Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 16 การแข็งขันที่ไม่อาจจะแพ้ได้

ชื่อตอน : EP : 16 การแข็งขันที่ไม่อาจจะแพ้ได้

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 695

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2562 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 16 การแข็งขันที่ไม่อาจจะแพ้ได้
แบบอักษร

 

 

 

EP : 16 การแข็งขันที่ไม่อาจจะแพ้ได้ 

 

 

 

 

 

“เอาละเราจะแข่งกันยังไงดีละเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามเพราะไม่รู้ว่าจะต้องประลองอะไรยังไง รอให้หรงอี้จินเป็นคนเสนอก็แล้วกัน ยังไงเธอก็ไม่แพ้แน่ เพราะก่อนที่จะมาเข้าอยู่ในร่างนี้ เธอเป็นเซียนยิ่งธนูเลยว่าได้ เธอเคยไปแข่งระดับประเทศมาแล้ว และยังได้รับฉายาเป็นราชินีแห่งยิ่งธนูเพราะขนาดหลับตายังยิ่งถูกเป้าหมายเลย

“จับคู่ดีหรือไม่” แล้วในที่สุดเยี่ยฟงก็เปิดปากพูดขึ้น และหรงอี้จินที่กำลังคิดอยู่ก็ยิ้มออกมาแล้วพยักหน้ารับ ดีเหมือนกันเพื่อนางจะได้คู่กับเยี่ยหยวนหรือไม่ก็หวางชู

“เป็นความที่ดีเจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย

“ข้าจะเป็นคนตัดสินเอง” หวางชูรีบพูดขึ้นมาเมื่อรู้ความคิดของหรงอี้จินทั้งหมดก็พยักหน้ารับเพราะถ้าจะให้หวางชูแข่งก็ต้องมีคนไม่มีคู่ ถ้าหวางชูเป็นคนตัดสินทุกอย่างมันก็ลงตัวพอดี

“งั้นเราจะจับคู่ยังไงดีเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามก่อนจะมองไปที่หวางชูเหมือนจะเป็นการถาม หวางชูไม่ตอบเพียงแต่ยื่นออกไปด้านหน้าก่อนจะมีไม้เล็กๆ ทั้งหมดหกไม้ครบพอดีอยู่ในมือ

“จับไม้สั้นไม้ยาวมันจะมีคู่ของมัน เอาล่ะ มาจับได้แล้ว” หวางชูพูดแล้วก็ยื่นไปให้ทุกคนที่มายืนรวมตัวกันแล้วพากันเลือกอย่างรวดเร็วก่อนจะพากันดูว่าตัวเองได้คู่กับใคร

“เราคู่กัน” องค์รัชทายาทหันไปบอกหรงซู่จินเพราะเขาให้ฉินหลงช่วยเรื่องได้คู่กับนาง เยี่ยเฟิงได้คู่กับหรงอี้จินส่วนเยี่ยฟงนั้นได้คู่กับกงกุ้ยเสี่ยว หรงอี้จินมีสีหน้าผิดหวังเมื่อไม่ได้คู่กับเยี่ยหยวนแต่ก็ไม่เป็นไร นางจะได้พิสูจน์ให้เยี่ยหยวนกับหวางชูรู้ว่านางนั้นเก่งกว่าหรงซู่จินแค่ไหน

“เจ้าค่ะ” หรงซู่จินที่ได้ยินองค์รัชทายาทพูดแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มนิดๆ แค่คำพูดของเขาเธอก็รู้ได้ทันทีเลยว่ากำลังถูกองค์รัชทายาทรุกอีกแล้ว และเรื่องที่ได้คู่กันเนี่ย คงให้ฉินหลงช่วยแน่ๆ ทำแผนเธอพังหมดอุตสาห์หวังว่าจะได้คู่กับกงกุ้ยเสี่ยวสักหน่อย

“ไปหยิบธนูมา เราจะยิงเพียงคนละหนึ่งดอกเท่านั้นคู่ไหนทำคะแนนเยอะสุดก็ชนะไป” หวางชูสั่งพร้อมกับอธิบายบอกไปด้วย ทุกคนทำตามอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจัดแจงว่าใครจะเริ่มก่อน

