ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 8 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 8 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 78k

ความคิดเห็น : 415

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2562 04:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 9,500
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 8 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 8 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

 

แม็คหลับตาลงเพื่อพักสายตา เขายอมรับว่าเขารู้สึกโหยหาอ้อมกอดของนัน ถึงแม้ว่าตั้งแต่กลับมา เขาจะนอนกอดกันใกล้ชิดกันแทบจะตลอดเวลา แต่แม็คกลับรู้สึกไม่พอ เหมือนกับว่าเขาอยากจะกักตุนความอบอุ่นของนันไว้ให้มากที่สุดก่อนที่จะกลับไปเรียน  

“กูเพิ่งรู้สึก ว่าไทยกับอเมริกามันไกลกันมากจริงๆ” แม็คพูดขึ้นมาลอยๆ ทำให้นันที่หลับตาลง ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับก้มมองคนรักที่นอนซุกเขาอยู่ในตอนนี้ 

 

“ดราม่าอะไร” นันแกล้งถาม แม็คเงยหน้ามองนันแล้วขมวดคิ้วมุ่น นันก็หัวเราะขำออกมาเบาๆ 

“หึหึ เออ มันไกล แล้วไงวะ” นันถามต่อยิ้มๆ แม็คเองก็ไม่กล้าพูดออกมาว่าที่เขารู้สึกว่ามันไกล เพราะเขากับนันไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

“ถ้าอยากให้มันใกล้ ก็ตั้งใจเรียนให้จบ” นันพูดออกมาต่อ เพราะเขาเข้าใจแม็คดี เนื่องจากเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน  

 

“มึงไม่อยากเรียนต่อบ้างเหรอนัน” แม็คถามด้วยความอยากรู้ 

 

“กูว่ากูไม่เหมาะจะไปเรียนสักเท่าไรว่ะ เรียนแค่ ปวส.กูก็พอใจแล้ว” นันตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจสักเท่าไร เพราะเขาไม่ได้สนใจจะเรียนต่ออยู่แล้ว 

“อีกอย่าง กูไม่ได้คิดจะไปทำงานบริษัทใหญ่โต หรือทำงานรับราชการนี่หว่า กูทำธุรกิจของกูแบบนี้ ถนัดแบบนี้ กูก็จะต่อยอดในสิ่งที่กูถนัด ถึงแม้ว่าปริญญามันจะเครื่องการันตีความรู้ แต่สำหรับกูมันไม่ใช่ว่ะ” นันตอบไปตามที่คิด  

 

“แล้วทำไมมึงถึงให้กูไปเรียนต่อล่ะ” แม็คแกล้งถามกลับไป 

 

“ไอ้แม็ค ถ้าเอาจริงๆตอนนี้มึงมีวุฒิ มอ.6 เองนะ แล้วมึงต้องมาสานต่อธุรกิจของพ่อมึง มึงจะจบแค่นี้ไม่ได้ อีกอย่างการที่มึงเรียนต่อด้านบริหาร มันจะช่วยให้มึงมีความรู้มากขึ้นแล้วกลับมาช่วยพ่อมึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ กูไม่ได้ส่งมึงเรียนเพื่อเอาวุฒิอย่างเดียว กูส่งมึงเรียนเพื่อให้มึงมีความรู้เพิ่มด้วย” นันตอบกลับไป 

 

“แต่มึงก็ยังช่วยงานพ่อกูได้เลย” แม็คถามต่อ 

 

“กูช่วยในส่วนของโรงงาน งานใช้แรงน่ะ มึงเข้าใจมั้ย กูไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องงานบริหารหรือติดต่อลูกค้าเลยสักนิด วันๆกูก็ไปขลุกอยู่กับเครื่องจักรในโรงงานโน่น อย่างกู แค่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองได้ก็บุญหัวแล้ว” นันตอบกลับมาอย่างนึกขำ แม็คคิดตามก็เห็นด้วยกับคนรัก 

“มึงน่ะ มีโอกาสเรียนก็เรียนไป อย่างน้อยปริญญาของมึงก็ไม่ได้แค่เอามาประดับฝาบ้าน แต่มึงได้ความรู้กลับมาช่วยงานพ่อมึงด้วย” นันบอกออกมาตามที่เขาคิด 

 

