MaschenY
facebook-icon

ถึงเวลาเล่าเรื่องราวของรุ่นลูกอย่าง ดิน ลูกชายคนโตของดนัยและพลอยไพลินแล้วครับ

ตอนที่ 40 ปอบม้าล้านนา ตอนจบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 ปอบม้าล้านนา ตอนจบ

คำค้น : ป่า คดีความ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 169

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 01:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 ปอบม้าล้านนา ตอนจบ
แบบอักษร

ยิมและโต้งที่เผ่นมาเป็นคู่แรกกำลังพักหายใจกันอยู่ 

"แฮ่กๆๆ เรามาไกลแค่ไหนวะเนี่ย?" 

ยิมบ่น 

"หวังว่ามันจะไม่ตามเรามานะพี่" 

โต้งว่า 

"มึงมีไม้ทำไมไม่ฟาดมันซักผั่วะวะ?" 

ยิมมองท่อนไม้ในมือของโต้ง 

"กระสุนยังทำไรไม่ได้ แล้วจะให้ผมเอาไม้ฟาดเนี่ยนะ" 

โต้งขมวดคิ้ว 

"เรากลับไปตามพวกนั้นกันมั้ยวะ?" 

ยิมถามอย่างเหนื่อยอ่อน 

"ผมว่า เราให้พวกนั้นมาหาเราจะดีกว่านะ" 

แต่ยังไม่ทันที่ยิมจะได้ตอบอะไร 

'กรุบกรับๆๆๆๆๆๆ' 

เสียงฝีเท้าม้าควบมาจนได้ยินเสียงชัดเจน!! 

"แม่งเอ๊ย วิ่งโว๊ย!" 

ยิมร้องบอกโต้ง 

"พี่มีพวกไข่ดิบบ้างมั้ย อะไรก็ได้ที่ดิบๆอ่ะ" 

โต้งถามไปวิ่งไป 

"ของแบบนั้นใครจะมีวะ!" 

ยิมตอบ 

"งั้นก็ใส่เกียร์หมาเถอะพี่!" 

โต้งว่าก่อนจะวิ่งแซงไป 

"ไอ้โต้ง! รอกูด้วย!" 

ฝ่ายถูกแซงร้องบอก 

ทั้งคู่วิ่งหนีปอบม้าที่บังเอิญผ่านมาพบกัน 

มันไม่อาจยอมให้คนที่เห็นหน้ามันรอดไปได้ จึงวิ่งลุยป่าตามมาอย่างไม่ลดละ 

อีกด้านหนึ่ง 

จ่ายักษ์และหมู่คำปันใจดีสู้ผี 

เขาทั้งสองตามรอยของพวกนั้นมาอย่างระมัดระวัง 

และสะดุ้งทุกครั้งที่มีเสียงแปลกๆเกิดขึ้น 

"เราจะทำอะไรมันได้วะ" 

จ่ายักษ์ถาม 

"เคยได้ยินว่าถ้าเอาท่อนไม้ฟาดที่หัวมันได้มันจะหนีไป" 

หมู่คำปันบอก 

"แล้วทำไมมึงไม่บอกตั้งกะตอนนั้น ไอ้นี่" 

จ่ายักษ์บ่นอุบ 

"พูดเหมือนฉันบอกไปแล้วพี่จะกล้าฟาดมันงั้นแหละ" 

อีกฝ่ายดักคอ 

"ถึงกูจะกล้าฟาด แต่คงต้องกระโดดสุดแรงแหละมึงก็เห็นว่ามันตัวใหญ่ขนาดไหน" 

จ่ายักษ์นึกภาพเมื่อครู่ที่มีร่างของครึ่งคนครึ่งม้ายืนอยู่ตรงหน้าก็ขนลุกแล้ว 

ทั้งคู่เดินเข้ามาในทีแรก จากนั้นเปลี่ยนเป็นเดินเร็ว 

และตอนนี้ก็เริ่มจะวิ่งเหยาะๆกันแล้วเพราะดูจากรอยแล้ว ยิมและโต้งเข้าป่าข้างทางมาไกลพอควร 

ทำให้เกิดความเป็นห่วงว่าจะไปพลาดตกเหวหรือหน้าผารึเปล่า 

"มึงจับปืนให้มั่น เดี๋ยวกูจะฟาดมันให้ดู" 

จ่ายักษ์คุยโวหลังจากกำลังใจเริ่มกลับมา 

"อย่าโม้นะมึง" 

หมู่คำปันบอก 

"มึงเคยเห็นกูโม้เหรอไอ้ปัน" 

อีกฝ่ายถาม 

"มึงก็โม้ตลอดแหละพี่" 

หมู่คำปันตอบหน้าตาเฉย 

จ่ายักษ์จะเถียงต่อ แต่ทว่า 

'ซวบๆๆ กรุบกรับๆๆๆๆ' 

เสียงของสิ่งที่พวกเขาวิ่งหนีมันอยู่เบื้องหน้าไม่ห่างกันนัก 

สงสัยว่ายิมและโต้งจะพากันหนีแบบซิกแซกเพื่อให้มันสับสน 

แต่มันก็ไม่ควรจะสับสนแบบนี้ 

'เจอแล้ว พวกมึง...พวกมึงง' 

เพราะตอนนี้ไอ้ตัวที่ตามพวกนั้นอยู่มันมาเจอะเอากับจ่ายักษ์และหมู่คำปันแล้ว!! 

"ไอ้ยิมไอ้เวร!" 

จ่ายักษ์สถบ 

'เปรี๊ยงงๆๆๆๆๆๆ!' 

หมู่คำปันรัวปืนลูกซองในมือจนลูกหมด 

เขาปั้มกระสุนออกอย่างรวดเร็วทำให้ราวกับว่าตัวเองยิงปืนกลอยู่ 

"กระสุนหมดแล้วพี่!" 

ก่อนจะร้องบอกจ่ายักษ์ 

"ใส่ใหม่สิวะไอโง่!" 

อีกฝ่ายบอกมาก่อนจะชักปืนสั้นมายิงบ้าง 

'เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ' 

'มึงตาย...มึงตายยยยย!' 

ฝ่ายถูกยิงกำลังโกรธอย่างหนัก! 

"ไม่น่าเชื่อไอ้โต้งมันเลย ปืนกูเลยวางไว้ที่แคมป์โน่น" 

จ่ายักษ์บอกพลางจับไม้ในมือให้มั่น 

"กระสุนที่เรายิงทำห่าอะไรมันไม่ได้เลยว่ะพี่" 

หมู่คำปันบอก 

"มันมีร่างเนื้อ แล้วทำไมถึงทำอะไรไม่ได้วะ" 

แต่ก็ที่ใครจะตอบใคร 

ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าก็ยกขาหน้าขึ้นเหมือนในคราแรก 

"ชิบหาย!" 

หมู่คำปันบอก 

'ตุ๊บ!' 

มันกระทืบเท้าลงบนพื้นเปล่าๆเพราะหมู่คำปันพุ่งหลบไปด้านหลัง 

"ก้มต่ำซักทีนะมึง!" 

จ่ายักษ์ร้องขึ้นเมื่อส่วนหัวของสิ่งประหลาดนั้นอยู่ในระยะทำการของท่อนไม้ 

'ผั้วะ!!!!' 

ก่อนจะฟาดไปสุดแรงเกิด 

'อั่ก...' 

มันเซไปตามแรงฟาดทันที! 

"ฟาดต่อไปจ่า!" 

เสียงของยิมที่ย้อนตามรอยมาดูร้องขึ้น 

"มาช่วยแล้วพี่!" 

โต้งวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วพร้อมท่อนไม้ในมือ! 

