Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 18 คู่ชีวิตและเหล่าผู้บุกรุก

ชื่อตอน : EP : 18 คู่ชีวิตและเหล่าผู้บุกรุก

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 945

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 18 คู่ชีวิตและเหล่าผู้บุกรุก
แบบอักษร

 

 

EP : 18 คู่ชีวิตและเหล่าผู้บุกรุก 

 

 

 

 

 

 

 

“อื้อ” เวลาบ่ายคล้อยเป็นเวลาที่หรงซู่จินนั้นได้รู้สึกตัว เปือกตานั้นปรือขึ้นมานิดก่อนจะพึมพำเบาๆ พลางจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอว่ามันคืออะไร อืม แผนอกขาวเนียนไร้ที่ติ แล้วนั้นก็อะไรนะ

 

หรงซู่จินเพ่งสายตามองสิ่งที่ตัวเองเห็นว่ามันคืออะไร มือบางเลื่อนมาแหวกสาบเสื้อของหวางชูออกด้วยความอยากรู้วามันคืออะไร ทันทีเธอแหวกสาบเสื้อของหวางชูออก หรงซู่จินถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่หน้า

 

มือบางลูบไล้ไปตามแผนอกด้านซ้ายของหวางชูที่ตอนนี้มีหัวมังกรปรากฏอยู่ เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่าหวางชูนั้นมีรอยสักไม่สิมันไม่ใช่รอยสัก หัวมังกรนี่มันเป็นเนื้อเดียวกันกับผิวของเขา หรงซู่จินไล้สายตามองไปเรื่อยๆ จนเห็นว่ามาต่ออีกแต่มันหายไปยังด้านหลังของหวางชู

 

หรงซู่จินนั้นไม่รู้เลยว่า เธอนั้นกำลังทำให้หวางชูตื่น แต่เขาก็ไมได้ปริปากพูดหรือขยับตัวอะไร ปล่อยให้มือเล็กลูบไล้ตามร่างกายตัวเอง เขากำลังสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไรกับเนื้อตัวของเขากัน

 

“หวางชู ท่านไปมีรอยสักตั้งแต่ตอนไหนกัน” หรงซู่จินที่รู้สึกว่าถูกจ้องมองก็เงยหน้าขึ้นไปถามอีกคน โดยลืมไปเลยว่าตอนนี้ทั้งตัวเองและหวางชูนั้นกำลังนอนกอดกันอยู่

 

“รอยสัก” หวางชูถามอย่างงุนงงเพราะไม่เข้าใจ ตัวของเขาจะไปมีรอยสักได้อย่างไรกัน หรงซู่จินที่เห็นหวางชูมีสีหน้างุนงง ก็ใช้นิ้วมือเรียวจิ้มไปที่แผนอกของเขาที่มีรูปหัวมังกรอยู่ตอนนี้

 

“ใช่ รูปมังกรตรงนี้ไง” เธอมองหวางชูพลางคิดว่าหรือจะเป็นเพราะเธอนอนไม่เพียงพอกันนะ เลยทำให้ตาฝาด แต่ไม่น่าจะใช่ เพราะไม่ว่าเธอจะเพ่งสายตามองไปกี่ครั้งเธอก็ยังเห็นหัวมังกรอยู่ที่แผนอกของเขาเหมือนเดิม

 

“เจ้าเห็นหรือ” หวางชูถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อได้ยินหรงซู่จินพูดแบบนั้น ในที่สุดเขาก็พบแล้ว

 

“ใช่ ทำไมต้องตื่นเต้นด้วย” หรงซู่จินถามอย่างสงสัยใบหน้าหล่อเหลาปกปิดความตื่นเต้นเอาไว้ไม่มิด นัยน์ตาสีขาวของหวางชูตอนนี้นั้นกำลังเปล่งประกายเจิดจ้า จนหรงซู่จินอยากจะรู้ว่าเขาดีใจอะไร

 

 

“หึหึ” หวางชูนั้นตอนนี้กำลังดีใจสุดๆ ยิ่งเห็นใบหน้าของหรงซู่จินที่สงสัยใคร่รู้กำลังรอคอยคำตอบจากเขาอยู่ตอนนี้ มันก็ทำให้เขาหัวเราะออกมา เขาไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนใกล้ตัวของเขาแบบนี้

 

