matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 35

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38k

ความคิดเห็น : 110

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2558 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 35
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 35 -

 

ปอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เพราะเสียงดังก็อกแก็กกับเสียงคนคุยกันแว่วๆ พอมองหาที่มาของเสียง ก็เห็นว่าเป็นเลิฟยืนที่คุยโทรศัพท์อยู่ ปอเลยลุกขึ้นยืนเอามือขยี้หัวจนยุ่งเหยิง แล้วเดินหาวหวอดๆไปหาเลิฟ

 

"ครับ เร็วที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ" เลิฟกดตัดสายทิ้งแล้วหันมาส่งยิ้มให้ปอ

 

ฟอดดดดดด

 

"คุยกับใคร" ปอคว้าเอวเลิฟมากอดแล้วก้มลงหอมแก้มเนียน ก่อนจะถามเสียงเรียบ

 

"พี่เมย์น่ะ ทำให้ตื่นหรอ" เลิฟหันมาตอบแล้วก็เอื้อมมือไปลูบผมยุ่งๆของปอให้เข้าที่ แต่ปอก็ยกมือมาขยี้หัวตัวเองจนยุ่งอยู่ดี

 

"อืม แล้วมึงตื่นมาทำอะไรแต่เช้า" ปอมองสำรวจเลิฟที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วด้วยความแปลกใจ

 

"เช้าที่ไหนล่ะจะ 10 โมงแล้ว" เลิฟบอกยิ้มๆ ก่อนจะผละออกไปหยิบกระเป๋าตังกับโทรศัพท์ที่วางไว้ แล้วเดินออกจากห้องนอนไป

 

"มึงจะไปไหน" ปอเดินตามออกมาแล้วดึงแขนเลิฟไว้ ก่อนที่เลิฟจะเปิดประตูออกไปข้างนอก

 

"ไปทำงานไง" เลิฟชะงักมือที่จะเปิดประตูไว้ แล้วหันหน้ากลับมาตอบปอ

 

"ไหนมึงบอกว่าวันนี้หยุด แล้วจะไปซื้อของกับเพื่อนไง" ปอถามด้วยความสงสัย แล้วมองเลิฟเพื่อสังเกตุความผิดปกติ

 

"ก็พี่เมย์ขอให้ไปช่วยน่ะ ส่วนนัดกับนาวเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้แทน" เลิฟตอบคำถามด้วยท่าทีปกติทุกอย่าง แต่ปอก็รู้สึกแปลกๆอยู่ดี

 

"แล้วนี่มึงทำงานไหว" ปออดที่จะถามไม่ได้ เพราะเมื่อคืนอยู่ดีๆเลิฟมันก็ยั่ว ผลคือกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสาม แล้วมันดันตื่นนอนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ท่าเดินนี่ถ้าคนมองไม่โง่ก็รู้ว่าทำอะไรมา

 

"ก็ต้องไหวแหละ ก็ทำตัวเองมันก็ต้องไหว" เลิฟบอกเสียงแผ่ว เหมือนจะสื่ออะไรที่มากกว่านั้น จนปอขมวดคิ้วเป็นปม

 

"เดี๋ยวกูไปส่ง" ปอจับแขนเลิฟแน่นกว่าเดิมโดยที่ไม่รู้ตัว

 

"ไม่เป็นไร นี่สายแล้วเดี๋ยวไปเปิดร้านให้พี่เมย์ช้า กว่าปอจะอาบน้ำเสร็จกว่าจะไปถึงสายแน่ๆอ่ะ" เลิฟทำหน้าลำบากใจเล็กน้อยเพราะกลัวสาย

 

"แล้วทำไมไม่ปลุกกู" ปอถามเลิฟดุๆ

 

"อ้าว...ตัวเองตื่นสายไหงมาว่าเลิฟล่ะ" เลิฟทำหน้างงใส่ปอ 

 

"มึงเป็นอะไร" ปอรู้สึกว่าวันนี้เลิฟดูแปลกๆในหลายๆอย่าง

 

"ปอนั่นแหละเป็นอะไร" เลิฟยกมือลูบแก้มปอเล่นเบาๆ เพราะเห็นว่าทำหน้าตึง

 

"กู...เดี๋ยวกูลงไปส่งข้างล่าง" ปออยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูด ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหยิบเสื้อในห้องนอนมาใส่ แล้วเดินจูงมือเลิฟไปที่ลิฟท์

 

ระหว่างที่อยู่ในลิฟท์ไม่มีการพูดคุยอะไรทั้งนั้น มีแค่ความเงียบจากทั้งคู่ และมือที่กุมกันเอาไว้แน่น เหมือนกับกลัวว่ามันจะหายไปไหน

 

ปอเดินออกมาส่งเลิฟถึงถนนใหญ่หน้าคอนโด จังหวะที่เลิฟปล่อยมือจากปอเพื่อไปโบกรถ อยู่ๆปอก็ใจหายขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ

 

"ปอ / เลิฟ" ทั้งคู่พูดพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจ จนเลิฟหัวเราะออกมานิดๆแล้วเดินกลับมาหาปอ ประคองฝ่ามือใหญ่มากุมไว้

 

"อย่าลืมกินข้าวเช้านะ" เลิฟพูดเสียงเบา

 

"........." 

 

"พวกของใช้อยู่ในตู้ซ้ายมือ" เลิฟลูบฝ่ามือปอเล่น

 

"........."

 

"อย่ากินแต่เหล้ารู้มั้ย"

 

".........."

 

"ให้อาหารโมกด้วย" เลิฟเงยหน้าขึ้นมาส่งรอยยิ้มให้ปอจางๆ จนปอใจกระตุกแปลกๆ

 

"แน่ใจนะว่าไม่มีอะไร กูว่ามึงแปลกๆ" ปอมองหน้าเลิฟอย่างค้นหาคำตอบ แต่ก็ไม่เจออะไร

 

"เลิฟรักปอนะ" แขนเล็กโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น  

 

"กูรู้" ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ อีกข้างก็กอดร่างบางไว้ 

 

"แล้วปอรักกันรึเปล่า รักกันบ้างรึยัง" เสียงที่ถามออกมามันแผ่วเบาไม่ต่างจากเสียงกระซิบ แต่ดังชัดเจนเหมือนตะโกนอยู่ข้างหู

 

"จะโกหกก็ได้ บอกว่ารักกันสักครั้งได้ไหม" น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับอ้อมกอดที่กระชับขึ้น ทำให้ปอดันเลิฟออกจากตัวเอง มองใบหน้าเนียนด้วยความสงสัย รู้สึกสะกิดที่ใจแปลกๆ มันบอกไม่ถูก

 

"กูว่ากูไปส่งมึงดีกว่า" ปอไม่ได้พูดตามที่เลิฟขอ แต่คิดขึ้นมาว่าไม่อยากปล่อยเลิฟไปไหนคนเดียวตอนนี้

 

"ฮ่าๆจะบ้าหรอ ลงมาถึงนี้แล้ว ใครจะไปรอเลิฟไปก่อนนะ" เลิฟหัวเราะนิดๆแล้วหันหลังกลับไปโบกรถ

 

"เลิฟ" ปอดึงเลิฟเอาไว้อีกครั้ง

 

"หือ" เลิฟหันกลับมามองปอ

 

"เดี๋ยวเที่ยงกูไปรับกินข้าว...รอกูนะ" ปอบอกด้วยเสียงที่หนักแน่น แต่แฝงด้วยความอ้อนวอน ไม่รู้ทำไมถึงทำแบบนั้น มันหาคำตอบไม่ได้ 

 

"เลิฟไปนะ" แววตาของเลิฟไหววูบไปนิด แล้วก้าวขาขึ้นรถแท็กซี่ทันที โดยที่ไม่ได้หันมามองปอที่ยืนอยู่อีกเลย

 

ปอมองตามรถที่ขับออกไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกว่าใจมันแกว่ง โหวงๆในอกบอกไม่ถูก ความรู้สึกเหี้ยๆตีรวนกันไปหมด มันรู้สึกว่าตัวเองทำพลาด ทีเมื่อกี้่ปล่อยให้เลิฟขึ้นรถไป

 

...

...

 

"โทษนะครับที่โทรมาจองตั๋วรถเมื่อตอนเช้าน่ะครับ" เลิฟก้มลงบอกพนักงานที่นั่งอยู่ในช่องขายตั๋ว

 

"คุณกานดาใช่ไหมค่ะ" พนักงานถามย้ำเพื่อความถูกต้อง ซึ่งเลิฟก็พยักหน้าให้เพื่อยืนยัน

 

"สักครู่นะคะ" ไม่นานพนักงานก็ยื่นตั๋วมาให้ พร้อมกับที่เลิฟจ่ายเงิน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถตามทางที่พนักงานบอก

 

เลิฟขึ้นมานั่งรอบนรถ  มองตั๋วในมือด้วยความสับสน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำถูกไหม ใจตัวเองอยากจะทำแบบนี้จริงๆรึเปล่า แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะทำไปแล้ว