“งั้นข้าเริ่มก่อนนะเจ้าค่ะ แล้วก็ตามด้วยคนต่อไปตามที่ตกลงกันเมื่อกี้นะเจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเมื่อได้เริ่มเป็นคนแรก นางจะได้แสดงฝีมือเพื่อข่มหรงซู่จินเพราะไม่ว่ายังไงหรงซู่จินจะไม่มีวันมายืนเทียบนางได้

“พี่อี้จินต้องได้สิบแต้มแน่ๆ เจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นเมื่อถูกหรงอี้จินมองมาที่ตัวเองพอหรงอี้จินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มนิดๆ ก่อนจะเตรียมตัวยิงธนูไปยังเป้าที่ทำจากไม้ นางเล็งเป้าเล็กน้อยเมื่อได้เป้าหมายนิ้วมือที่จับอยู่ที่ปลายลูกธนูก็ปล่อยออกไป

ฟิ๊ว!!!

ปัก

“สิบแต้ม” หวางชูพูดขึ้นเมื่อลูกธนูปักไปยังเป้า เมื่อหรงอี้จินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มนิดพร้อมกับมองไปที่หรงซู่จินเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังหวางชูแล้วก็เยี่ยหยวนว่านางนั้นเก่งขนาดไหน

“ข้าแล้วสินะ” กงกุ้ยเสี่ยวพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปยืนตำแหน่งที่กำหนดเอาไว้ก่อนจะยกคันธนูขึ้นพร้อมลูกธนูที่ถูกเตรียมพร้อมแล้วเล็งเป้าหมาย ถึงจะเป็นหรงอี้จินเขาก็จะไม่ยอมแพ้นางเพราะเขานั้นต้องพิสูจน์ว่าเขาเองก็เก่งไม่แพ้นาง

ฟิ๊ว!!!

ปัก

“สิบแต้ม” เมื่อหวางชูพูดขึ้นกงกุ้ยเสี่ยวก็หันไปยิ้มให้กับหรงอี้จินที่มองลูกธนูที่ปักลูกอยู่ข้างๆ กับนาง ดูเหมือนคนต่อไปจะยากเสียแล้วสิ

“พี่กุ้ยเสี่ยวเก่งมากเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับกงกุ้ยเสี่ยวที่เดินมายืนอยู่ข้างๆ กับตัวเอง กงกุ้ยเสี่ยวยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบที่หัวของหรงซู่จินเบาๆ

“ขอกำลังใจหน่อย” องค์รัชทาทายหันมาพูดกับหรงซู่จินแม้เสียงจะไม่ดังมากแค่คนที่อยู่ใกล้ๆ นั้นได้กันทุกคน เอาละ ดูเหมือนเธอจะถูกองค์รัชทายาทผู้นี้รุกอีกแล้วสิ

“ท่านทำได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินหันไปบอกก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าถ้าไม่พูดองค์รัชทาทายก็คงจะไม่ขยับตัวไปไหนสักทีหรอก

“อืม” องค์รัชทายาทขานรับแล้วเดินไปยังตำแหน่งที่ถูกกำหนดเอาไว้ แล้วก็ไม่เสียเวลาในการเล็งเป้าหมายสักเสี้ยวลมหายใจสักนิด ทุกอย่างไปเร็วมากจนลูกธนูดอกที่สามปักลงที่เป้าหมายแทรกลางระหว่างลูกธนูทั้งสองดอกที่ตอนนี้กระเด็นออกไปเสียแล้ว

“สิบแต้ม” เมื่อองค์รัชทายาทได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มในใจพร้อมกับเหล่ตาไปมองหรงซู่จินนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าหรงซู่จินไม่ได้สนใจตัวเองเพราะกำลังมองเยี่ยเฟิงกำลังเตรียมเล็งเป้าอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

“เก้าแต้ม” เพราะจุดที่องค์รัชทายาทที่เอาไว้ตรงกลางเป้าพอดี แถมลูกธนูยังปักไว้แน่นอีกด้วยทางเดียวที่เยี่ยเฟิงทำได้คือเล็งเป้าใกล้สุดกับลูกธนูขององค์รัชทายาท