“อะไรๆ บอกมานะ ไม่งั้นข้าไม่ทำอาหารให้ทานนะบอกเลย” หรงซู่จินถามอยากอดไม่ได้ ยิ่งเห็นท่าทางของหวางชูเธอก็ยิ่งอยากจะรู้ พร้อมกับขู่เขาไปด้วยเธอรู้ดีว่าหวางชูนั้นต้องยอมบอกแน่ๆ ถ้าเธอเอาอาหารมาล้อเขาแบบนี้

 

“หึหึ ขยับมาใกล้ๆ ข้าสิ” หรงซู่จินขมวดคิ้วแต่ก็ทำตามอย่างว่างาย โดยลืมระวังหวางชูไปเลย ใบหน้างามขยับไปใกล้กับใบหน้าหล่อเหลาของหวางชู

 

“รีบบอกมาสิ”

 

“เจ้าเห็นหัวมังกรอยู่ที่อกของข้าใช่หรือไม่” หวางชูถามส่วนหรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พยักหน้าทำไม่กัน แค่พูดๆ มาก็จบแล้วจะมาถามเธอให้ยุ่งยากทำไม

 

“ใช่นะสิเจ้าค่ะ ท่านรีบบอกมาเลย” หรงซู่จินตอบแล้วท้วงถามหวางชูที่กำลังยิ้มอย่างชอบใจอยู่คนเดียว อะไรกัน อยู่ๆ มังกรจอมซึนนี่ก็ดูมีความสุขขึ้นมาอย่างนั้นแหละ

 

“ใจร้อนจริงๆ เลยนะเจ้า” หวางชูที่เห็นท่าทางอยากรู้ของหรงซู่จินก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งหรงซู่จินนิดๆ หน่อย นานๆ ที่เขาจะได้แกล้งนางคืน

 

“นี่! ท่านรีบๆ บอกมาเสียที” หรงซู่จินขึ้นเสียงใส่หวางชูที่โอ้เอ้ไม่ยอมบอกเธอเสียที เลยทำให้เธอชักจะหงุดหงิดเขาขึ้นมา

 

“ถ้าข้าบอกเจ้าข้าจะได้อะไรเป็นรางวัล” นับวันหวางชูจะติดนิสัยเจ้าเล่ห์ของหรงซู่จินมาเสียแล้วสิ ทำให้หวางชูนั้นกล้าขออะไรแบบนี้กับหรงซู่จินเหมือนตอนที่หรงซู่จินเคยขอจากหวางชู

 

“อาหารสูตรใหม่ที่ข้าเพิ่งคิดได้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินรีบตอบทันทีอย่างไม่อยากจะคิดไม่มากความ เธอไม่มีวันเอาอย่างอื่นนอกจากอาหารมาเสนอเขาแน่ๆ

 

“อืมน่าสนใจ เจ้าทำใจดีๆ เอาไว้นะ…รูปหัวมังกรที่เจ้าเห็นนะ…มันมีความหมายว่า…เจ้านั้นคือคู่ชีวิตของข้ายังไงล่ะ” หรงซู่จินนั้นต้องใจฟังหวางชูเป็นอย่างมาก นั้นเป็นเพราะหน้าตาของหวางชูนั้นทำให้เธอพลอยลุ้นไปด้วยว่าเขาจะพูดว่าอะไร

 

แต่เมื่อประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยิน มันก็ทำให้เธอตกใจจนพูดไม่ออกร่างกายแข็งข้างไปเลย อะไรนะ คู่ชีวิตอย่างนั้นหรือ เป็นไม่ได้หรอกที่เธอจะเป็นคู่ชีวิตของหวางชูได้ นานเท่าไรไม่รู้ที่หรงซู่จินนั้นจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

“เป็นไปได้ยังไงกัน แล้วอีกอย่างมนุษย์กับสัตว์อสูรนั้นจะรักกันได้หรือ” หรงซู่จินถามอยากสงสัย เพราะถ้ารักกันขึ้นมา แล้วลูกที่ออกมาจะเป็นยังไง ลูกครึ่งอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ว่าถ้าลูกเกิดมาแล้วมีใครรู้เข้า คงไม่ใช่ว่าตามมาฆ่าลูกของเธอหรอกนะ เดี๋ยวๆ นี่เธอคิดไปไกลถึงเรื่องลูกแล้วอย่างนั้นนะหรือ

 

“เป็นไปได้สิ แต่จะเป็นจะเฉพาะสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเช่นข้า หรือไม่ก็ฉินหลงก็สามารถมีคู่ชีวิตเป็นมนุษย์ได้ แล้วพวกเราก็จะรู้ได้ว่าคู่ชีวิตของพวกเราเป็นใครก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายสามารถมองเห็นสัญญาลักษณ์ที่ปรากฏตามร่างกาย เหมือนกับเจ้าที่เห็นรูปมังกรตามร่างกายของข้า ถ้าเป็นของฉินหลงก็จะเป็นรูปกิเลน” หรงซู่จินใช่สมองของเธอคิดตามและพยายามทำความเข้าใจได้ไม่นานก็พูดขึ้น

 

“แล้วข้าจะต้องเป็นคู่ชีวิตของท่านหรือ” หรงซู่จินถามพลางขมวดคิ้วไปด้วย อยากจะบ้าตาย แค้นยังไม่สำเร็จเลย ทำไมเธอต้องมามีเรื่องแบบนี้เรามาด้วยก็ไม่รู้

 

“ใช่” หรงซู่จินพยักหน้ารับเมื่อหวางชูตอบกลับมาอย่างเข้าใจ ถึงแม้จะมีความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังย้อนแย้งไปมาอยู่บ้าง

หรงซู่จนขี้เกียจอะไรอีกก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแต่มันติดที่แขนแกร่งของหวางชูกำลังโอบเอวของเธอเอาไว้ อะไรอีกละ ไม่ใช่คิดจะทำอะไรเธอตอนนี้หรอกนะ ถึงหวางชูจะบอกว่าเราสองคนนั้นเป็นคู่ชีวิตกันแต่เธอก็ยังไม่พร้อมที่จะมีใครตอนนี้อยู่ดี เขารอเธอได้ก็รอไปอยากจะรู้เหมือนกันว่าจะรอเธอไปได้สักกี่น้ำกัน

 

“ข้าจะไปอาบน้ำ” เธอบอกเมื่ออีกคนไม่ยอมปล่อยแขนจากเอวของเธอเสียที

 

“เราต้องอาบน้ำด้วยกันหรือไม่” หรงซู่จินอยากจะบ้าตาย เมื่อได้ยินคำถามของหวางชู เธอรีบบอกอีกคนทันที เพราะมันไม่ปลอดภัยกับเธอเลย ดูเหมือนหวางชูจะรุกเธอหนักเสียแล้ว

 

“หวางชู ข้าอยากได้รังน้ำผึ้งมาไว้ในมิติ” หรงซู่จินบอกหลังจากที่ทำอาการให้อีกคนที่นั่งจิบน้ำชาต่อเงียบๆ เธอยังไม่หายเจ็บใจเรื่องที่ถูกหวางชูมังกรจอมซึนนี่จูบแล้วก็ยังจะมานอนกับเธออีกด้วย แถมยังมีเรื่องคู่ชีวิตอะไรนั้นอีก น่าปวดหัวจริงๆ

 

“อืม เดี๋ยวข้าไปหามาให้ ตอนนี้เจ้าเตรียมเจ้าไปฝึกวรยุทธตามที่ข้าเตรียมเอาไว้ก็พอ” หวางชูพยักหน้ารับก่อนจะพูดขึ้น ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดขึ้นมาอีก

 

“ดูเหมือนจะมีคนมาเยี่ยมเจ้านะซู่เออร์” น้ำเสียงเอื่อยๆ แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตออกมาจากน้ำเสียงของหวางชูทำเอาหรงซู่จินเลิกคิ้วถามหวางชู

 

“ใคร”

 

“พวกตาเฒ่า” หวางชูพูดขึ้น หรงซู่จินอยากจะหัวเราะนักที่ได้ยินหวางชูพูดแบบนั้น โดยที่ไม่ได้ดูตัวเองเลยสักนิด ถ้าคนพวกนั้นเรียกมาตาเฒ่า แล้วอย่างหวางชูจะเรียกว่าอะไรละ ท่านทวดผู้เฒ่าพันปีหรือเปล่า

 

“เช่นนั้น งั้นเราจะเปลี่ยนแผนนิดหน่อยก็แล้วกัน” หรงซู่จินนั้นกระตุกยิ้มแล้วก็ลุกขึ้นพลางบิดตัวไปมาเล็กน้อย สงสัยแผนที่เธอวางเอาไว้ที่จะเข้ามาฝึกวรยุทธในนี้คงต้องหยุดเอาไว้ก่อนเสียแล้ว เพราะมีผู้มาบุกรุก