“มันก็จริงของมึง จะว่าไปกูคิดภาพมึงเป็นข้าราชการไม่ได้จริงๆนั่นแหละ ถ้าสมมุติมึงไปเป็นอาจารย์ คงมีข่าวมึงเตะนักเรียนที่เกเรทุกวันแน่ๆ หรือถ้ามึงไปเป็นหมอมึงคงตบหัวญาติคนไข้ที่พูดไม่รู้เรื่องล่ะกูว่า หึหึ” แม็คพูดแซวคนรักขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ นันก็เอามือไปเขกหัวของแม็คอย่างหมั่นไส้ 

 

“พักสายตาพอละ ไปทำงานต่อ อย่าอู้” นันพูดขึ้นมาพร้อมกับดึงแม็คให้ลุกนั่งพร้อมกับเขา 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้มึงก็ไม่ได้เข้ามาช่วยงานพ่อมึงอีก เพราะจะไปกับกูไม่ใช่รึไง ยังไงก็เคลียงานในส่วนของวันนี้ให้เรียบร้อยก่อน” นันบอกออกมาเสียงจริงจัง แม็คเลยจำต้องกลับไปนั่งเคลียงานให้พ่อตนเองต่อ เขาก็ทำในส่วนที่จะทำได้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพ่อของเขาในช่วงนี้บ้างก็เท่านั้นเอง 

.. 

.. 

“ไว้ผมจะไปนอนค้างที่บ้านด้วยนะครับพ่อ” แม็คบอกกับพ่อตนเองขณะที่จะแยกกลับกับนันในช่วงเย็น พ่อของเขาก็จะกลับบ้านใหญ่พร้อมคนขับรถเหมือนกัน 

 

“ไปเมื่อไรก็บอกละกัน” พ่อของแม็คตอบกลับ ก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นรถ นันก็ขับรถพาแม็คไปหาดิวกับสามที่ร้านหมูกระทะทันที ร้านที่ไปก็เป็นร้านหมูกระทะปกติธรรมดา ไม่ใช่ร้านปิ้งย่างแบบในห้างแต่อย่างไร 

 

“ไง คิดว่ากินได้มั้ย” นันแกล้งถามขึ้นมา 

 

“กูก็เคยมากินกับมึงแล้ว ทำไมจะกินไม่ได้” แม็คตอบกลับ เพราะนันชอบพาเขามานั่งกินร้านอาหารข้างทางหรือแบบธรรมดาๆบ่อยๆ นันยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินแม็คตอบกลับมา นันโทรหาสามก็รู้ว่าสามกับดิวมารออยู่ก่อนแล้ว นัจึงพาแม็คเดินเข้าไปด้านใน  

 

“เฮียนัน พี่แม็ค ทางนี้” สามส่งเสียงเรียกทั้งสองคน นันกับแม็คจึงเดินเข้าไปหาทันที 

 

“มากันนานยัง” แม็คถามดิวกับสามที่นั่งอยู่ 

 

“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เหมือนกัน กำลังจะไปตักของสดพอดี” ดิวตอบกลับมา ก่อนจะที่ทั้งสี่คนจะพากันไปเดินตักของสดเพื่อมานั่งย่างกินด้วยกัน แม็คเดินตามนันไป แล้วช่วยหยิบจานช้อนให้ 

 

“เริ่มคุ้นเคยแล้วนี่หว่า” นันแกล้งแซวขึ้นมา 

 

“ก็แค่หยิบจานกับช้อน” แม็คเถียงกลับไป เขาเดินเอาจานกับช้อนไปไว้ที่โต๊ะก่อน แล้วกลับมาหานันอีกครั้ง 

 

“อันนี้อย่าตักไปนะ ดูด้วย มันมีกระเทียม” นันเตือนแม็คเอาไว้ก่อน แม็คก็พยักหน้ารับ เขากับนันช่วยกันตักอาหารที่อยากจะกินแล้วกลับไปที่โต๊ะ ควันที่ลอยโขมงขึ้นมาทำให้แม็คเบ้หน้าเล็กน้อย เพราะควันมันลอยมาทางเขา  

“มานั่งทางนี้ ตรงนั้นลมมันพัดควันเข้าหาตัว” นันบอกเสียงนิ่ง พร้อมกับเปลี่ยนให้แม็คมานั่งที่ตนเอง ส่วนนันก็ไปนั่งที่ของแม็คแทน 

 

“แต่ควันมันจะเข้าหามึง” แม็คพูดขึ้น 

 

“แป๊บเดียว เดี๋ยวมันก็ไม่มีแล้ว” นันตอบอย่างไม่ใส่ใจ 

 