“น่าเสียดายอีกนิดเดียว” หรงอี้จินพูดขึ้นพร้อมกับมองเยี่ยเฟิงนิดหน่อย ชายหนุ่มคนนี้นางไม่คุ้นหน้าเลย ไม่เคยเห็นหน้าในสำนักเสียด้วยซ้ำ ขนาดเป็นสหายกันกงกุ้ยเสี่ยวนางยังไม่รู้เลยมาก่อนเลย

“คงจะยากเพราะเยี่ยหยวนนั้นเป็นเซียนธนู ถ้าเขาเป็นคนเริ่มก็อย่าหวังว่าพวกเราจะได้สิบแต้มเลย” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เวลานี้สองพี่น้องฝาแฝดแทบจะแยกไม่ออกเลยที่เดียวไม่ว่าจะนิสัยท่าทางของทั้งสองนั้นเหมือนกันอย่างกับคนคนเดียวกันเลยทีเดียว

“เช่นนั้นหรือ เขาเก่งมากเลยใช่หรือไม่” หรงอี้จินพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้ พลางหลอกถามข้อมูลของเยี่ยหยวนจากเยี่ยเฟิงเสียเลย เยี่ยเฟิงเห็นว่าหรงอี้จินนั้นสนใจองค์รัชทายาทมากๆ ก็เลยจะช่วยเพิ่มภาระให้องค์รัชทายาทนิดหน่อย เขาไม่ได้จะโกงนะ เพียงแต่อยากจะช่วยทั้งสองคนเท่านั้นเอง

“ใช่เก่งมาก” เยี่ยเฟิงพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ภายในใจกับยิ้มกริ่ม ขอโทษนะขอรับองค์รัชทายาท ข้าไม่อยากจะทำมันสักเท่าไรถ้าไม่จำเป็น อยากหล่อเหลากว่าเขาทำไมกันล่ะ

“เขาหล่อเหลาขนาดนี้ คงมีคนรักแล้วแน่ๆ” หรงอี้จินชมพร้อมกับถามอีกฝ่ายไปด้วย เยี่ยเฟิงที่รู้ความคิดของอีกฝ่ายอยู่แล้วว่าหรงอี้จินต้องการคำตอบแบบไหนก็ตอบกลับทันที

“ยังหรอก แต่เขามีคนที่ถูกใจอยู่แล้ว” ปล่อยระเบิดให้กับองค์รัชทายาท ก่อนจะยืนเงียบพร้อมกับทำเป็นไม่เห็นสายตาสององค์รัชทายาทและพี่ชายของตัวเองที่มองมาที่เขา แม้ในใจจะรู้สึกเย็นยะเยือนแค่ไหนก็ตาม

“เก้าแต้ม” เสียงของหวางชูดังขึ้นเมื่อลูกธนูของเยี่ยฟงปักลงกับเป้าที่ทำมาจากไม้ตอนนี้หรงอี้จินกลับมาสนใจหรงซู่จินอีกครั้งเมื่อน้องสาวของตัวเองนั้นกำลังจะเป็นคนยิ่งคนสุดท้ายแล้วจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่เก่งกว่ากัน

“ยากเหมือนกันนะเค้าค่ะ” หรงซู่จินพูดไปงั้น พลางตั้งท่าเรียบร้อย เล็งเป้าไปยังลูกธนูที่ปักกลางจุดตรงกลางถ้ายากที่จะได้สิบแต้มเธอก็ต้องทำลายมันทิ้งไปเสีย เมื่อรวมรวบแรงเหนี่ยวของสายธนูและลูกธนูพร้อมกับกะแรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะทำลายลูกธนูดอกนั้นให้ได้ นิ้วมือเรียวสวยปล่อยทันทีเมื่อเล็งเป้าและกะแรงว่ามันต้องทำลายลูกธนูดอกนั้นขององค์รัชทายาทได้อย่างแน่นอน

ทุกต่างพากันจ้องมองอย่างลุ้นๆ เมื่อเห็นท่าทางของหรงซู่จินที่ตั้งท่ายิงธนูอย่างสวยงามอีกด้วย ยิ่งยามที่นิ้วมือเรียวนั้นปล่อยลูกธนูออกไปทุกคนพากันจ้องมองตามอย่างไม่อาจจะละสายตาได้ เพราะทุกการกระทำของหรงซู่จินนั้นกำลังสะกดทุกสายตาที่กำลังมองมาทุกคนที่มองอยู่ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตาเพราะกลัวว่ามันจะพลาดอะไรไป

ฟิ๊ว!!!

ปัก!!!

แกร๊ก!!!

ลูกธนูของหรงซู่จินพุ่งไปยังเป้าหมายด้วยความเร็วและแรงผากลางไปยังลูกธนูที่ปักอยู่ยังเป้าไม้ แรงมหาศาลพุ่งออกไปยังลูกธนูขององค์รัชทายาท ทำให้ลูกธนูขององค์รัชทายาทนั้นแตกกระจายออกไปพร้อมกับเป้าธนูที่ทำจากไม้เริ่มราวก่อนจะแตกหักออกเป็นสองซีก

หรงอี้จินนั้นมองหรงซู่จินตลอดเวลาและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองนัก เพราะหรงซู่จินนั้นเคยยิ่งธนูเพียงแค่ครั้งเดียวแต่นั้นก็นามมาแล้วตั้งแต่เมื่อตอนเป็นเด็ก ผ่านมาสิบปีหรงซู่จินก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิม ขนาดหรงซู่จินไม่แม้แต่คิดจะทำอะไรแต่พอทำขึ้นมาก็ทำได้ทุกครั้ง และนั้นมันก็ทำให้นางอิจฉาทุกครั้ง

เพราะเธอนั้นพยายามฝึกหนักแค่ไหนนางก็ทำไม่ได้อย่างหรงซู่จินสักครั้ง และนั้นมันก็ทำให้นางต้องเป่าหูหรงซู่จินว่าไม่ให้ฝึกวรยุทธและนางหน้าโง่นี้มันก็เชื่อฟังนางทุกอย่าง แล้วทำไมกันๆ ทำไม! ทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้ไปทุกครั้ง มันทำให้เหมือนกับว่านางนั้นต้องแพ้ให้กับหรงซู่จินทุกครั้งไป และยิ่งตอนนี้หรงซู่จินคิดจะฝึกวรยุทธขึ้นมาอีก แผนของเธอมันคิดพลาดไปหมด

“สิบแต้ม” เสียงของหวางชูดังขึ้นเหมือนเป็นการดึงสติของทุกคนทั่วบริเวณลานประลองแห่งนี้ที่หยุดเพื่อมองดูการแข่งขันของเล่าเจ้านาย

“เฮ้อ นึกว่าจะพลาดเสียแล้วสิ” หรงซู่จินแสร้งถอนหายใจออกมาอย่างโลงอก ก่อนจะพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้สติ

“ชนะแล้วก็เตรียมตัวไปฝึกได้แล้ว” หวางชูพูดขึ้นก่อนจะจับมือของหรงซู่จินแล้วหายตัวไปจากตรงนั้นทันที รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะได้พูดอะไรขัดค้านด้วยซ้ำ

“เมื่อนี้สุดยอดไปเลย เยี่ยหยวนมีคนทำลายเจ้าได้แล้วข้าภูมิใจจริงๆ” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นเมื่อผ่านไปได้ไม่นานพร้อมกับตอกย้ำองค์รัชทายาทไปด้วย

“หยุดพูดไปเลยเยี่ยเฟิง” เยี่ยฟงปรามน้องชายที่มันชักจะเล่นสมจริงเกินไปแล้ว เดียวหัวหลุดออกจากบ่ากันพอดี ถึงจะเป็นเขาก็ช่วยไม่ได้หรอกกนะ เล่นไม่รู้เรื่องจริงๆ