 

“เจ้าไม่ฝึก” หวางชูถามเมื่อเห็นหรงซู่จินลุกขึ้นเหมือนจะออกจากมิติ แล้วไหนนางบอกเขาว่าจะอยู่ในนี้เพื่อฝึกวรยุทธกัน ถ้านางจะให้เขาไปจัดการคนพวกนั้นให้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถึงมือของนางหรอก บอกตรงๆ เขาไม่อยากจะให้เธอเหนื่อยจริงๆ

 

“ฝึกสิเจ้าค่ะ แต่เรามีเรื่องต้องจัดการเสียก่อน” พูดจบแค่นั้นสองร่างที่มีรูปร่างต่างกัน ก็มาปรากฏตัวอยู่ภายในเรือนของหรงซู่จินตามเดิม ดีที่หวางชูกางมานอักขระเอาไว้ให้เธอ

 

จึงไม่มีใครสามารถเข้ามาได้ถ้าเธอไม่อนุญาต และเหมือนคนพวกนั้นจะรอเธออยู่ด้านนอกนั้นมีสองกลุ่มเสียด้วยสิ กลุ่มเพิ่งจะถ่อยจากไป เมื่อเธอเพิ่งมาถึง เฮ้อ ถ้าไม่ไปต้อนรับเสียหน่อยก็คงจะเสียมารยาท

 

“ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย” หรงซู่จินพูดพร้อมกับออกจากเรือนโดยที่หวางชูไม่ห้ามอะไรเพราะรู้ว่าห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ เลยได้แต่ตามไปอย่างไม่พวกนั้นรู้ตัว เดี๋ยวเขาทำแผนหรงซู่จินนางจะโกรธเขา

 

 

 

“มันออกมาแล้ว” เสียงในเงามืดพูดขึ้นพร้อมกับส่งสัญญาณมือให้กับทุกคนเพื่อให้ตามหรงซู่จินที่เดินออกมาจากเรือนไปยังที่ลานประลองที่ตอนนี้เงียบสงัดเพราะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว

 

เงามืดที่ตามมารู้สึกสงสัยว่าเหตุนางจึงมาที่นี่กัน หรือข่าวที่ว่านางกำลังฝึกวรยุทธนั้นเป็นเรื่องจริง พวกเงามืดนั้นสงสัยแต่ก็ยังไม่ลงมือทำอะไรเพราะยังไม่ได้รับคำสั่ง เลยต้องมองนางเงียบๆ ว่านางจะทำอะไร

 

“รอก่อน” เมื่อเงามืดทุกคนได้ยินคำสั่งก็หยุดนิ่ง เพราะผ่านไปตั้งนานร่างบางที่ถือดาบกำลังแกว่งดาบในมือไปมาอย่างชำนาญ ใครกันที่ว่านางเป็นคุณหนูไร้ประโยชน์ แล้วนี่ท้วงท่าที่นางกำลังร่ายรำเพลงดาบนั้นมันสวยงามและมีพลังขนาดนั้น แล้วพวกเขาที่ถูกจ้างมาเพื่อให้จำกัดนางยังคิดไม่ตก

 

เพราะนายจ้างบอกว่านางเพิ่งจะถูกรับเป็นศิษย์จากชายคนหนึ่งที่มีระดับลมปราณสูงส่ง เขาต้องระวังตัวให้มาก เพื่ออาจารย์ของเด็กสาวคนนี้อาจจะมองดูนางอยู่ห่างๆ ก็เป็นได้

 

“ฝึกคนเดียวข้าไม่ถนัดท่าไร พวกท่านจะใจดีมาฝึกเป็นเพื่อนของข้าได้หรือไม่” เพียงแค่เขาได้ยินนางเอ่ยร่างกายพากันสั่นเท่าอย่างห้ามไม่อยู่

 

นางรู้แล้วอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้ ระดับลมปราณของเขานั้นระดับลมปราณราชันย์ขั้นกลางเชียวนะ นางที่ไม่มีวรยุทธจะรู้ได้อย่างไรกัน เงาเจ็ดคนเตรียมขยับร่างกายนิดหน่อย เมื่อเห็นสัญญาณมือที่หัวหน้าของเขาส่งมาให้

