email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 30 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 30 {100%}
แบบอักษร

 

“นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว พี่ว่าเราไปทานข้าวที่แคนทีนฟู๊ดคอมพานีไหม อาหารที่นั่นอร่อยมากนะ มีหลายอย่างมากเลย เดี๋ยวพี่ยินดีเป็นไกด์ให้ไม่คิดตังค์เลยครับ” ฉันหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบพี่คิม 

“โอเคค่ะ”                                          

“งั้นเราไปกันเลยไหมครับ” ฉันพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินไปทานข้าวเที่ยง สถานที่พักเที่ยงก็ใหญ่มากและเพียงพอสำหรับพนักงานเกือบหนึ่งพันคนเลยทีเดียว อาหารของที่นี่ก็ มีหลายหลายสัญชาติ น่าทานทั้งนั้นและฉันเลือกที่จะลองทานอาหารไทยดู  

“คึกคักมากเลยนะคะพี่คิม” ฉันมองไปรอบๆแคนทีนของบริษัท ทุกคนดูกำลังทานอาหารกันอย่างอร่อย แสดงว่าอาหารของที่นี่ถือว่าสุดยอด ที่ทำให้คนไม่ยอมออกไปทานข้าวเที่ยงข้างนอกได้ 

“แบบนี้แหละครับน้องนินาว พักเที่ยง คนจะเยอะเป็นพิเศษเพราะเขาไม่อยากลงไปหาอะไรทานข้างนอกเท่าไหร่ เพราะเสีย่งรถติดแล้วเวลาพักก็น้อยด้วย ” ฉันยิ้มให้กับคำตอบของพี่คิม ก่อนจะลงมือทานอาหาร แต่สายตาเกือบทั้งหมด ก็มองมาทางฉันส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเพราะฉันก็ถูกจัดว่าสวยมากคนหนึ่ง แต่นี่ไม่ได้อวยตัวเองนะคนอื่นเขาพูดกันมากกว่า ส่วนสายตาผู้หญิงก็มีทั้งชื่นชม ทั้งอิจฉา มันก็เป็นธรรมดาแหละเนอะสังคมผู้หญิง มีทั้งดีกับไม่ดีปะปนกันไป 

“มึงจะมากินข้าวเที่ยงที่แคนทีนบริษัททำไมว่ะไอ้ฟิว ปกติก็ไปกินที่ร้านประจำนี่หว่า ร้อยวันพันปีกูไม่ยักจะเห็นมึงอยากมา”  

“นั่นดิ วันนี้คึกอะไรถึงมากินที่นี่ คนอย่างเยอะ” 

“เออน่า มึงสองคนอย่าถามให้มันมากได้ไหมว่ะ เห็นไหมเพราะมึงสองคนแท้ๆเลยแม่งมาช้าเลยไม่มีที่นั่งแล้วเนี้ย” ฉันกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกับเพื่อนๆพี่คิมเพราะฉันยังไม่รู้จักใครเลย และฉันก็ได้ยินเสียงใครบางคนที่ตามมาหลอกหลอน ยิ่งได้ยินเสียงเขา การเจริญอาหารของฉันก็ดูเหมือนจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จนพี่คิมสงสัยว่าทำไมฉันถึงหน้านิ่ง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ยิ้มก็หัวเราะกับพวกพี่เขาอยู่เลย   

“ใครจะไปรู้ว่ะ กูก็นึกว่ามึงพูดเล่นนี่หน่า” 

“ช่างเรื่องเหอะ หาโต๊ะนั่งก่อนดีกว่า แต่เอ๊ะ กูว่าพวกเราได้โต๊ะนั่งแล้วว่ะมึง ฮึๆ รีบไปซื้อข้าวกันเพื่อน” ฉันเผลอสบตากับเขาอย่างจัง แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องมานั่งตรงโต๊ะของฉันกับพี่คิมนั่งอยู่นี่นะ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันภาวนาจะไม่เป็นผลและมันก็ช้าไปแล้วด้วย ทั้งสามหนุ่มคนเดินมาถึงที่โต๊ะแล้วหละ 

“พี่คิม พวกผมขอนั่งด้วยนะพี่ พอดีโต๊ะในแคนทีนเต็มหมดแล้ว”  

“มาๆๆ พวกมึง นั่งด้วยกันนี่แหละ” พี่คิมชวนทั้งสามคนนั่ง เพราะโต๊ะที่เหลืออยู่นั้นมีเก้าอี้อีกสามตัวพอดิบพอดีอย่างกะจับมาวางไว้อย่างงั้นแหละ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นเนี้ย แถมคนที่ฉันไม่อยากเห็นหน้าก็นั่งลงอยู่ข้างฉัน แถมยังเขยิบเก้าอี้ให้มาใกล้มากขึ้นกว่าเดิมอีก จนฉันต้องจิกตาใส่ส่วนเขาก็นั่งยิ้มมองหน้าฉันอยู่แบบนั้น ดูจะมีความสุขมากสินะที่หาเรื่องมากวนฉัน  

