เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 26

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 26
แบบอักษร

26  

  

 

 

  

เมื่อคืนหลับฝันดีอย่างที่ปากบอกมั้ยไม่รู้ แต่เพลิงยอมรับเลยว่าพอได้ลองกอดพีคดูตัวเองดันหลับง่ายและหลับลึกกว่าทุกที กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็รู้ว่าไม่มีใครอยู่ให้องนี้แล้ว เพลิงนอนงัวเงียอยู่สักพักก่อนลุกดันร่างตัวเองให้เดินไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ ก่อนจะเดินลงไปข้างล่างเพื่อกินข้าวที่สองมักทำทิ้งไว้ให้ปกติ แต่เมื่อเดินลงมาเพลิงก็ต้องขมวดคิ้วขึ้น เพราะโต๊ะกับข้าวไร้อาหารที่สองทำและเมื่อเข้าครัวไปก็ไม่เห็นสองที่มักจะอยู่ในนั้น  

  

// ไอ้สองยังไม่กลับอีกหรอวะ? //  

  

เพลิงเกาหัวยุ่งๆของตัวเองเพราะคิดว่าสองคงไปทำธุระที่ต่างจังหวัดกับแฟนยังไม่กลับ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าที่จริงแล้วสองไปทำธุระอะไรบางอย่างให้พีค  

“อ้าวไอ้เพลิง ตื่นแล้วหรอ” ไวที่โผล่เข้าประตูหลังบ้านเรียกเพลิงที่ยืนอยู่หน้าห้องครัว เพลิงหันไปมองไวด้วยหน้าง่วงๆก่อนจะทักทายอีกฝ่ายตามปกติิ  

“กูถอดจิตอยู่มั้ง แล้วนี้พวกมึงทำอะไรกันอยู่ เหมือนกูได้ยินเสียงโวยวายอยู่ข้างบ้าน” เพลิงถาม เพราะตั้งแต่ลงมาเพลิงเองก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอยู่แว่วๆ   

“จะอะไรล่ะ เฮียให้พวกกูเปิดน้ำใส่บ่อปลาอ่ะดิ แล้วท่อที่ต่อกับปั๊มน้ำมันแตก น้ำแม่งพุ่งกระจายเต็มไปหมด กูถึงได้วิ่งมาปิดสวิตซ์ปั๊มด้านหลังนี่ไง นี่กูก็แวะมาเอาผ้าเช็ดตัวไปให้พวกข้างนอกด้วย” เพลิงพยักหน้าตามที่ไวอธิบาย ก่อนเดินไปช่วยไวเอาผ้าเช็ดตัวสำรองที่ตู้เก็บของด้านล่างเดินถือไปให้พวกที่กำลังวุ่นวายทั้งบ่อปลา ทั้งซ่อมท่ออยู่สวนข้างบ้าน เพลิงยิ้มขำนิดๆกับความวุ่นวายนี้และสังเกตเห็นว่าแต่ละคนสภาพไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำเลยสักนิด...รวมทั้งบอสใหญ่ของเจ้าพวกนั้นด้วย  

“เฮ้ย! พวกมึง กูเอาผ้ามาให้แล้ว เอาวางไว้ตรงนี้นะถ้าจะใช้” ไวตะโกนบอกพร้อมวางผ้าไว้บนโต๊ะใกล้ๆ เพลิงเองก็เอาผ้าไปวางรวมไว้ที่โต๊ะ ก่อนยืนดูชายฉกรรจ์สองสามคนกำลังซ่อมท่อที่พัง ซึ่งหนึ่งในนั่นมีพีคอยู่ด้วย แต่เหมือนซ่อมได้แปปเดียว พีคก็ลุกเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วตรงมาหาเพลิงทันที  

“กูพึ่งรู้นะเนี่ยว่ามีปาตี้เก็บตกวันสงกรานต์” เพลิงพูดแซวเมื่อพีคเดินมาในสภาพที่ช่วงบนเปียกทั้งตัว   

“อย่างน้อยกูก็ไม่ได้โง่เดินตากฝนกลับบ้านคนเดียวแล้วกัน” พีคยักคิ้วตอบกลับอย่างกวนๆ จนคนโดนพาดพิงถึงกลับตีหน้าบึ้งใส่ แต่บึ้งได้แปปๆเพลิงก็ตาโตรีบเบื้อนหน้าไปทางอื่น เมื่อพีคดันถอดเสื้อออกต่อหน้าเขา ทำให้เผยกล้ามหน้าท้องและหุ่นที่แข็งแรงโชว์สู่สายตาคนรอบข้างรวมทั้งเพลิง พีคที่เห็นท่าทางขัดเขินของเพลิงถึงกับยกยิ้มหรี่ตาให้อย่างนึกขำ  

 “เห็นมาหมดทุกส่วน มึงยังจะทำเขินอีกหรือไง ไอ้เพลิง” คราวนี้พีคแกล้งพูดแซวกลับและดูเหมือนว่าจะตั้งใจทำเสียงดังจนทุกคนหันมาสนใจ เพลิงสะดุ้งรีบหันควับมองพีคอย่างคาดโทษ พลางเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ก่อนจะทำบางอย่างแก้อาการขัดเขินของตัวเอง จนกลายเป็นว่าคนรอบข้างเบิกตากว้างตกใจแทน  

“หน้าด้าน!”  

  

ปึก!  

