Marionette_doll
facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.49 :

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.49 :
แบบอักษร

การมาเยี่ยมพ่อครั้งแรกในรอบ 3 วันที่เกิดเรื่อง ทุกอย่างมันดูเปลี่ยนไป แค่แม่มองเห็นฉัน ก็หลบตาทันทีเลย เกิดอะไรขึ้นอะ วันนี้แพรวาคงไปทำงานสินะ ฉันทำเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นเป็นอากาศธาตุ แม้ฉันจะทั้งโกรธ ทั้งแค้น ทั้งเจ็บ จนไม่อยากจะมองหน้าผู้หญิงคนนั้นเลยก็ตาม แต่การต้องละความโกรธส่วนตัว ไว้เพื่อความสุขของส่วนรวมฉันก็ควรจะรักษาบรรยากาศของที่นี่เอาไว้ แล้วซึ่งฉันก็ทำมันมาตลอด แต่วันนี้เป็นผู้หญิงคนนั้นที่ยอมเงียบ หรือจะเพราะรู้สึกผิด

“พ่อออกจากโรงพยาบาลวันนี้ใช่ไหมคะ พ่อจะอยู่ยังไงคะ หนูขอโทษนะคะ มากรุงเทพแท้ๆ แต่ไม่ได้ดูแลพ่อเลย พ่ออยากให้หนูช่วยอะไรไหมคะ”

“ไม่ต้องหรอก คุณปฐพีเค้าจัดการหมดแล้ว หนูไม่ต้องทำอะไรเลย” พ่อจะยื่นมือมาเพื่อลูบหัวฉัน แต่โดนมือใหญ่ๆ ของคนขี้หวงจับเอาไว้เฉยเลย

“ที่ดินนี่พ่อฉันนะคะ” ฉันหันควับไปมองหน้าของคนที่จับแขนฉันอยู่

“ของของฉัน” คำตอบที่ทำเอาฉันต้องหันไปมองหน้าพ่อ โอ้ยยยย พี่ดินนนนน ทำไมพี่ถึงเป็นคนแบบนี้ พี่จะลูบหัวฉันได้คนเดียวรึไง เว้นที่ให้พ่อฉันคนนึงไม่ได้หรอ พ่อฉันเค้าลูบมาก่อนพี่อีกนะ แต่สายตาแบบนี้คือไม่ยอมให้พ่อฉันลูบแน่ๆ ใช่ม้ายยยยเนี่ย จะหวงอะไรมีขอบเขตหน่อยสิคะ

“เอาเถอะๆ หวงแบบนี้ก็แสดงว่ารักมาก พ่อไม่ลูบก็ได้” พ่อฉันตอบเจื่อนๆ เพื่อรักษาบรรยากาศ

“สักครั้งก็คงไม่เป็นไร” แล้วพี่ดินก็ยอมปล่อยมือของพ่อฉัน และยอมให้พ่อของฉันลูบหัวแต่โดยดี

มันมีไม่บ่อยนักหรอกนะในชีวิตของฉัน ที่จะมีความรู้สึกแบบนี้ โดยที่ไม่มีผู้หญิงคนนั้นมาขัดเลย เพราะปกติจะมีผู้หญิงคนนั้นมาคอยเหน็บแนมจิกกัดตลอด ฉันฟุบลงกับตักของพ่อเพื่อให้พ่อลูบหัวอยู่แบบนั้น

“เธอไม่ลองชวนพ่อไปเที่ยวหน่อย ยังไงแม่ฉันก็อยากให้ครอบครัวเธอไปเที่ยวที่ไร่อยู่แล้ว

“นั่นสินะคะ พ่อคะ ไปเที่ยวที่หนูทำงานไหมคะ พอดีหนูรับปากผู้ใหญ่ไปแล้วว่าจะชวนที่บ้านมาเที่ยวค่ะ ถ้าว่างไปนะคะ อย่าให้หนูผิดคำพูดกับผู้ใหญ่เลย” ฉันเงยหน้าขึ้นมองพ่อ ที่ตอนนี้ทำหน้าเลิ่กลั่กแล้วหันไปมองหน้าภรรยาของตัวเอง

“ไม่อยากไปรึครับ” น้ำเสียงเย็นๆ ของพี่ดินทำเอาทั้งคู่ตอบออกมาพร้อมกัน

“ไป!!!” ตอบพร้อมเพรียงกันดีจัง เหมือนกับอยากไปอยู่แล้วยังไงอย่างงั้น ดีใจจังเลย

“ดีใจจังเลย ไปนะคะ หนูจะได้ไปบอกคุณฟ้าใสกับคุณพ่อของพี่ดินเค้าไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ” ฉันโผลเข้ากอดคนเป็นพ่อ จนร้องโอ้ยออกมา

“พี่คุยกับหมอแล้ว อาการปอดฉีกของพ่อเธอคงจะเดินทาง ทางเครื่องบินไม่ได้อีกเป็นเดือน ไปช่วงหน้าหนาวก็ดีนะ อากาศที่นั่นคงจะดีเหมาะแก่การพักผ่อน เป็นช่วงต้นเดือนหน้า คุณพ่อว่าดีไหมครับ” พี่ดินพูดพลางยิ้มให้พ่อของฉัน แล้วทั้งพ่อและผู้หญิงคนนั้นต่างมองหน้ากันแล้วยิ้ม

“ดีจ๊ะ ดีเลย”

“งั้นดีเลย ผมจะส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ ทุกคนในบ้านเลย”

ดีจังเลยวันนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่ขัด หรือไม่ด่าสักแอะ หูฉันรื่นรมย์ขึ้นเยอะเลย การถูกจับไปครั้งนี้ เหมือนฉันได้พ่อคืนมาเลย ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้นานแค่ไหน แต่ฉันก็ดีใจนะ

“เห็นลูกยิ้มได้แบบนี้พ่อก็ดีใจ พ่อจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหนูยิ้มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

นั่นสินะ คงจะเท่ากับเวลาที่ฉันไม่ได้กลับบ้านละมั้ง

 

หลังจากจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเสร็จ เราก็พาพ่อมาส่งที่ห้องเช่าเหมือนเดิม โดยไม่ลืมกำชับไม่ให้พ่อทำงานหนัก พักผ่อนเยอะๆ ดูแลตัวเองให้มากๆ

“พ่อคะหนูจะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้หญิงคนนั้นไว้ 1 แสนก่อน ให้พ่อเอาไว้ดูแลตัวเอง การที่ผู้หญิงทำงานคนเดียวมันอาจจะลำบากไปซะหน่อย หนูคิดว่าเงินนี้จะทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่ลำบากมาก ที่จะลาออกจากงานมาดูแลพ่อ ขาดเหลืออะไรก็บอกหนูนะคะ รีบหายแล้วเราไปเที่ยวกันนะคะ” ฉันบอกลาคนเป็นพ่อ ก่อนจะออกจากห้องเช่าไป ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากอยู่ต่อนะ แต่ทุกอย่างมันดูอึดอัด ห้องนี้มันแคบเกินกว่าคนมากมายจะอัดอยู่ในนี้ แล้วฉันก็ทนเห็นหน้าแม่ไม่ไหว

พรุ่งนี้ฉันต้องส่งต้นฉบับนิยายนิ โอ้ยยยยย วุ่นวายจนลืมไปเลย ฉันยังไม่ได้เริ่มเลยแม้แต่นิดเดียว แง๊!! ชีวิตของฉันมีอะไรให้ตื่นเต้นได้ตลอดเลยยยยยย!!!!!!!!!!!

 

2 อาทิตย์ต่อมา ปฐพี Say ::

@รีสอร์ตเชียงใหม่

“รออะไรเนี่ย เข้าไปสิว้าาา”

“กูเข้าไปแน่ๆ ถ้ามึงไปพาไปทำผมทรงห่าไรก็ไม่รู้ ไม่มั่นใจเลย” ผมบ่นคนเป็นน้องชายที่ชวนไปเลือกแหวน แต่มันดันพาผมเข้าร้านเสริมสวยที่มันไปตามหลีเจ้าของร้านอยู่

“ก็มึงบ่น ว่าเมียบอกแก่อะ แบบนี้ก็เท่ดีอะ เจ้าของร้านสวยเนอะ”

“ไม่ใช่สเปค พกพาไม่สะดวก” ผมเป็นคนชอบผู้หญิงตัวเล็ก สูงยาวหุ่นนางแบบไม่ใช่ทาง

“เชื่อกู ตั้งแต่ออกมาจากร้าน กูยังไม่เห็นสาวคนไหนไม่มองมึงเลย ไปๆ ไปคุกเข่าขอเมียแต่งงานได้แล้ว ไปๆ” ไอ้คียังคงดันหลังผมให้เข้าไปหาสาวน้อยที่ยืนต้อนรับแขกที่เข้ามาพัก

ไม่...เมียผมอยากถูกขอแต่งงานกลางทุ่งดอกไม้ ผมยังจำได้ตอนที่ได้ยินเธอคุยกับน้องสาวเธอได้ ตอนนั้นจะขอที่วัด มันก็มีดอกไม้เหมือนกัน เค้านับเป็นทุ่งดอกไม้ไหมนะ ไอ้คียังพูดไม่หยุดจนผมต้องดันหัวคนของคนช่างเสี้ยมให้หลบทาง พูดมากน่ารำคาญจริง

“สวัสดีค่ะ มากี่ท่านคะ” เสียงเล็กๆ ทักผม อะไร!! เจ้าของตัวเองไม่ได้รึไง ยัยลูกแมว ผมแค่ใส่แว่นดำเองนะ เธอมองผมอย่างสงสัย แล้วเดินถอยหลังออก แล้วก็เดินเข้ามาดูใหม่ สงสัยอะไรขนาดนั้น

“คุณลูกค้าคะ มากี่ท่านพักกี่คืนดีคะ” ลี่ย้ำถามผม เพราะตอนนี้ยัยลูกแมวดูจะเสียอาการมาก

“เค้าไม่พักหรอกค่ะ มีแฟนรึยังคะ” พูดออกมาแบบนี้แสดงว่ารู้แล้วสินะ ไอ้ที่เสียอาการนี่คือกำลังเขินอยู่ว่างั้น ผมกวักมือเรียกให้เธอยื่นหูมาใกล้ๆ

“มีแต่เมียได้ไหม” ผมกระซิบตอบที่ข้างหูเธอ ก่อนจะดีดเข้าที่หูของเธอเบาๆ

“งื้อออ ใจร้ายยย เจ็บนะเนี่ย”

“เวลางาน ถามแขกแบบนี้ได้หรอ เดี๋ยวจะให้ย้ายไปขัดห้องน้ำซะเลย”

“ค่ะ คุณเจ้านายฉันผิดไปแล้วค่ะ พอใจรึยัง ใจร้ายนัก แบบนี้ใครจะอยากอยู่ด้วย คนอะไรไม่รู้จักโรแมนติกซะบ้างเลย” เธอกลับไปนั่งทำงานตามเดิมแล้วไม่ได้สนใจผมอีก บางครั้งการแกล้งให้เธออารมณ์เสียก็เป็นการแสดงความรักของผมอย่างหนึ่งนะ

“ตามไปพบผมที่ห้องด้วย”

“ฉันทำงานค่ะ” แหนะมีงอนด้วย

“นี่เป็นคำสั่ง” ผมพูดเสียงดุใส่ยัยลูกแมว แม้จะทำหน้าไม่พอใจนัก แต่ก็ทำตามคำสั่งแต่โดยดี

ก็แค่เนี้ยะ!! พอเข้ามาในห้องผมก็ตบตักเรียกยัยลูกแมวขึ้นมานั่งบนตัก ปากขมุบขมิบที่แสดงว่ากำลังด่าผมอยู่ในใจนั่น ถ้าเป็นอื่นทำผมอาจจะโกรธ แต่เพราะเป็นเธอจะด่าผมได้มากสุดก็คงจะว่าผมเอาแต่ใจนั่นแหละ คนตัวเล็กเข้ามาใกล้ช้าๆ เลยทำให้ผมต้องอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักด้วยตัวเอง มือเล็กๆ ทั้งสองข้างถอดแว่นกันแดดของผมออกช้าๆ