ก่อนจะกระโดดฟาดกันไปคนละทีสองที 

จนปอบม้าตัวนั้นทนไม่ไหว 

มันถีบและเตะมั่วๆจนโดนโต้งกระเด็นไป 

"ไอ้โต้ง!" 

จ่ายักษ์ร้อง 

"ไม่เป็นไร...แค่นี้จิ๊บๆ" 

โต้งลุกมาบอกด้วยสีหน้าเจ็บปวด 

"มึงตาย!" 

เมื่อเห็นว่าปอบม้าไม่อาจทนกับแรงฟาดของไม้ได้เขายิ่งได้ใจ 

'ทำไมพวกมึงถึงทำกูได้..ทำไม' 

มันพูด 

"มึงทำกูก่อนนะไอ้เวรนี่" 

จ่ายักษ์ร้องอย่างเดือดดาล 

ก่อนจะฟาดลงไปสุดแรงอีกครั้ง! 

'ผั้วะ!!' 

คราวนี้มันล้มไปกองกับพื้น 

แต่ไม่ถึงสามวิมันก็ลุกขึ้นมาแล้วเริ่มออกวิ่งหนีไป 

'กูจะฆ่าพวกมึง กูจะฆ่า..' 

มันร้องไปตลอดทางที่วิ่งหายไป 

"มาดิวะไอ้ห่า มึงกลับมานี่!" 

ฝ่ายมนุษย์พากันร้องท้าทายอย่างได้ใจ 

ก่อนจะหัวเราะกัน 

"มึงเห็นมันป่ะตอนกูฟาดตะกี้อ่ะ" 

จ่ายักษ์คุยโว 

"ผมบอกแล้วว่าเอาไม้ฟาดมันได้" 

โต้งบอก 

ทั้งสี่กำลังเดินกลับที่พักอย่างกล้าๆกลัวๆ 

เพราะไม่รู้ว่าาไอ้เจ้าปอบม้าหรือผีม้าบ้องเจ้ากรรมจะไปดักรออยู่รึเปล่า 

"ทำไมมันถึงโดนไม้ฟาดได้วะ ทั้งๆที่กระสุนทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ?" 

ยิมถาม 

"พวกนี้มันมีของกัน อยู่ยงคงกระพันธ์อะไรเทือกนั้นแหละพี่" 

โต้งอธิบาย 

"จะว่าไปกูเคยได้ยินเรื่องนึงนะ ว่าพวกทีของฟันแทงไม่เข้ายิงไม่ออกอ่ะโดนไม้รุมฟาดตายได้" 

หมู่คำปันบอก 

"อย่างที่พี่ว่าแหละ" 

โต้งบอก 

"ว่าแต่ ทำไมมึงเหมือนรู้วิธีพูดคุยแบบคนเมืองวะโต้ง?" 

จ่ายักษ์ถาม เพราะสังเกตุมานานแล้ว 

"ผมเคยเรียนที่โรงเรียนตชด.แล้วก็เคยลงไปช่วยงานญาติในเมืองอยู่บ้างครับ" 

เด็กหนุ่มบอกตามความจริง 

"อายุเท่าไหร่แล้ว?" 

หมู่คำปันถาม 

"ปีนี้สิบเก้าครับ" 

คนถูกถามตอบ 

"กล้ามากที่ตามมาด้วย กูถูกใจมึงว่ะสนใจมาทำงานกับพวกกูมั้ยถ้าอายุยี่สิบแล้วน่ะ" 

จ่ายักษ์บอก 

"จะ..จริงเหรอครับ!" 

