AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 41 ซีเรียสมาเยือนและเยือนซีเรียส

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 ซีเรียสมาเยือนและเยือนซีเรียส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 ซีเรียสมาเยือนและเยือนซีเรียส
แบบอักษร

ตอนที่ 41 ซีเรียสมาเยือนและเยือนซีเรียส 

อ้อมกอดใครเล่าจะสู้อ้อมกอดพี่ชายอันเป็นที่รัก ในเมื่อเธอไม่เหลือบิดามารดาให้กอดอีกแล้ว มีแต่ความคิดถึงวันเวลาที่ผันผ่าน และเรื่องราวอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นแม้นว่าพ่อกับแม่จะย้ำทุกวันว่าสักวันจะเกิดเรื่องราวแบบนั้นขึ้นกับท่าน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเกิดขึ้นจริง ๆ กลับไม่สามารถทำใจได้

หากตอนนั้นเธออยู่ตัวคนเดียว ไม่มีพี่ชายแสนทีที่ดันหลงเข้ามาในเขตแล้วล่ะก็ คงไม่มีวันที่ และไม่มีผู้ใดที่จะเป็นความหวัง และสร้างรอยยิ้มให้กับเธออีกแล้ว

และเพราะมีเขาทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป เหล่าปีศาจมิอาจจะทำลายเผ่าพันธุ์มังกรต้นกำเนิดสายเลือดแท้ และเพราะมีเขาพันธสัญญานิรันดรที่เป็นดั่งกุญแจสำคัญในการให้กำเนิดสายเลือดของเผ่าพันธุ์มังกรรุ่นต่อไปได้

นานะทำพันธสัญญานิรันดรด้วยการยอมรับจากราชันมังกรรุ่นปัจจุบัน และเสริมด้วยมารีนผู้ให้กำเนิดเธอ พันธสัญญาเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นพันธสัญญาพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน กล่าวคือ

ชีวิตของเธอจะผูกกับคู่สัญญาอย่างแท้จริง หากเธอตายลงจะฟื้นขึ้นมาใหม่ในตราพันธะของไผ่ซึ่งตรานั้นมีมิติพิเศษและแก่นชีวิตของเธออยู่ แต่หากไผ่ตายแก่นชีวิตก็จะถูกทำลายไป เอก็จะตายตามไปด้วย

สรุปง่าย ๆ ก็คือ ตราบใดที่ไผ่ยังไม่ตาย เธอก็จะไม่มีวันตายนั่นเอง

ราอิลจะคิดถูกหรือคิดผิดที่มอบชีวิตลูกสาวให้กับมนุษย์ที่มีอายุขัยแสนสั้น นี่จึงนับเป็นความเสี่ยงอย่างมหันต์สำหรับเผ่าพันธุ์มังกรต้นกำเนิดตนสุดท้ายเช่นนานะ

ท่ามกลางแสงสุริยายามเช้า ท้องนภาที่เต็มไปด้วยฝูงนกบินออกหากิน ดอกไม้บานสะพรั่งรับแสงหล่อเลี้ยง พืชพันธุ์ที่ปลูกต่างแข่งขันปริยอดออกใบ ต้นโตสูงเกือบเข่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสารอาหาร

ทำให้สีสันของมันเปล่งประกายออกมาดุจแก้วมณีเลอค่า ชาวบ้านออกมาทำเวรตามที่ได้รับมอบหมาย เหล่านักผจญภัยจับกลุ่มออกล่าลงดันเจี้ยน พ่อค้าแม่ค้าประสานเสียงช่วยกันขายอาหารเช้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของมอนสเตอร์ ร้านอาวุธเล็ก ๆ แผงลอยชั่วคราวเปิดขายตามทางเข้าดันเจี้ยนต่าง ๆ

ทั้งที่เปิดให้เข้าฟรีและเสียเงิน ซึ่งวัตถุดิบในดันเจี้ยนต่างเป็นที่ต้องการของเหล่านักผจญภัย เพราะเป็นสิ่งที่จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกเขา

ความคึกคักและรอยยิ้มที่หาดูจากที่อื่นได้ยาก แต่ที่นี่นั้นกลับกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อเด็กเล็กจอมซนพากันวิ่งเล่นแล้วกระโดดขี่คอลุงทหารที่ตรวจตราพื้นที่มือหนาลูบหัวน้อย ๆ ด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติสุข

บางคนถึงกับติดทหารผู้ตรวจตราอย่างกับเด็กติดพ่อแม่ ความสุขของเด็ก ๆ คือขนมและของกินที่ลุง ๆ และน้า ๆ ทหารมักถือติดไม้ติดมือมาให้ ส่วนความสุขของเหล่าทหารคือรอยยิ้มและน้ำใจของประชาชนที่คอยให้น้ำสะอาดดื่มแก้กระหาย บ้างก็ห่อข้าวให้เป็นของฝากกลับบ้าน บ้างก็เลี้ยงอาหารกลางวันกันก็มี

ของขายกับของกินไม่ได้แบ่งแยก น้ำใจไมตรีที่มีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันสามารถสร้างความสุขให้กับตัวผู้ให้ และตัวผู้รับ เขตรับผิดชอบย่อย ๆ ต่าง ๆ บางแห่งก็มีขุนนางที่หลงเหลือเพียงหยิบมือเดินตรวจตรา

บ้างก็นำของฝาก เครื่องใช้ที่ตนไม่ได้ใช้แล้วมาทำประโยชน์ให้กับสังคม ชุดระดับสูงราคาแพงหรือจะสู้หัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ของแค่นี้สามารถยกให้กับประชาชนที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของตัวเองได้ ครอบครัวไหนที่กำลังมีชีวิตใหม่กำเนิดขึ้นมาลืมตาดูโลก ก็จะได้รับการเยี่ยมเยือนและของขวัญจากขุนนาง คนรู้จัก เพื่อนบ้าน และกิลด์นักผจญภัยใกล้เคียง

ความคิดเดิมของพวกเขาคือยิ่งให้ก็ยิ่งเสีย ให้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา แต่นั่นใช้ได้สำหรับผู้ที่ให้อยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น

แต่สำหรับที่นี่แล้ว ทุกคนคือผู้ให้ และเป็นผู้รับในเวลาเดียวกัน ของที่รับมาเมื่อไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็นำไปมอบให้กับผู้ที่ต้องการประโยชน์จากมัน ยิ่งให้กันก็เหมือนยิ่งมี มีทั้งของมีทั้งความสุข และมีทั้งมิตรสหาย

แม้จะมีเรื่องราวกระทบกระทั่งกันเป็นบางส่วนเพราะทุกคนไม่ได้เปลี่ยนแปลงนิสัยกันได้ง่าย ๆ แต่สิ่งนี้สามารถแก้ได้ด้วยละอองภูติ ภูติที่เป็นจุดเด่น และเป็นตัวแปรสำคัญ แม้ไม่มีใครเห็น

นั่นจึงเป็นสาเหตุให้อาณาจักรนี้เกิดการกระทบกระทั่งกันน้อยที่สุด และเป็นอาณาจักรที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันอยากมาอยู่ แม้จะยังไม่ลงตัวก็ตาม

วันเวลาผ่านไปหลายต่อหลายวัน หลาย ๆ สิ่งอย่างก็เริ่มเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และข่าวคราวของทางอาณาจักรซีเรียสก็ได้มาถึงจากแม่ทัพทหารผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง เขาเดินทางด้วยเวทเคลื่อนย้ายดั้งเดิมมายังเฟราด้า เพื่อส่งสารการสงครามด้วยมือของตัวเองโดยมีคนไว้ใจมาด้วยเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

เมื่อก้าวสู่อาณาจักรของศัตรูด้วยวงเวทย่อมแน่นอนว่าพวกเขากลุ่มนี้เตรียมใจไว้แล้ว และด้วยข้อจำกัดที่การเคลื่อนย้ายครั้งหนึ่ง ต้องรอนานนับชั่วโมงถึงจะใช้ครั้งต่อไปได้ นี่จึงเป็นเหตุให้ไม่นิยมใช้วงเวทในการส่งกองกำลังทหารเข้ามาสู้รบ เพราะแต่ละทีทำได้เพียงจำนวนน้อยนิด

ทว่าสิ่งที่แม่ทัพจากซีเรียสผู้สูงศักดิ์เห็นตอนแสงจ้าเลือนหายไปคือ ห้องสี่เหลี่ยมที่ดูดีมากห้องหนึ่ง ข้างนอกมีอัศวินระดับสูงอารักษ์อยู่ ประตูพิสดารเลื่อนเปิดออกทำให้เขาต้องใจกับเสียงเปิดประตูจนต้องชักดาบออกมาพร้อมสู้

“ยินดีต้อนรับนักรบแห่งซีเรียส” เสียงของอัศวินระดับสูงคนหนึ่งเอ่ยออกมา ด้วยชุดเกราะเต็มยศกับสัญลักษณ์ซีเรียสติดอยู่ทุกส่วนคงไม่มีใครมองไม่ออกว่ามาจากไหน

“ข้าต้องการเข้าพบจักรพรรดิอัคคีของพวกเจ้า” ตรงไปก็ตรงมาไม่มีการอ้อมค้อมแต่เตรียมการสำหรับต่อสู้ไว้แล้วหากฝ่ายเฟราด้าลงมือ แต่ถึงอย่างนั้นก็หาได้มีอัศวินคนไหนตื่นตัวไม่ พวกเขามองดูแม่ทัพผู้สูงศักดิ์จากซีเรียสด้วยสายตาเฉยเมย ทั้งนี้ข้างนอกประตูเหมือนจะมีนักผจญภัยที่ย้ายถิ่นฐานจากซีเรียสมาอยู่เฟราด้าเมื่อไม่นานมานี้อยู่กลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง

พวกเขาเป็นนักผจญภัยระดับ A กับ S ที่มาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของที่นี่ซึ่งหนึ่งคนในนั้นมีดาบของกิลด์โครบิลอสระดับ 1 ดาวอยู่ หากฝั่งซีเรียสโจมตีแน่นอนว่าทำอะไรได้ยากหากเจอเกราะเวท

“องค์จักรพรรดิไม่ว่างพบเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการบริหารเมือง หากเจ้าต้องการส่งสาส์นละก็เชิญกลับไปได้เลย” เสียงของอัศวินระดับสูงกล่าวในทำนองที่ไม่ต้องการต้อนรับ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาหาได้ถอยไม่

“ข้าขอเดินชมสถานที่ใกล้ ๆ นี้ระหว่างรอให้วงเวทเคลื่อนย้ายทำงานครั้งต่อไป” แม่ทัพผู้สูงศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แท้จริงเขาได้รับคำสั่งให้มาหาข้อมูลคร่าว ๆ ที่นี่

แต่ว่า....

“ไม่จำเป็น พวกเจ้าสามารถเดินทางกลับได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอ 1 ชั่วโมง”

“ห๊ะ!! ...ว่าไงนะ!!”

“เชิญกลับไปยังถิ่นของพวกเจ้าเสีย หากคิดจะมาสำรวจที่นี่ละก็อย่างหวังเลย นั่นเพราะว่าตอนนี้เครื่องเคลื่อนย้ายได้ทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และลาก่อน!” เสียงอัศวินระดับสูงเอ่ยอย่างเยือกเย็น เขากดปุ่มทำงานพลันประตูก็ปิดลงโดยที่ทางซีเรียสไม่ได้ตั้งตัว แสงสีขาวครอบคลุมแต่ก็สลายไป

“อ้อ ลืมไปว่าที่นั่นไม่มีเครื่องแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเจ้าก็จงอยู่ห้องนี้ไปเถอะ รอสัก 1-2 ชั่วโมงก็แล้วกัน เพราะตอนนี้พวกเรายังคงเป็นศัตรูกันอยู่!” เสียงของอัศวินระดับสูงเอ่ยออกมา และแสงสีฟ้าได้ครอบคลุมร่างกายแม่ทัพกับพรรคพวก

แสงนี่เป็นเวทมนตร์ที่ทำให้ไม่สามารถใช้พลังเวทได้ชั่วคราว

...................................................

ทางด้านซีเรียส

สถานที่ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ทำให้การใช้ชีวิตของประชากรเป็นไปได้ด้วยดี แต่ด้วยระบบชนชั้นทำให้การแบ่งระดับคุณค่าของมนุษย์ไม่เท่ากัน ไม่ต่างจากเฟราด้าในอดีตเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ถือว่า ดีกว่าเฟราด้าไปก้าวหนึ่ง

สภาพการณ์ดำเนินชีวิตที่ต้องใช้เงินตราในการแลกเปลี่ยน เหล่านักผจญภัยระดับต่ำที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดต่างพากันทำงานแบกหามเพื่อหล่อเลี้ยงกิลด์กระจ้อยของตนเอง และด้วยเหตุที่นักผจญภัยระดับสูงได้ย้ายไปเฟราด้าทั้งหมดแล้ว

จึงเป็นโอกาสอันดีที่พวกเขาจะรุ่ง แต่ถึงอย่างนั้นงานในหลาย ๆ ส่วนก็ไม่สามารถทำแทนนักผจญภัยจากกิลด์ระดับสูงได้ เช่นล่ามอนสเตอร์ที่มีระดับสูง ๆ การลงดันเจี้ยนชั้นลึก การรับจ้างคุ้มกันเหล่าผู้ดีที่ต้องการทำภารกิจ หรือเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ที่มีมอนสเตอร์ชุกชุมระหว่างทาง เป็นต้น

ส่วนนักผจญภัยที่รู้ข่าวช้า ก็ไม่สามารถเดินทางไปยังเฟราด้าได้แล้ว หรือมีบางส่วนที่กลับมาชักชวน แต่ไม่สามารถไปยังเฟราด้าได้เพราะคำสั่งห้ามของจักรพรรดิ นี้จึงเป็นเหตุให้เห็นภาพการต่อรองระหว่างนักผจญภัยกับผู้คุมวงจรเคลื่อนย้าย

ซีเรียสเปิดโอกาสให้นักผจญภัยจากทุกที่เดินทางเข้ามาได้ แต่ไม่ให้เดินทางกลับ เปรียบเสมือนการปิดตายและกักขังพวกเขาไปโดยปริยาย แต่ว่าก็ยังมีนักผจญภัยที่มีระดับปานกลางหลาย ๆ กลุ่มรวมตัวกันเดินเท้าไปเอง ซึ่งระยะทางเรียกได้ว่าไกลพอสมควร เพราะต้องการความมั่นคงมากกว่าจึงต้องทำ

“ฮอป เอ็งว่าที่นี่ต่างจากเฟราด้าตอนที่ยังไม่ปฏิวัติหรือเปล่า” ไผ่ถามฮอปที่ตอนนี้ทั้งสองกำลังเดินผ่านย่านร้านค้าด้วยชุดนักผจญภัยระดับกลาง และหน้ากากที่ถูกถอดออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ทาดินดำคล้ายกับการพรางหน้าของทหารทำให้ไม่เห็นความหล่อที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่วายได้รับสายตาแปลก ๆ มาเช่นกัน

“แตกต่างหน่อยนึงเฮีย ที่นี่ดีกว่าไปก้าวหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ดีพอสำหรับความต้องการของประชาชนหรอก” ฮอปตอบคำถาม เขาเดินเหล่มองแม่ค้าสาวที่กำลังขายเครื่องประดับด้วยแววตาเป็นประกาย

“เอ็งนี่หนา รีบ ๆ ไปกันเถอะ ก่อนอื่นเราต้องเดินหาข้อมูลคร่าว ๆ ของที่นี่ก่อน แล้วค่อยคิดและหาแหล่งทรัพยากรอีกที” ไผ่ลากฮอปที่ยังคงมองสาวสวยไม่กะพริบตา ทำให้ได้รับสายตาไม่พอใจจากผู้คนแต่ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด

“ที่นี่ดูน่ากลัวพอสมควรเนอะเฮีย เหล่าทหารที่ลาดตระเวนก็ตึงเครียดจนเกินไป” ฮอปพูดออกมาตามสภาพที่เห็น เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่แย่งกันขายของอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต

ผักบางอย่างดูแล้วเหมือนกับว่าขายไม่ออกมาหลายวันจนแมลงตอม พ่อค้าที่วิ่งไล่เด็กหัวขโมยขนมปังแข็งของตนเองอย่างเอาเป็นเอาตายหวังต้องการฆ่า และทหารที่ทำหน้าตึงเครียดแต่กลับไม่ยอมช่วยอะไรเลย

“อือ ไม่รู้ว่าจัดการระบบยังไง แต่ก็นะ ทุกคนทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่แล้ว” ไผ่พูดเนิบ ๆ แล้วเดินต่อไปเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ว่ากลับเก็บเกี่ยวรายละเอียดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว

นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะเข้ามายุ่ง บางครั้งการที่จะทำอะไรใหญ่ ๆ ต้องใจเย็นพอสมควร

“ฮอป เอ็งเอาดาบมาไหม” ไผ่เอ่ยถาม

“เอามาสิเฮีย อยู่ในแหวน แล้วเฮียล่ะ”

“ก็อยู่ในแหวนนี่แหละ ถาม ๆ ไว้เผื่อลืม เพราะเราอาจได้ใช้มันก็ได้” ไผ่พูดติดตลก เขาเดินผ่านผู้คนไปเรื่อย ๆ เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งคำพูด การกระทำ และสถานที่สำคัญ ๆ จนไปถึงถนนที่ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกตา และรถม้าของขุนนางกลุ่มหนึ่งซึ่งมีอัศวินและทหารอารักขาอย่างแน่นหนา

เมื่อเห็นขบวนอันใหญ่โตนั้นก็บังเกิดความสนใจน่ะสิ คนข้าง ๆ เป็นใครไม่รู้มือดีก็สะกิดถามด้วยแววตาใสซื่อ

“ลุงฮะ พวกนั้นกำลังไปไหนกันเหรอ!” เสียงใสซื่อถามไปด้วยความไม่รู้เสแสร้งสร้างน้ำเสียงให้น่าเอ็นดู ลุงจึงหันมามองด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่

“เอ็งเป็นนักผจญภัยที่พึ่งมาใหม่งั้นเหรอ นั่นมันขบวนของขุนนางระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ไปตรวจตราเหมืองประจำเดือนทางทิศตะวันออกนู้น เหมือนว่าจะทำการขึ้นค่าเข้าเหมืองด้วยแหละมั้ง เพราะไม่ค่อยมีนักผจญภัยเศรษฐกิจจึงตกต่ำ จึงต้องขึ้นภาษีต่าง ๆ เพื่อนำเงินที่ได้มาบริหาร ไอ้ข้าก็ไม่เข้าใจอะไรมากหรอกเลยบอกได้แค่นี้” เสียงของลุงที่แม้นจะน่าถีบแต่ก็ตอบคำถามจนจบ ไผ่กับฮอปยิ้มแก้มแทบปริเมื่อได้ยินคำว่าเหมือง

เหมือง...เท่ากับ…ทรัพยากร.................

“ขอบคุณมากลุง!” ไผ่ตอบสั้น ๆ แล้วเดินฝ่าฝูงชนออกไปพร้อมกับฮอป แผนการต่อไปได้มาโดยบังเอิญ ขออาณาจักรนี้จงเจริญ... ลง!!

 

...............................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น