“แล้วพวกมึงรู้จัก น้องนินาวกันหรือยังรุ่นเดียวกันนี่” พี่คิมหันไปถามสามคน แต่คนที่ตอบกลับเป็นคนที่นั่งติดกับฉันเนี้ยแหละ  

“รู้จักสิครับ รู้จักดีเลยหละพี่คิม” ดูเขาพูดสิคะทุกคน ทำให้ทุกคนบนโต๊ะมองเขากับฉันกันหมด จนฉันได้แต่ถลึงตาใส่เป็นเชิงบอกว่าห้ามพูดอะไรเด็ดขาดเลย แต่บอกไปก็เท่านั้นเพราะคนกวนประสาทยังมาหน้ามามองฉันแล้วก็ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อฉันทำอะไรเขาไม่ได้ก็เลยมองหน้าเขานิ่งๆ และเย็นชาใส่เขาแทน พอเจอสีหน้าของฉันแบบนี้เข้าไปเขก็เลิกยักคิ้วหลิ่วตาใส่ ทำหน้าหงอลงทันที ฮึ นึกว่าจะแน่ 

“เอ่อ คือพวกผมกับนินาวเรียนมาด้วยกันหนะครับพี่ ” โฟสส์พูดดักขึ้นไม่ให้ฟิวเจอร์พูดต่อ เพราะถ้าเขาพูดฉันบอกได้เลยว่าไม่แคล้วพูดแสดงความเป็นเจ้าของฉันอีก แต่เขาจะพูดยังไงก็ตามนามันคืออดีตไปแล้ว  

“เออว่ะกูก็ลืมไป พี่ก็เคยเรียนที่มหาลัยเดียวกันกับนาวนั่นแหละครับ” ฉันยิ้มให้พี่เขา โดยไม่สนใจสายตาที่มองมาราวกับจะกินหัวฉันเข้าไปแต่ฉันไม่สนใจไง จะมาแสดงความเป็นเจ้าของฉันหละสิ เสียใจด้วยนะคนบ้า ตอนนี้ฉันโสดจะอ่อยใครก็ได้ ฮึ อย่าคิดว่าฉันจะหายเกลียดง่ายๆ ถ้าเขาจะเข้ามาในชีวิตอีกครั้งก็คงเป็นได้แค่สถานะเดียวเท่านั้นคือพ่อของสองแสบไม่ใช่อย่างอื่น 

“ค่ะ แต่นาวไม่เคยเห็นหน้าพี่คิมเลยนะคะ ทั้งๆที่เราอยู่ภาคเดียวกันแท้ๆ” ฉันยิ้มหวานให้พี่คิม จนคนข้างๆฉันมองด้วยสายตานิ่งๆ อย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ฮึ ก็ได้แค่มองแหละ  

“สมัยเรียนพี่ไม่ค่อยเข้ากิจกรรมเท่าไหร่ครับ ไม่ต้องแปลกหรอกที่น้องนินาวจะไม่เคยเห็นพี่หนะ ถ้าเป็นร้านเหล้าแถวๆม.ก็ว่าไปอย่าง แต่พี่เคยเห็นน้องนินาวบ่อยนะครับ ตอนนั้นใครจะไม่รู้จักดาวภาควิศวะโยธาแถมยังพ่วงด้วยดาวมหาลัยอีกต่างหากครับ ” 

“ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นมั้งค่ะ พี่คิมก็พูดเกินไป” ฉันกับพี่คิมเราหัวเราพกัน ส่วนสองหนุ่มเพื่อนเขาก็เอาแต่เงียบดูสถานการณ์อย่างเดียว  

“ไม่เกินไปหรอกครับ ความจริงนี่ถ้าไม่สวยจริงไม่ได้รางวัลระดับมหาลัยมาหรอกนะครับ” ฉันยิ้ม หัวเราะกับพี่คิม ส่วนสามคนนั้นก็เงียบไปเลย โฟสส์กับทามม์หนะเขาไม่สนใจอะไรอยู่แล้วนอกจากทานข้าวไป แต่คนบางคนนี่สิ ไม่รู้จะมองอะไรนักหนา ไม่เคยมองหรือไงแถมยังทำหน้าขรึม อีกเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกแต่ก็ช่างเถอะ ไม่สนใจแล้ว   

“เห็นว่าตอนบ่ายโมงพี่ไฟต์จะเรียกวิศวกรทั้งหมดประชุมหนะ อย่าลืมเวลากันหละ” พี่คิมพูดเตือนอีกครั้ง เพราะครั้งนี้วิศกรทั้งหมดของบริษัทจะเข้าประชุม ทุกคนต้องไม่ขาด  

“ครับพี่” 

“ลองทานนี้ดูสิครับน้องนินาว อร่อยนะ” พี่คิมตักอาหารมาให้ ฉันเลยได้แต่ยิ้มหวานให้เป็นการขอบคุณ แต่ความรู้สึกบางอย่างมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าคนข้างๆเริ่มจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่แล้ว ดูจากสีหน้าแววตา เลยลุกขึ้นพรวด แต่ก็ยังไม่วายมองฉันเหมือนเดิม อยากมองก็มองไปสิใครสน ฉันเลยเลือกที่จะหันไปคุยกับพี่คิมแทน ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอะไรเหมือนที่เขาเคยทำกับฉันในอดีตที่ผ่านมา ฉันบอกเลยว่าถ้ามีโอกาสเอาคืนคนอย่างเขาฉันก็ไม่พลาดหรอกนะ  

“อ้าว ไอ้ฟิวเจอร์ มึงจะรีบไปไหนว่ะ ไอ้นี่ นึงจะมาก็มานึกจะไปก็ไป โว๊ะ”  ทามม์ตะโกนเรียกเขาแต่เจ้าตัวก็เดินตึงตังออกไป  

“มันบ้าอะไรของมันอีกเนี้ย” 

“ช่างมันเหอะมึง กินข้าวต่อเถอะ” โฟสส์เอ่ยบอกทามม์ก่อนจะหันมายิ้มให้ฉัน  

 

 

FUTURE TALK  

หงุดหงิดโว้ย หงุดหงิด โอ้ย ทำไมต้องประชดผมขนาดนี้ด้วยว่ะไม่เข้าใจแค่นี้ผมก็หึงก็หวงจะบ้าตายอยู่แล้ว ไม่เห็นหัวกันเลยหรอไง ผมอารมณ์เสียตั้งแต่เห็นนินาวไปนั่งอยู่ที่สวนของบริษัทกับไอ้พี่คิมหันต์แล้วนะ ใช่ ผมตามเธอออกไปนั่นแหละ ตั้งแต่เดินออกจากห้องทำงานไปเองแหละ ผมเข้าไปกวนนินาวตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่แปลกหรอกที่นินาวจะรำคาญผม แต่ใครสนผมด้านอ่ะ ใครจะทำไม ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมทำเลวเอาไว้เยอะแต่ตอนนี้ก็กลับตัวกลับใจแล้วไง ไม่คิดจะให้โอกาสผมเลยหรือไง   

“มึงเป็นเหี้ยไรวันนี้ ห่ะไอ้ฟิวเจอร์ เมนส์ไม่มีมาไงหรือเมียไม่รัก” ผมตวัดสายตาไปทางไอ้สองตัวทันที ปากมันจะพูดทำไมว่ะ รู้ไหมว่ามันจี้ถูกจุดหนะ 

“! มึงสองตัวหุบปากไปเลย ไม่ช่วยแล้วยังมาซ้ำเติมอีก” เมียไม่รักบ้าอะไรหละ ผมรักเมียก็พอแล้ว 

“สมน้ำหน้าทำอะไรไม่คิดก็เป็นแบบนี้แหละ ฮึๆๆ มึงอย่าบอกนะว่า มึงหึงที่นินาวคุยกับพี่คิมหันต์หนะ” ผมเงียบไม่ตอบอะไรมันสองคน จะว่าหึงไหมมันก็ใช่นะ มีอย่างที่ไหนพึ่งมาทำงานวันแรกก็ไปสนิทกับผู้ชายคนอื่นเลย แถมคนที่ไปคุยด้วยก็ไม่ใช่ ไอ้พี่คิมหันต์นั่นมันเป็นพี่รหัสผมเอง จะไม่ให้ผมหวง ไม่ให้ผมหึงได้ไง แถมดูเหมือนว่าพี่มันจะสนใจนินาวตั้งแต่เจอหน้าแล้วด้วย ผมว่าผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้วหละครับ เพราะไม่งั้น มคปด แน่นอน และถ้ามันเป็นแบบนั้นขึ้นมาหละก็บอกเลย ไอ้นั้นไม่ตายดีแน่ ถึงจะเป็นพี่ก็เถอะ  

“เออ !”  ผมกระแทกเสียงบอกเพื่อนไป ยอมรับไปเลยดีกว่าที่ผมมันจะพูดแขวะเรื่องในอดีตอีก 

“ไม่ได้เป็นอะไรกัน มึงจะไปตามหึง หวง เขาทำไม”  

“เดี๋ยวก็ได้เป็น” 

“มั่นหน้ามากนะมึง !” มันสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน ด้วยสีหน้าหมั่นไส้ผม ใครจะสนกันหละผมเลยไหวไหล่ให้พวกมันแทน 

“เขาเมินมึงขนาดนั้นหนะนะ แล้วคิดว่าเขาจะยอมกลับมาคบกับมึงง่ายๆว่างั้น” เพื่อนผมมันเลิกคิ้วถาม  

“ใครสนหละ อยากเมินๆไปดิ กูไม่ว่าหรอก ถือว่ากูกำลังชดใช้สิ่งที่เคยทำกับเขาในอดีตแล้วกันและที่สำคัญยังไงกูกับนินาวเราสองคนก็ต้องกลับมาคบกันอีกแน่” ผมบอกเลยว่าผมไม่ยอมเธอไปอีกครั้งแน่ แค่ห้าปีที่ผ่านมามันก็นานมากพอแล้ว 

 

 

ความมั่นหน้าให้เต็มร้อยไปเลยจ้าฟิวเจอร์ งานนี้ไม่ง่ายหรอกนะ  

#ลีมุนอา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว