ภิภิญ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ทวนความทรงจำ (25+)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ทวนความทรงจำ (25+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ทวนความทรงจำ (25+)
แบบอักษร

“ฉันไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกกับเธอเด็ดขาด”

ปลื้มมั่นใจ ยิ่งคนอย่างกิ่งที่ฆ่าแม่ของเธอด้วย เธอจะเดือดร้อนเรื่องเงินขนาดยอมตกเป็นของฆาตกรของอย่างกิ่งเลยเหรอ

“หรือเธอขืนใจฉัน”

“เรารักกัน”

กิ่งพูดด้วยเสียงสั่นอย่างอดน้อยใจไม่ได้ แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าที่ปลื้มเป็นแบบนี้เพราะความจำเสื่อม แต่เธอเองก็เสียใจที่คนที่เคยบอกรักเธอมากต้องมาพูดตัดรอนน้ำใจแบบนี้

“เรารักกัน ไม่มีทาง ฉันเป็นผู้หญิง!”

“พี่ก็เป็นผู้หญิง แต่เรารักกันจริงๆ นะปลื้ม เรากำลังจะแต่งงานกัน พี่ให้ดูหลักฐานก็ได้”

กิ่งเอ่ยพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรูปแล้วยื่นให้ปลื้มดู ปลื้มรับมาก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความตกใจ ในหัวต่อต้านแต่ไม่อาจหาเหตุผลใดที่มาปฏิเสธภาพเธอกับกิ่งที่ถ่ายรูปอย่างคนที่รักกัน เธอเห็นแล้วรู้สึกเกลียดตัวเอง ทำไมผ่านไปสิบปีแล้วกลับรักฆาตกรที่ฆ่าแม่ได้ลงคอ

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

เธอจะต้องหนีออกไปจากที่นี่ และตามหาคิมหันต์ให้เจอเพื่อจะถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่ แต่เธอจะหนีออกไปได้ยังไง ถ้าเธอออกไปในตอนนี้กิ่งก็ต้องตามเจ้าหน้าที่มาจับเธออยู่ดี

อย่างน้อยต้องรอให้กิ่งนอนก่อน เธอจะได้หาโอกาสหลบหนีได้ง่ายขึ้น แถมหน้าตาอิดโรยอย่างนี้อีกไม่นานก็คงหลับแล้ว

“ปลื้ม”

กิ่งเอ่ยเรียกหลังจากที่เจ้าตัวนิ่งเงียบไป

“อย่ามาเรียกชื่อฉัน”

ปลื้มเอ่ยเสียงห้วน ก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหันไปอีกฝั่ง ประวิงเวลาให้กิ่งหลับคงอีกไม่นานนัก

กิ่งนั่งเฝ้าปลื้มที่นอนกอดอกแน่นหันไปอีกฝั่งซึ่งเธอสัมผัสได้ว่าเจ้าตัวกำลังอึดอัดและคิดจะทำอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่พ้นหนีออกไปอย่างเมื่อเช้าแน่ๆ ทั้งที่เธอเพลียจะแย่เพราะเฝ้าอาการของปลื้มก็ยังไม่สามารถหลับได้เต็มตา กลัวว่าถ้าปลื้มหนีออกไปทั้งยังดึกดื่นจะเป็นอันตราย

เธอเห็นปลื้มหันมามองเธอเป็นระยะ ก่อนจะหันกลับไปก็ยิ่งแน่ใจว่าเจ้าตัวต้องคิดการณ์ใหญ่แน่ๆ

“มานั่งมองฉันทำไม เป็นบ้าเหรอ”

คนที่โดนจับตามองเอ่ยเสียงขุ่น ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างหงุดหงิด ลำพังกิ่งไม่ยอมหลับสักทีก็หงุดหงิดแล้ว ยังถูกจับตามองอย่างรู้ทันอีก

“พี่คบกับปลื้มมาห้าปี เรื่องแค่นี้พี่ดูออกว่าปลื้มคิดจะทำอะไร”

“หยุดพูดเรื่องนั้นเลย แค่ฟังก็อยากจะอ้วกแล้ว”

กิ่งสะอึกกับคำพูดที่ทิ่มแทงใจของปลื้ม พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่ปลื้มขยับลุกขึ้นจากเตียง กิ่งจึงลุกขึ้นจากโซฟาด้วย ปลื้มเห็นแล้วก็บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดปนรำคาญ

“จะอะไรอีก แค่จะไปห้องน้ำ”

“ให้พี่ช่วยมั้ย”

“ไม่ต้อง”

ปลื้มเอ่ยอย่างหงุดหงิดเต็มที กิ่งเลยนั่งลงอย่างจำใจ ก่อนที่ปลื้มเดินเข้าไปในห้องน้ำ

ภาพสะท้อนในกระจกน่าตกใจที่สุด แทบไม่เหมือนตัวเองที่เคยรู้จัก เธอซอยผมจนสั้นกุดทั้งที่เธอรักผมยาวมากที่สุด คิมหันต์เองก็ชอบผมของเธอมากที่สุด แถมเธอเพิ่งสังเกตว่าตัวเองมีรอยสักตั้งหลายจุด ที่ชัดที่สุดก็คงเป็นข้อความที่ข้างคอ

‘Ging’

ชื่อของกิ่งมาอยู่บนตัวเธอ เธอเห็นแล้วยิ่งไม่เข้าใจ สิบปีที่ผ่านมาราวกับเธอสลับร่างมาอยู่ในร่างคนที่ไม่รู้จัก เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้

ก่อนจะสำรวจร่างกายส่วนอื่นก็โล่งใจว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากรอยสักที่มีทั้งที่แขน ที่หน้าท้อง

ก๊อกๆๆ

“ปลื้มเป็นอะไรหรือเปล่า”

กิ่งเคาะอย่างไม่สบายใจเมื่อปลื้มเข้าไปในห้องน้ำนานเกือบยี่สิบนาทีเพราะกำลังสำรวจร่างกายของตัวเอง ต่อด้วยนั่งคิดว่าควรทำยังไงต่อไปดี

“ฉันไม่หนีออกไปทางนี้หรอกนา”

ปลื้มเอ่ยอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเปิดประตูออกมาหน้ายุ่ง แล้วเดินสวนกิ่งออกมาจากห้องน้ำอย่างหงุดหงิด หน้าตาง่วงอย่างนั้นก็ไม่ยอมนอนสักที

“ปลื้มคิดจะหนีไปจริงด้วย”

กิ่งเอ่ยอย่างท้อใจ

“ขอเถอะ ถ้าปลื้มจะไปไหน ปลื้มบอกพี่ เดี๋ยวพี่พาไปเอง อย่าหนีไปเลย ปลื้มขับรถก็ไม่เป็นด้วย”

“ผิดแล้ว เพราะฉันขับรถเป็น”

ปลื้มเอ่ยอย่างมั่นใจ

มีหลายเรื่องที่กิ่งยังรับรู้ผิดๆ เกี่ยวกับตัวเธอ

“ปลื้มขับเป็นแต่รถมอเตอร์ไซด์ แล้วก็เพิ่งขับรถชนรถกระบะ”

ปลื้มขบริมฝีปากตัวเองอย่างครุ่นคิด เป็นไปได้ยังไงกัน กิ่งแทบจะไม่รู้จักเธอเลยด้วยซ้ำ รูปลักษณ์ของเธอตอนนี้ก็ไม่เหมือนเดิม

หรือเธอหลอกกิ่งเพื่อจะเอาเงิน นี่เธอไร้หนทางขนาดนั้นเลยเหรอ

“ฉันคงไม่ได้รักเธออย่างที่เธอบอกแล้วล่ะ เพราะฉันขับรถได้ จะให้ลองขับให้ดูเลยมั้ยล่ะ”

ปลื้มเอ่ยท้า อย่างน้อยขอให้ออกไปจากโรงพยาบาลก่อน เธอจะไปตามหาคิมหันต์เพื่อจะได้ถามเขาสักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“เธอขับรถไม่ได้”

“อย่ามารู้ดีกว่าฉันหน่อยเลย”

“พี่คบกับปลื้มมา 5 ปี แต่ปลื้มความจำเสื่อม พี่ต้องรู้มากกว่าปลื้มอยู่แล้ว”

“หยุดพูดเรื่องฉันเป็นอะไรต่อมิอะไรกับเธอสักที”

ปลื้มเอ่ยอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมากิ่งเอาแต่เอ่ยซ้ำไปซ้ำมาจนเธอเริ่มรำคาญ เธอไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจอะไรจึงทำแบบนี้ แต่เธอในตอนนี้ไม่มีทางรักผู้หญิงคนนี้ลงแน่ๆ

“ก็เพราะปลื้มความจำเสื่อมไง พี่เลยต้องบอกแบบนี้”

กิ่งเอ่ยน้ำตาคลอ

“อยากเป็นนักใช่ไหม อยากให้ฉันจำได้นักใช่ไหม...ได้ งั้นไปทวนความจำกับเดี๋ยวนี้เลย”