 

“ท่านจะไม่ออกมาจริงๆ หรือ ถึงข้าจะเพิ่งเคยจับดาบแต่ข้าก็ก็พอประมือกับพวกท่านได้นะ” อีกครั้งที่นางพูดเงามือก็เตรียมพร้อมที่จะจูโจมนางทันที เพียงแต่ติดตรงที่ว่ามีชายหนุ่มสามคนปรากฏขึ้นมาเสียก่อน

 

“ขออภัยคุณหนู พอดีพวกข้านอนไม่หลับก็เลยพากันมาฝึกเพลงดาบกันนิดหน่อย พวกข้าไม่ได้คิดจะแอบดูหรือหลบกวนคุณหนูเลยนะขอรับ” ชายหนุ่มคนคนที่ตัวสูงกว่าเพื่อนพูดขึ้น ในมือของพวกเขายังคงคือดาบ

 

คนในเงามือเริ่มคิดแล้วว่างานนี้เหมือนจะยุ่งยากนิดหน่อยก็ตรงที่มีผู้มาใหม่อีกสามคน ถึงแม้จะไม่คณามือพวกเขาแต่ว่าถ้าเกิดปะทะกันจริงๆ ก็ต้องมีคนได้ยินแน่ๆ

 

“ไม่เป็นไรๆ ข้าก็เหมือนกับพวกท่านนั้นแหละ เอาอย่างนี้สิ ข้ากำลังอยากหาเพื่อนฝึกพอดี ท่านอาจารย์ก็ไม่ว่างเสียด้วย ท่านช่วยคู่มือของข้าได้หรือไม่” คนในเงามืดมองดูอย่างพิจารณา สงสัยวันนี้คงต้องยอมถอยไปก่อน พรุ่งนี้เขาค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน

 

“ถอย” เสียงพูดผ่าวเบาตามสายลมทำให้ทุกคนในเงามืดเตรียมจะล่าถอยออกไป เพียงแต่คำพูดของหรงซู่จินทำให้เงามือทุกคนหยุดชะงักไปทันที

 

“จะรีบไปไหนกันหรือ ไม่รอดูข้าฝึกต่อไปเล่า” น้ำเสียงหวานที่ฟังดูแล้วทำให้พวกเขานั้นรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที นี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้คิดอะไรอีก ร่างกายที่ซ้อนอยู่บนต้นไม้ต่างก็พากันตกลงมาสู่พื้นอย่างไม่รู้ตัว

 

ตุบ!

 

“อึก” ร่างของเงามืดที่อำพรางตัวตนที่มิดชิดตกลงมาทำให้ชายหนุ่มสามคนที่กำลังมึนงงอยู่ต่างพากันมองไปยังตามเสียง

 

“มีผู้บุกรุก” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมกับจุดพลุส่งสัญญาณทันเพื่อเตือนทุกคน สามหนุ่มนี้เป็นผู้ที่เพิ่งเข้ามาในตระกูลมาได้ไม่นานด้วยเพราะหรงจินเฉินนั้นไดรับเข้ามาสู่ตระกูลเพราะว่าพวกเขานั้นไร้พ่อแม่ที่จะเลี้ยงดูแล้ว

 

พรึบ!

 

ทุกคนที่เห็นพลุส่งสัญญาณก็มาปรากฏตัวที่ลานประลองทันที หรงซู่จินได้แต่คิดว่าไม่น่าพลาดเลย เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มพวกนี้จะจุดพลุส่งสัญญาณ แต่ก็ช่างเถอะ ไหนๆ ก็มากันแล้ว ตัวหมากก็พร้อมแล้ว ถึงเธอจะไม่รู้ว่าใครเป็นตัวการแต่เดี๋ยวพวกมันก็ปริปากพูดเองนั้นแหละ เมื่อเกิดความกลัวตายขึ้นมา

 

“เกิดอะไรขึ้น” เหล่าผู้อาวุโสมาถึงก่อนก็ถามทันทีพลางมองไปที่ร่างที่นอนนิ่งอยู่พื้นเจ็ดคนอย่างสงสัยและบางคนก็วิตกกังวล

 

“มีคนรอบเข้ามาในตระกูลนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบโดยที่มองผู้เป็นพี่สาวที่เพิ่งมาถึงก่อนจะเป็นท่านพ่อของเธอ ที่ตรงมามาหาเธออย่างรีบร้อน