“ด่าฉันในใจหรอ” ว่าแต่หลบตาผมทำไม

“เปล่านะคะ ว่าแต่คิดยังไงไปทำผมใหม่” หลบตาอีกแล้ว อื้มม จะบอกเพราะว่าเมียบอกแก่ ก็เสียฟอร์ม ไอ้ตอนทำอะไม่รู้ตอนผมมันยังเปียกก็ไม่รู้ว่าสีมันจะอ่อนขนาดนี้

“ก็หล่อดี”

“อื้ม จับดู เล่นเอาซะฉันตื่นเต้นเลยนะเนี่ย นึกว่า เซฮุน Exo” มือเล็กจับมือผมไปวางนาบหน้าอก หัวใจเธอเต้นแรงดีจัง อ่อ เขินนี่เอง นี่สินะต้นเหตุของการหลบตา

“ไม่เห็นจะรู้จัก ยัยลูกแมว เราไปเที่ยวไหม เธอบอกว่าอยากไปดูทุ่งดอกไม้ ฉันจะพาไป” ผมเริ่มหงุดหงิดที่เธอหลบตาผมแล้วสิ มองให้มันนิ่งๆ หน่อย คนกำลังพูดอะไรที่มันสำคัญอยู่นะ ผมจับแก้มเธอทั้งสองข้างแล้วล็อคให้เธอมองหน้าผม ดูซะดูไว้ให้ชิน จะได้เลิกหลบตาผมสักที

“มองใกล้ๆ แบบนี้ คืนนี้ฉันไม่อยากนอนห้องตัวเองแล้วสิ” โอ้ย...เอาเข้าไป เป็นเอามากนะเนี่ย

“เช้านะ”

“เรามาคุยเรื่องไปเที่ยวกันตาอดีกว่าค่ะ เราจะไปไหนกันนะคะ” พอบอกเช้าเปลี่ยนเรื่องทันทีเลย นึกว่าจะแน่

“เธอยังไม่เคยไป รีสอร์ตน้ำพุร้อนของไอ้วายุใช่ไหม ไว้จะพาไป เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เผื่อจะได้ท้องสักที” ครั้งที่แล้วให้ผมรอลุ้นตั้งหลายวัน สุดท้ายก็แห้ว

“ไปเที่ยวหรือไปปั๊มลูกคะเนี่ย”

“พี่ขอเธอกับพ่อแม่เธอแล้วนะ ตอนนี้ถ้าจะมี เธอคงจะไม่รู้สึกผิดแล้วใช่เปล่า” หึยยยย มันจะได้เรื่องไหมว้าาา บรรยากาศเป็นใจผมอาจจะพูดขอแต่งงานออกไปได้ก็ได้ แล้วยัยนี่จะมาอึ้งอะไร พาผมเขินไปด้วยรู้ไหมเนี่ย

“ฉันทำอาหารไม่เก่งนะคะ งานบ้านงานเรือนก็งูๆ ปลาๆ แถมหาเรื่องปวดหัวให้พี่ได้ทุกวัน พี่ยังจะอยาก.....” ผมประกบริมฝีปากของเธอทันทีไม่ให้เธอถามให้จบประโยค เพราะตอนนี้ผมยังไม่พร้อมตอบ ไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งกับเธอนะ แต่กลัวตัวเองจะปากหมาจนเสียเรื่องอีก

“ตอบแค่ว่าจะไปกับฉันรึเปล่าก็พอ”

“เจ้าของอยู่ที่ไหน ลูกแมวก็ต้องอยู่ที่นั่นสิคะ” ยัยลูกแมวซุกเข้าที่ซอกคอของผม แล้วใช้ลิ้นอุ่นๆ เลียขึ้นเบาๆ เสร็จแน่ๆ บอกเลย เมียทำถึงขนาดนี้แล้ว ผมเอียงคอน้อยๆ เพื่อให้เธอทำได้สะดวกขึ้น ลิเนเล็กๆ เลียตเ้งแต่ต้นคอ จนไปถึงไปติ่งหู มือเล็กๆ ของเธอพยายามจะแกะกระดุมเม็ดบน เพื่อให้เข้าถึงคอของผมได้ง่ายขึ้น

