กระจ่างดาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Special JackJae ...รักของเราและเขา อีกคน...

ชื่อตอน : Special JackJae ...รักของเราและเขา อีกคน...

คำค้น : กระจ่างดาว,JackJae,BNyoung,MarkBam,,FicGot7,18+,Mpreg

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 912

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special JackJae ...รักของเราและเขา อีกคน...
แบบอักษร

Special JackJae 

...รักของเราและเขา อีกคน... 

 

 

 

ใครจะรู้ว่าประโยคที่ชายหนุ่มเคยพูดเอาไว้ว่าหากเป็นไปได้สักวันหนึ่งก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากทำอาหารเช้าให้ภรรยาทานมันจะกลายเป็นความจริง เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่ต้องรับบทเป็นพ่อบ้านให้ภรรยาสุดที่รักแต่แจ็คสันนั้นต้องรับบทคุณพ่อเด็กแฝดเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งตำแหน่ง 

  

...แต่ก็เป็นตำแหน่งที่ชายหนุ่มเต็มใจและพร้อมใจอย่างยิ่ง 

  

“กินข้าวได้แล้วครับเด็กๆ แล้วก็นี่มีของเมียด้วย” จุ๊ฟ~ 

  

กลีบปากหนาของผู้เป็นสามีบรรจงจูบลงบนหน้าผากใสของภรรยาสุดรักที่นั่งสะลืมสะลืออยู่บนโต๊ะอาหารประกบข้างด้วยเก้าอี้ของเด็กแฝดทั้งสาม เพราะสองถึงสามวันมานี้ยองแจต้องรับบทหนักมากกว่าทุกวันที่ผ่านมาเพราะยัยหนูของเขามีอาการไข้ขึ้นสูงทำให้ร้องงอแงไม่หยุด อาจจะเพราะไม่สบายตัวหรืออะไรก็แล้วแต่ 

  

แต่อย่างใดก็ตามหลังจากที่คุณหมอคิมยูคยอมได้มาดูแลจัดการเจ้าหนูน้อยให้ทำให้วันนี้ยัยหนูของเขาดูท่าทางร่าเริงแจ่มใสมากกว่าสองสามวันที่ผ่านมา กลับกันกับคนที่เป็นแม่ที่รับบทหนักติดกันหลายคืนและเหมือนว่าจะติดไข้เด็กน้อยจนทำให้เช้านี้เจ้าตัวถึงกับนั่งหลับกลางโต๊ะอาหาร หน้าที่ทำอาหารเช้าจึงตกเป็นของแจ็คสันผู้เป็นสามีที่ก็เต็มใจทำให้อย่างไม่เกี่ยงงอน 

  

“วันนี้พาเด็กๆไปหาม๊าดีกว่าไหม ให้ม๊าช่วยเลี้ยงสักวันแล้วหมวยจะได้พักผ่อน” 

  

ไม่นานนักหลังจากที่เด็กแฝดทั้งสามอายุครบสองปีเต็มประจวบเหมาะกับบ้านหลังใหม่ที่สร้างเสร็จ แจ็คสันจึงพาภรรยาและลูกน้อยทั้งสามย้ายมาอยู่บ้านใหม่แต่ทั้งสองสามีภรรยาก็มักจะพาเจ้าเด็กน้อยตัวอ้วนกลมทั้งสามไปเยี่ยม คุณทวดซือจิ้น คุณย่าชิงเหมยและคุณปู่หยางเจี๋ย อย่างสม่ำเสมอ 

  

คนตัวเล็กเพียงแต่ส่ายหัวน้อยๆแล้วพยายามเบิกตาโตเพื่อให้ผู้เป็นสามีเข้าใจว่ายังไหว  แต่เพราะอยู่ด้วยกันมานานจนรู้นิสัยทำให้แจ็คสันรู้ว่านั่นเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อให้เขาสบายใจก็เพียงเท่านั้น 

  

“ถ้างั้นวันนี้เฮียจะเอาเด็กๆไปทำงานด้วย วันนี้ไม่มีประชุมอะไร ไม่ได้นัดลูกค้า หมวยก็ไปนอนพักเดี๋ยวเฮียให้เลขาฯซอมาช่วยดูเด็กๆ” 

“มีด้วยเหรอครับวันที่เฮียไม่มีงาน” 

“อืม มีสิ ตั้งแต่ได้เลขาฯซอมาช่วยก็เบาแรงไปเยอะเลย” 

  

ใบหน้าหวานสลดลงไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น ข้าวในจานถูกเขี่ยไปมาแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเจ้าตัวจะได้ตักเข้าปากเสียที แจ็คสันเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของภรรยาตัวน้อยก็ไม่ได้ละเลยเดินเข้าไปหาพร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยแต่คำตอบที่ได้กลับมาก็คือเพราะไม่สบายทำให้ทานข้าวไม่ลงก็เท่านั้น 

  

“เฮีย เปลี่ยนใจเถอะนะครับ เอาลูกไปทำงานด้วย เด็กๆจะยุ่งเอานะครับ” 

  

เพราะไม่ว่าจะค้านยังไงคนเป็นสามีก็ดึงดันจะพาตนและลูกไปทำงานด้วย อาจจะด้วยเจ้าตัววางแผนมาแล้วอย่างดิบดีว่าไม่ว่ายังไงวันนี้แจ็คสันก็จะจับภรรยาตัวน้อยฉีดยาให้ได้สักเข็ม หากนัดหมอมาที่บ้านก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะดื้อจนไม่ได้ฉีดแต่ถ้าหากไปที่ทำงานอย่างน้อยก็ต้องเกรงใจพนักงานไม่กล้าดื้อกับเขาบ้าง 

  

และก็เป็นยองแจที่ไม่สามารถคัดค้านผู้เป็นสามีได้หลังจากที่จัดการให้เจ้าตัวน้อยทั้งสามนั่งคาร์ซิทด้านหลังก็เป็นผู้เป็นแม่อย่างยองแจที่ต้องคอยประกบดูเจ้าเด็กน้อยทั้งสามที่ดูจะตื่นเต้นเหลือเกินกับการที่ได้ออกไปเที่ยวนอกบ้านจนแสดงสีหน้าดีใจออกมาอย่างชัดเจนพร้อมทั้งเสียงหัวเราะของทั้งสามที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่ชื่นใจเมื่อได้ยิน 

  

••• 

 

W Beverages Tower

 

ไม่นานนักรถยุโรปคันสวยก็เคลื่อนมาจอดด้านหน้าตึกทรงโมเดิร์นสูงกว่าสิบเจ็ดชั้นท่ามกลางเมืองใหญ่ แต่ถึงแม้จะเน้นการก่อสร้างและการตกแต่งแนวโมเดิร์นแต่เจ้าของก็ไม่ลืมที่จะเสริมแต่งธรรมชาติเข้าไป ถึงจะดูไปด้วยกันไม่ได้แต่ทุกอย่างก็ออกมาสวยลงตัวอย่างน่าชื่นชม

 

W Beverages Tower บริษัทที่เปิดดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องดื่มสังสรรค์โดยตรง  หน้าที่บริหารงานต่างๆตกเป็นของ แจ็คสัน หวัง หลังจากที่เจ้าสัวใหญ่อย่าง เจ้าสัวหยางเจี๋ย เดินลงจากตำแหน่งหลังจากที่คอยเป็นหัวเรือใหญ่ดูแลกิจการทั้งห้างสรรพสินค้าและกิจการที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มมาโดยตลอด

 

“วันนี้บอสเอาเด็กๆมาด้วยเหรอคะเนี่ย”

“อืม วันนี้ฝากเลขาฯซอดูแลเด็กๆให้ด้วยนะ หมอคิมมาหรือยัง”

“มาแล้วค่ะ รออยู่ด้านบนแล้ว”

 

ซอ นารา เลขาฯส่วนตัวผู้บริหารใหญ่กล่าวด้วยท่าทางนบนอบหลังจากที่รับเอาเด็กน้อยมียองไว้ในอ้อมกอดเหมือนอย่างครั้งก่อนๆที่คนเป็นเจ้านายเคยพาเด็กน้อยมา                                                                                                                                                                  

“มียองก็หายดีแล้ว ตามยูคยอมมาทำไมครับเฮีย”

“ยัยหนูมียองหายดีแล้ว แต่ยัยอาหมวยยองแจของเฮียเนี่ยสิ”

 

คำพูดหยอกล้อของสองสามีภรรยาต่างพาให้พนักงานที่อยู่บริเวณโดยรอบอดจะอมยิ้มตามไม่ได้ เพราะนอกจากบอสสุดหล่อจะใจดีแถมยังมีอารมณ์ขัน เรื่องรักครอบครัวก็เป็นที่สุดของ แจ็คสัน หวัง ไม่ว่าใครก็อดจะอิจฉาภรรยาตัวน้อยและเด็กน้อยทั้งสามไม่ได้

 

คนเป็นภรรยาก็น่ารัก ใจดีกับพนักงานเหมือนคนในครอบครัว ส่วนเด็กทั้งสามยิ่งโตก็ยิ่งน่ารักแถมยังไม่ดื้อ กินเก่ง เลี้ยงง่าย ทำให้เด็กๆทั้งสามเป็นที่รักของพนักงานทั้งบริษัท ไม่ต่างจาก แจ็คสัน หวัง ที่เป็นบอสใหญ่ เนื่องจากเป็นคนที่เฟรนลี่เข้ากับคนง่ายยังมีนโยบายดูแลคนในบริษัทเหมือนดูแลคนในครอบครัวทำให้ทั้งห้าคนเป็นที่รักของพนักงานได้อย่างไม่ยากเย็น

 

“มาแล้วหรือครับพี่สะใภ้หัวดื้อ โย่วแมน คิดถึงอาไหมครับพี่ยองวอน”

“อายู๊ก~”

 

คิมยูคยอม หมอหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนขึ้นลวกๆถามขึ้นขณะที่รับหลานชายคนโตเอาไว้ในอ้อมแขนหนาพลางกระเซ้าเย้าแหย่ตามประสาลูกผู้ชายแล้วยังไม่วายแอบกัดคุณแม่ของเด็กแฝดที่ได้ข่าวว่าไม่สบายแต่ก็ไม่ยอมไปหาหมอ ร้อนถึงเก้าอี้ของคุณหมอหนุ่มอย่างเขา

 

“ไม่ได้ดื้อ แต่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

 

คุณแม่แฝดค้านเพราะรู้ดีว่าหากยอมรับออกไปตนที่หนีเข็มฉีดยาของคุณหมอหนุ่มตั้งแต่เมื่อสองสามวันที่แล้วต้องโดนจับฉีดยาเป็นแน่ ถึงจะรู้สึกว่าไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่นักหากแต่ปล่อยให้หายเองก็ยังดีกว่าต้องโดนฉีดยา

 

“ไม่ต้องเดินหนีเลยนะ เลขาฯซอช่วยดูเด็กๆให้หน่อยผมจะพาเมียขี้ดื้อไปฉีดยา”

“เฮียครับ ไม่ฉีดได้ไหม อีกอย่างเลขาฯซอดูแลเด็กสามคนไม่ไหวหรอกครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณยองแจ นาราดูเด็กๆให้ได้ค่ะ”

 

เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายเพียงแค่ท้องอิ่มและก็มีของเล่นให้เล่นนิดหน่อยเด็กๆก็ไม่ดื้อ ดูแลง่ายกว่าเด็กในวัยเดียวกันและนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กแฝดทั้งสามมาเยือนถึงที่ทำงานซะเมื่อไหร่

 

เมื่อเห็นว่าเลขาฯรับปากดูแลเด็กๆให้ผู้เป็นสามีจึงดันไหล่เล็กๆของคุณแม่แฝดให้เดินเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ภายในห้องทำงานพลางดันร่างเล็กของคนแม่ให้นอนลงเพื่อเตรียมรับเข็มฉีดยาของคุณหมอที่ถือกระเป๋าตามเข้ามาภายในห้องพร้อมกับยองวอนแฝดคนโต

 

“จะดื้อให้ลูกเห็นหรือไง เห็นไหมลูกมองใหญ่แล้ว”

“ม๊า ป๊า อายู๊ก หม่ำๆๆ”

“ลูกหิวแล้วครับเฮีย หมวยไปดูแลลูกดีกว่า”

 

แจ็คสันได้แต่ส่ายศรีษะเบาๆก่อนจะอุ้มลูกชายคนโตคนขึ้นอุ้มพาดไปกับบ่ากว้าง ตากลมจ้องผู้เป็นแม่ตาแป๋วก่อนจะยิ้มออกมาอย่างชอบใจเพียงเพราะคนเป็นแม่ยิ้มให้ตน

 

“ให้ม๊าเรานอนพักนะครับยองวอนเดี๋ยวป๊าพาหนูไปหาอะไรอร่อยๆหม่ำกันดีกว่านะครับ”

“ป๊า มู้ต้อดด เต้าเน้~”

 

เด็กน้อยออดอ้อนกับคุณป๊าที่อุ้มตัวเองอยู่พร้อมกับเอ่ยชื่อเมนูของโปรดของเจ้าตัวพร้อมกับทำท่าประกอบไปด้วย

 

“เฮีย หมวยไม่อยากนอน หมวยยังไหว”

“ไม่ต้องดื้อเลย หลับสักตื่นหนึ่งแล้วค่อยมาดูเด็กๆ”

“เฮีย หมวยบอกว่าไหวก็คือไหวไง”

“ครับ เฮียรู้ว่าไหว แต่เฮียเนี่ยแหละที่ไม่ไหว นอนหลับสักตื่นนะ ให้เฮียสบายใจหน่อย”

“อย่าให้เด็กๆคลาดสายตานะครับ กำลังซน...”

 

ร่างเล็กตั้งท่าจะกำชับเรื่องเด็กๆต่อแต่ก็ต้องค่อยๆหลับตาลงเมื่อรู้สึกถึงความง่วงที่เข้ามาทักทายกะทันหัน ยานอนหลับที่ถูกผสมฉีดเข้าในสายน้ำเกลือทำให้คุณแม่แฝดค่อยๆคลายความพยศก่อนจะค่อยๆดิ่งเข้าสู่นิทราในระยะเวลาไม่นาน 

 

“ร่างกายของพี่สะใภ้อ่อนเพลียมากนะครับ ผมใช้ยาแค่นิดเดียวไม่นานก็หลับแล้ว” 

“อืม ยองแจดื้อ อาทิตย์ก่อนที่มียองไม่สบายเฮียก็ทำงานหนักไม่ค่อยได้กลับไปดูเด็กๆกับยองแจ หลายคืนเข้าก็เลยเป็นแบบนี้” 

“แต่ผมฉีดยาให้แล้วแหละครับ เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงดีขึ้น ยิ่งได้พักเยอะๆก็จะยิ่งหายเร็ว” 

“อืม ขอบใจ ว่าแต่เห็นว่าเร็วๆนี้จะขึ้นไปเป็นหมออาสาหรือไง เฮียคงไปด้วยไม่ได้ อยากได้อะไรหรือเปล่า” 

 

แจ็คสันพูดถึงโครงการหมออาสาที่เจ้าตัววางแผนเอาไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เพราะตอนนี้ยูคยอมเรียนจบเป็นที่เรียบร้อยบวกกับเรื่องของรุ่นพี่ที่ชื่อจื่อวี่ที่ยังคงเป็นจุดอ่อนและเหมือนเนื้อร้ายของเจ้าตัวทำให้เจ้าตัวทำเรื่องลาออกจากโรงพยาบาลออกมาเปิดคลินิกเป็นของตัวเอง และสานต่อโครงการหมออาสาที่เคยคิดเอาไว้ตั้งแต่เริ่มเรียนปีห้า 

 

“ถ้าอยากช่วยก็ช่วยเล็กๆน้อยๆได้ครับเพราะมีคนจัดการให้หมดแล้ว แต่ผมอยากได้เครื่องมือแพทย์เอาไปบริจาคให้โรงพยาบาลบนดอยมากกว่าครับ ที่นั่นยังมีเครื่องมือแพทย์ที่พอจะช่วยเหลือคนไข้ฉุกเฉินได้น้อยมาก” 

“อืม ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเฮียได้ยอดจากทางป๊ากับม๊ามา ช่วยได้หลายโรงพยาบาลเลย ว่าแต่...มีใครขึ้นไปเป็นเพื่อนรึเปล่า” 

 

แววตาเจ้าเล่ห์ของแจ็คสันสังเกตท่าทางของคุณหมอตัวสูงที่ดูคล้ายจะเขินอายเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนที่จะขึ้นไปทำกิจกรรมอาสาด้วยกัน ถึงอีกฝ่ายจะไม่พูดก็เป็นอันรู้กันก็คงต้องไม่พ้น จอน จองกุก เพื่อนรักต่างไซส์หน้าหวานแน่นอน 

  

“ครับ หมอนั่นไปเป็นเพื่อนแล้วก็จัดการธุระแทบทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเอาเวลาไหนมาช่วยงาน ที่บริษัทตัวเองก็ยุ่งๆแท้ๆ” 

“ช่วยงานคนรักก็ไม่เห็นจะแปลกนิ” 

  

คุณหมอตัวสูงไม่ได้แย้งอะไรเพียงแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บของยัดใส่กระเป๋าลวกๆเหมือนไม่ต้องการจะโฟกัสในสิ่งที่เพื่อนรุ่นพี่ของตัวเองพูดถึงแต่ท่าทางและการกระทำของอีกฝ่ายก็ตกอยู่ในสายตาของแจ็คสันเป็นที่เรียบร้อย 

  

“คิดอะไรกับเจ้าเด็กนั่นก็บอกไปซะ ความรักมันไม่มีใครผิดหรือเป็นเรื่องที่ต้องมานั่งอายหรอกนะ” 

••• 

“คุณยองแจนี่โชคดีจังนะ คุณแจ็คสันก็หล่อแถมเด็กๆก็ยังน่ารักมากอีกด้วย ว่าไหมนารา”

 

พนักงานเดินเอกสารประจำออฟฟิศพูดขึ้นหลังจากได้ข่าวว่าเจ้านายพาเด็กๆมาเล่นที่ทำงาน หลังจากที่ส่งเอกสารเสร็จเจ้าตัวก็แอบแวบขึ้นมาเล่นกับเด็กน้อยทั้งสามนิดหน่อยก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

 

“อืม โชคดีจัง ทั้งที่เป็นผู้ชายก็ยังท้องได้แถมได้ลูกแฝดสามชายหญิงอีกต่างหาก ฉันอิจฉา ทั้งที่เป็นผู้ชายแต่กลับได้สามีและก็ลูกที่น่ารักแบบนี้”

 

คำพูดที่ดูเหมือนจะออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของเลขาฯสาวทำให้เพื่อนร่วมงานทำใจไม่คิดมากไม่ได้ ซอ นารา เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตารวมไปถึงฐานะทางบ้านทั้งความรู้ทางด้านการทำงานก็ไม่ใช่เล่นเพราะจบจากเมืองนอกเมืองนามาถึงได้รับโอกาสทำงานกับสกุลหวังที่มีธุรกิจที่หลากหลาย

 

แต่ในความเป็นจริง ซอ นารา ก็ได้รับเลือกให้เป็นพนักงานของ W Beverages Tower ตำแหน่งเลขาผู้บริหารสูงสุด แทนที่ ชเว ยองแจ ที่คนเป็นสามีลงความเห็นว่าไม่อยากให้คนเป็นภรรยาต้องทำงานหนักทั้งงานนอกบ้านแถมกลับบ้านก็ต้องดูแลเด็กๆอีกทั้งตัวของยองแจเองก็เป็นคนที่รักลูกมากถึงขนาดไม่ยอมจ้างพี่เลี้ยงเด็กเพราะกลัวว่าเด็กๆจะติดพี่เลี้ยงมากกว่าตัวเอง

 

“คิดอะไรอยู่นารา”

“...เปล่าสักหน่อย ก็แค่ อิจฉา ไม่ได้รึไง”

 

ไม่พูดเปล่าสายตาเรียวยังมองเข้าไปภายในห้องนอนที่ทั้งสามเพิ่งเดินเข้าไปพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักด้วยสีหน้าที่ทำให้ยากต่อการเดาใจของผู้เป็นเพื่อนร่วมงาน

••• 

“อืม...”

 

คุณแม่ตัวน้อยครางออกมาเบาๆหลังจากที่รู้สึกตัวหลังจากที่หลับไปเป็นเวลานานเพราะฤทธิ์ยา ร่างบางยันตัวขึ้นจากที่นอนก่อนที่จะมองไปรอบๆก็พบกับแก้วน้ำที่ถูกวางตั้งตรงหัวนอนพร้อมโพสอิทสีชมพูอ่อนที่มีข้อความเนื้อความน่ารักๆเขียนเอาไว้

 

ถ้าตื่นแล้วคอแห้งก็ดื่มน้ำก่อนนะครับ :) 

-คุณพ่อแฝด- 

  

แก้วน้ำถูกยกขึ้นดื่มจนเหลือเพียงครึ่งแก้วแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้คอแห้งแต่เพราะนึกรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายที่มีแก่ใจเตรียมน้ำเอาไว้ให้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี สามีของเขาก็ยังคงเอาใจใส่ในตัวเขาเรื่อยมายิ่งมีเจ้าตัวน้อยทั้งสาม ความรัก ความเอาใจใส่ ก็ไม่เคยได้น้อยลงและก็มีแต่จะมากขึ้นเท่านั้น

 

“ขอบคุณนะครับสำหรับ...”

 

สองขาชะงักค้างอยู่กับที่มือเรียวที่ถือแก้วน้ำติดมือมาด้วยก็อดที่จะออกแรงบีบจนกลัวเหลือเกินว่าแก้วที่เปราะบางจะแตกแล้วบาดมือน้อยนั่นเข้า ภาพที่สามีกับเลขาฯสาวที่ใกล้ชิดกันเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นการตรวจเอกสารธรรมดา

 

ใจดวงน้อยโหวงเหวงคล้ายกับว่าจะว่างเปล่า สองเท้าย่างเดินไปหาเด็กน้อยที่นอนอยู่บนเบาะไม่ห่างจากโต๊ะทำงานของผู้เป็นสามีมากนัก เด็กน้อยทั้งสามที่กำลังหลับเพราะความอ่อนเพลียเพราะเล่นซนตั้งแต่เช้าถูกมือคนเป็นแม่ลูบศรีษะอย่างเบามือ

 

“ตื่นแล้วเหรอครับ เป็นยังไงบ้างรู้สึกดีขึ้นบ้างไหมครับ”

“ครับ ไปทำงานเถอะครับผมไม่กวนแล้ว”

“กวนอะไร งานไม่ได้ยุ่งเลยครับ เลขาฯซอจัดการให้หมดเลย วันนี้เราพาเด็กๆไปดินเนอร์กัน เฮียจองร้านไว้แล้ว”

 

ฟอด~

 

จมูกโด่งฝังลงข้างแก้มใสของผู้เป็นภรรยาทั้งสองข้าง นัยหนึ่งเพียงเพื่อวัดอุณหภูมิว่ากลับมาเป็นปกติดีแล้วหรือยัง ส่วนอีกนัยหนึ่งก็เพื่อที่จะชื่นใจคนรักของตัวเองก็เพียงเท่านั้น

 

“อื้อ ไม่เอาครับ เกรงใจเลขาฯซอหน่อย ไปทำงานกันต่อเถอะครับผมจะดูลูก”

 

มือบางดันคางของผู้เป็นสามีที่วางเกยอยู่ที่ไหล่ของตัวเองออกเบาๆก่อนจะหันไปสนใจเด็กน้อยทั้งสามที่นอนกอดขวดนมบ้าง นอนกอดตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเองบ้างโดยไม่ได้สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของภรรยาตัวน้อยว่าทำไมอยู่ๆอีกฝ่ายถึงได้มีท่าทีแปลกๆแบบนั้น...อีกทั้งสรรพนามที่เปลี่ยนไป

 

โกรธอะไรเขาอยู่รึเปล่า...เมียเขาน่ะ

 

“เลขาฯซอ คุณว่าเมียผมแปลกๆไปไหม”

 

ชายหนุ่มเลือกถามความคิดเห็นจากเลขาฯส่วนตัวขณะที่กำลังนั่งตรวจเอกสารไปพลางชำเลืองมองเมียรักไปพลาง แต่ท้ายที่สุดเอกสารที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้รับความสนใจมากกว่าภรรยาของตัวเองที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเด็กน้อยที่เพิ่งตื่นได้ไม่นาน

 

“อืม คุณยองแจนี่เธอน่ารักนะคะ มีลูกแล้วก็ยังน่ารัก คุณแจ็คสันคงรักภรรยาคนนี้มากเลยสินะคะ”

“แน่นอน ผมรักภรรยาคนนี้มาก”

“งั้น ถ้าวันหนึ่งคุณยองแจต้องไปใกล้ชิดกับคนคนหนึ่งมากๆ อาจต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน แถมคนคนนั้นยังรู้สึกดีกับคุณยองแจด้วย ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าคุณยองแจมีลูก มีสามีอยู่แล้ว คุณแจ็คสันจะรู้สึกยังไงคะ”

“น นี่ นี่เมียผมมีกิ๊กเหรอ ยอง...”

“ไม่ใช่ค่ะ นาราแค่ถามคุณแจ็คสันเฉยๆ ว่ายังไงคะ คุณจะยังรู้สึกดีอยู่ไหมหากว่าคุณยองแจต้องไปอยู่กับคนที่ดูดีหรือหล่อแถมยังเข้าใจคุณยองแจแบบนั้น”

 

มือเรียวคว้าเข้าที่ต้นแขนหนาของประธานใหญ่ที่ความหึงขึ้นหน้าอย่างทันควันก่อนจะปลอบประโลมให้นั่งลงสงบสติ นี่ขนาดเป็นเพียงแต่แค่ยกตัวอย่าง หากอีกฝ่ายนอกใจขึ้นมาจริงมีหวังที่ทำงานได้กลายเป็นเขตสงครามอย่างแน่นอน

 

เสียงคนสองคนที่สนทนากันอยู่ไม่ไกลเรียกให้คุณแม่ที่กำลังเล่นหยอกกับเด็กแฝดทั้งสามหันไปมอง ภาพที่สามีของตนหันไปหาเลขาฯส่วนตัวพร้อมทั้งมือของอีกฝ่ายที่เกี่ยวรั้งแขนของสามีตัวเองเอาไว้ทำให้ยองแจถึงกับพยายามอดทนอดกลั้นกับภาพที่เห็น

 

“จะรู้สึกดีได้ยังไง นั่นเมียผมนะ ผมก็ต้องหึง ต้องหวงเป็นธรรมดา”

“นั่นแหละค่ะ...คุณยองแจคงหึง ตามประสาเมียนั่นแหละค่ะ”

?!

••• 

“ทำไมวันนี้กินน้อยจังครับ อาหารไม่ถูกใจเหรอ”

“เปล่าครับ พี่ยองโฮ หม่ำๆอีกหน่อยครับอย่าเพิ่งเล่น”

“มียองคะ หม่ำคุณกุ้งอีกไหมเดี๋ยวป๊าแกะให้”

“กุ้นๆๆ ป๊าหม่ำ หม่ำอีก”

 

กุ้งชุบแป้งทอดตัวโตถูกคนเป็นพ่อทำให้เย็นและหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำก่อนจะส่งให้ลูกสาวตัวน้อยไปถือไว้ ผ้าเช็ดปากถูกเช็ดลงที่มุมปากที่เปื้อนซอสหวานสำหรับเด็กก่อนที่จะหันมาสานต่อบทสนทนาที่ค้างอยู่ระหว่างตนกับคุณแม่แฝดที่นั่งอยู่ข้างๆเด็กชายตัวกลมทั้งสอง

 

“ตัวก็ไม่ร้อนแล้ว เหมือนจะไม่เป็นไข้แล้วด้วย หรือว่าอากาศบนนี้เย็นไปรึเปล่า อ่า~ เฮียลืมนึกไปเลย”

 

เพราะอยากให้ได้เห็นวิวในยามค่ำคืนเลยจองดินเนอร์บนดาดฟ้าที่ถึงแม้จะไม่ใช่สถานที่เปิดกว้างซะทีเดียวแต่ก็มีลมเย็นพัดผ่านพอให้ผิวกายได้สัมผัสลมหนาวบ้าง หรือที่คุณแม่แฝดดูจะไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับมื้ออาหารนี้สักเท่าไหร่ก็เพราะว่ายังคงรู้สึกไม่สบายตัวอยู่

 

“ไม่ครับ เฮียกินเถอะ พี่ยองวอนครับเอาข้าวอีกไหมเดี๋ยวม๊าตักให้”

“ม๊าหม่ำ ป้อนๆ อ้ามม ฮ่าๆๆ ป๊าดูจิม๊าเปื้อน ”

“ไหนครับ เราแกล้งม๊าเหรอ ไหนๆป๊าเช็ดให้ม๊าดีกว่า”

“แกล้งม๊าเหรอเรา นี่ครับ ม๊าไม่เปื้อนแล้วครับพี่ยองวอน”

 

มือหนาของคนเป็นสามีชะงักค้างกลางอากาศก่อนจะค่อยๆถดมือกลับไปพลางพินิจใบหน้าหวานของคนเป็นภรรยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเนื่องจากท่าทีที่แปลกไป มือเล็กปาดซอสหวานที่มุมปากของตัวเองอย่างลวกๆแล้วหันไปให้ความสนใจกับเด็กน้อยต่อ

 

อืม...คงโดนโกรธเข้าจริงๆนะเนี่ย

 

คนเป็นสามีลงความเห็นเมื่อคิดย้อนไปถึงประโยคของเลขาฯส่วนตัวว่าเขาคงโดนเมียหึงเข้าให้แต่ก็ไม่ได้บอกว่าหึงใคร ยังไง เฮ้อ~ เกิดเป็นพ่อคนก็ว่าลำบากแล้ว แต่เกิดมาเป็นผัวคนตรงหน้าเนี่ยสิลำบากกว่า

 

วันนี้เขาอยากนอนกอดเมียมากกว่านอนคนเดียวในห้องรับแขกนะ

••• 

“นอนได้แล้วนะครับคนเก่งของม๊า”

 

คนเป็นแม่พูดพลางใช้มือเรียวลูบหัวลูกคนสุดท้องอย่างเบามือเพื่อหวังให้เด็กน้อยได้หลับเสียทีหลังจากที่เล่านิทานให้ฟังจบเป็นเรื่องที่สามของคืนนี้หากแต่เด็กตัวเล็กก็ยังคงมองมาที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่มีท่าทางว่าจะง่วงสักนิด

 

“นอนต้วยกาน ป๊าม๊านอนต้วยกาน”

 

คราวนี้กลับเป็นยองแจที่ดูมีท่าทางลำบากใจ ไม่บ่อยนักที่เด็กน้อยจะเรียกร้องให้คนเป็นแม่อยู่นอนด้วยและมันก็มีไม่บ่อยนักที่เด็กน้อยขอร้องให้ทั้งพ่อและแม่นอนอยู่กับตนด้วย หากเป็นวันอื่นยองแจคงไม่ปฏิเสธลูกน้อยหากแต่ในวันนี้ยองแจไม่พร้อมที่จะนอนร่วมเตียงเดียวกันกับสามีของตัวเอง

 

“หมวยครับ ลูกขอให้เรานอนด้วยนะ ถ้าตื่นมากลางดึกไม่เจอเราจะทำยังไงครับ”...ก็คงได้ร้องงอแง

 

เมื่อได้คำตอบว่าควรจะทำยังไงถึงจะดีที่สุดคนตัวเล็กจึงค่อยๆล้มตัวลงนอนพลิกหันมากอดเด็กน้อยพลางตบอกเจ้าตัวเล็กเบาๆ ไม่ต่างจากแจ็คสันที่ไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มผืนเล็กขึ้นมาคลุมหน้าอกของเด็กน้อยรวมไปถึงคุณแม่ตัวน้อยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ

 

และเพราะผ้าห่มผืนเล็กคงไม่เพียงพอที่จะให้ความอบอุ่น ร่างของคุณแม่ตัวน้อยเลยโดนรั้งให้ขยับเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วใช้ท่อนแขนหนาตระกองกอดเอาไว้ ถึงแม้คุณแม่ตัวน้อยจะมีท่าทางขัดขืนในตอนแรกแต่เพราะสายตาของผู้เป็นสามีที่มองไปยังเด็กตัวน้อยที่กำลังเคลิ้มหลับ ยองแจถึงได้ยอมให้อีกคนได้กกกอดตัวเองตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน

••• 

“ตื่นแล้วเหรอครับ”จุ๊ฟ~~

 

คิกๆๆๆๆๆ

 

เสียงหัวเราะของเด็กน้อยที่นั่งดูดขวดนมอยู่ปลายเตียงทำให้ยองแจที่เพิ่งตื่นเขินจนหน้าเห่อแดงหลังจากที่โดนสามีของตัวเองมอนิ่งคิสหนักๆไปหนึ่งที ไม่เพียงแต่ตื่นมาไม่เจอลูกน้อยยังไม่พอยังพบว่าตัวเองนอนซุกอกอุ่นๆของสามีอยู่อย่างนั้นและก็ไม่รู้ว่าตลอดทั้งคืนเป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า

 

“ลุกเลยครับผมจะไปทำกับข้าว สายแล้ว”

“ม๊ากับป๊าอยู่ข้างล่างกำลังเล่นกับเจ้าสองแสบอยู่ เมื่อกี้ก็เพิ่งชงนมขึ้นมาให้มียอง”

“ม หมายความว่า เมื่อกี้ ที่เรา อ่อ...”

 

แจ็คสันไม่ได้พูดเพียงแต่พยักหน้าตอบพลางรั้งร่างของเมียรักให้เข้ามาใกล้มากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าเห่อร้อนของเมียตัวเองที่ซุกใบหน้าหวานลงกับอกของสามีอย่างเขิน

 

“ลูกสามแล้วยังเขินอีกเหรอครับ หรือว่าต้องมีเด็กๆเพิ่มเมียเฮียถึงจะหายเขิน

“เฮีย! ลุกเลยผมจะไปอาบน้ำ”

“อาบด้วยกันสิ”

“เฮีย! ขืนยังพูดเล่นอีกนิดเดียวผมจะโกรธแล้วนะ”

“ไม่ได้พูดเล่นสักหน่อย อยากอาบด้วยจริงๆนะเนี่ย”

“เฮีย~ ลูกมองใหญ่แล้ว”

 

คุณแม่ตัวน้อยถึงกับอ่อนใจเพราะไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ดูเหมือนไม่ยอมให้ตัวเองลุกออกไปได้ง่ายๆ มือเรียวก็ใช้ดันใบหน้าหล่อๆของสามีออกอีกทั้งพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดใหญ่ๆแต่ก็ดูเหมือนอะไรจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่

 

“น้องมียอง ป๊าขอหอมแก้มม๊าได้ไหมคะ”

“หอมเก๊าต้วยยย”

 

เด็กน้อยพยักหน้ายิ้มร่าเดินเตาะแตะเข้าไปหาผู้เป็นพ่อแม่ก่อนจะปล่อยตัวให้ล้มลงโดยมีฝ่ามือหนาๆของคนเป็นพ่อคอยประคองไว้ให้ จมูกโด่งกดลงที่พวงแก้มใสของเด็กน้อยทั้งสองข้างก่อนจะตามด้วยคนเป็นแม่ที่ตอนแรกก็ทำท่าจะขัดขืนแต่พอเห็นตากลมๆจ้องมองมาที่ตนก็จำใจต้องอยู่เฉยๆให้อีกคนได้ชื่นใจสองแก้มกลม

 

ยอมให้เพราะเห็นว่าลูกมองอยู่หรอกนะอีตาเพลย์บอยฮ่องกง!!!

••• 

“อ้าว! ตื่นแล้วเหรอเรา ไหนมาให้ม๊าชื่นใจหน่อยเร็ว”

 

มือเรียวของคุณนายหวังคว้าเข้าที่แก้มกลมของลูกสะใภ้หน้าหวานพลางหยิกๆจับๆก่อนจะกดจมูกสูดหอมสะใภ้หน้าหวานกับหลานสาวคนเล็กยกใหญ่

 

“จะมาทำไมไม่บอกก่อนครับป๊าม๊า ผมจะได้ทำอาหารเช้าไว้รอ”

“ก็ถ้าม๊ากับป๊ามาก่อนจะได้เห็นเรานอนกอดกันกลมดิกขนาดนั้นเหรอ”

 

เพราะประตูบ้านเป็นแบบสแกนนิ้วเข้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งชิงเหมยและหยางเจี๋ยจะสามารถเข้าออกบ้านได้สบายๆ เพราะได้รับคำตอบจากลูกชายว่านอนอยู่กับเมียที่ห้องของหลานสาวคนเล็กชิงเหมยเลยไม่พลาดโอกาสที่จะเห็นภาพน่ารักๆของครอบครัวลูกชายตัวเองสักหน่อย...และก็ไม่ผิดหวังซะด้วย

 

“ม๊าครับ...”

“แหม่ เห็นเขินแบบนี้เหมือนตอนที่ยังไม่มีสามแสบนี่เลย ยองแจ สนใจไปฮันนีมูนกับตาแจ็คอีกสักรอบไหมลูก”

“สนครับม๊า”

 

และก็เป็นคนเป็นสามีที่ดูมีท่าทางกระตือรืนร้นมากเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงฮันนีมูนเพราะจะว่าไปตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กบวกกับต้องรับผิดชอบบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานทำให้หัวหน้าครอบครัวอย่างแจ็คสันต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเวลาที่จะเที่ยวสวีตกับภรรยาก็แทบจะไม่มี

 

“ได้พักบ้างก็ดีนะคะ คุณแจ็คสันทำงานหนักคุณยองแจก็เลี้ยงเด็กๆ หาเวลาไปพักผ่อนร่างกายบ้างจะได้มีกำลังใจทำงานมากขึ้น มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น”

 

เป็นเลขาฯสาวคนสนิทของแจ็คสันที่เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับยองโฮแฝดคนกลางที่ถือแผ่นบิสกิตเอาไว้ในมือพลางเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยแต่ไม่รู้เพราะอะไรจู่ๆหัวอกคนเป็นแม่กลับรู้สึกหวงลูกชายตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น อาจเป็นเพราะไม่ว่าเด็กคนไหนพอได้อยู่กับเลขาฯซอมากๆเข้าก็พากันติดเลขาฯซอกันไปหมด

 

อ่า~ ชักไม่ค่อยชอบเลขาฯอีตาเพลย์บอยฮ่องกงนี่ซะแล้วสิ

 

“พี่ยองโฮครับ มาหาม๊ามาลูก”

 

เลขาฯสาวค่อยๆปล่อยเด็กน้อยให้ลงเดินก่อนที่เด็กน้อยจะค่อยๆเดินไปหาคนเป็นแม่พร้อมกับขนมที่อยู่ในมือท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของทุกสายตาที่จับจ้อง

 

แกร่ก!

 

“ม๊า หนม แอ๊~~~~~”

 

เด็กน้อยแบะปากร้องทันทีที่เห็นขนมในมือตกลงไปบนพื้นก่อนจะโผเข้ากอดคนเป็นแม่ร้องไห้จ้าทันทีเดือดร้อนให้เลขาฯสาวต้องเดินเข้าไปหยิบโหลขนมที่ตั้งเอาไว้ในครอบอีกรอบ

 

“ม๊าครับ ฝากพี่ยองโฮหน่อยครับ”

 

คนเป็นย่ารับเด็กน้อยเอาไว้ก่อนจะโอ๋เด็กน้อยที่ร้องไห้ตาแดงแต่ก็ยอมเงียบเมื่อได้ยินว่ากำลังไปเอามาให้แถมยังมีให้มากกว่าเดิมอีกด้วย

 

“อ่าวคุณยองแจ...เข้ามาเอาขนมให้พี่ยองโฮหรือคะ”

 

ยองแจไม่ได้ตอบเพียงแต่จ้องใบหน้าอีกคนกลับ ใบหน้าเรียวเล็ก น่ารักจิ้มลิ้ม รูปร่างดูดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง น้ำเสียงหวานหยดราวกับน้ำผึ้งและก็รอยยิ้มที่แสนจะดูดีมีเสน่ห์

 

ก็ไม่แปลกที่อีตาเพลย์บอยฮ่องกงนั่นจะรู้สึกดีด้วย...ยองแจเองเป็นผู้ชายแถมยังไม่น่ารักเท่าอีกฝ่ายช่วยงานอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง บางครั้งดูแลเด็กๆไม่ได้สนใจตัวเองจนโทรมก็มี เลี้ยงเด็กมาทั้งวันพอสามีกลับจากที่ทำงานเรื่องอย่างว่าตัวเองก็ไม่สามารถทำให้ได้เพราะวันๆหนึ่งดูแลเด็กก็แสนจะเหนื่อย

  

ก็ไม่แปลกที่คนเป็นสามีจะไม่เหมือนแต่ก่อน

 

ถึงแม้จะรู้สึกว่าเข้าใจสามีแต่ความน้อยเนื้อต่ำใจก็อดจะทำให้ยองแจคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ แต่ก่อนตัวเองเคยเป็นที่หนึ่ง เคยทำงานช่วยแบ่งเบาสามีมาโดยตลอด พอตอนนี้มีคนอื่นมาทำหน้าที่แทนมันก็อดจะเสียใจไม่ได้

 

หน้าที่บนโต๊ะทำงานก็ยังพอทำใจได้...แต่ถ้าทำบนอื่น ยองแจเองยังไม่ได้มีจิตใจที่กล้าแข็งพอจะรับได้

 

“เดี๋ยวสิคะคุณยองแจ หึงคุณแจ็คสันหรือคะ”

“...ครับ ชอบคุณแจ็คสันใช่ไหมครับ”

 

อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มพลางพยักหน้ารับ ร่างสูงเพรียวหยัดตัวตรงก่อนจะเดินมาหายองแจที่ยืนเม้มปากอยู่ไม่ห่างกันมากนักถึงจะดูนิ่งไม่เป็นอันตรายแต่ก็นั่นแหละ...แบบนี้ยิ่งเป็นตัวอันตราย

 

“ใครจะไม่ชอบบ้างคะคุณยองแจ แต่ว่า...”

“...”

“แต่ว่าแค่ชอบในฐานะเพื่อนร่วมงานเท่านั้นแหละค่ะ”

 

ประโยคถัดมาที่ถูกเปล่งออกมาจากอีกฝ่ายทำให้ใบหน้าหวานถึงกับนิ่งไปด้วยความอึ้ง มือเรียวคว้ามือบางของยองแจที่กุมกระปุกขนมไปจับพร้อมกับบีบอย่างเบามือ

 

“ยอมรับนะคะว่านาราอิจฉาครอบครัวของคุณยองแจ ก็ทำไงได้ล่ะคะ นาราเองก็อยากมีเบบี๋กับเขาเหมือนกันนี่นา...แต่ว่า เพราะตัวนาราเองนี่แหละค่ะที่ไม่สามารถมีลูกได้”

 

คำบอกเล่าถูกเปล่งออกจากริมฝีปากบางสวยของอีกฝ่าย เพราะตัวเธอเองที่อยากมีลูกแต่เพราะสุขภาพของเธอทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้และกำลังปรึกษากับสามีว่าอยากรับเด็กไปเลี้ยง ส่วนกับสามีของเธอก็เป็นการปลื้มเพราะเป็นคนทำงานเก่งและอยากให้พาเด็กแฝดมาที่ทำงานบ้างเพียงเพื่อจะได้หัดเลี้ยงเด็กเอาไว้ก็เท่านั้น

 

สรุปคือ...เป็นยองแจเองที่หึงหวงนำไปก่อนก็เท่านั้น

 

“คุณแจ็คสันน่ะรักคุณยองแจกับเด็กๆจะตายค่ะ แต่เขาก็ชอบให้คุณหึงเขานะคะ...นาราดูออก”

 

เลขาฯสาวพูดยิ้มๆก่อนจะเดินนำออกไปหลังจากที่พูดประโยคสุดท้ายจบลง

••• 

พรึ่บ!!

 

ยองแจสวมกอดสามีตัวสูงจากทางด้านหลังขณะที่อีกฝ่ายกำลังเลือกชุดนอนที่หน้าตู้เสื้อผ้า แก้มกลมทั้งสองข้างแนบซบลงไปกับแผ่นหลังกว้างชื้นของผู้เป็นสามีพลางกระชับอ้อมแขนของตนเองให้แน่นขึ้น ไม่ได้มีคำพูดใดๆแต่ดวงตากลมใสของภรรยาก็เอ่อรื้นน้ำสีใสทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่ได้

 

“มีอะไรรึเปล่าครับ”

 

ร่างสูงของผู้เป็นสามีจับที่แขนของภรรยาตัวเล็กเบาๆก่อนจะค่อยๆหันมาหาคนที่อยู่ด้านหลังพลางดึงรั้งร่างเล็กให้เข้าใกล้ตัวเองมากขึ้นอีกนิด มือหนาจับเชยคางเล็กที่เอาแต่ก้มมองพื้นให้เงยขึ้นพลางจ้องเข้าไปในดวงหน้าหวานหยดของเมียรัก

 

“ขอโทษนะครับที่งี่เง่า ขอโทษที่ไม่เชื่อใจ ขอโทษที่ทำตัวไม่มีเหตุผล ขอโทษ...”

 

ไม่มีใครรู้ว่าถ้อยคำต่อจากนี้คุณแม่ตัวเล็กจะเปล่งวาจาว่าอะไรเพราะช่วงจังหวะที่อีกคนเอาแต่กล่าวโทษตัวเองริมฝีปากหนาของผู้เป็นสามีก็บรรจงปิดทับกลีบปากบางของภรรยารักเบาๆ ก่อนจะค่อยๆบดเน้นกลีบปากสีสวยอย่างเอาใจหลายครั้งจนเรียวปากอิ่มแวววาวไปด้วยน้ำสีใสราวกับอมยิ้มที่ถูกลิ้มรสจนมันวาว

 

“สามีภรรยา...ผิดใจกันเป็นเรื่องปกติ วันนี้หมวยยังหึงเฮีย แสดงว่าหมวยยังรักเฮียอยู่ วันนี้หมวยยังแคร์เฮียแปลว่าเฮียยังสำคัญกับหมวย เป็นผัวเป็นเมียกัน เมียหึงผัว ไม่ผิด”

“...แต่ ผมคิดว่าเฮียนอกใจ กับ...คุณนารา”

“ไม่แปลก...อยู่กับคนสวยๆแบบนั้นถ้าหมวยไม่หึงเฮียนั่นสิเฮียต้องทบทวนใหม่ว่าเฮียยังสำคัญกับหมวยอยู่รึเปล่า”

“ขอโทษนะครับ ต่อไปผมจะไม่งี่เง่าไม่มีเหตุผลแบบวันนี้อีก”

“งั้น คนทำผิดยินยอมชดใช้ความผิดครั้งนี้ไหมครับ”

 

มือหนาเกลี่ยแก้มใสเบาๆก่อนจะลากปอยผมที่ปรกใบหน้าหวานขึ้นทัดใบหูบาง มือหนารั้งเอวคอดเอาไว้ในอ้อมกอดพลางกระชับให้แน่นขึ้น กลีบปากหนาพรมจูบหน้าผากใสอย่างแผ่วเบา เปลือกตาสีไข่ด้วยจังหวะที่อ่อนนุ่ม พวงแก้มแดงฝาดทั้งสองข้างอย่างเชื่องช้า ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตอบรับคำหรือปฏิเสธ ร่างบางเล็กของคุณแม่ตัวน้อยก็ลอยกระทบแผ่นหน้าอกกว้างหนาของผู้เป็นสามีมือเรียวอ้อมเกี่ยวต้นคอหนาของอีกฝ่ายอย่างไม่รั้งรอ

 

“อึก...อื้ม...อื้อ...เฮีย...เฮีย...เด็กๆเข้านอนแล้ว...อื้ม...เหรอครับ”

 

คุณแม่ตัวน้อยกลั่นคำพูดออกมาอย่างตะกุกตะกุกยามที่โดนอีกคนพรมจูบไปทั่วทั้งกลีบปากบางฉ่ำและต้นคอขาวนวลเนียนทั้งสองข้างจนไม่เป็นประโยค มือบางยันหน้าอกกว้างของผู้เป็นสามียามที่อีกฝ่ายคล่อมทับตัวเองโดยที่ไม่ได้ใส่แรงลงมา ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามยามที่แทรกกายอยู่ตรงกลางทำให้คุณแม่ตัวน้อยเสียวขึ้นมาดื้อๆ

 

“อืม นอนกับป๊ากับม๊าไม่มีทางตื่น...”

 

แก่ก!!

 

“ว๊าย!! ตาแจ็ค!”

 

คุณนายหวังถึงกับผงะเมื่อเห็นภาพคนสองคนที่นอนอยู่บนที่นอนแต่ก็ต้องหันไปให้ความสนใจกับเด็กแฝดทั้งสามที่เดินเต๊าะแตะไปทางคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างมีเป้าหมาย

 

"ป๊าย่ะหม่ำม๊า" 

"ย่าทำม๊านะ" 

"ม๊าเจ่บ" 

  

เด็กทั้งสามพากันวิ่งกรูมายังเตียงนอนขนาดใหญ่เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของคนอยู่บนนั้นแต่ภาพที่เห็นก็เป็นอันทำให้เด็กๆต้องเข้าใจผิดต่างพากันวิ่งเข้ามารุมปกป้องคนเป็นแม่กันยกใหญ่ 

  

"เฮีย อย่าตีลูกนะครับ" 

  

คุณแม่ตัวน้อยคงไม่ได้หมายความถึงการทำโทษเด็กๆทั้งสามคนอย่างที่พูดเพราะแจ็คสันก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อที่ตามใจลูกมากที่สุดคนหนึ่งเพียงแต่แค่สายตาที่มองไปที่เด็กๆอย่างเหนื่อยใจก็เท่านั้น 

  

"แค่จูบยังทำไม่ได้เลยหมวย เฮียอยากจูบหมวยนิ...มาให้จูบซะดีๆ" 

“เฮีย! ม๊าก็อยู่ครับ!” 

"ป๊าย่ะทำม๊านะ!!" 

  

คนหนึ่งก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงจะจูบลูกเดียว คนหนึ่งก็ดันร่างสูงกึ่งเปลือยของสามีออกห่าง คนหนึ่งยังสาละวนกับการจับเด็กๆทั้งสามและอีกสามชีวิตตัวจ้อยยังคงยุ่งกับการกันคนเป็นพ่อให้ออกจากแม่ของตัวเองอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว 

  

โอ๊ย!! ทำไมเจ้าแฝดไม่เข้าข้างป๊ามันเลยสักคน คุณพ่อแฝดได้แต่คิดในใจ 

  

  

 ••• 

 

Talk 

ไม่ได้เจอกันนานมาก เรียกร้องขอฟีดแบคหน่อยได้ป่ะเอ่ย ยังไงฟีคแบคหรือคอมเม้นท์มันก็ยังเป็นอาหารจานหลักของนักเขียนอะนะ ไม่ค่อยเม้นกันเลยก็แอบน้อยใจอ่ะ 

คนที่เม้นก็กราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง คุณก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้มาซึ่งตอนพิเศษที่ยาวกว่าเรือหางยาวตอนนี้นั่นเอง ขอบคุณสำหรับทุกไลค์ด้วยนะคะ ชื่นใจเช่นเดียวกัน แต่ไลค์+คอมเม้นท์จะยิ่งชื่นใจกว่าเดิมเป็น 100 เท่าเล้ย อ้อนล่ะน้า~~~~

ขอกำลังใจกันนิดนึงไม่อยากกันเลยใช่ม้า แค่คนละคอมเม้น สองคอมเม้นเองเนอะ อันข้างล่างนี้เป็นรายชื่อพิเศษที่จะมีใน E-Book นะคะ ถ้ายังไงก็ฝากอุดหนุนกันด้วยก็แล้วกันเนอะ 

ตอนพิเศษก็คือตอนพิเศษค่ะ ยาวมากกกกก 

ปล.มีการขอเปลี่ยนแปลงชื่อตัวละครนะคะ ใครที่ตามมาแต่แรกก็น่าจะพอทราบเนอะว่าจะเปลี่ยนใครและเพราะอะไรถึงเปลี่ยน แต่ก็ยังคงเป็นคู่ที่ไรท์ชิปเหมือนเดิม 97 ไลน์ น่ารักๆเนอะ

ปล.2 ที่ลงช้านี่คือเกิดผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อย คือคอมเจ๊งและเพิ่งกู้ข้อมูลกลับมาได้ ก่อนหน้านี้เคยแบ็คอัพไว้ในไดรฟ์ล่ะแต่พอโหลดมาแต่งต่อก็คือลืมแบ็คไว้ พอข้อมูลหายไอ้ส่วนที่เราแต่งไว้ต่อก็ไปกับอากาศเลยจ้า เศร้าเสียใจ แล้วที่ไปพร้อมกับอากาศคือ #ไม่KISSจะรักจจ + #หนี้สูญจจ ฮือออออ เสียหายหลายแสน

 

 

  

  

 กระจ่างดาว 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น