  

“อุ่ก..!” พีคอุทานพร้อมยกมือกุมท้องที่โดนต่อยเข้าเต็มๆ พลางหันมองไล่หลังเพลิงที่เดินหนีไปอย่างคาดโทษ ลูกน้องที่ยืนอยู่แอบลอบกลืนน้ำลายกลัวว่าพีคจะโมโหเพลิงที่กล้าต่อยท้องพีคเข้าอย่างจัง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นรอยยิ้มหัวเราะชอบใจของเจ้านายตัวเองกำลังยืนขำไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเพลิงเลยสักนิด จนนายที่อยู่ใกล้ๆเดินเข้าไปหา  

“เฮีย ให้มันต่อยแบบนี้ไม่เป็นไรหรอ” นายถามด้วยความอยากรู้ แต่พีคกลับส่ายหน้าปฏิเสธยกยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี   

“หึหึหึ ปล่อยมันไปเหอะ แรงเท่าลูกหมาแบบนั้น เดี๋ยวกูค่อยคิดบัญชีส่วนตัวทีหลัง” คำตอบของพีคทำให้นายถึงกับอ๋อทันทีว่าบัญชีส่วนตัวคืออะไร ใช่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนพีคคงสวนกลับทันทีนั่นแหละ แต่พักหลังเพลิงจะดูมีอะไรพิเศษ ทำให้เรื่องเล็กๆแค่นี้กลายเป็นกรณียกเว้นไปได้  

“เฮีย วันนี้เฮียดูอารมณ์ดีกว่าปกติป่ะเนี่ย เมื่อคืนยังทำหน้าหงอยๆอยู่เลย” นายแกล้งถามเมื่อเห็นว่าพีคดูอารมณ์ดี   

“ใครทำหน้าหงอยห๊ะ” พีคดึงหน้าตีเสียงเข้มกลับเมื่อถูกแซวเรื่องเมื่อคืน   

“เอ้า นี่ไม่รู้ตัว ผมจะบอกไรให้นะเฮีย ตอนเฮียถามไอ้ไวเรื่องไอ้เพลิงเมื่อคืน หน้าเฮียดูกังว๊นน กังวล กลัวว่ามันจะไม่กลับมาอย่างั้นนั่นแหละ” นายพูดบอก พีคยืนฟังเงียบๆพลางหยิบผ้ามาเช็ดหน้าที่เปียก แต่เช็ดได้แปปๆ นายก็ยิงคำถามอีกครั้ง “นี่เฮีย เฮียกำลังคิดอะไรกับมันอยู่ป่ะเนี่ย”  

การยิงคำถามอย่างไม่ทันตั้งตัว พีคนิ่งชะงักมือที่กำลังเช็ดหัวหยุดเช็ดกลางคัน นายหรี่ตามองอาการของพีคอย่างพินิจก่อนจะสะดุ้งเมื่อพีคปาผ้าเช็ดหน้าใส่แรงจนเกือบรับมาไว้ไม่ทัน  

“งานการไม่มีให้ทำหรือไงวะ เสือกเก่งเดี๋ยวกูก็ตัดเงินเดือนซะหรอกไอ้นี่” พีคว่าเสียงเข้ม   

“โหยเฮีย ผมแค่ถามไปงั้นแหละ คนอย่างเฮียพีคไม่มีทาง..”   

“มึงออกไปซื้อท่อมาเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลยไป กูให้เวลายี่สิบนาที ถ้ามึงยังมาไม่ถึงที่นี่เงินเดือนมึงได้หายไปครึ่งนึงแน่” ไม่รีรอให้นายได้พูดจบ พีคตัดบทด้วยการสั่งขู่ลูกน้องเสียงดุจนนายหุบปากทำหน้าอึ้ง เมื่อจู่ๆดันถูกสั่งให้ซื้อของแทนที่จะเป็นคนอื่น   

“เฮีย! ยี่สิบนาที แค่ก้าวออกจากซอยบ้านก็ปาไปเกือบสิบนาทีแล้วนะ” นายโวย  

“เรื่องของมึง ถ้ายี่สิบนาทียังมาไม่ถึงก็แดกแกลบกับเงินเดือนครึ่งนึงได้เลย” พีคบอกอย่างไม่สนใจในสิ่งที่นายท้วง แต่กลับเดินหันหลังออกไปจากตรงนี้ ทิ้งให้นายยืนเลิ่กลั่กก่อนจะเร่งรีบตรงดิ่งไปซื้อท่อให้พีคทันทีเพราะกลัวว่าพีคจะตัดเงินเดือนเขาไปจริงๆ  

ส่วนทางด้านพีคกลับเดินทำหน้าอารมณ์ดีเข้าไปในบ้านที่ไร้ลูกน้อง พลางนึกขำเรื่องที่แกล้งขู่ให้นายไปซื้อของเพียงแค่ตัดรำคาญเรื่องที่นายกำลังก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา เจ้าตัวยังโง่อยู่ใครเขาจะไปบอกให้คนอื่นรู้ได้ง่ายๆกัน พีคส่ายหน้าน้อยๆให้กับเรื่องตัวเองขณะเดินไปหาใครอีกคนที่คาดว่าน่าจะกำลังหาอะไรกินอยู่ในครัว และก็เป็นอย่างที่คิด เพราะตอนนี้เพลิงกำลังยืนทำกับข้าวอยู่ในครัวในสภาพชุดนอนตัวเดิม พีคยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัยพร้อมเดินเข้าไปทางด้านหลังเพลิงเงียบๆไม่ให้เจ้าตัวรู้   

“ทำไรกิน”   

“เฮ้ย!” เพลิงสะดุ้งตกใจแรงเมื่อจู่ๆพีคโผล่มาจากไหนไม่รู้เข้าสวมกอดเอวเขาจากด้านหลัง พร้อมเสียงกระซิบข้างหูเรียกได้ว่าได้ยินทีถึงกับเสียวสันหลังวาบ “ไอ้พีค!”  

“แหม เสียงดังขนาดนี้คิดถึงกูล่ะสิ ไม่เจอกันแค่แปปเดียวเองนะ” พีคแกล้งพูดแหยคนตรงหน้าพร้อมกระชับแขนแน่นขึ้น  

“คิดถึงเหี้ยไรล่ะ ห่างกันไม่ถึงสิบนาที” เพลิงบอกหน้ามุ้ย   

“งั้น..ถ้าห่างกันนานๆมึงจะคิดถึงกูถูกมั้ย” คำพูดดูแสลงหูแปลกๆ ทำให้เพลิงขมวดคิ้วเอียงหน้ามองอย่างไม่ค่อยเข้าใจว่าพีคแกล้งพูดอย่างทุกทีหรือว่าพูดจริงกันแน่  