 

“ลูกเป็นอะไรหรือไม่ซู่เออร์” หรงจินเฉินที่กำลังทำงานอยู่ก็ได้ยินเสียงพลุที่จุด เขาก็รีบตรงมาตามจุดที่พลุถูกจุดทันที เขารู้เรื่องได้ในทันทีว่าต้นเหตุจะต้องมาจากลูกสาวตัวน้อยของเขาเป็นแน่

 

“ไม่เลยเจ้าค่ะ ลูกเพียงออกมาฝึกเพลงดาบเท่านั้น ดีที่มีพวกเขาอยู่ลูกเลยไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ” สามหนุ่มที่อยู่ๆ ก็ถูกหรงซู่จินพูดแบบนั้นก็สะดุ้งทันที พวกเขายังไม่ได้ทำอะไรสักนิดเดียว เหตุใดคุณหนูของพวกเขาถึงได้โยนเรื่องมาให้พวกเขากัน แต่พอได้สบตากับคุณ

หนูพวกเราก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไร

 

“ขอบใจเจ้ามา เลี้ยงไม่เสียข้าวสุกจริงๆ” คำพูดของหรงจินเฉินราวกับเป็นการตบหน้าฉากใหญ่ที่ทุกคนดูถูกหรงซู่จินก่อนหน้านี้

 

“ข้าว่าตระกูลของเราต้องไม่ปลอดภัยแล้วแน่ๆ” ผู้อาวุโสที่แปดพูดขึ้นพลางมองไปยังคนร้ายที่นอนแน่นิ่งด้วยสายตาว่างเปล่า

 

“มันไม่ปลอดภัยตั้งนานแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้น ทำเอาผู้อาวุโสที่แปดหน้าชา ก่อนจะทำหน้านิ่ง แล้วตอบหรงซู่จินกลับไป

 

“นั้นสินะขอรับ” แม้จะเจ็บใจที่ถูกอีกฝ่ายพูดหักหน้าแต่ผู้อาวุโสที่แปดก็ไม่ยอมให้หรงซู่จินข่มตัวเองง่ายๆ

 

“ลากมันมาตรงนี้” หรงจินเฉินสั่งไม่รอให้เอ่ยชื่อเหล่าชายหนุ่มที่เป็นลูกน้องของเหล่าผู้อาวุโส ต่างพากันไปลากตัวชายชุดดำที่อำพรางตัวที่มองเห็นเพียงแค่ดวงตาเท่านั้น

 

“คนของพรรคทมิฬขอรับ” ทันทีที่ได้ยินใบหน้าหล่อเหล่าของหรงจินเฉินก็มืดมนขึ้นมาทันที พร้อมกับแค่นเสียงในลำคอรอบตัวเกิดพายุนิดหน่อย แรงกดทับขึ้นเกิดขึ้นจนเล่าจอมยุทธ์ต่างพากันเหงื่อตกไปด้วย

 

 

มาแล้วเจ้าค่ะ อะแฮมๆ หวางชูรุกหนักเสียแล้วสิ แถมยังมีความเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้นมาอีกด้วยนิดหน่อย

 

 

ปล.มีเรื่องจะแจ้งคร้า เราไปศึกษามาแล้ว พอดีจำนวนหน้าของนิยายเราทั้งหมด740หน้ามันเยอะเกินไป พอไปแถมตามโรงพิมพ์แล้วมันก็แพงมากบวกกับค่าใช่จ่ายย่อยอีกค่าหนังสือเราก็เลยแพงขึ้นไปอีก อยู่ในราคา680ร่วมค่าส่งไปด้วย ที่ระบุราคาไปก่อหน้านั้นค่ากล่องที่จะส่งยังซื้อไม่ได้เลยT^T และเรากลัวว่าถ้าแพงขนาดนี้จะไม่มีคนซื้อนิยายก็เลยต้องถามก่อนว่ามีคนอยากได้มั้ย 50คนขึ้นไปเราถึงจะทำเล่มน่า ช่วยตอบด้วยน่าพลีสสสส 

 

มีทั้งหมด60ตอนจร้าาาร่วมตอนพิเศษไปด้วยจร้า แต่ในนี้ยังอัพไม่จบน่าจะทยอยลงเรื่อยๆ จร้า 

 

 

 

ความคิดเห็น