lovejinjunno

การรอคอยใครสักคน บางครั้งก็เป็นสิ่งที่สวยงาม แต่บางครั้งกลับนำมาซึ่งความเจ็บปวดทุรนทุรายเมื่อนึกถึง

ออกเดินทางก้าวที่ 2

ชื่อตอน : ออกเดินทางก้าวที่ 2

คำค้น : คิดถึง, ระลึกถึง

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 26

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2562 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ออกเดินทางก้าวที่ 2
แบบอักษร

ฉันนั่งอยู่ในร้านของโรงเรียน ซึ่งอยู่หน้าปากซอยบ้าน เดินมาไม่ไกลนัก แต่วันนี้ฉันไม่ได้เดินออกมาจากบ้าน หากแต่ออกไปทำธุระที่บิ๊กซีใกล้ๆ

 

"รับอะไรดีคะ" พนักงานสาวส่งยิ้มแจ่มใสมาให้ตรงข้ามกับบรรยากาศนอกร้านที่เริ่มขะมุกขะมอมเพราะฝนตกพร่ำๆอีกครั้ง ฉันนึกอยู่นานว่าจะเอาอะไรดี พลางมองแก้วน้ำเก็บความเย็นของตัวเอง ก็มีมัจฉะถั่วแดงอยู่แล้ว

"งั้น เอาเป็นผัดกะเพราไก่ราดข้าวแล้วกันค่ะ" ตอบพนักงานไป แล้วส่งยิ้มบางๆกลับไปให้

"รอสักครู่นะคะ" พนักงานคนเดิมก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนเดินจากไป

ฉันมองไปรอบๆร้าน แม้ไม่ได้เข้ามาบ่อยแต่ก็พอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะภาพที่ติดผนังร้านด้านหนึ่ง... ย่าและลูกพี่ลูกน้องที่เสียไปนานแล้ว

ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์น โทนสีขาวและสีน้ำตาลของไม้ เก้าอี้บางตัวก็ทำจากไม้ขัดมันไม่มีพนัก บางตัวเป็นเหล็กทาสีดำมีพนัก ที่สำคัญคือติดแอร์ ร้านนีมีขายทั้งอาหารตามสั่งที่ขึ้นเมนูใหญ่บนผนังร้าน เครื่องดื่มที่ไม่ซับซ้อนทั้งหลาย ไอศกรีม และสินค้าที่มีผู้มาฝากขายไม่กี่อย่าง

 

มองออกไปด้านนอกร้านทางฝั่งขวามือ จะเห็นซอยเล็กๆของเลนส์ตรงข้าม กำแพงของโรงงานทาสีส้มอิฐอยู่ด้านขวาของซอย ซอยนั้น... ช่วงเวลาหนึ่งเคยมีหญิงสาวคลุมผมแบบสาวมุสลิมนั่งอยู่หน้ารั้วโรงงานในซอย เพื่อรอใครบางคนขับมอร์เตอร์ไซค์สีน้ำเงินมารับ และไปทำงานพร้อมกัน ฉันมองภาพในหัวพลางถอนหายใจเบาๆ

"คุณคะ อาหารได้แล้วค่ะ" พนักงานสาวคนเดิมสะกิดเรียกฉันเล็กน้อย

"ขอบคุณค่ะ" ฉันมองอาหารแล้อมยิ้มกับตัวเอง อยากกินมานานแล้ว แม้หลายๆคนจะบอกว่าผัดกะเพราเป็นอาหารสิ้นคิด แต่ฉันก็ชอบของฉันแบบนี้ล่ะ ให้กินตลอด 3 มื้อยังไหวเลย

 

 

กินข้าวหมดก็พอดีกับฝนหยุดตก จึงเดินกลับบ้านด้วยความสบายท้อง ออกมาตั้งแต่บ่ายโมงกว่าๆ จนตอนนี้เกือบจะ 4 โมงเย็น ไม่รู้ว่ามะกับป๋าจะเป็นอย่างไรบ้าง อยู่บ้านกันสองคน ป่วยกันทั้งคู่ด้วย แม้ว่าป๋าจะดีขึ้นมากแล้วก็ตาม

 

 

 

กลับถึงบ้าน

 

บ้านปูนทั้งหลังทาสีขาวสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนตรงข้ามโรงเรียน ด้วยความสร้างไม่เสร็จ และผ่านฝนมาไม่ถึง 10 กว่าฝน สีน้ำตาลเข้มที่ทาตรงขอบหน้าต่างจึงไหลลงมาเป็นคราบเมื่อโดนน้ำฝน ใครที่ไม่รู้จักบ้านนี้ เป็นต้องคิดว่าบ้านร้างทุกครั้งไป ฉันเปิดประตูไม้หน้าบ้านเข้าไป ในบ้านมืดสลัวเพราะความครึ้มของบรรยากาศด้านนอก โต๊ะรับแขกไม้ขัดเงาตั้งอยู่ด้านขวาของประตู ตู้ใส่รองเท้าอยู่ด้านซ้ายของประตู พอปิดประตูบ้าน มะที่อยู่ในครัวก็ชะโงกหน้ามาดู พลางพูดว่า "อ้าว ออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อไหร่" ฉันยังไม่ตอบ จัดการถอกหมวกแก๊บสีดำที่นักแสดงหนุ่มสูงยาวเข่าดีเป็นเจ้าออกผึ่งให้แห้ง ถอดผ้าคลุมผมที่ยาวถึงข้อมือออกแขวนไว้ และแอบเอาเสื้อกับกางเกงวอร์มที่ซื้อมาใหม่ซุกไว้ที่บันได ก่อนที่จะเข้าไปหามะในครัว

 

"ไง ได้อะไรมาบ้าง" มะถาม

 

ฉันยื่นถุงใส่ของที่ซื้อมาให้มะดู พลางบอกว่า

 

"ก็เนี่ย ไม้แขวนเสื้ออ่ะแหละ ลายมันน่ารักดีด้วย" ฉันหยิบเอาไม้แขวนเสื้อสีหวานในถุงออกมาให้มะดู แล้วยิ้มดีใจ ที่ได้ไม้แขวนเสื้อลายสวยถูกใจ จากนั้นฉันจึงเอาของทั้งหมด ขึ้นไปเก็บบนห้อง ก่อนจะลงมาช่วยมะทำมื้อเย็น

 

ก่อนเข้านอน ฉันมักคิดเสมอว่า หากคืนนี้ได้ฝันถึงใครคนนั้นคงจะดีสินะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้านี้อากาศ...เป็นอย่างไรฉันไม่รู้ เพราะตื่นมาก็ปาเข้าไป 10 โมงเช้าแล้ว ซึ่งสำหรับฉันคือสายมาก ก.ไก่ล้านตัว จำไม่ได้อีกต่างหากว่าเมื่อคืนฝันอะไรบ้าง วันนี้ถึงตื่นสายเอาป่านนี้

 

เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จ ยกเว้นอาบน้ำสระผม ก็เดินเข้าไปหาของกินในครัว ใจไม่นึกอยากกินข้าว จึงไปชงเครื่องดื่มร้อนๆมาดื่มสักแก้ว กาแฟ 1 ช้อน โกโก้อีก 1 ช้อน นมข้นพอให้หวานปะแล่มๆก็เป็นอันเรียบร้อย เมื่อเช้าอามานะพี่สาวคนร้องคงทำขนมฝรั่งเพิ่มจากเมื่อวานสินะ ดูได้จากไอร้อนที่จับบนฝากล่องใส่เล็กน้อย ฉันจึงนั่งจัดการกาแฟกับขนมฝรั่งด้วยความอร่อย โต๊ะอาหารที่ฉันนั่งดื่มกาแฟ เป็นโต๊ะไม้จริงขัดเงา นั่งได้ 6 คน แต่กลับนั่งได้จริงแค่ 4 คน เนื่องจาก ข้าวขอึงของป๋า พวกหนังสือ ยา อุปกรณ์ซ่อม โน๊ตบุควางระเกะระกะอยู่บ้านโต๊ะเสียครึ่งหนึ่ง มีที่วางอาหารและกับข้าวเพียง 30 ส่วนเท่านั้น ขณะที่ฉันกำลังละเลียดดื่มกาแฟและกินขนม ป๋าก็นั่งหาโลเกชั่นบ้านงานแต่งอยู่หน้าโน๊ะบุค ส่วนมะก็นั่งกินขนมฝรั่งไปกับคุยกับป๋าไป

 

"ฮิเดโกะ พรุ่งนี้ไปงานแต่งงานญาติมะนะ โชตะจะมารับ 6 โมงเช้า" มะหันมาบอกฉัน น้องชายจะมารับงั้นเหรอ

 

"แล้วมะไปด้วยไหมอ่ะ" ฉันถาม

 

"ไปสิ"

 

"แล้วมะไปไหวเหรอ" เพราะช่วงนี้เห็นมะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

"ต้องไหวสิ งานแต่งลูกเพื่อนมะ ไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะ" เมื่อได้ยินแบบนี้ ฉันจึงได้แต่คิดว่า งั้นรอดูพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ว่ามะจะไหวจริงๆไหม

 

 

 

เมื่อเสร็จมื้อเช้าและจัดการยาหลังอาหารเช้าเรียบร้อย ฉันจึงไปหาชุดเตรียมเอาไว้ก่อน เพื่อพรุ่งนี้จะได้ไม่ฉุกละหุก ที่ผ่านมามะอารมณ์เพราะมาหาทุกอย่างเอาเช้าวันไปงานทั้งนั้น ครั้งนี้ฉันจึงไม่อยากให้มะอารมณ์เสียอีก...เท่าที่จะทำได้ คือเตรียมทุกอย่างให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ ชุดที่หาได้คือชุดผ้าชีฟองสีส้มอมชมพูสายเดี่ยว ตรงหน้าอกจับสม็อก ต่อใต้อก กระโปรงปล่อยยาวลงมา ตัวกระโปรงบานมากๆ ทำให้เวลาเดิน กระโปรงจะพริ้วตามลมและจังหวะการเดิน มีเสื้อคลุมด้านนอกอีกตัวสีเดียวกัน ติดลูกไม้สีขาวปักดิ้นทอง ดูแล้ว ชุดไม่ต้องรีด ดีมาก เพราะฉันไม่ชอบรีดเสื้อ ต่อไปจึงขุดหาผ้าคลุมผมที่เข้าชุดกัน สักพักจึงหาเจอ ผ้าชีฟองสีเดียวกัน ผืนยาวไม่มากไม่น้อย ติดลูกไม้สีขาวแบบเดียวกันเสื้อคลุมตรงปลายผ้าด้านหนึ่ง ผ้ายับมาก เนื่องจากเก็บไว้นาน เลยต้องรีดเสียหน่อย เสร็จแล้วจึงไปถามมะว่าจะใส่ชุดไหน ฉันจึงไปหามาให้มะ เพราะตอนนี้มะกำลังนอนหน้าโทรทัศน์ มีกระเป๋าน้ำร้อนอยู่บนท้อง จึงจัดการหาชุดและผ้าคลุมผมให้มะ แล้วก็รีดกระโปรงและผ้าคลุมผมให้มะจนเสร็จ ส่วนป๋า บอกว่ายังไม่แน่ใจว่าจะไปด้วยไหม มะเลยให้ฉันเตรียมเสื้อของป๋าเอาไว้ด้วยเลย

 

 

 

วันนี้ฝนตกช่วงบ่าย อารมณ์เสียนิดหน่อยตรงที่ว่า ฉันเพิ่งรดน้ำให้แค็กตัสไปเมื่อสักครู่นี้เอง เด็กๆยังไม่โดนแดดเลยด้วยซ้ำ ฝนก็ตกเสียแล้ว ฉันรีบเอาเด็กๆเข้ามาในบ้านแทบไม่ทัน หวังว่ารากคงไม่ขึ้นราเสียก่อน ดีว่าพอบ่ายๆฝนก็หยุดตก ฉันไม่ชอบหน้าฝนเลย ทุกอย่างดูเฉอะแฉะไปหมด ออกไปไหนก็ไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในบ้าน รู้สึกเหมือนถูกขังอยู่เลย ฝนตกแบบนี้ ไปงานแต่งงานคงเฉอะแฉะน่าดู ไม่อยากใส่ร้องเท้าสวยๆไปเลย อยากใส่รองเท้าอยู่บ้านไปด้วยซ้ำ 555

 

 

คืนนี้อามานะไม่กลับบ้าน ในที่สุด ฉันก็ได้ครองห้องนอนเสียที ฉันหยิบตุ๊กตาเต่าน้อยสีเขียวขึ้นมาเล่น แต่ใจเหมือนลอยไปไกล หาคนที่ให้มันมา เวลาดีๆ มันก็อุ่นใจนะตอนคิดถึง หลายคนคงว่าฉันคิดไปเองและงมงาย แต่ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกว่า ใครคนนั้นก็กำลังพยายามอยู่เหมือนกัน ฉันไม่ได้พยายามอยู่ฝ่ายเดียว ฉันคิดว่าฉันรู้จักฝ่ายดี พอๆกับที่อีกฝ่ายรู้จักฉัน ราตรีสวัสดิ์นะคะ คนข้างในหัวใจ

 

 

 

To Be Con.... 3

 

เอื่่่อยๆมากค่ะ

เรื่่่่่่องนี้ไม่มีพล็อตอะไรมากมาย

แค่คนคิิดถึงและ ความทรงจำดีๆที่เคยมีร่วมกันของคนที่กำลังรักษาโรคซึมเศร้าเท่านั้นเองค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น