“มึงไปเอาความคิดแบบผิดๆมาจากไหนว่ากูจะคิดถึงมึง มึงบ้าป่ะเนี่ย แล้วก็ปล่อยกูได้แล้ว จะทำข้าวแดก” เพลิงพูดบ่นพร้อมใช้ศอกดันหน้าท้องเปลือยไปหนึ่งที ก่อนจะกลับมาสนใจวัตถุดิบบนโต๊ะต่อ แต่พีคไม่ได้มีท่าทีจะปล่อยตามที่เพลิงไล่ แต่กลับทำลุกล้ำร่างกายตรงหน้าจนเพลิงสะดุ้งเผลอปล่อยเสียงร้องออกมาอัตโนมัติ  

“อ๊ะ..!” เรียกว่ายกมือขึ้นมาปิดปากแทบไม่ทัน เมื่อมือแกร่งข้างนึงของพีคสอดมือเข้าไปใต้ชุดนอนพร้อมลูบไล้บีบคลึงยอดอกเล่นจนเพลิงเกิดร้องครางเพราะความไวต่อสัมผัสที่พีคมอบให้ ยิ่งริมฝีปากที่โน้มคลอเคลียส่งผ่านลมหายใจอุ่นๆผ่านบริเวณซอกคอ นั่นยิ่งทำให้เพลิงรู้สึกเสียววาบที่หน้าท้องจนตัวเริ่มงอตามสัมผัส   

“หึ แค่จับหน้าอกเล่นมึงก็ไวขนาดนี้แล้วหรอวะ หื้ม” พีคเงยหน้ากระซิบข้างหูด้วยเสียงแผ่ว   

“ไม่..อื้ออ..” เพลิงพูดไม่เป็นคำขณะหลับตาปี๋หายใจไม่ทั่วท้องจากมือที่กำลังหยอกเย้ายอดอกเล่นอยู่ พีคยกยิ้มพอใจยามที่เห็นร่างบางเริ่มสั่นเทา ก่อนจะก้มไปขบกัดซอกคอที่ทิ้งให้ขาวสะอาดมาเป็นเวลานานจนกลับมามีรอยทิ้งไว้อีกครั้งพร้อมเลียทับเลือดที่ซึมออกมา เพลิงเบ๊หน้ากัดริมฝีปากด้วยความแสบซ้านที่ซอกคอพร้อมผ่อนลมหายใจทิ้งเมื่อพีคผละลิ้นร้อนออกจากซอกคอ แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจ เพลิงก็ต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อพีคใช้มือที่ล็อคเอวล้วงลงไปได้กางเกงของเพลิง “ไอ้พีค!..อ๊ะ..หยุด..”   

“มึงสิที่หยุด ทำต่อไปสิกับข้าวน่ะ” พีคพูดงึมงำโดยที่กำลังคลอเคลียซอกคอขาวเหมือนเดิม   

“มึงจะบ้า..ฮ่าา..อย่า..” ตอนนี้เพลิงสัมผัสได้เลยว่าแก่นกายของตัวเองกำลังตื่นตัวจากมือที่พีคกำลังขยับรูดอยู่ใต้กางเกง พีคเห็นหูที่แดงก่ำของเพลิงเข้าใจได้ทันทีว่าเพลิงกำลังมีความต้องการขนาดไหน ก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับหยุดขยับแก่นกายที่ตื่นตัวของเพลิงกลางคัน เพลิงชะงักเมื่อเห็นว่าพีคหยุดก่อนหันไปมองราวกับจะตั้งคำถาม  

“อ่ะ กูหยุดให้มึงแล้ว ทำกับข้าวต่อไปสิ” พีคพูดยิ้มหน้าตาระรื่น แต่ไม่ใช่กับเพลิงแน่ๆที่หันมองตะลึงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าพีคจะหยุดให้จริงๆ และดันมาหยุดตอนที่เขากำลังมีอารมณ์เนี่ยนะ!  

“ไอ้เหี้ยพีค! ไอ้บ้า!” เพลิงโวยลั่นทั้งๆที่ร่างกายกำลังสั่นเทาจากแก่นกายที่กำลังตื่นตัว   

“หึหึ เอ้า ก็บอกให้กูหยุด กูก็หยุดแล้วนี่ไง หึ แล้วอย่าคิดนะว่าจะมีรอบสอง เพราะนี่คือการทำโทษที่มึงกล้ามาต่อยท้องกู” พีคพูดไปยิ้มไปราวกับเป็นเรื่องสนุก แต่เพลิงกลับไม่คิดอย่างนั้น เขาเห็นว่าพีคไม่ได้คิดจะทำอะไรต่อเลยพยายามแกะมือที่ทิ้งหยุดค้างไว้ตรงส่วนที่หยอกเย้าทั้งช่วงล่างและช่วงบนเพื่อที่จะออกไปจัดการกับตัวเองในห้องน้ำ แต่พีคกลับไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เขายืนกันไม่ให้เพลิงขยับตัวหลุดไปจากตรงนี้ได้ เพลิงหน้าเสียทันทีเมื่อรู้ว่าพีคตั้งใจแกล้ง  

“มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ” เพลิงโวยขึ้น  

“ก็ปล่อยอยู่นี่ไง” พีคบอก  

“ปล่อยอะไรล่ะ..อึ่ก..ไอ้สัด” เพลิงว่าพลางสะอึกไปชั่วครู่เมื่อร่างกายขยับจนไปสะกิดอารมณ์ที่ค้างเอาไว้  

“ก็ปล่อยให้ทำข้าวแดกไง ไม่ได้บอกซะหน่อยว่าจะปล่อยให้ไปไหน” รอยยิ้มกระตุกขึ้นพอดีกับที่เพลิงหันไปเห็นพอดี เพลิงนิ่งข้างหยุดสตั้นเข้าใจอย่างท่องแท้แล้วว่าพีคกำลังจะเล่นอะไรกับเขา เมื่อดวงตาแพรวพรายกำลังส่งผ่านความชั่วร้ายมา  

 “อ่อ แต่ถ้าอยากให้กูปล่อยมึงจริงๆ มึงต้องทำตามที่กูบอกก่อนหนึ่งอย่าง และถ้าทำถูกใจกูสัญญาต่อหน้าน้ำจิ้มพันท้ายเลยอ่ะว่าจะปล่อยมึง” พีคบอกพลางยิ้มกวน  

“แล้วมึงไปสัญญาทำเหี้ยอะไรกับน้ำจิ้มพันท้าย นั่นมันน้ำจิ้ม!” เพลิงโวยวาย อยากจะบ้ากับสิ่งที่พีคพูด  

“จะอะไรก็ช่างเหอะ กูแค่พูดให้ดูน่าเชื่อถือไปงั้น แล้วจะเอาไง จะยอมทำตามที่กูบอกมั้ย” พีคตัดกลับเข้าเรื่องเดิมอย่างรวดเร็ว   

“ถ้าทำแล้วมึงปล่อยกู ..ก็ทำนั่นแหละ” เพลิงตอบเสียงอ้อมแอ้มไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้สภาพอารมณ์ยังค้างไม่หาย อยากที่จะกำจัดออกไปให้เร็วที่สุดก็เท่านั้น  

“ดี ไหนมึงลองพูดคำนี้ให้กูฟังหน่อย ‘พี่พีค ช่วยปล่อยเพลิงด้วยครับ ผมขอร้อง’ ขอแบบเสียงอ้อนๆด้วยนะ” เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เพลิงเบิกตาอึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าคนอย่างพีคจู่ๆจะให้มาทำอะไรแบบนี้  

“ไม่มีทาง!” เพลิงปฏิเสธเสียงแข็ง ให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีทางพูดคำพูดหน้าอายนั่นแน่ ยิ่งคนที่คิดขึ้นมายิ่งเหลือเชื่อ มันกล้าคิดขึ้นมาได้ไง  

“งั้นก็อยู่แบบนี้ไปนั่นแหละ ทำข้าวเสร็จเดี๋ยวกูปล่อย แต่ว่า..กว่าจะเสร็จมันก็นานอยู่..ถูกมั้ย ทนได้หรอ” พีคเอียงหน้าเขยิบเข้าไปกระซิบใกล้ๆด้วยเสียงที่แหบพร่า รวมทั้งนิ้วมือที่สัมผัสลูบหน้าอกเนียนกระตุ้นอารมณ์ให้อยากมากขึ้น เพลิงหลับตาแน่นพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ให้มากที่สุด ให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีทางเรียกพีคแล้วแทนตัวเองด้วยชื่อแน่นอน พีคมองดูอยู่ด้านหลัง ยังคงเห็นว่าเพลิงไม่มีทีท่าว่าจะเปิดปากบอก ก่อนจะทำการบีบเค้นสิ่งที่ตื่นตัวอยู่ใต้ร่มผ้าจนเพลิงเบิกตากว้างสั่นวูบทันที  

“อ๊ะ..!” เพลิงร้องคราง  

“เอาไง ถ้าไม่พูดกูจะปล่อยไว้แบบนี้นะ” พีคพูดบอกพร้อมปล่อยมือที่บีบเค้นเมื่อสักครู่ เพลิงเม้มปากยืนอึดอัดตัวสั่น ยังไงก็ไม่พูด พีคเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ยืนทำหน้าสบายใจที่แฝงความเจ้าเล่ห์ของตัวเองเอาไว้ จะให้รอเพลิงทั้งวันก็ยังได้ ถ้าคนตรงหน้าไม่รีบร้อนอยากระบายความอึดอัดของตัวเอง   

“อะไร” พีคถาม เมื่อเพลิงหันหลังมามองดวงตาสั่นระริกๆ   

“คือ...”  

“ขอแอคติ้งความออดอ้อนลงไปด้วย” พีครู้ว่าเพลิงกำลังพูดอะไร เลยพูดดักพร้อมยักคิ้วใส่จนเพลิงย่นคิ้วหน้ามุ้ยไม่ชอบใจ ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเซ็งของอีกฝ่าย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พีคคิดจะล้มเลิกข้อเสนอไป เพราะเขาแค่อยากจะเห็นคนอย่างเพลิงพูดอ้อนเหมือนเด็กๆเท่านั้น ..แหงล่ะ ก็เขาดันอายุเยอะกว่าเจ้าตัว จะมองเป็นเด็กก็ไม่แปลก  

“พะ..พี่พีคครับ..ช่วยปล่อยเพลิงหน่อยได้มั้ย..ผมขอร้อง..” น้ำเสียงแอคติ้งนี่ถือว่าเพลิงพยายามทำแล้ว เพราะเกิดมาไม่เคยต้องมายืนทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ทว่าสิ่งที่พีคคิดกับสิ่งที่ได้ยินมันช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง  

  

// ตลก! //  

  

“หึ..หึหึหึ ฮ่าๆๆ” พีคถึงกับหลุดขำออกมา โอเค..เขาคิดผิด เพลิงยังไงก็เป็นเพลิง ทำอะไรน่ารักๆเหมือนชาวบ้านไม่เป็นหรอก ส่วนเพลิงถึงกับหน้าซีดเจือนพลางคิดว่าพลาดแล้ว โครตพลาดที่ไปทำอะไรแบบนั่น ก่อนจะทำหน้าบึ้งจัดพร้อมดิ้นให้ตัวเองหลุด แต่ก็ถูกพีคล็อคตัวไว้แน่นเสียก่อน  

“ปล่อย!” เพลิงว่าเสียงแข็ง  

“ก็จะปล่อยให้ไง” พีคหยุดหัวเราะแต่ยังคงยกยิ้มไม่หาย เพลิงค้อนควับมองพีคอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อปากบอกว่าปล่อย แต่แขนยังคงเกาะกุมร่างกายเขาไม่ไปไหน ไม่นานเพลิงก็เข้าใจความหมายทันทีว่าปล่อยที่ว่ามันหมายถึงอะไร  

“อื้อออ..ไอ้พีค..อ๊ะ.มึงโกหก..” เพลิงร้องครางเมื่อพีคเริ่มขยับแก่นกายที่กำลังรอการปลดปล่อย ส่วนมืออีกข้างกับปากเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันต่อ   

“กูโกหกอะไร” พีคพูดขณะดูดเม้มซอกคอ  

“ก็ไหนมึง..อ่ะ..อืมม..” เสียงพูดหายไปกับกลีบเมฆ หลงเหลือไว้เพียงแค่เสียงครางร้องเบาๆเท่านั้น พีคไม่เปิดโอกาสให้ได้พูดอีกครั้ง มือขยับรูดเร็วจนร่างกายเพลิงสั่นเครือ ขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ ทำให้ต้องเอนตัวใช้ศอกยันโต๊ะตรงหน้าเอาไว้ พีคก้มเอนตามร่างกายของคนตรงหน้าใช้ปากเล้าโลมช่วงคอและหูเพื่อให้เพลิงรู้สึกดีขึ้นบวกกับความต้องการที่อยากจะดูดชิมร่างกายของเพลิง จนกลายเป็นเขาเองที่ชักจะมีอารมณ์ร่วมเองซะแล้ว  

“ไปต่อบนห้องมั้ย” พีคถามเสียงแผ่วข้างหู รวมทั้งมือที่หยุดนิ่งเพื่อรอฟังคำตอบ เพลิงเหลือบมองด้วยความเหนื่อยหายใจไม่เป็นจังหวะ แม้ปากจะเงียบเพราะลังเล แต่แว่วตาที่ทอดมองผ่านออกไปกลับไม่ปฏิเสธ พีคยกยิ้มพอใจกับสายตานั่น เตรียมดึงเพลิงให้ลุกจากโต๊ะ แต่ทว่า..  

“โอ๊ย ตายแน่ๆ มาลืมกระเป๋าตังอะไรตอนนี้วะ ..อุย!!” นายหยุดสตั๊นเบิกตากว้างพร้อมอุทานตกใจลั่นตกใจ เมื่อวิ่งหากระเป๋าตังอยู่ดีๆดันเข้ามาเห็นเจ้านายตัวเองเปลือยท่อนบนกำลังยืนคร่อมเพลิงอยู่ แถมตาโตขึ้นไปอีกเมื่อมองเห็นมือที่ล้วงเข้าใต้กางเกง พีคตีหน้าถอนหายใจเซ็งที่ดันถูกขัดจังหวะ แต่กับเพลิงเรียกว่าโครตของโครตอาย หน้าขึ้นสีตัวแดงก่ำรีบดันตัวเองให้ลุกยืนพร้อมผลักพีคให้ออกห่างจากตัว และถือเป็นจังหวะดีที่จะสามารถกหนีพีคออกไปได้ ไม่รอช้า เพลิงลุกวิ่งผ่านนายไปจากครัวหายวับไปข้างบนทันที พีคยืนตกใจคว้าเพลิงไม่ทัน ก่อนจะหันไปมองนายอย่างเอาเรื่อง  

“ทำไมมึงยังไม่ไปซื้อของอีกห๊ะ!” พีคว่าเสียงดุ  

“ปะ..ไปซื้อแล้วเฮีย แต่ผมดันลืมหยิบกระเป๋าตังไปด้วยเลยมาเอา แต่ไม่คิดว่า..จะมาเจอเฮีย..” นายพูดติดขัด แถมยังแอบเขินที่มาเจอฉากกำลังเข้าได้เข้าเข็มของเจ้านายตัวเองอีก  

“โว้ยย! เพราะมึงเลยนะไอ้นาย แม่ง ถ้าวันนี้กูไม่ได้กับมัน เงินเดือนเดือนหน้าไม่ต้องเอา!”   

“เอ้า! ไม่นะเฮีย อย่ามาลงกับผมอย่างงี๊ เฮียบังคับมันเหมือนทุกทีมันก็ได้แล้วมั้ย อย่าเอาเงินเดือนผมมาเกี่ยวสิ” นายโวยเถียงสู้พีคสุดใจ   

“บังคับเหี้ยไรล่ะ รอบนี้มันอุตส่ากำลังยอมกูดีๆ เพราะมึงเลยไอ้นาย กูจะตัดเงินเดือนมึง!” พีคพูดด้วยความหัวเสีย เดินขยี้หัวเซ็งผ่านนายที่ยืนช็อคอยู่หน้าครัว พร้อมหันไปมองแผ่นหลังที่เดินหนีกลับขึ้นไปข้างบน  

“เฮีย! ผมทำอะไรผิ๊ด!”  

  

***********************************  

  

14.10 น.   

  

โครตเป็นช่วงเวลาที่โครตเซ็ง นอกจากโดนขัดจังหวะแถมเพลิงยังหนีไปได้ ตอนนี้รถยังจะมาติดเพราะฝนตกอีก พีคขับรถพาเพลิงออกไปทำงานตามปกติและสิ่งที่กลับมาเหมือนเดิมอย่างตอนแรกที่นั่งรถมาด้วยกันเลยคือหน้ามุ้ยๆไม่ยอมคุยด้วยตั้งแต่ออกมา  

“ถามจริง มึงงอนอะไรกูอยู่เนี่ย” พีคหันไปถามขณะรอรถที่ติดให้ขยับ เพลิงเหลือบมองนิดนึง ก่อนทำเป็นไม่สนใจเหมือนเดิม   

“ทำงอนเป็นผู้หญิงไปได้ ไหนบอกเป็นผู้ชายไง” พีคยังคงพูดด้วยปกติ แต่ลึกๆกลับหงุดหงิดที่ไม่รู้ว่าเพลิงงอนอะไร ส่วนเพลิงก็ทำเงียบไม่คุยด้วยเหมือนเดิม กลับสนใจแต่นอกรถที่ไม่ได้มีวิวอะไรให้น่าดูสักอย่างนอกจากรถ  

“ตามใจแล้วกัน กูไม่รู้ด้วยหรอกนะว่างอนอะไร” ว่าจบ พีคก็หันไปทางข้างหน้ากลายเป็นฝ่ายไม่สนใจเพลิงแทน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งในบรรยากาศที่ฝนเทลงมา เพลิงเริ่มอึดอัดเพราะเห็นว่ารถมันเงียบเกินไป เลยกะจะหยิบหูฟังมาใส่ แต่ทว่าเมื่อหาหูฟังในกระเป๋ากลับไม่เจอ ทำให้รู้ว่าตัวเองลืมเอามา เพลิงเลยตีหน้าเซ็งหันออกไปมองนอกรถเงียบๆตามเดิม แต่ก็ต้องหูผึ่ง เมื่อได้ยินเสียงดนตรีเพลงเก่าคุ้นหูดังออกมาจากลำโพงในรถ ก่อนจะแทบสำลักน้ำลาย เมื่อเสียงแปดหลอดกับเนื้อเพลงผิดแผกดังขึ้นมา  

(เพลงแด่ผู้ประสบภัยช่วงปลายเดือน - เอ็ด7วิ)   

“..เงินออกหนึ่งวัน ช็อปอย่างเมามัน เหลือใช้ไว้ไม่กี่พัน กดดันเท่าไหร่ เดี๋ยวแปปนึงก็ผ่านไป...”

“พรืด..” เพลิงหันไปมองพีคที่กำลังร้องเพลงจากคลิปในยูทูปที่ต่อเข้ากับรถ พยายามทำหน้าตึงสายตายังมองพีคที่ร้องเพลงพร้อมหันมายักคิ้วหลิ่วตา  

“..ความจังไรเกิดแล้วเพราะเมื่อวาน กดดู..เหอะ เหลือไม่ถึงพัน จบกัน แดกอะไรล่ะ เดือนนี้ ..ฉันไม่เหลือ ไม่มี เงินเดือนค่าจ้าง รูดเอาล่ะกัน วงเงินไม่ผ่าน... ” 

“หึ..หึ..ฮ่าๆๆ  ร้องเพลงเหี้ยไรของมึงเนี่ย” เพลิงหลุดหัวเราะลั่นอย่างปิดไม่อยู่ ยิ่งเสียงดนตรีที่คุ้นหูกับเสียงเนื้อร้องที่ดูจะเจ็บปวดรวดร้าวราวกับเงินหมดจริงๆ เรียกได้ว่ากลั้นขำไม่อยู่จริงๆ 

“อ่ะๆ ไม่เคยฟังเอ็ดเจ็ดวิอ่ะดิ เป็นไง ชอบล่ะสิท่า” พีคยกยิ้มถาม อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยเมื่อเห็นว่าเพลิงพยักหน้าตอบถูกใจเพลงที่เปิด ตอนแรกก็ว่าจะเฉยๆรอให้เพลิงกลับมาคุยกับเขาเองเพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องง้อ แต่รถติดนานๆกับตัวพีคเองที่เริ่มอึดอัดเลยหาอะไรเปิดทำลายบรรยาและคิดว่าจะต้องเป็นเพลงที่ต้องไม่ธรรมดา และก็ไม่ธรรมดาจริงๆที่มันสามารถทำคนนั่งเงียบหัวเราะขึ้นมาได้ 

“แล้วบอกกูได้ยังว่างอนอะไร” พีควกกลับมาถามเรื่องคาใจอีกรอบ  

“ก็มึงแกล้งกูแล้วเสือกหัวเราะใส่ กูไม่ชอบ” เพลิงสารภาพอย่างว่าง่าย แม้ว่าน้ำเสียงจะอ้อมแอ้มอายๆขึ้นมา 

“หึ ก็มึงน่าแกล้ง ไม่รู้ตัวหรือไง” พีคบอกเสียงเรียบพร้อมเอื้อมมือข้างซ้ายไปบีบแก้มทั้งสองข้างเพลิงเล่น คนถูกบีบหน้ายู้ทันควันก่อนใช้มือปัดแขนพีคให้ออกห่าง 

“กูไม่ได้ดูน่าแกล้งซะหน่อย มีแต่มึงเนี่ยแหละที่แกล้งกู โรคจิต” เพลิงว่า 

“แล้วไม่ดีหรือไง กูให้สิทธิพิเศษเฉพาะมึงคนเดียวเลยนะ คนอื่นยังไม่ได้มากนาดนี้เลย” พีคว่าพลางนึกขำ 

“กูขอเป็นคนอื่นดีกว่าอีก ถ้าให้มาโดนคนอย่างมึงแกล้งแบบนี้” เพลิงหันไปเถียง 

“หึ มึงสละสิทธิไม่ทันแล้วไอ้เพลิง เพราะมึงได้สิทธิพิเศษจากกูไปแล้ว” พีคยกยิ้มหันไปสบตาเพลิงกลับ เพลิงเองก็นั่งจ้องตาสักพักก่อนจะถอนหายใจเซ็ง 

“กูไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด” เพลิงพูดบ่น ทางพีคก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก มีเพียงหน้าเปื้อนยิ้มนิดๆเท่านั้น เพราะรู้ว่าเพลิงคงไม่รู้คำว่าพิเศษที่พีคพูดถึงคืออะไร  

“แล้วนี่มึงจะเลิกไปซ้อมวิ่งเสร็จวันไหน” พีคถามขึ้นทำลายความเงียบ หลังเริ่มขับรถขยับออกจากจุดที่รถติดได้แล้ว  

“อาทิตย์นี้สอบคัดนักกีฬา ก็หมดวันนั้นแหละ” เพลิงตอบตามปกติ 

“งั้นหรอ แล้วนี่กูต้องไปดูมึงแข่งคัดตัวมั้ย” พีคยังคงถามต่อ 

“เรื่องของมึง กูห้ามมึงได้ที่ไหน แต่กูบอกไว้ก่อนเลยนะว่าต่อให้กูแข่งเสร็จ ข้อตกลงออกนอกบ้านกูยังมีอยู่ กูไม่ยอมให้หมดไปพร้อมกับแข่งวิ่งเสร็จหรอก” เพลิงพูดดักขึ้นเพราะกลัวว่าพีคจะเลิกให้อิสระเขา พีคนั่งฟังอยู่ข้างๆถึงกับหลุดขำ ไม่ทันได้คิดเลยด้วยซ้ำว่ามีข้อตกลงอันนี้อยู่ แต่อีกฝ่ายดันจำได้แม่นซะงั้น 

“แล้วถ้ากูให้มึงไปข้างนอกได้เหมือนเดิม มึงจะเอาเวลาพวกนั้นไปเที่ยวไหนกัน อย่าลืมด้วยว่ามึงต้องรายงานกูทุกครั้ง จำได้ใช่มั้ย” พีคพูดเตือนจริงจัง แม้น้ำเสียงจะออกติดเล่นอยู่ก็ตาม เพลิงนั่งเงียบไปแปปนึงโดยที่ไม่ได้แสดงสีหน้ามีพิรุธออกมา ก่อนไหวไหล่คุยกับพีคอย่างไม่ใส่ใจมาก 

“ใครจะไปลืม มึงแม่งดุยิ่งกว่าไอ้เต้าหู้ซะอีก” ไม่วายพูดจิกกัดเอาพีคไปเปรียบเทียบกับหมา พีคยกยิ้มพลางเหล่มองเพลิงอย่างคาดโทษ ก่อนจะยื่นมือจับล็อคกรามเพลิงดึงเข้ามาหาตัวพร้อมขยับหน้าก้มลงไปกัดปากเพลิงอย่างไม่ค่อยแรงมาก จนคนถูกกระทำตกใจรีบพลักพีคออกอัตโนมัติ 

“ไอ้พีค! มึงมาทำบ้าอะไรตอนขับรถอยู่วะ เดี๋ยวก็ตายห่ากันหมดหรอก” เพลิงโวยลั่น ไม่ได้ตกใจเรื่องที่ถูกกัดปาก แต่ตกใจตรงที่มันมาทำอุจาดตอนขับรถอยู่เนี่ยแหละ แถมพอเพลิงจ้องเอาเรื่อง พีคยังคงหัวเราะขำในลำคอราวกับเป็นเรื่องตลก 

“ตื่นเต้นดีมั้ยล่ะ กูบอกแล้วถ้ามึงทำปากดีอีก กูจะไม่ตบมึงให้เสียเวลา” พีคพูดบอก 

“แต่มึงควรดูสถานการณ์ด้วยสิว่าตอนนี้มึงกำลังทำอะไรอยู่” เพลิงเถียง 

“โอเค เดี๋ยวกูไปคิดบัญชีต่อที่ร้าน” นอกจากไม่ฟังที่เพลิงตั้งใจพูด ยังจะหาเรื่องสานต่อที่ร้านอีก เพลิงหันมองพีคอึ้งจนอยากจะทึ่งหัวทิ้ง พลางนึกว่าคนอย่างพีค มันเคยกลัวอะไรบ้างมั้ย 

“ถึงร้านเมื่อไร เดี๋ยวมึงทำอะไรให้กูกินหน่อย ไอ้สองไม่อยู่เลยไม่มีใครทำข้าวเที่ยงให้” พีคพูดเปลี่ยนเรื่องทำหน้าตาระรื่นไม่ได้สนใจสายตาที่เพลิงมองมาเลยว่ากำลังแสดงอาการอะไรออกมา เพลิงหันกลับพร้อมกลอกตามองบนอย่างเซ็งๆ ก่อนพูดตอบเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด 

“เออ!”  

 

//นอกจากจะไม่ฟัง ยังจะมาเปลี่ยนเรื่องอีก! // 

 

****************************************** 

 

อีกด้านหนึ่ง 

 

“สวัสดีค่ะคุณกราฟ วันนี้ก็เอาดอกไม้มาเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนะคะ” พยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลแก้มพิเศษทักทายผู้มาใหม่ที่เดินถือช่อดอกไม้เข้ามา ก่อนส่งให้พยาบาลคนสนิทเอาไปใส่จัดแจกันให้เหมือนเดิม 

“ผมอยากให้แก้มได้กลิ่นดอกไม้หอมๆน่ะครับ เผื่อว่าสักวันตื่นมาแล้วจะได้เห็นดอกไม้ที่ชอบวางไว้ข้างๆ” กราฟยิ้มบอกอย่างอ่อนโยน ทุกครั้งที่เขามาเฝ้าแก้ม กราฟมักจะซื้อดอกไม้ติดมือมาเปลี่ยนใส่แจกันให้ทุกครั้ง  

“อีกไม่กี่อึดใจหรอกค่ะ เมื่อวานคุณหมอเข้ามาเช็คอาการตอนกลางคืน เห็นว่าคุณแก้มอาการดีขึ้นมาก ประสาทสัมผัสก็เหมือนจะเริ่มรับรู้สิ่งรอบข้างได้แล้ว คาดว่าคงจะฟื้นขึ้นเร็วๆนี้แหละค่ะ” กราฟหันไปมองพยาบาลที่พูดบอก พลางใจชื้นขึ้นอย่างดีใจ นี่ถ้าแก้มฟื้นขึ้นคงจะเป็นข่าวดีจริงๆ ..ในที่สุด แก้มก็จะกลับมาหาเขาแล้ว 

“ผมก็หวังว่าแก้มจะฟื้นในเร็วๆนี้นะครับ” กราฟยิ้มบอกพร้อมเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆที่นอนวางอยู่บนเตียงเบาๆ 

“อ่อ คุณกราฟคะ” พยาบาลเรียกกราฟให้หันไปมองอีกครั้ง 

“ครับ” 

“เมื่อวานตอนบ่าย ชั้นเห็นว่ามีคนมาเยี่ยมคุณแก้มด้วยน่ะค่ะ” พยาบาลบอก  

“ก็คงเพื่อนแก้ม ไม่ก็พี่ชายตัวดีนั่นแหละครับ” กราฟตอบเสียงเรียบ เพราะคิดว่าคงจะเป็นพวกหน้าเดิมๆ 

“ไม่น่าใช่นะคะ เมื่อวานชั้นเห็นเป็นผู้ชายเข้ามาเยี่ยม แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย แถมยังอยู่นานตั้งหลายชั่วโมง ตอนแรกชั้นก็นึกว่าเพื่อนคุณแก้ม แต่พอลองแอบดู เหมือนเห็นเค้านั่งร้องไห้ ทำหน้าซึมๆ นั่งเฝ้าอยู่แต่เก้าอี้ข้างๆคุณแก้มไม่ไปไหนเลย”  

“ผู้ชายหรอครับ ลักษณะเป็นยังไงบอกได้มั้ย” กราฟดูจะสนใจเรื่องนี้มากขึ้น แววตามีความจริงจังด้วยความอยากรู้ 