“ชอบลุคนี้ของพี่นะคะ ดูเซ็กซี่จังเลย มองนานแล้วแอบคิดไม่ดีนะเนี่ย” เสียงกระซิบเบาๆ ของยัยลูกแมว มันทำเอาผมอยากกลับไปให้ทิปช่างทำผมเลย

 

Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrrrr ใครโทรมาหาเธอกันนะขัดจังหวะจริงๆ คนตัวเล็กล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าชุดทำงานขึ้นมาดูทันที

[K.ณคุณ Calling.....] โทรมาทำไมกันนะ ยัยลูกแมวกดรับและเปิดลำโพงให้ผมได้ยินด้วย

สายสนทนา

[ คุณชิครับ ผมมีเรื่องขอให้ช่วยครับ ] เสียงจากปลายสายทำให้เธอหันมามองหน้าผม

“ช่วยอะไรคะ”

[ ตอนนี้แพรวาท้อง เธอโทรมาบอกผม แล้วหายไปเลยไม่ติดต่อกลับมา โทรไปปิดเครื่อง ตอนนี้ผมกังวลมาก จะรบกวนให้คุณชิติดต่อให้ผมหน่อย หรือไม่ก็ขอที่อยู่ของเธอให้ผมที ผมพอเข้าใจว่าตอนนี้ที่บ้านคุณกำลังลำบาก และคุณคงจะลำบากใจ แต่อยากขอให้ช่วยผมสักครั้ง แพรวาสติแตกง่าย ผมกลัวว่าเธอจะคิดทำอะไรแปลกๆ ]

ทำไมเมียกูไม่ติดบ้างวะ หรือเราจะต้องเพิ่มรอบในการทำการบ้านให้มากขึ้น ผมหันไปมองหน้าชิ ที่ตอนนี้ดูจะลำบากใจไม่น้อย ถึงเธอจะไม่อยากคุยกับน้องสาวแค่ไหน แต่เพื่อชดใช้ความรู้สึกของณคุณเธอจะต้องตอบรับการช่วยเหลือแน่ๆ

“ค่ะ ฉันจะพยายามดู”

[ ขอโทษนะครับ ที่ต้องมาขอให้ช่วยแบบนี้ ผมรู้ว่าคุณอาจจะรู้สึกแย่ ผมต้องขอโทษจริงๆ แต่การหายไปของแพรวาทำเอาผมร้อนใจจริงๆ ]

“ได้เรื่องแล้วฉันจะโทรกลับ”

จบการสนทนา

“เอาจริงๆ ฉันดีใจนะคะ ที่เลือกพี่อะ ไม่บอกนะว่าคุณณคุณไม่ดี แต่เค้าไม่ได้ดีในแบบที่ฉันชอบ หรืออาจจะเพราะอยู่กับพี่มากๆ ฉันเลยติดนิสัยมาจากพี่แล้วละมั้ง เค้าควรจะดิ้นรนเพื่อน้องฉันมากกว่านี้รึเปล่า ลูกกับเมียเค้าเลยนะ แค่ร้อนใจมันไม่พอ”

“ว่าไม่ได้หรอก ณคุณอะปกติ ปกติสำหรับผู้ชายทั่วไป พี่พิเศษต่างหาก แล้วพี่ก็หวงของๆ พี่มาก พี่รักของชิ้นไหนแล้วใครก็เอาไปไม่ได้”

“ไม่อยากเป็นของรักของพี่แล้วเบื่อ”

“แล้วอยากเป็นอะไร”

“คนรักค่ะ”

โดนแน่ๆ คืนนี้บอกเลย ผมลืมเรื่องสำคัญอะไรไปรึเปล่านะ

 

ด้านนอก

“เจ้านายแกจะออกจากห้องมาเมื่อไหร่ มันนัดฉันไว้จะไปคุยเรื่องคดีเสี่ยอู๊ดไง มันบอกมาแค่รับเมียกลับบ้าน นี่มันหายเข้าไปเป็นชั่วโมงแล้วนะ” อัคคีหงุดหงิดเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องทำงานของพี่ชายตัวเอง

“เดี๋ยวก็ออกมาครับ ถ้าไม่เปิดศึกกันในห้อง ก็คงแปปเดียวอย่างที่นายว่า”

ชายหนุ่มหรี่ตามองลูกน้แงคนสนิทของพี่ชาย ก่อนจะเอาหูแนบประตูห้อง

[ แล้วอยากเป็นอะไร ]

[ คนรักค่ะ ]

“มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลย นานกว่านี้มันได้เปิดศึกกันแน่ๆ” คำสั่งของอัคคี ทำให้ทีมีท่าที่งึกงัก ไม่ยอมเปิดประตู ทำให้อัคคีต้องเป็นคนเปิดเข้าไปเอง

ปฐพีให้นิ้วจุ๊ปาก เพื่อบอกให้น้องชายตัวเองเงียบก่อน เพราะพชิรากำลังโทรศัพท์คุยกับใครคนหนึ่ง

“ฉันก็ไม่ได้อยากคุยกับเธอนักหรอกนะ แต่คุณณคุณขอมา เป็นแม่คนแล้วเลิกเอาแต่หนีปัญหาเป็นเด็กๆ ได้แล้ว”

“มันจะต้องเลือกอะไร ไม่ต้องเลือก ถ้ามันยากมากนักก็เอาพ่อแม่มาเชียงใหม่เลย ที่นั่นมันก็ไม่ได้มีอะไร บ้านของเราก็ไม่ใช่ มีสมบัติอะไรให้หวง ไปคุยกับแม่ของเธอให้รู้เรื่องเถอะ ฉันพูดกับตัวเองเอาไว้แล้ว ฉันจะไม่ทำการช่วยเหลืออะไรเธอกับแม่อีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าแค่เช่าบ้านให้พ่ออยู่ฉันทำได้ ส่วนพวกเธอจะอยู่ไหม ก็ไปจัดการชีวิตเอาเอง แค่นี้แหละ”

มือใหญ่ของอัคคีลูบเบาๆ ที่หัวของพชิราเป็นการปลอบโยน แม้อัคคีจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไร แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาของเค้าที่จะเข้าไปแทรกแน่ๆ อัคคีเลือกที่จะเดินออกจากห้อง ให้พี่ชายเคลียร์ธุระของตัวเองให้เสร็จก่อน

“ยังไงพวกเค้าก็ต้องมา ยิ่งแพรวาท้องแบบนี้ ถ้าจะแต่งกับไอ้ณคุณจริง คงไม่ได้กลับดูแลพ่อแม่ที่กรุงเทพแน่ๆ แล้วถ้าจะให้เธอกลับไปดูแลพ่อแม่แทนน้อง พี่ก็ไม่ยอมอะ เอาจริงๆ พี่ไม่อินกับบ้านเธอเท่าไหร่ เราให้เค้าดิ้นรนกันเองก่อน อย่าช่วยจนเป็นนิสัย ไม่งั้นเค้าจะรอความช่วยเหลือจากเราอย่างเดียว”

“ค่ะ”

“แต่เชื่อเถอะ พี่ไม่มีวันให้เธอเลือกแน่ๆ ยิ้มหน่อยสิ เธอไม่รู้หรอกพี่ทำได้ทุกอย่างเพื่อรอยยิ้มของเธอเลยนะ จะมาบอกพี่นิสัยไม่ดีไม่ได้นะ”

“พี่ว่าไหมคะ เหมือนแม่เค้าจะสำนึกผิดขึ้นมาบ้าง วันนั้นที่ไปรับพ่อจากโรงพยาบาล แม่ไม่ด่าฉันสักแอะ แถมยิ้มให้ด้วย ดีใจจัง”

“ก็ดีแล้วนิ สงสัยจะสำนึกผิดกับเธอมากๆ เลย”

ความคิดเห็น