ปลื้มจับแขนคนตัวเล็กแล้วลากไปอย่างถือวิสาสะ กิ่งตัวปลิวไปตามแรงของปลื้มอย่างไม่อาจต้านทานได้ เธอไม่กล้าดิ้นสู้ด้วยเพราะกลัวว่าจะกระทบรอยช้ำจากการโดนรถชนของปลื้ม ก่อนที่ปลื้มจะผลักกิ่งลงบนโซฟาแล้วจึงขึ้นไปคร่อมไว้ด้านบน

“ปลื้มจะทำอะไร”

“อยากให้ฉันจำได้นักไม่ใช่เหรอ”

“อย่าทำแบบนี้”

กิ่งน้ำตาไหลอย่างเสียใจ เธอเสียใจที่นอกจากปลื้มจะไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่าแล้วยังประชดเธอแบบนี้อีก

“เราเป็นแฟนกันห้าปีไม่ใช่เหรอ งั้นเรามาพิสูจน์กัน”

ริมฝีปากอิ่มกดจูบหนักแน่นลงไปยังเรียวปากเล็กพร้อมกับบดเคล้าอย่างดุดันหนักแน่นจนคนใต้ร่างหายใจไม่ออก พยายามผลักคนตรงหน้าให้ออกห่างแต่ไม่กล้ารุนแรงเพราะกลัวว่าปลื้มจะเจ็บจากอุบัติเหตุ

มือเรียวของปลื้มกระชากเสื้อของกิ่งจนกระดุมขาดวิ่น ของขณะที่ปากยังคงบดเคล้าคลึงริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างดุดันจนแทบขาดอากาศหายใจ

“อะ อื้ออ”

กิ่งร้องเมื่อลิ้นกระหวัดไปทั่วโพรงปากของเธอจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่คนเหนือร่างจะถอนจูบออกแล้วไล้ริมฝีปากลงผ่านต้นคอไปยังไหปลาร้าและเนินอกที่มีบราเซียกางกั้น ขบเม้มดูดดันจนเป็นรอยจ้ำ

ก่อนจะดึงรั้งมันขึ้นจนหน้าอกอวบล้นทะลักออกมาชูชันรับริมฝีปากร้อนระอุ ปลื้มดูดดันและขบเม้มอย่างดูดดื่มจนกิ่งสะท้านไปทั้งร่าง

“ปลื้ม ยะ อย่า ขอร้อง อะ อาห์”

เสียงของกิ่งขาดห้วงเมื่อคนตรงหน้าครอบครองดูดดันหน้าอกอวบอย่างรุนแรงจนมันแข็งเป็นไต

“ทำไม ไหนบอกว่าเรารักกันไม่ใช่เหรอ”

ปลื้มเงยหน้าขึ้นถามเย้ยหยันก็พบกับกิ่งที่หน้าแดงก่ำและน้ำตาเอ่อคลออย่างน้อยใจ

ก็เพราะว่าความทรงจำของปลื้มยังเห็นเธอว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเธอ และเกลียดเธออย่างสิบปีที่แล้ว ที่ทำไปด้วยความเกลียด

“ปลื้ม ขอร้อง อย่าทำแบบนี้”

“เธอใช้มารยาอะไรหลอกฉัน จนฉันเลิกกับคิมหันต์แล้วมารักกับเธอได้”

“พี่ไม่ได้ทำ”

“อ้อ เหรอ งั้นขอดูหน่อยแล้วกันว่าอะไรทำให้ฉันติดใจผู้หญิงอย่างเธอ”

ปลื้มเอ่ยอย่างเย้ยหยัน ก่อนจู่โจมริมฝีปากบวมเห่อของกิ่งต่อ ขณะที่มือเรียวลูบไล้ไปยังต้นขาของกิ่งที่กระโปรงร่นขึ้น ก่อนเลื่อนไปยังกางเกงชั้นในตัวบาง

“อื้อ อื้ออ”

กิ่งร้องท้วงเมื่อเนินเนื้ออวบที่ถูกปกปิดด้วยกางเกงชั้นในกำลังถูกมือเรียวสอดเข้าไปล่วงล้ำเข้าไปอย่างถือสิทธิ์ ตัวของเธอสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสอุ่นจัดเคล้าคลึงและยั่วเย้าที่ปุ่มกระสันของเธอจนมันแข็งขืนขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

ให้เป็นปลื้มคนปัจจุบัน หรือปลื้มที่ความจำถอยไปสิบปี สัมผัสของปลื้มก็ทำให้เธอสะท้านไม่เปลี่ยนเลย