“ตัวสูงๆ หล่อๆ ผิวขาวๆ เหมือนว่าจะสะพายกระเป๋ากีฬามาด้วยนะคะ ส่วนชื่อไม่รู้เหมือนกัน” พยาบาลอธิบายลักษณะของอีกฝ่ายให้กราฟฟัง 

“มาคนเดียวหรอครับ” กราฟย่นคิ้วแน่นขึ้น 

“ไม่รู้ว่ามาคนเดียวหรือเปล่านะคะ แต่ระหว่างนั่นเห็นแฟนคุณหนิงแวะมาแปปนึงก่อนจะกลับออกไปคนเดียว เลยไม่รู้ว่ารู้จักกันหรือเปล่า”  

“งั้นไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมดูแก้มต่อเอง”  

“โอเคค่ะ ขอตัวนะคะ” พยาบาลบอกลาก่อนจะเดินหายออกไปด้านนอก กราฟนั่งมองแผ่นหลังนั่นสักพัก ก่อนหันกลับมาทางแก้มต่อ แต่สายตาไม่ได้สนใจแก้มสักนิด แต่กำลังนึกอยู่ว่าใครกันที่มาหาแก้มเมื่อวาน แถมท็อปยังมาเยี่ยมโดยไม่มีหนิงมาด้วย มันดูแปลกๆ  

“ตัวขาว มีกระเป๋ากีฬา...เพื่อนแก้มมีใครเล่นกีฬาบ้างวะ” กราฟพูดบ่นพึมพำอยู่คนเดียว นึกให้ตายก็นึกไม่ออกว่าใครในคนรู้จักของแก้มเล่นกีฬา เพราะอย่างท็อป ที่รู้มาจากหนิงคือไม่เล่นกีฬาแต่จะเข้าฟิตเนสแทน 

“หรือกูควรโทรไปหาหนิงดี” คิดได้อย่างนั้น กราฟรีบหยิบโทรศัพท์ต่อสายไปหาเพื่อนสนิทของแก้มทันที และไม่นานปลายสายก็รับสาย  

(ว่าไงคะคุณพี่ชายย) เสียงแจ๋นส่งผ่านจากปลายสาย รู้เลยว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดีสุดๆ 

“หนิง พี่ขอถามอะไรหน่อย” กราฟเริ่มเข้าเรื่องทันที 

(ถามไรพี่ เรื่องแก้ม?)  

“ก็ไม่เชิง คือพี่อยากรู้ว่าแก้มมีเพื่อนคนไหนเล่นกีฬาบ้างหรือเปล่า..ที่เป็นผู้ชายอ่ะนะ” กราฟถาม 

(ไม่มีหรอกพี่ เพื่อนผู้ชายพวกหนูส่วนใหญ่เป็นพวกสายปาตี้ ติดเที่ยวอะไรแบบนี้มากกว่า) หนิงบอก  

“งั้นหรอ”  

(มีอะไรหรือเปล่าพี่?) คราวนี้หนิงถามบ้าง เพราะเธอเองก็เริ่มสงสัย 

“ก็เมื่อวาน พยาบาลบอกพี่ว่ามีผู้ชายอยู่เยี่ยมแก้มเป็นชั่วโมง ยังบอกอีกว่าเป็นคนผิวขาว สูง สะพายกระเป๋ากีฬามาด้วย แถมพยาบาลไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน พี่ก็เลยสงสัย” กราฟพูดบอก 

(ไม่เคยเห็นหรอ... สูงๆ ขาวๆ มีกระเป๋ากีฬา... ท็อป เมื่อวานบอกว่าแวะไปหาแก้มมาใช่ป่ะ ท็อปไปกับใครอ่ะ....ห๊ะ?....พูดจริง) เหมือนกับว่าหนิงจะผละจากสายแล้วตะโกนคุยกับแฟนที่อยู่ฝั่งเดียวกัน กราฟนั่งรอทั้งคู่คุยอยู่สักพักนึง ก่อนที่หนิงจะกลับเข้าสายมาเหมือนเดิม  

(พี่กราฟ!) 

“เออ ว่าไง ไม่ต้องตะโกนผ่านสายมาก็ได้” กราฟบ่น เพราะหนิงเพราะตะโกนอัดสายเข้ามา 

(โทษทีค่าา เฮ้ย แต่พี่กราฟ พี่จะต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าคนที่ไปเยี่ยมแก้มมาเมื่อวานเป็นใคร)  

“แล้วมันใคร” กราฟฉุกคิด ตั้งใจฟังสิ่งที่หนิงจะบอกอย่างตั้งใจ เพราะจากน้ำเสียงหนิงมันดูเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ 

(พี่.. เมื่อวานไอ้เพลิงมันไปเยี่ยมแก้ม โครตเซอร์ไพรส์) 

“ว่าไงนะ!” กราฟเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อน้องชายตัวเอง 

(นี่ยังงงเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆมันถึงได้กล้าไปเยี่ยมแก้มได้ หนูก็คิดว่ามันจะกลัวจนวินาทีสุดท้ายที่แก้มฟื้นซะอีก ..ฮัลโหล..พี่กราฟได้ยินหนิงมั้ย..) 

“แค่นี้ก่อนนะหนิง” 

 

ตืด.. 

 

 กราฟไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะกดวางสายหนิงไป ตอนนี้กราฟนั่งนิ่งเป็นกังวลพลางมองสลับกับใบหน้าของแก้มที่นอนสลบอยู่บนเตียง เขาไม่ได้กังวลที่เพลิงมาเยี่ยมแก้ม แต่คงเป็นเรื่องของทางฝั่งนู่นมากกว่า ที่ไม่รู้เลยว่าเพลิงแอบหนีมาที่นี่ ถ้าเกิดพีครู้ว่าเพลิงแอบมาหาแก้ม จากน้ำเสียงเป็นห่วงปลายสายเมื่อวาน คงได้กลายเป็นอาละวาดแน่นอน แต่ก็ยังมีอีกอย่างที่เขาเป็นกังวลอีกเรื่อง.. 

“หึ จะทำไงต่อดีล่ะเพื่อน” 

**************************************** 

กลับมาอัพให้แล้วจ่ะ เรื่อยๆไปก่อนเพราะคนแต่งนอนน้อย 555

หายไปทำงานต่อนะจ๊ะ

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น