“เอ่อ ไหนๆ พวกท่านก็มาแล้วเดี๋ยวเราไปเล่นนั่งเล่นที่ศาลากันดีหรือไม่เจ้าค่ะที่นั้นร่มรื่นมากเจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดขึ้นเมื่อทำอะไรไม่ได้มาก เล็บจิกเข้ากับฝ่ามืออย่างไม่ชอบใจที่คนพวกนี้ชมหรงซู่จินต่อหน้าตัวเอง แต่ยังดีที่มีเยี่ยหยวนอยู่อย่างน้อยก็ยังพอทำใจได้บ้าง

“เอาตามนั้นเลย ไปเถอะ” กงกุ้ยเสี่ยวพูดขึ้นพร้อมกับพากันไปที่ศาลาริมน้ำที่ตรงนั้นที่สระบัวอยู่มี คนทั้งห้ามานั่งได้ไม่นานก็มีน้ำชาแล้วก็ขนมมาให้ทุกคนได้ทาน ถึงแม้อีกทั้งสามคนอยากจะไปหาหรงซู่จินใจจะขาดแต่ก็ทำอะไรมากนักไม่ได้เลยต้องนั่งติดอยู่กับที่แห่งนี้ เฮ้อ ผิดแผนไปหมดเลย

“นี่ ท่านไม่กลับไปนอนเรือนของท่านหรือหวางชู” หรงซู่จินถามเพราะตั้งแต่หวางชูพาเธอหนีออกมาจากตรงนั้นเขาก็ไม่ไปไหนนอกจากมานั่งอยู่ที่เรือนของเธอ ขนาดลุกหนีออกจากโต๊ะอาหารมาแล้ว ก็ยังมาหลบที่เรือนของเธออีก

จนถึงตอนนี้ที่ดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วหวางชูก็ยังไม่กลับไปเรือนของตัวเองเลย มันก็เลยทำให้เธอสงสัยว่าเขาจะอยู่อีกนานหรือไม่ เพราะปกติเวลานี้เขาจะกลับไปยังเรือนของตัวเองไปแล้ว

“กลับไปให้พี่สาวของเจ้าฉุดหรือไง แค่กับเจ้าข้าก็รับมือยากพอแล้ว” น้ำเสียงเรียบๆ บอกพร้อมกับนั่งจิบน้ำชาขนาดตอนไปทานอาหารกับท่านพ่อหรงอี้จินก็ชวนหวางชูคุยไม่หยุดแม้หวางชูจะไม่พูดอะไรก็ตามแถมยังลุกออกจากโต๊ะไปเลยด้วยซ้ำ

แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหวางชูหนีไปอยู่เรือนตัวเองไม่ใช่เรือนของเธอ ดีนะตอนที่เข้ามาหรงซู่จินยังไม่คิดจะถอดชุดเพื่อที่จะอาบน้ำ และเธอไม่อยากจะคิดเลยจริง เพราะปกติทานอาหารกับท่านพ่อเสร็จเธอก็มักจะเดินมายังเรือนตัวเองเพื่อที่จะอาบน้ำ แต่มันคงติดนิสัยก็ตรงที่เธอชอบเข้าเรือนมาแล้วถอดชุดเลยนะสิ นิสัยเดิมๆ มันแก้ไม่หายจริงๆ

“อ้าวแล้วอยู่ที่นี่ท่านไม่กลัวข้าฉุดหรือไงกันเจ้าค่ะ” หรงซู่จินบอกพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้หวางชูที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ก่อนจะแกล้งหวางชูโดยการโอบกอดคอจากทางด้านหลังของหวางชูพลางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หวางชู

เพียงแค่เห็นว่าลมหายใจของหวางชูสะดุดนิดหน่อย หรงซู่จินก็ยิ้มออกมาแล้วหยิกแก้มของเล่นแล้วก็ผละตัวออกมานั่งลงข้างๆ กับหวางชู เมื่อได้แกล้งอีกคนจนพอใจแล้ว

“เจ้าไม่กล้าหรอก” หวางชูพูดขึ้นเพราะคิดว่าหรงซู่จินนั้นอย่างมากก็แค่แกล้งลวนลามเขาเท่านั้น เพราะจากที่สังเกตครั้งผ่านๆ มา หรงซู่จินก็แค่แกล้งลวนลามเขาเท่านั้นไม่อย่างอื่น

“หือ ท่านจะลองหรือไม่ล่ะ” หรงซู่จินถามพลางทำท่าจะถอดชุดไปด้วย ยิ่งเห็นหวางชูนิ่งหรงซู่จินที่ถอดชุดนอกออกก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งลงบนตักของอีกฝ่ายที่ยังนิ่ง โอ๊ะ วันนี้มาแปลกแหะ

หรงซู่จินยิ้มนิดๆ ก่อนจะไล่นิ้วไปตามใบหน้าของหวางชูเบาๆ พร้อมมืออีกข้างที่แหวกชุดของหวางชูออกจนเห็นแผนอกล้ำๆ นั้น ก่อนที่หรงซู่จินจะลูบไล้ไปมาตามแผนอกอย่างอยากจะแกล้งอีกคนที่ยังนิ่งๆ

“เจ้ากล้ามาก” หวางชูพูดพร้อมกับรวมมือน้อยๆ ของหรงซู่จินที่กำลังรบกวนเขาอยู่ เหมือนกับว่าเขากำลังถูกมดตัวน้อยไต่ตามตัวอยู่เลย

“หือ ท่านนี่ใจร้อนจริงๆ” หรงซู่จินแกล้งพูดเย้าแหย่หวางชู แม้ว่าตอนนี้เธอไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไรว่าถ้าหากหวางชูทำมันขึ้นมาจริงๆ เธอจะรอดหรือเปล่า นั้นก็เป็นเพราะว่าแรงของเธอกับหวางชูต่างกันมากไม่พอระดับลมปราณยังต่างกันมากอีกด้วย ใบหน้างามของหรงซู่จินขยับเข้าไปใกล้กับหวางชูมากขึ้นอย่างใจกล้าไม่กลัวอีกคน

“เจ้ามันดื้อ” หวางชูพร้อมกับสะบัดมือเบาๆ ให้ชุดที่หรงซู่ถอดไปนั้นกลับมาใส่ให้นางเหมือนเดิม ก่อนจะมองหรงซู่จินที่ยังนั่งอยู่บนตักของเขาอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมลุกสักที ทำไมหรงซู่จินถึงชอบแกล้งเขานักก็ไม่รู้ เขาล่ะไม่เข้าใจนางเลยจริงๆ

“หวางชูข้ารู้นะว่าทานนะ…” หรงซู่จินพูดพร้อมกับขยับใบหน้าไปใกล้กับแก้มของหวางชูพลางไล้ปรายจมูกไปมากับแก้มของเขา

ส่วนหวางชูนั้นตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเนื้อตัวของเขาร้อนผ่าวไปหมดแล้วตอนนี้ เขากลัวว่าเธอจะรู้ว่าตอนนี้เขานั้นต้องการอะไร และมันเป็นเรื่องที่เขาไม่ชอบใจจริงๆ ที่ต้องพึ่งนาง

“รู้อะไร” หวางชูถามใจของเขาไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร ยามผิวกายของเขาสัมผัสกับหรงซู่จิน ยิ่งลมหายใจของหรงซู่จินที่เป่ากระทบกับผิวกายของเขานั้นยิ่งทำให้เนื้อตัวร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก เขากลัวว่านางจะรู้จริงๆ

“ท่านนะ กำลังหิวอยู่ใช่หรือไม่” หมดกันเขาหรืออุตส่าห์นั่งเงียบมาตั้งนาน พอนางพูดออกมา เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างไม่อาจจะปฏิเสธเพราะตอนนี้เขาหิวมากๆ เพราะตอนทานอาหารอยู่นั้นเขารำคาญหรงอี้จินที่พยายามจะชวนเขาคุยไม่หยุด

 นั้นเลยทำให้เขาต้องลุกออกจากโต๊ะมาทันที พร้อมกับหอบท้องที่กำลังหิวมารอหรงซู่จินที่เรือนของนาง แต่จะบอกนางก็ไม่กล้า เลยต้องนั่งอยู่ที่เรือนของนางอยู่แบบนี้และประจวบเหมาะกับที่หรงอี้จินไปหาเขาที่เรือนด้วย เขาก็เลยใช่เป็นข้ออ้างนิดหน่อย

“รู้แล้วก็ไปทำให้ด้วย หิว” หวางชูเมื่อถูกจับได้ก็ยอมรับ พร้อมกับปล่อยมือของหรงซู่จินให้เป็นอิสระเพื่อที่จะได้พากันเข้าไปมิติเพื่อไปทำอาหารให้เขาทาน

“รางวัลของข้าเล่า” หรงซู่จินกอดอกถามหวางชูอย่างไม่ยอมง่ายๆ เธอยังอย่างจะแกล้งมังกรผู้น่ารักของเธอก่อนนิดหน่อย

“จะเอาอะไร” เมื่ออีกฝ่ายเปิดให้ขอ หรงซู่จินก็ขยับยิ้มนิดๆ แล้วก็พูดขึ้นมาและอยากจะรู้ว่าอีกคนจะทำได้หรือไม่เพราะดูเหมือนว่าคำขอของเธอนั้นหวางชูคงไม่กล้าทำ

“หอมแก้มข้าก่อนสิ” หรงซู่จินพูดแล้วก็เอียงแก้มไปให้หวางชูไปด้วยเพราะคิดว่าหวางชูคงไม่กล้าทำหรอก มังกรหัวทื่อนี่คงจะกล้าทำหรอก เธอแค่อยากจะแกล้งเฉยๆ

“หอมแก้ม?” หวางชูทวนถามอย่างไม่แน่ใจ  นั้นทำให้หรงซู่จินยิ้มออกมาแล้วหยักหน้ารับ ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างไม่กลัวหวางชู

“ใช่นะสิ เอ๊ะ หรือว่าท่านไม่ อื้อ!” ทุกอย่างมากเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่หรงซู่จินจะตั้งตัวรับทัน เมื่อหวางชูนั้นรั้งเธอเขามาใกล้ก่อนจะจูบเธอ ใช่ฟังไม่ผิดหรอก หวางชูจูบเธออยู่

หรงซู่จินพยายามจะผลักหวางชูออกแต่ก็ทำไม่ได้แขนแกร่งโอบเอวบางของเธอเอาไว้อย่างแนบแน่น หรงซู่จินที่ถูกจูบอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ก็หัวหมุนอย่างตามไม่ทัน เพราะเธอไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หมดกันจูบแรกของเธอ ถูกหวางชูผู้ไร้ประการณ์ผู้นี้ช่วงชิงไปเสียแล้ว

“ทะ…ท่านทำไม่ถึง…” หรงซู่จินหาคำจะพูดไม่ออกเลยจริงๆ เมื่อตัวเองถูกอีกฝ่ายลูกคมดาบของเธอ

“เห็นอยากได้นักนี่ ไม่ต้องพูดมากเลย ตอนนี้ข้าหิวแล้วรีบๆ ไปทำเลย” หวางชูหลังจากที่ผละริมฝีปากออกมาก็มองดูหรงซู่จินที่กำลังอึ้งอยู่ ก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน เพราะถ้าขืนยังพูดอยู่แบบนี้เขาไม่ได้ทานอะไรกันพอดี

 

เป็นไงละหรงซู่จินยั่วดีนักถูกหวางชูจูบไปถึงกับอึ้งไปเลยเหรอ ฮ่าๆๆ  

หวางชูที่แท้ก็กลัวว่าาถูกจับได้ว่ามานั่งรอเพราะหิวเองสินะ เยี่ยเฟิงระวังองค์รัชทายาทจะเอาคืนนะ ไปแกล้งเขาแบบนั้นทำไมนะ 

มาแล้วจร้า ขอโทษที่หายไปนานน่าพอดีไม่ไม่สบายหลายวันเลยก็เลยหายหน้าหายตาไปแล้วเลบบวกกับต้องพิมพ์นิยายตอนพิเศษอีกด้วย 

 

 

วันนี้อัพให้สองตอนน่าชดเชยจร้าาาา 

 

ความคิดเห็น