ปลื้มถอนจูบก่อนจะจรดริมฝีปากลงที่ท้องน้อยของกิ่งแทนจนเธอปั่นป่วนไปหมด พร้อมกันที่มือเรียวก็ทำงานพร้อมเพรียงกันเป็นอย่างดีโดยการดึงกางเกงชั้นในของเธอออกจนเผยเนินเนื้อขาวอวบที่ปกคลุมด้วยขนอ่อนรำไร ก่อนจะเกี่ยวขาทั้งสองขึ้นหยั่งอ้าให้ช่องรักกว้างขึ้น ก่อนมือเรียวจะลูบไล้ที่ช่องทางรัก นิ้วเรียวกรีดลงผ่านร่องสวาททำให้กิ่งตัวสั่นแทบคลั่ง

“อื้อ อะ อื้อออออ”

กิ่งรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองร้อนผะผ่าวจนแทบระเบิด ความรู้สึกเสียวซ่านที่ช่องทางรักจนต้องจิกมือลงบนไหล่ของปลื้มด้วยปั่นป่วนไปหมด

นิ้วเรียวเคล้าคลึงปุ่มกระสันกิ่งก่อนจะขยี้มันทำให้เจ้าของร่างแทบคลั่งตายเจียนจะระเบิด

“เฮือก”

กิ่งสะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสที่เธอเคยคุ้นเคยกำลังรุกล้ำไปที่ช่องทางส่วนตัวของเธอ แต่กลับเป็นสัมผัสที่ไม่ได้เกิดจากความรักอย่างที่เคยทำ ทำให้เธอเจ็บปวดเหลือเกิน

“หยะ อย่า ปลื้มอย่า”

กิ่งร้องห้ามเสียงแผ่วด้วยความเสียวซ่านและปั่นป่วนยังไม่จางหายไปจากตัว มีแต่จะโหมกระพือมากขึ้นจนร้อนรุ่มไปทั้งสรรพางค์กาย

นิ้วมือเรียวที่ขยับยิกในช่องสวาทของกิ่งยังคงขยับถี่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่นิ้วโป้งเคล้าคลึงปุ่มกระสันอย่างถี่ยิบ ขณะที่กิ่งตัวบิดเร้าอย่างเสียวซ่านจนระส่ำไปหมด

“ปลื้ม หยะ หยุด ซื้ดดด อย่าทำอย่างนี้ อื้อออ”

 

มือของปลื้มขยับรัวยิกเร็วจนเธอบิดเร่ากระเส่าเสียวจนครางไม่เป็นภาษา

“อะ อะ ซี๊ดดด ปลื้ม อ๊ะะ”

มือเรียวขยับถี่จนเอวของกิ่งเผยอขึ้นเหนือโซฟาด้วยความเสียวซ่าน ขยับเอวรับสัมผัสของปลื้มแม้จะรู้ว่าที่ปลื้มทำไปไม่ได้ทำเพราะความรู้สึกดีอย่างที่เคยก็ตาม

“ปลื้มมมม ซี๊ดดด อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา”

น้ำหวานใสจะทะลักออกมาจากช่องสวาทเมื่อความเสียวพุ่งไปถึงจุดสุดยอด ก่อนที่เธอจะหอบถี่ด้วยความเหนื่อยด้วยเพลียจากการอดนอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ปลื้มถอนนิ้วออกจากช่องสวาทที่เปียกชุ่มขณะที่ครุ่นคิดในใจไม่ตก เธอคุ้นเคยกับร่างกายของกิ่งอย่างดีแม้จะจำไม่ได้ แต่เธอรู้ว่าควรจะจัดการตรงไหน และตอนที่เธอจูบกิ่ง เธอรู้สึกคุ้นเคยกับรสจูบที่หวานล้ำนี้

แม้จะเป็นจูบที่เธอทำไปอย่างดุดันก็ตาม

ปลื้มมองคนที่ตาฉ่ำปรือใต้ร่างอย่างครุ่นคิด กิ่งเพลียเต็มทีจนแทบจะหลับ แต่ยังฝืนลืมตาเอาไว้

“ปลื้ม”

กิ่งเอ่ยชื่อเธอเสียงแผ่ว มันทำให้เธอครุ่นคิดบางอย่างมากมายขณะมองกิ่งค่อยๆ หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน และหลับไปในที่สุด

ปลื้มผละออกมานั่งคิดใคร่ครวญ

ถ้าเธอจะหาคำตอบเรื่องนี้ก็คงมีเพียงแค่คิดหันต์ แม้ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเธอก็ต้องตามหา

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอสับสนไปหมดแล้ว 

ความคิดเห็น