ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 101 อย่าหวังว่าจะได้คืน

ชื่อตอน : บทที่ 101 อย่าหวังว่าจะได้คืน

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 398

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2562 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 101 อย่าหวังว่าจะได้คืน
แบบอักษร

  เหล่ยลี่หยิบโทรศัพท์ของเผิงกวนอิงขึ้นมาดู ... เห็นเขารับสายของจางฟงแล้วยังโทรไปหาจูไฉ่หงด้วย .... เหล่ยลี่ยืนคิดอยู่ชั่วครูก่อนจะตัดสินใจใช้โทรศัพท์ของเผิงกวนอิงกดรีไดอัลหาจูไฉ่หง เพราะดูจากเวลาที่เผิงกวนอิงโทรก่อนหน้านี้ มันเป็นช่วงเดียวกับที่เขาล้มพอดี ยังไงเขาก็จะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เผิงกวนอิงถึงได้เกิดความเครียดเฉียบพลันถึงขั้นวูบ 

  "เผิงเหล่าซือ ทำไมจู่ๆเงียบไป...." จูไฉ่หงทักขึ้นก่อน เธอกำลังเดินกลับจากร้านสะดวกซื้อ 

  "นี่ผมเอง เหล่ยลี่" 

  "ผู้จัดการเหล่ย?" จูไฉ่หงหยุดเดิน แปลกใจที่เหลยลี่ใช้โทรศัพท์ของเผิงกวนอิงโทรมา 

  "เห็นคุณโทรเข้ามาหลายสาย มีอะไรเหรอครับ" เหล่ยลี่แกล้งเลียบเคียงถาม เขาจะต้องถามจูไฉ่หงให้รู้เรื่องก่อนที่เผิงกวนอิงจะรู้สึกตัว 

  "เผิงเหล่าซือให้คุณโทรมาเหรอคะ" จูไฉ่หงข้องใจ 

  "เปล่า .... เอางี้.... ผมไม่อยากอ้อมค้อมเสียเวลา ทางคุณโทรมาถี่ๆ มีอะไร บอกผมได้ไหมครับ" เหล่ยลี่ทำเสียงเหมือนรำคาญมากกว่าขอร้อง 

  "ขอคุยกับเผิงเหล่าซือได้ไหมคะ" 

  "ถ้าคุยได้ ผมก็ให้คุยแล้ว" 

  "....." จูไฉ่หงอึ้ง ไม่รู้ว่าเหล่ยลี่จะมาไม้ไหน 

  "คุณจูไฉ่หง นี่มันเวลาอะไรแล้ว จะมาอมพะนำอะไร เปิดอกคุยกันจะได้ไหม" 

  "อยากขอให้เผิงเหล่าซือแวะมาหาจูเหล่าซือหน่อย.... น่ะค่ะ" ในที่สุดจูไฉ่หงก็ตัดสินใจเอ่ยปากข้อร้อง ทั้งๆที่นึกไม่พอใจในน้ำเสียงและปฏิกริยาของเหล่ยลี่ 

  "เอ้า แล้วทำไมจูเหล่าซือไม่แวะมาเองเล่า ถ้าอยากเจอเผิงเหล่าซือน่ะ" ทำไมจะต้องเป็นฝ่ายเผิงเหล่าซือที่ต้องไปหาทุกคราวไปเล่า เหล่ยลี่หงุดหงิด ลืมเจตนาที่เขาโทรมาหาจูไฉ่หงในตอนแรกหมด 

  "จูเหล่าซือไข้สูงมาก...." 

  "เหรอครับ" ทำไมรู้สึกสะใจวะ เรา เหล่ยลี่นึก 

  "เผิงเหล่าซือก็หมดสติไปแต่เช้ามืด...." เขาบอก ใช้น้ำเสียงเหมือนคนอยากมีเรื่อง  

  "เอาเป็นว่า ใครโงหัวขึ้นมาได้ก่อนก็ให้ติดต่อมา ดีไหมครับ" น้ำเสียงฟังดูเหมือนถากถางยังไงชอบกล 

  ".... เผิงเหล่าซือเป็นอะไร..." ถึงจะไม่พอใจเหล่ยลี่แต่จูไฉ่หงก็ยังเป็นห่วงเผิงกวนอิงอยู่ 

  "ผมจะรู้ได้ยังไง .... คุยโทรศัพท์กับคุณอยู่ดีๆก็ร่วง" เหล่ยลี่สะบัดเสียง 

  "....." จูไฉ่หงพูดไม่ออก ... เผิงเหล่าซือ คุณคงเป็นห่วงจูเหล่าซือมากสินะ... 

 

  "คุยโทรศัพท์กับใคร" เหล่ยลี่สะดุ้งสุดตัว เผิงกวนอิงรู้สึกต้วแล้ว เขามายืนอยู่ที่ประตูทางด้านหลังของเหล่ยลี่ เหล่ยลี่เลยยื่นโทรศัพท์ให้เผิงกวนอิง 

  "คุณจู" เขาบอกเมื่อเผิงกวนอิงรับโทรศัพท์ไป แล้วเหล่ยลี่ก็เดินออกจากห้องไป สีหน้าเขาเฉยชาไม่แสดงความรู้สึกอะไรสักอย่าง  

 

  "ผมเอง..." 

  "เผิงเหล่าซือ เป็นยังไงบ้างคะ พี่คงทำให้คุณตกใจ แต่พี่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริงๆ" เธอตัดสินใจเดินเข้าสวนหย่อมข้างทางเพื่อหาที่นั่ง คิดว่าคงจะต้องคุยกับเผิงกวนอิงอีกนาน 

  "อาหลงล่ะครับ?" 

  "ยังมีไข้อยู่ วันนี้ไปถ่ายทำไม่ได้" 

  "ผมจะรีบมา ไหนๆวันนี้ผมก็ไม่ต้องเข้ากองฯ" พูดจบเขาก็วางสาย ไม่รอฟังว่าจูไฉ่หงจะพูดว่าอะไร 

  จากเซี่ยเหมินไปหังโจว บินแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น มีตั้งเจ็ดเที่ยวบินต่อวัน ไหนๆวันนี้ทางกองฯก็ให้เขาพักแล้ว วันนี้บินไปหาจูอี้หลง พรุ่งนี้เขาก็ยังกลับมาทันถ่ายทำต่อ..... 

 

  ยังไม่ทันจะขึ้นรถไปสนามบิน เผิงกวนอิงก็ได้รับโทรศัพท์จากไจ๋เทียนหลิน ผู้กำกับกวนโทรไปบอกไจ๋เทียนหลินว่าเผิงกวนอิงล้มกลางกองถ่าย เพราะไจ๋เทียนหลินไม่เพียงเป็นเพื่อนสนิทของเผิงกวนอิง แต่ละครเรื่องนี้ยังมีเงินของไจ๋เทียนหลินลงทุนอยู่ถึงยี่สิบเปอร์เซนต์ 

  "ผมไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่ต้องห่วง ละครพี่ปิดกล้องได้ตามกำหนดแน่ๆ" 

  "ไอ้บ้า ใครเขาห่วงละครกัน ฉันห่วงนายต่างหาก" 

  "ผมรู้แล้ว แค่ล้อพี่เล่น" เผิงกวนอิงฝืนหัวเราะเบาๆ 

  "ผมกำลังจะไปสนามบิน จะบินไปหังโจว" เขาบอกไจ๋เทียนหลิน 

  "หาอาหลง?" เผิงกวนอิงอืมตอบเบาๆ .... หายโกรธแล้ว? ... ไจ๋เทียนหลินถาม 

  "จะให้ผมทำยังไง .... เขาไม่ได้รักผม ... จะโกรธไป ก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้" ... จะโกรธอยู่ได้ยังไง ... ไป๋อวี่ทำอาหลงถึงขนาดนั้น... แล้วยังยานอนหลับนั่นอีก... 

  "เขากลัวที่จะเอ่ยปากว่ารักผม แต่เขาบอกว่ารักเหล่าไป๋เต็มปากเต็มคำ" น้ำเสียงเขายังแฝงความน้อยอกน้อยใจอยู่ 

  "รักเหรอ... คงไม่ใช่ว่า นายบังคับให้เขาต้องพูดคำนั้นออกมานะ..." ไจ๋เทียนหลินท้วง นึกถึงคำพูดของหลินชิงหู... 

  "นึกดูให้ดี เป็นนายที่คาดคั้นเขา จนเขาจำต้องพูดว่ารักไป๋อวี่หรือเปล่า เขาบอกว่ารักไป๋อวี่เพราะไม่กล้าเอ่ยปากว่ารักนายหรือเปล่า...?" ...ก็เขาไม่อยากเสียความเป็นเพื่อนไป ...นายก็รู้นี่นา... 

  "นายแน่ใจนะว่านายไม่ได้ผลักคนที่ชอบนายรักนายเข้าไปในอ้อมอกของคนอื่นน่ะ" .... 

  "ผมจะลองถามอาหลงดู" เผิงกวนอิงบอกหลังจากอึ้งไปครู่ใหญ่ 

  ...กวนอิงเอ๊ย นายคือคนโง่แห่งศตวรรษ ไม่สิ แห่งสหัสวรรษเลย นายกรีดหัวใจนายส่งให้คนอื่นไปแล้ว อย่าหวังว่าจะได้คืนมาเลย ไอ้น้อง... ไจ๋เทียนหลินจุ๊ปากแบบไม่มีเสียงใส่โทรศัพท์ 

 

  "พี่จะไปไต้หวัน ไปคุยเรื่องละครที่จะทำร่วมกับทางนั้น ถ้าตกลงกันได้แล้วพี่คงจะอยู่ที่นั่นยาวเลย นายจะไปกับพี่ไหม แต่ไปแล้วคงจะไม่กลับมาง่ายๆหรอกนะ พี่ยังมีโปรเจคกับทางสิงคโปร์ ถ้าจะร่วมงานกับพี่ นายคงต้องทิ้งเมืองจีนไว้ข้างหลังแล้ว" ไจ๋เทียนหลินเว้นระยะให้เผิงกวนอิงคิด 

  "นายคุยกับอาหลงให้ดี ... แล้วค่อยตัดสินใจ ... ยังไงพี่ก็คงอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปอีกพักใหญ่ .... พี่ไม่งอมืองอตีนยอมอดตายหรอก ไปด้วยกัน ถือเสียว่านายช่วยพี่" ไจ๋เทียนหลินกล่อม นึกสังหรณ์ลึกๆอยู่ในใจว่าจูอี้หลงไม่มีวันย้อนกลับมาเดินทางเดิมแน่ๆ เขาเคยทำอย่างนั้นเสียที่ไหน ถ้าลองได้ตัดสินใจว่าจะไปทางนั้น ต่อให้เดินไปเจอเหว เขาก็ไม่ยอมถอยกลับแน่ มีแต่จะหาหนทางว่าจะข้ามเหวแล้วเดินหน้าต่อไปยังไง เพราะนั่นคือจูอี้หลง.... 

  "ขอบคุณครับ" ในที่สุดเผิงกวนอิงก็กล่าวตอบ เข้าใจความหมายของไจ๋เทียนหลินดี ว่าเขาต้องการจะหาทางเดินที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับทั้งเผิงกวนอิง จูอี้หลงและไป๋อวี่ 

... 

... 

  เป็นหลินชิงหูที่มารับเผิงกวนอิงกับเหล่ยลี่ที่สนามบิน จูไฉ่หงอยู่ดูแลเรื่องอาหารให้จูอี้หลงกับทีมงาน เธอเองก็ไม่อยากมาเผชิญหน้ากับเหล่ยลี่ เผิงกวนอิงให้เหล่ยลี่นั่งรถวีไอพีของจูอี้หลงไป ส่วนตัวเขาให้ถังซันขับรถที่เหล่ยลี่โทรมาขอเช่าไว้ สองคนนั่งมาด้วยกันท่ามกลางความเงียบ  

  "ทำไมอาหลงถึงกินยานอนหลับเข้าไปทั้งขวด" เผิงกวนอิงทำลายความเงียบขึ้นก่อน 

  "คงเพราะคุณกระมัง..." หลินชิงหูตอบ นัยน์ตาจ้องอยู่ที่ถนนตรงหน้า 

  "อาหลงมีเรื่องให้ต้องคิดหลายเรื่อง เขาไม่เล่าให้พี่ฟังบ้างเหรอ" เผิงกวนอิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่ถามเหมือนจะให้รู้กลายๆว่าเขาคงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้จูอี้หลงคิดสั้น ...หลินชิงหูส่ายหน้าเป็นคำตอบ 

  "จูเหล่าซือไม่เคยคุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงาน ถ้ามีปัญหาอะไร ก็ดูเหมือนจะปรึกษาแต่เผิงเหล่าซือเท่านั้น" หลินชิงหูเหมือนจะตัดพ้อกลายๆ 

  "พอไม่มีคุณอยู่ให้ปรึกษา เขาก็คงเหมือนลูกโป่งที่พองออกพองออก พองจนมันแตก..." คราวนี้ไม่เพียงแต่น้ำเสียงเท่านั้นที่ตัดพ้อ หลินชิงหูยังตวัดหางตาค้อนใส่เผิงกวนอิงอีกวงใหญ่ 

  "ผมคงทำอะไรไม่ได้มาก..." เผิงกวนอิงออกตัวก่อนจะเอ่ยพาดพิงถึงไป๋อวี่ 

  "มีอะไร เขาก็น่าจะปรึกษาไป๋อวี่ได้"  

  "ผมก็คิดอย่างนั้น ... แต่จูเหล่าซือดูเหมือนจะไม่เคยเอาเรื่องหนักใจอะไรมาคุยกับไป๋เหล่าซือเลย .... เจอกันที่ไร โลกก็เป็นสีชมพูไปหมด" หลินชิงหูกล่าวอย่างกระแทกกระทั้น เขาคงไม่ได้ชอบใจโลกสีชมพูของสองคนนั่นนัก เผิงกวนอิงยิ้มน้อยๆ.... ก็ดีแล้วนี่นา ... เขาพึมพำ 

  "ดีกะผีอะไร" หลินชิงหูสบถ 

  "พอไป๋เหล่าซือไป โลกก็กลับมามืดมนอีก ยิ่งวันยิ่งมืด" ท่าทางหลินชิงหูอึดอัดใจ 

  "แล้วไป๋เหล่าซือยังมาโมโหใส่ ทำร้ายอาหลงถึงขนาดนั้น" เขาตบพวงมาลัยปึกปึกปึก 

  "ทำไม...." เผิงกวนอิงหันมาถาม เสียงเขาเบาหวิวเหมือนพูดกับตัวเอง 

  "ผมจะรู้ได้ไง.... ไม่เคยคิดตามคนแซ่ไป๋ถูกเลย จะคนพ่อคนแม่ หรือคนลูก แม่งมาแบบมนุษย์ธรรมดาไม่เป็น .... เชี่ยยยเอ้ยยย" หลินชิงหูกดแตรค้างยาวเหยียด ทำเอารถคันหน้ารีบเร่งเครื่องหนี เข้าใจว่าเขาบีบแตรไล่  

  เผิงกวนอิงนิ่งเงียบไป เกือบยี่สิบนาทีที่ทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยปากอะไรเลย 

  "จูเหล่าซือเอ่ยชื่อคุณ ตอนที่เขายังไม่ค่อยได้สติ... " หลินชิงหูกล่าวในที่สุด 

  "เป็นผม ผมก็คงไม่พอใจ ถ้าคนที่ผมกอดไว้กลับคิดว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นอยู่ ... แต่ถึงจะไม่พอใจยังไง ผมก็คงจะไม่บีบคอเขาจนหลอดลมแทบจะพัง แล้วผมก็คงไม่ฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่มีทางสู้ ... ทำ...ระยำ...กับเขาแบบนั้น" 

  "พี่เข้าใจผิดหรือเปล่า ... ความสัมพันธ์ของเขาสองคน... มันเป็นเรื่องของความสมัครใจ" 

  "เข้าใจผิด? เข้าใจผิด? สมัครใจห่าอะไร?? กางเกงเขามีแต่เลือด .... ผมนี่แหละที่ต้องบากหน้าทำตัวเป็นคนไข้ริดสีดวง ไปซื้อยามาให้เขา ..." หลินชิงหูเสียงดังขึ้น 

  "ถ้ามันเป็นเรื่องสมัครใจ เขาจะเลือดออกขนาดนั้นได้ยังไง .... " หลินชิงหูเบรคแตกแล้ว เขาร้องไห้อย่างไม่อายเผิงกวนอิง 

  "คุณเอาเขากลับมาให้ได้... เอาอาหลงกลับมาให้ได้ ... ผมขอร้อง..." เผิงกวนอิงยิ้มตอบอย่างแห้งๆ ... ผมก็อยากทำอย่างนั้น พี่หลิน ... แต่อาหลงไม่ได้คิดจะอยู่กับผมตั้งแต่แรกแล้ว... 

... 

... 

  "ตอนนี้ฉันรักไป๋อวี่ รักจริงๆ ตอนที่บอกนายไปว่ารักเหล่าไป๋ ฉันไม่ได้โกหก" นั่นคือคำตอบ เมื่อเผิงกวนอิงถามจูอี้หลงว่าเขาคงไม่ได้บอกว่ารักไป๋อวี่เพราะโดนคาดคั้นจนจำใจต้องพูดออกมาใช่ไหม 

  "เมื่อไหร่ นายเริ่มรักเหล่าไป๋เมื่อไหร่" เขาไม่ได้อยากรู้ เขาแค่อยากจะแน่ใจว่าจูอี้หลงไม่ได้โกหก 

  "ไม่รู้ เริ่มเมื่อไหร่ไม่รู้ พอรู้ตัว ก็รักเขาแล้ว ตอนที่ถูกแทง ฉันนึกถึงแต่เขา... " จูอี้หลงส่ายหน้า สองมือที่วางบนหมอนที่อยู่บนตักเริ่มขยุกขยิกไปมา 

  "ถ้าก่อนหน้านั้นฉันบอกว่ารักนาย.... นายจะรักฉันไหม" เผิงกวนอิงถาม นัยน์ตาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าอิดโรยของจูอี้หลง 

  "รัก.... แต่ฉันก็จะยังรักเหล่าไป๋อยู่ดี ...." 

  "แล้วตอนนี้ล่ะ ถ้าฉันบอกว่ารักนายตอนนี้ล่ะ นายจะรักฉันไหม" เผิงกวนอิงยังไม่ยอมแพ้ 

  "ฉันไม่เคยไม่รักนายนี่ .... " จูอี้หลงตัดพ้อ ช้อนตามองดูคนที่นั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง 

  "แต่ตอนนี้ นายไม่มีที่สำหรับฉันแล้ว ในหัวใจนายไม่มีที่ให้ฉันแล้ว" เผิงกวนอิงตัดพ้อบ้าง  

  "ไม่ได้บอกว่าไม่มีนี่นา" จูอี้หลงเริ่มเหวี่ยง สายตาเง้างอดนั้นเคยทำให้เผิงกวนอิงละลายเป็นขี้ผึ้งโดนไฟมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว 

  "นายจะเอายังไงแน่... จูอี้หลง" เผิงกวนอิงพยายามควบคุมตัวเอง เขาจะมาจมดิ่งลงไปในแววตาโศกนั้นอีกไม่ได้แล้ว 

  "ทำไม ฉันรักคนสองคนพร้อมๆกันไม่ได้เหรอ" จูอี้หลงก้มหน้ามองมือตัวเอง ถามคำถามที่ฟังดูเหมือนว่าโลกทั้งโลกผิดต่อเขา 

  "นายมันจะโลภมากไปแล้ว" เผิงกวนอิงต่อว่า เสียงแหบแห้ง 

  "ไม่ได้เหรอ ... " นัยน์ตาสีน้ำตาลนั้นจับจ้องนัยน์ตาของเผิงกวนอิง มองเห็นน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาบางๆ 

  หากเป็นเมื่อก่อนนี้ เผิงกวนอิงคงจะอดใจไว้ไม่ได้ เขาคงจะเข้าไปสวมกอดคนที่อยู่เบื้องหน้าไว้ แล้วตอบว่า ได้ ... ได้สิ ทำไมจะไม่ได้.... แต่ตอนนี้ เขาทำได้เพียงแค่นึกตอบอยู่ในใจ... ไม่ได้หรอก... 

  ...เหล่าไป๋ฆ่านายแน่....   

 

... 

... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว