดลและมีสิทธิ์ในตัวของเขมินท์ด้วย! 

 

เขมินท์เองที่ถูกป้อนสัมผัสให้ไม่หยุดและไม่อาจขัดขืนทั้งทางร่างกายและจิตใจส่วนลึกของตนเองได้ ก็ทำได้เพียงแต่ทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เท่านั้น เพราะถึงแม้ร่างกายของเขมินท์แม้จะอยากปฏิเสธสัมผัสของเตชิตมากเพียงใดแต่เขมินท์รู้ดีว่าลึกๆภายในใจของตนเองนั้นไม่อาจจะปฏิเสธทุกสิ่งที่เตชิตมอบให้อยู่ดี 

 

ไม่อาจปฏิเสธได้เหมือนในครั้งนั้นจริงๆ 

  

 

 

................................................................................................... 

 

  

ความคิดเห็น