โต้งถามอย่างดีใจ 

"เฮ้ยๆ กูจองก่อน" 

ยิมพูดบ้าง 

"อะไรๆ พวกกูมีสองนะโว๊ย" 

หมู่คำปันบอก 

"ไม่เอาน่า คนก็ไม่ค่อยมีทั้งคู่นี่ฮ่าๆๆๆ" 

ยิมว่า 

ก่อนที่ทั้งหมดจะหัวเราะกัน 

ความตึงเครียดเมื่อครู่ได้ผ่อนคลายลงบ้าง 

ดีแค่ไหนที่โต้งแนะนำวิธีรับมือได้ถูกต้อง 

ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะฝืนเอาปืนยิงมันต่อไปจนกระสุนหมด 

และโดนมันทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด 

พวกเขากลับมายังที่พักก็พบว่าไม่มีวี่แววของผีม้าบ้องที่มารังควานดักรออยู่ 

จ่ายักษ์มองดูนาฬิกา 

ตีสองยี่สิบนาทีคือเวลาในปัจจุบัน 

ทั้งหมดช่วยกันก่อไฟขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะนั่งกันต่อโดยพลัดกันอยู่ยาม 

และท่อนไม้ก็ไม่พลาดที่จะวางไว้ใกล้มือเผื่อว่าผีม้าบ้องจะกลับมาแก้แค้นพวกเขา 

ทางด้านหมวดเจต 

"เสียงปืนดังในที่ไกลๆ รัวมากเลย!" 

หมอโชคร้องบอก 

"อาจจะเป็นพวกเรานี่แหละ คงเจอกับอะไรเข้า" 

จ่าเย็นที่ลุกมาฟังบอกเรียบๆ 

"ขอให้มันจบด้วยดีเถอะวะ" 

หมวดเจตว่าก่อนจะถอนหายใจ 

"ป่านนี้ดินมันจะเป็นยังไงบ้างวะ" 

จ่าเย็นพูดกับตัวเองเบาๆ 

"พี่เย็น...ฉันเชื่อว่าพวกนั้นต้องปลอดภัย หมวดดินด้วย" 

จ่าพากลืมตามา 

"รู้สึกตัวแล้วเหรอ!" 

หมอโชคพุ่งมาดูอาการทันที 

"ครับ แต่เจ็บแผลอยู่" 

คนเจ็บยอมรับ 

"ผมลองใช้การเย็บแผลแบบใหม่ รอยแผลมันจะหายไวขึ้น" 

หมอบอก 

"แล้วก็กินยาตามที่ผมให้ ก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะครับ" 

เขายิ้มให้คนไข้ 

"ขอบคุณหมอมากนะที่ช่วยผมไว้...อีนั่นล่ะ?" 

จ่าพากถาม 

"มันเป็นพวกนั้นตั้งแต่แรก มาถ่วงเวลาเราหรือมาเพื่อจะเก็บเราอันนี้ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้มันไปรวมหัวกันแล้ว" 

จ่าเย็นบอกเสียงสั่นเพราะความโกรธ 

"จริงๆ นายน่าจะสังเกตุอาการของหมวดดินออกนะ" 

พรานคำพูดบ้างหลังจากเงียบไปนาน 

"ดินมันสนใจในตัวนังนั่นผิดปกติใช่มั้ย?" 

หมวดเจตถาม 

"มองไม่คลาดสายตาเลยล่ะครับ" 

หมอโชคตอบแทน 

หมู่จ๊าบและขุ่นกลับมาจากเดินตรวจพอดีเห็นจ่าพากฟื้นแล้วก็เข้าไปหา 

"รอดแล้วนะพี่ ฟาดเคราะห์แล้วกัน" 

หมู่จ๊าบบอก 

"เออ ถ้ากูเจอมันอีกกูจะตบให้กลิ้งเลย" 

คนเจ็บบ่น 

"ตบจูบนะโว๊ย" 

หมวดเจตบอก 

"เข้าท่า!" 

จ่าพากว่า 

แล้วทั้งหมดก็ขำกันเบาๆ 

หลังจากนั้นพรานคำก็สะกิดจ่าเย็นเบาๆ 

"คุยกันหน่อย" 

แกเอ่ยเรียบๆ 

"ได้สิพราน" 

แล้วทั้งคู่ก็ขอตัวไปคุยกัน 

"เรื่องอะไร?" 

จ่าเย็นถามหลังจากแยกออกมากันแล้ว 

"รู้มั้ยว่าหมวดดินเลี้ยงอะไรไว้" 

พรานคำถามกลับ 

"เลี้ยงอะไรอ่ะ หมาก็ไม่แมวก็ไม่..อ๋อปลากัดไง" 

จ่าเย็นตอบ 

"ไม่ใช่ ตอนหมวดดินโดนน้ำซัดไปผมมองไปเห็นผู้หญิงแก่อยู่กับเขา" 

พรานคำพูดความจริงที่เห็นมา 

"อันนี้ไม่เคยบอกนะ" 

จ่าเย็นสีหน้าเครียดลง 

"ไม่ต้องเครียดหรอก ตอนนั้นสิ่งนั้นมันพยักหน้าบอกผมเหมือนกับจะสื่อว่าไม่ต้องห่วง" 

พรานคำบอกเรียบๆ 

"ผมเรียกมาถาม เผื่อจ่ารู้แค่นั้นแหละเพราะพลังของมันล้นเหลือมากๆ" 

แกทิ้งท้าย 

"หมายความว่าดินมีสิ่งนั้นช่วยคุ้มครองอยู่สินะ?" 

จ่าเย็นถาม 

"จะเข้าใจอย่างนั้นก็ได้ เหมือนกับมีพรายกระซิบนั่นแหละ" 

พรานคำบอก 

"เฮ้อ ค่อยสบายใจบ้างนี่ก็สองวันแล้วที่หลงกัน" 

จ่าเย็นนึกถึงดินคู่หูของเขา 

แล้วทั้งคู่ก็คุยอีกนิดหน่อย ก่อนจะเดินกลับไปรวมกลุ่ม 

ตอนนี้ดินจะเป็นยังไงบ้าง แล้วพวกจ่ายักษ์รึเปล่านะที่ยิงปืนถี่ยิบเมื่อครู่ 

เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของทางฝั่งนี้ 

ทางด้านดิน 

กองไฟหน้าถ้ำยังคงสว่างอยู่อย่างน่าแปลกใจ 

ถ้าคนปกติคงจะสงสัยไปแล้ว 

แต่ดินกลับไม่ใส่ใจ เพราะมันคือไฟผีที่ยายบัวทำไว้ 

ไฟจะติดอยู่อย่างนั้นจนกว่าดินจะมาดับมัน 

ร่างสองร่างกำลังหลับสนิทอยู่ในถ้ำ 

ดินลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงของหมาในหอน 

เขาพบว่าจิ้นที่น่าจะนอนในถุงนอนของเขากำลังนอนหลับทับขาของเขาอยู่ 

ส่วนถุงนอนก็มาอยู่ที่ตัวเขาแทน 

'อะไรของเธอ?' 

ดินถามในใจอย่างไม่เข้าใจ 

'แม่นี่ลุกมาจัดการให้มันเป็นแบบนี้เองเลยนะนาย' 

ยายบัวกระซิบ 

'เสียงเมื่อกี้ล่ะ?' 

ดินถาม 

'พวกฝูงนั้นแหละ แต่ไกลมาก' 

ยายบัวบอก 

'งั้นก็ฝากด้วยนะ ชั้นขอพัก' 

เขาบอกก่อนจะขยับตัวเพื่อจะนอนใหม่ 

เมื่อมองจิ้น 

มือของเขาก็เผลอไปลูบผมของหล่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ผมที่นุ่มราวกับว่าดูแลมาอย่างดีทำให้เขาประหลาดใจ 

"งืม...สบาย" 

เธอละเมอเบาๆ 

"เสือรึแมว หึๆ" 

ดินพูดก่อนจะล้มตัวลงนอนใหม่ในท่าเดิม 

ก่อนจะผลอยหลับไปอย่างง่ายดาย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}