 

เลิฟหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก ไม่นานปลายสายก็รับ และส่งเสียงสดใสเป็นเอกลักษณ์กลับมา

 

"(ถึงไหนแล้วมึง กูรออยู่ที่เดิมเนี้ย พวกไอ้พีทก็มาแล้ว)" นาวถามเลิฟและส่งเสียงไปด่าโดม มีเสียงหัวเราะดังให้ได้ยินแว่วๆ

 

"กูจะโทรมาบอกว่าคงไม่ได้ไปแล้ว" เลิฟบอกนาวพยายามฝืนบังคับเสียงของตัวเองให้ปกติที่สุด

 

"(อ้าว..ทำไมคะผัวเอาจนลุกไม่ขึ้นเหรอวะ ฮ่าๆ)" นาวหัวเราะเสียงดังลั่นกับคำพูดตัวเอง

 

"(เออๆไม่เป็นไร เดี๋ยวเจอกันวันไปทะเลก็ได้ แล้วมึงจะฝากกูซื้ออะไรไหม)" คำพูดของนาวทำให้เลิฟรู้สึกผิดในใจไม่น้อย ไม่รู้จะบอกเพื่อนว่ายังไง

 

"กูคงไม่ได้ไปทะเลกับพวกมึงแล้วว่ะ ขอโทษนะเว้ย" เลิฟบอกเสียงแผ่ว

 

"(ทำไมวะ มึงมีอะไรรึเปล่า)" นาวถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเริ่มสังเกตุได้ถึงความผิดปกติ

 

"กู......" น้ำเสียงเป็นห่วงของเพื่อน ทำให้เลิฟพูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดเอาไว้ มันเริ่มตีรวนขึ้นมาในอก

 

"(เกิดอะไรขึ้นวะ)" 

 

"ไม่มีอะไรหรอก กูแค่เหนื่อยแล้วอยากไปไหนไกลๆคนเดียวสักพัก"

 

"(มึงจะไปไหน มีอะไรไม่พูดวะ มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนไหมเลิฟ มึงไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะเว้้ย)" นาวโวยวายเสียงดัง

 

"มึงคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตกู กูขอโทษที่คอยแต่สร้างปัญหา คอยแต่ทำให้มึงเป็นห่วง เหมือนภาระที่ต้องคอยให้มึงดูแล" เลิฟบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น กระพริบตาถี่ๆเพื่อไม่ให้น้ำตามันไหล

 

"(มึงอย่าพูดแบบนี้ ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อนกูจะห่วงหรอวะ)" น้ำเสียงร้อนรนของนาว ทำให้น้ำตาของเลิฟไหลลงมาในที่สุด

 

"กูแย่แล้วว่ะนาว ทำไมต้องเจอแต่อะไรแบบนี้วะ" 

 

"(ตอนนี้มึงอยู่ไหน เดี๋ยวกูไปหา)" เสียงของนาวสั่นเครือ จนเลิฟรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำให้เพื่อนเป็นห่วงอีกแล้ว 

 

"ไม่ต้องเป็นห่วงกูนะ กูสัญญาว่ากูจะกลับมาหามึง แต่ตอนนี้กูไม่พร้อมเจอใครทั้งนั้น ขอกูอยู่คนเดียวสักพัก อยู่ให้ชินจะได้ไม่หาเรื่องอีก" พูดแค่นั้น่เลิฟก็รีบตัดสายทิ้ง และกดปิดเครื่องทันที 

 

เลิฟปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ สายตาก็เหม่อมองออกไปตามวิวข้างทาง ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามความเร็วของรถ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อยากอยู่คนเดียวแบบนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตัดสินใจหันหลังและทิ้งทุกอย่าง รู้ดีว่าตัวเองกำลังทำให้หลายคนเป็นห่วง และรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันเหมือนการหนีปัญหา แต่จะให้อยู่เผชิญหน้ากับความจริงที่ต้องรับรู้ เขาทำไม่ได้จริงๆ

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ลืมกุญแจหอพัก จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรแบบนี้ เมื่อวานเขาไม่ได้หลับและได้ยินทุกอย่าง ตอนนั้นเขารู้สึกว่าตัวมันชาวาบ เหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็นจัดและตบซ้ำ ขาสองข้างเหมือนโดนถ่วงด้วยก้อนหินขนาดยักษ์ อยากจะออกไปอาละวาด โวยวาย แต่ที่ทำได้คือยืนฟังอยู่เงียบๆ วินาทีนั้นมันสับสนจนแม้แต่น้ำตาก็ยังไม่ไหล

 

ถามว่าโกรธไหมบอกเลยว่าไม่ ถามว่าเกลียดรึเปล่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่รู้สึกคือเสียใจและผิดหวังกับความจริงที่ว่า ต่อให้พยายามแค่ไหนเรื่องของเขามันก็ไม่มีทางไปได้ไกลกว่านี้ เพราะทุกอย่างมันถูกกำหนดระยะเวลาไว้แล้ว 

 

ทั้งๆที่เขาคิดว่าปอคงจะรู้สึกอะไรเหมือนกันบ้าง แต่แค่ปอเป็นคนไม่พูด ทั้งๆที่คิดว่าอะไรมันคงดีขึ้น สิ่งที่ปอแสดงออกมันต้องมีความหมาย แต่มันกลับไม่ใช่ ทุกอย่างมันเป็นแค่เกม และเขาคือตัวหมากตัวหนึ่งบนกระดาน 

 

ถึงอย่างนั้นในส่วนลึกของหัวใจมันยังดื้อดึง เขายังไม่เชื่อว่าสิ่งที่ปอทำมันคือการเสแสร้ง เมื่อเช้าเขาเลยลองเสี่ยงที่จะถาม ถ้าปอบอกว่ารักคำเดียวถึงจะพูดโกหก เขาก็จะยังอยู่ตรงนั้นแม้ว่าจะต้องถูกทิ้งก็ตาม 

 

เขารู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยและล้า ขามันไม่มีแรงที่จะก้าวเดินต่อ เหมือนว่าอะไรที่หวัง อะไรที่ฝันมันกำลังจะพังลงมา กลัวที่จะต้องรับรู้ความจริงทั้งหมดจนต้องหนีมา เขาขอมาทำใจให้เข้มแข็งกว่าเดิมอีกสักนิด ถ้าสมมุติว่าจะต้องกลับไปอยู่คนเดียวจริงๆ 

 

ตลอดมาเขากับปอคือความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน มันคล้ายกับการเดินไปข้างหน้าแต่หลับตา ไม่มีทางรู้เลยว่าจะเดินตกหน้าผาตอนไหน เพราะคนที่จูงมือเราพร้อมจะปล่อยมือเราได้ตลอดเวลา 

 

ทั้งๆที่รู้ว่าอาจจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง มองไม่เห็นอนาคต เขาก็ยังเลือกที่จะจับมือนี้เดินต่อไป  มันเป็นการลงทุนที่เสี่ยง ไม่รู้จะได้ผลตอบแทนแบบไหน เป็นการกระทำที่หลายคนเรียกว่าโง่ ไม่คุ้มกันเลยที่จะแลก แต่อย่างน้อยที่สุดหัวใจมันก็เคยได้รัก พร้อมๆกับได้เรียนรู้ว่า ต่อให้เขากอดอีกคนไว้แน่นแค่ไหน เมื่อถึงเวลามันก็ต้องปล่อย

 
2 Be Con...
 
++++++++++
คุยกันซักนิดนะยูว์
แค่อยากจะบอกว่า
ปอ เมียมึงหนีแล้วไอ้เหี้ย!!
ไอ้กระบือ กูจะด่ามึงยังไงดีวะ
ด่ามึงควายกูสงสารควายเลยเนี้ย
จะทำจะพูดอะไรก็เสือกชักช้า
ทีเวลาจะเอาเขาละไวดีนัก โว๊ะ!!
เอาตรงๆอันที่จริงเรารู้สึกว่าเขียนตอนนี้ได้ห่วยแตกสิ้นดี
รู้สึกว่าอารมณ์มันไม่ได้ ลบและแก้เป็นสิบๆรอบ
ขนาดเอ็นซีที่ไม่ถนัดยังไม่เคยได้แก้เลย
ว่าจะไม่อัพแต่ก็กลัวคนรออ่าน
คงต้องกลับไปรีไรท์ใหม่ มันยังไงไม่รู้ดิบอกไม่ถูก
ถ้าอ่านแล้วขัดใจ ต้องขอโทษนะคับ
รู้เหมือนกันว่าแย่ แต่ไม่รู้จะแก้ตรงไหน
ปล.รำคาญเพลงก็ปิดไปนะคับ (ลงลิงค์ไว้ไม่รู้ว่าติดป่าว)
ปลล.กำลังปรู๊พนิยายละ อยากจะแยกร่างจริงๆ
 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}