ปีกฝัน(Peakfan)

จะเป็นอย่างไร…เมื่อฟาร์ เพื่อนสนิทที่สุดของอันดาตั้งแต่อนุบาล กลับมาเรียนที่โฟลเบลตอนกลางเทอม และดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะไม่ธรรมดาซะด้วยสิ แล้วแพมล่ะ…จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

Chapter 34 ซุกซนสุดซี๊ด

ชื่อตอน : Chapter 34 ซุกซนสุดซี๊ด

คำค้น : นิยายวาย,ชายรักชาย,หญิงรักหญิง,โรงเรียน,รักวัยรุ่น,เฮฮา,ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 34 ซุกซนสุดซี๊ด
แบบอักษร

 

Chapter 34 

ซุกซนสุดซี๊ด 

วันว่างสุดสัปดาห์ของอันดาผ่านไปไวเหมือนโกหก เธอนั่งเล่นกับน้องชายที่สวนหลังบ้านเฝ้ามองนกน้อยที่บินผ่านไปมาและรับลมเย็นๆอย่างสบายใจ สองพี่น้องวิ่งไล่กันขึ้นลงบันไดจนแม่ของออกัสทำหน้าดุและทั้งสองก็หัวเราะคิกคักเข้าห้องไป ทั้งสองแอบกินขนมตอนกลางคืนแถมยังแอบดูหนังโต้รุ่ง โดยการใช้ผ้าห่มผืนใหญ่คลุมโปงเหมือนโรงหนังมืดๆแล้วดูหนังผี

ดูเหมือนว่าการตัดอะไรบางอย่างออกไปจากชีวิตแล้วกลับมามีความสุขกับน้องชายจะทำให้อันดารู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก เธอยิ้มและหัวเราะอยู่ตลอดเวลา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลเริ่มหายไป และรอยยิ้มสดใสที่เหมือนกับเมื่อก่อนก็ผุดขึ้น

ออกัสรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่อันดาหัวเราะดังๆออกมา แล้วก็ทำท่าจะแกล้งเขา เพราะเขารู้ว่านี่แหละเจ้ตัวจริง เจ้ตัวแสบที่เขาอยากได้กลับคืนมา แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าอันดาจะยิ้มแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน เพราะถ้าเธอยังไม่ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างและทนอยู่กับสภาพที่ฝืนทนแบบนี้ต่อไป เขาก็คงยากที่จะเห็นพี่สาวของเขามีความสุขแบบนี้อีก

“อันดา!!!!!!” เสียงเรียกของคุณน้าทำให้อันดาที่กำลังปีนกำแพงอยู่ถึงกับสะดุ้ง แล้วหันไปมองหน้าดุๆของคุณแม่ออกัสทันที โดยมีน้องชายยืนทำหน้าเหวออยู่ด้านล่าง

“ทำอะไร!” คุณแม่ของออกัสยืนเท้าสะเอว

“เออ…คือ” อันดายื่นลูกนกตัวเล็กๆให้คุณน้าดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังถูกจับผิดอะไรสักอย่าง

“ลงมาเดี๋ยวนี้เลย!!!!!!!!!!!!” คำสั่งของคุณน้าทำให้อันดาขนลุก ส่วนออกัสก็กวักมือเรียกเธอลงมาอย่างร้อนรน

“แต่หนูแค่จะเอานกขึ้นไปไว้ที่เดิม หนูเห็นมันตกลงมาเมื่อกี้” อันดาอธิบาย

“แล้วคนอื่นเขาจะรู้ไหมว่าขึ้นไปช่วยลูกนก เขาจะคิดว่าเราปีนบ้านเขานะสิ”

“แปปนึงนะคะ” อันดาค่อยๆวางลูกนกตัวน้อยลงกับรังเล็กๆ แล้วหย่อนขาลงข้างกำแพงโดยมีออกัสรอรับ

“แล้วก็ค่อยๆลงมาด้วยล่ะ ถ้าตกลงมาเจ็บจะซ้ำให้ทั้งสองคนเลย ทำหยั่งกับเป็นเด็กสามขวบ” คุณน้าบ่นแล้วเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้อันดาและออกัสหัวเราะคิกคัก แล้วเตรียมท่าจะปีนขึ้นไปใหม่

“ลูกนกตัวอื่นน่ารักมากเลยไอ้กัส ตัวเล็กนิดเดียว”

“จริงเหรอ อยากเห็นจังเลยอ่ะ” ทั้งสองหันหน้าเข้าหากำแพงพร้อมกับก้าวขา

“ถ้าขึ้นไปอีกแม่จะสั่งงดข้าวเย็น!!!!!!!!!!” เสียงขู่ขวัญดังออกมาจากบ้าน สองพี่น้องตัวแสบจึงค้างเติ่งอยู่ในท่านั้น แล้วหันมาจ้องหน้ากัน

“ข้าวเย็นสำคัญกว่าเนอะ ไม่ขึ้นไปละ”

“ป่ะ เข้าบ้าน”

ทั้งสองเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งและซุกซนไปทั่ว คุณแม่ของออกัสถึงกับทำหน้าเหวี่ยงและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะว่าหลังจากที่ทั้งสองกลับมาจากอเมริกา พวกเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ถึงจะแสบอยู่บ้างก็เถอะ แต่เสาร์อาทิตย์นี้เหมือนกับลิงเข้าสิง วิ่งวุ่นไปทั่วบ้านเลย

“วันนี้อยากกินไรกัน” คุณแม่ของบ้านถามอีกครั้งในช่วงเย็น แต่ทว่า สองลิงหลับคาโซฟาไปเรียบร้อยแล้ว

“กินอะไรง่ายๆแล้วกันเนอะ” คุณแม่ถามเองตอบเองแล้วเดินเข้าครัวไป และเมื่อทั้งสองตื่นขึ้นมาในช่วงเย็น ก็พบเจอโน๊ตที่เขียนแปะติดตู้เย็นเอาไว้แล้ว

“คุณน้ามีงานด่วนอีกแล้ว” อันดาหาวอยู่หน้าตู้เย็นและหยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดื่ม ส่วนออกัสยังไม่ยอมลุกจากโซฟา เขากลิ้งไปมาอยู่ตรงนั้นแล้วกดรีโมตเพื่อเปิดทีวีดู

“ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ทำเป็นตื่นเต้น”

“งั้นก็แสดงว่าคืนนี้…เราก็อยู่บ้านกันสองคน” อันดากรอกตาไปมาเมื่อความคิดมากมายกำลังแล่นเข้าสมอง

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกนะว่าคิดจะทำอะไรอีก”

“ก็…จัดปาร์ตี้ไหม” อันดากระโดดข้ามโซฟามาหาน้องชาย

“จะบ้าเหรอเจ้! นี่มันที่ไทยนะ ขืนจัดปาร์ตี้เหมือนตอนอยู่เมกาก็โดนตำรวจจับหรอก” ออกัสเตือน

“ก็แค่ปาร์ตี๊เล็กๆไง”

“เจ้ๆๆๆ พรุ่งนี้วันจันทร์” ออกัสเตือนอีกครั้ง อันดาจึงทำหน้าเซ็งแล้วหมดแรง

“จริงด้วย…พรุ่งนี้วันจันทร์”

ความคิดมากมายแล่นเข้ามาในความคิดของอันดาอีกครั้ง แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นความคิดจอมแสบของเธออีกแล้ว กลับเป็นเรื่องมากมายที่ล้วนแต่ทำให้เธออึดอัด ร่างกายของเธอจึงหมดเรี่ยวแรงแล้วนอนพิงน้องชายทันที เพราะกำลังคิดว่าในวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีกนะ

“เหนื่อยเหรอ…” น้องชายถามเบาๆ

“อืม…”

“แล้วเรื่องที่ฉันเคยถามเจ้…คิดหาคำตอบได้รึยังล่ะ” ออกัสถามต่อ แต่พี่สาวก็ได้แต่ส่ายหน้า

“ทอยอ่ะ ฉันไม่แคร์อยู่แล้ว แต่จะให้ทิ้งฟาร์ไปแบบนี้…มันดูไม่เข้าท่าว่ะ”

“แสดงว่าเจ้จะทน”

“ก็จนกว่าจะทนไม่ไหวอ่ะ แต่ว่าบางที เรื่องมันอาจจะดีขึ้นก็ได้”

“จะให้ฉันช่วยอะไรไหมเจ้”

“อืมมมม แต่แกจะทำได้เหรอ” อันดาหันไปมองน้องชาย

“นี่ออกัสนะเจ้ ลืมไปแล้วเหรอ” น้องชายย้ำว่าเขาก็แสบไม่แพ้อันดา

“ช่วยทำให้ทอยมันเข้าใจได้ไหม ว่าฉันไม่ชอบมันและไม่มีวันชอบมันด้วย”

“ยากเจ้”

“อ้าว! ไหนว่าออกัสซะอย่าง”

“ก็ไอ้ทอยอ่ะ มันเป็นคนที่โคตรๆๆๆๆจะมั่นใจในตัวเอง และมันก็คิดว่ามันเหมาะกับเจ้ที่สุด มันไม่ยอมออกห่างจากเจ้แน่ถ้าเจ้ไม่ทำอะไรสักอย่าง”

“ทำอะไรวะ นี่ฉันก็ทำจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” อันดาพูดอย่างเหนื่อยล้า

“แล้วเจ้รู้ไหมว่าใครคือคนเดียวที่ทำให้ทอยออกห่างจากเจ้ได้”

“ใครวะ!” พี่สาวตาลุกวาวทันที

“ไอ้…ธีม”

“ฮะ! ไอ้ธีมเนื้ยนะ ไม่ใช่มั้ง” อันดาส่ายหน้าไปมาทันที

“ไม่ใช่ได้ยังไงล่ะ ก็ตอนนี้อ่ะ มันคิดว่าเจ้คือแฟนของไอ้ธีม และเป็นคู่แข่งที่น่าสูสีที่สุดในตอนนี้ด้วย”

“แฟน…” อันดาย่นคิ้ว แล้วก็ถึงบางอ้อว่าธีมเคยบอกทอยตอนช่วยเธอที่ร้านเค้กว่าเขาเป็นแฟนตัวจริงของเธอ แต่เธอไม่คิดเลยว่าทอยมันจะคิดจริงจังแบบนี้

“ไอ้ทอยมันเชื่อด้วยเหรอ ฉันกับไอ้ธีมเนี่ยนะ”

“ก็เชื่อมากกว่าที่เจ้บอกว่าฟาร์เป็นแฟนก็แล้วกัน ตอนนี้อ่ะ มันพยายามจะแย่งเจ้มาจากไอ้ธีม แต่มันก็ทำไม่ได้ ตอนนี้ไอ้ธีมเลยเป็นก้างชิ้นใหญ่ขวางคอมันอยู่”

“แล้ว…อย่าบอกนะว่าจะใช้ธีมเป็นตัวช่วย” อันดามองหน้าน้องทันที

“ใช่! แต่ว่า…ก็ต้องไปขอมันก่อน”

“แล้วมันจะยอมช่วยเหรอวะ” อันดาย่นหน้าทันที

“ทำไมจะไม่ช่วยล่ะ แฟนมันนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน” คำพูดของออกัสทำให้ทั้งสองยิ้มออกมาพร้อมๆกัน พี่สาวจึงส่งสายตาอิจฉาไปหาน้องชายที่นั่งหน้าแป้นแล้นอยู่

“ไอ้เราก็ลืมไปว่าน้องเรามีแฟนหล่อ อ่ะๆๆๆ เอาตามนั้นเลย” อันดาฉีกยิ้มออกมา

“แล้ว…เรื่องฟาร์ล่ะ ไม่กลัวฟาร์หึงเหรอถ้าธีมมันจะแสดงตัวเป็นแฟนเจ้จริงๆเพื่อกันไอ้ทอยออกไป”

“ฉันก็จะไปคุยกับฟาร์ก่อนไง บอกฟาร์ว่านี่คือแผนการของพวกเรา”

“แล้วเจ้คิดหรือว่าฟาร์จะยอม” ออกัสจ้องหน้าพี่สาว อันดาถึงกับย่นคิ้วอีกครั้ง

“เออ…ยอมอยู่มั้ง ก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนิ เราก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรคือเรื่องจริงอันไหนคือหลอก”

“แต่คนทั้งโรงเรียนและทุกโรงเรียนจะเข้าใจว่าเจ้คบกับธีมนะ คนเป็นแฟนอย่างฟาร์จะทำใจได้จริงๆเหรอ” ออกัสฟันธงเลยว่าฟาร์ต้องวีนใส่พี่สาวของเธอแน่ๆ

“แล้วแกล่ะ ยอมให้ธีมมาเป็นแฟนปลอมๆของฉัน รู้สึกอะไรไหม” คำพูดของพี่สาวที่ถามกลับทำให้ออกัสอึ้ง เพราะเขาไม่เคยกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่จะเริ่มกังวลเพราะคำพูดของอันดานี่แหละ

“เห็นมะ แกก็ไม่รู้สึกอะไรเลย ฉันว่าฟาร์ก็คงไม่รู้สึกอะไรหรอก” อันดาย้ำ แต่ทว่า น้องชายกลับส่ายหน้า

“แต่ฉันว่ายังไงฟาร์ก็ต้องวีนเจ้ แล้วเจ้ก็จะอยู่ไม่เป็นสุข”

“ออกัส แกคิดมากไปเปล่าวะ” อันดาส่ายหน้าตาม

“เจ้นั่นแหละรู้ดีอยู่แกใจว่าฟาร์เป็นคนยังไง แล้วรู้อีกว่ายังไงฟาร์ก็ต้องวีน แต่เจ้แค่ไม่ยอมรับ” คำพูดของออกัสทำให้อันดาจุกอีกแล้ว

“ยอมรับมาเถอะเจ้ เจ้ไม่จำเป็นต้องปกปิดความรู้สึกตัวเอง นี่ฉันน้องเจ้นะ มีอะไรก็บอกเจ้ทุกเรื่อง แล้วเจ้จะไม่ยอมบอกฉัน ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองคิดทั้งๆที่ฉันคือคนที่สนิทที่สุดของเจ้เนี่ยนะ”

“โอเคๆๆๆ ก็ตามนั้นแหละ ยังไงฟาร์ก็ต้องวีนถึงบอกว่านั่นเป็นแค่เรื่องโกหก แต่ว่า…ถ้าหลังจากนั้นทอยเลิกตื้อฉัน และธีมก็ทำเป็นเลิกกับฉันให้ทุกคนรู้ เรื่องก็จบป่ะ ฟาร์ก็จะได้สบายใจ ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม”

“แน่ใจเหรอว่าจะเหมือนเดิม…”

“ออกัส แกจะพูดอะไรกันแน่วะ” อันดาเริ่มเหนื่อยกับเรื่องสนทนาในครั้งนี้

“ฉันว่าเจ้รู้ดีนะ ว่าเจ้กับฟาร์อ่ะ ยังไงก็คบกันไปไม่รอด เจ้แค่ยื้อเวลา ทั้งๆที่ก็รู้ว่าวันๆนั้นต้องมาถึงในสักวันหนึ่ง แล้วมันไม่ดีกว่าเหรอที่จะตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เจ็บตอนนี้ แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ”

“ออกัส…”

“ฉันไม่ได้อยากยุให้เจ้เลิกกับฟาร์เลย แต่ว่า…ฉันไม่อยากเห็นเจ้เศร้าแล้ว เจ้ไม่รู้หรอกว่าเสาร์อาทิตย์นี้ที่เจ้ไม่มีฟาร์คอยตามจิก เจ้ดูมีความสุขมากแค่ไหน และฉันอยากเห็นแจ้เป็นแบบนี้ตลอดไป ไม่ใช่ว่าต้องกลับไปวุ่นวายกับชีวิตแบบนั้นอีก” ออกัสพูดตามจริงและดูเหมือนจะพูดถูกทุกอย่างด้วย

“ฉันก็ไม่อยากจะเห็นแก่ตัวแบบนี้นะอันดา ฉันรู้ว่าฟาร์ต้องเจ็บ เจ้เองก็เจ็บ และเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องระหว่างเจ้กับฟาร์สองคนฉันไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่ว่า…ฉันรู้ว่าเจ้ต้องการทำอะไร แค่ไม่กล้าทำร้ายจิตใจคนอื่นก็เท่านั้น”

อันดาฟุบลงกับโต๊ะวางของเล็กๆแล้วครุ่นคิด มันก็จริงอย่างที่ออกัสบอก ตอนที่เธอเริ่มต้นคบกับฟาร์มันก็ดีนะ แต่พอหลังๆมันก็เริ่มไม่ไหว ไหนจะมีทอยมาก่อกวนอีก มันเลยยิ่งยุ่ง และเธอก็ยอมรับอีกว่าช่วงเวลาที่เธอไม่ต้องวุ่นวายกับการรับโทรศัพท์และการตามจิกของฟาร์เธอรู้สึกดีมาก บางครั้งเธอก็อยากจะบอกเลิกฟาร์ซะ แต่เธอก็ทำแบบนั้นกับคนที่รักเธอไม่ได้

“มันยากว่ะออกัส ทำไม่ได้จริงๆ” อันดาพูดอู้อี้ออกมาแล้วส่ายหน้า

“ให้ฉันช่วยไหม” ออกัสย้ำกับพี่สาวว่าเขาจะช่วยอันดาจนถึงที่สุดให้พ้นจากสถานการณ์ไม่น่าอภิรมย์นี้

“จะช่วยยังไงอีกล่ะ ช่วยเดินไปแล้วบอกเลิกฟาร์แทนฉันงั้นเหรอ บ้าน่า”

“ก็ไม่ขนาดนั้น แค่…ใช้ธีมเป็นเครื่องมืออีกทางหนึ่ง”

“ยังไงวะ…”

“ก็ไหนๆ เราจะใช้ธีมหลอกทอยแล้ว ก็ใช้มันหลอกฟาร์ไปด้วยอีกคนเลยสิ”

“ฮะ!!!!!!!”

“ก็ไม่ต้องบอกฟาร์ไง…ว่ามันเป็นเรื่องหลอก”

“เฮ้ย! งั้นฟาร์ก็เข้าใจว่าฉันนอกใจนะสิ!” อันดาถลึงตาใส่น้อง

“ก็…รึจะเดินไปบอกเลิกเองล่ะ” คำพูดของออกัสทำให้พี่สาวเหมือนใจจะขาด

“ถ้าทำแบบนั้น…ฟาร์ก็เจ็บมากดิวะ”

“เอาตรงๆนะ ทางไหนก็เจ็บหมดแหละ” อันดาฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้งแล้วแทบจะสละร่าง

“แต่ต้องตัดใจนะเจ้ มันคือทางที่ดีที่สุด อย่างน้อยๆเจ้ก็มีข้ออ้างที่จะจากฟาร์ ดีกว่าที่เจ้จะเดินไปบอกฟาร์ว่าเลิกกันเถอะ แล้วไม่มีคำตอบให้ฟาร์นะว่าทำไมถึงเลิก หรือเจ้จะบอกว่าเพราะฟาร์ยุ่งเรื่องส่วนตัวมากเกินไป ขี้วีน แล้วก็หึงหวงเจ้เกินไปงั้นเหรอ ฉันว่าทางเลือกของฉันดีกว่านะ” ออกัสย้ำว่านี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด

แต่ว่าสิ่งที่ออกัสว่าก็ถูกทุกอย่างนะ 

เสาร์อาทิตย์นี้อันดามีความสุขมากจริงๆ 

ได้กลับมาเป็นอันดาเหมือนเดิม 

อันดาไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่มีความสุขแบบนี้เหรอ 

ถ้าอยากกลับไปมีชีวิตดีๆ… 

ก็คงต้องตัดอะไรบางอย่างออกจากชีวิตแล้วล่ะ 

ติดตามต่อตอนหน้าค่ะ 

^^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น