“อุ้ย มีความเทคแคร์เมีย” เสียงของสามแซวขึ้นมา ก่อนจะโดนนันเอาตะเกียบตีหัวเบาๆ 

“เฮีย ตะเกียบเปื้อนรึเปล่าอ่ะ เอามาตีหัวผมน่ะ พี่ดิว พี่ดิวดูให้หน่อยสิ ผมของสามเปื้อนมั้ย เฮียนันตีหัวสามอ่ะ” สามโวยวายใส่นันไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันไปอ้อนคนรักเพื่อให้คนรักดูเส้นผมของตัวเองให้ 

 

“อุ้ย มีความอ้อนผัว ตะเกียบกูยังไม่ได้ใช้เว้ยไอ้สาม” นันแกล้งแซวกลับไปบ้าง แม็คได้แต่ยิ้มขำออกมานิดๆ ส่วนดิวก็ช่วยดูเส้นผมให้สามอย่างเอาใจ ก่อนที่จะเริ่มย่างของสดกินกันไปเรื่อยๆ 

 

“อืม เฮีย เฮียพอจะรู้จักใครที่เลี้ยงเด็กได้มั้ย ขอแบบที่ไว้ใจได้อ่ะ” สามพูดขึ้นมาหลังจากนั่งกินได้สักพัก 

 

“ทำไม” นันถามกลับ สามทำหน้างอเล็กน้อย 

 

“ก็ว่าจะหาพี่เลี้ยงเด็กไปช่วยเลี้ยงลูกเฮียหนึ่งน่ะสิ” สามตอบกลับมา นันทำหน้างง 

 

“ปกติไม่ได้มีพี่เลี้ยงเหรอวะ” นันถามต่อ สามถอนหายใจออกมาเบาๆ  

 

“ตอนนี้เฮียหนึ่งมีปัญหานิดหน่อยน่ะ จริงๆม๊าของสามก็ช่วยเลี้ยงได้อยู่ แต่ก็ไม่อยากให้เค้าเหนื่อย เลยจะหาพี่เลี้ยงใหม่สักคนที่สามารถไปกินนอนอยู่ที่บ้านด้วยได้เลย” ดิวเป็นคนตอบแทนออกมา 

 

“พูดตรงๆไปเลยก็ได้พี่ดิว คือแบบนี้เฮีย เมียเฮียหนึ่งน่ะมีชู้ แล้วเฮียหนึ่งจับได้ เลยพาน้องขนมมาอยู่ที่บ้านก่อน ระหว่างที่จะทำเรื่องฟ้องหย่า ส่วนพี่เลี้ยงคนเก่าก็ลาออกไปแล้ว สามน่ะก็พอช่วยเลี้ยงได้ช่วงปิดเทอมนี่แหละ แต่ถ้าสามเปิดเทอมคนที่จะเหนื่อยก็คือม๊า สามเลยอยากหาพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้ไปช่วยเลี้ยงน้องขนม” สามบอกออกมาตรงๆ เพราะยังไงก็ไว้ใจนันกับแม็คอยู่แล้ว 

 

“แล้วกูจะไปหาใครมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ได้วะ คนของกูส่วนใหญ่ก็แม่งสายเถื่อน ไปเลี้ยงหลานมึงไม่ไหวหรอก” นันบอกออกมาตรงๆ เพราะเขานึกสภาพคนของเขาไปเลี้ยงเด็กไม่ได้จริงๆ ถ้าให้ไปซ่อมรถ ปีนหลังคาน่ะพอไหว 

 

“ก็มาบอกไว้ก่อน เผื่อเฮียเจอใครที่คิดว่าน่าจะเลี้ยงเด็กได้ก็บอกผมบ้างเท่านั้นเอง” สามบอกออกมาอีก  

 

“เออๆ ไว้เจอแล้วจะบอก” นันตอบกลับไป แล้วนั่งกินกันต่อ ดิวก็คุยกับแม็คเรื่องเรียนไปด้วย 

 

“มึง กูอยากกินปูอัดอีก” แม็คบอกกับนัน พร้อมกับพยักหน้าไปทางปูอัดที่เหลืออยู่ในจาน 1 อัน 

 

“ปูอัดแป้งอ่ะนะ” นันถามอย่างขำๆ 

“อยากกินก็ไปตักเองดิ” นันตอบกลับมา แม็คทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย 

 

“คนมันเยอะ” แม็คตอบเสียงอ้อมแอ้ม เพราะคนเริ่มเข้าร้านเยอะขึ้นแล้ว 

 

“พี่แม็คไปกับสามก็ได้ สามจะไปตักของเพิ่มเหมือนกัน” สามพูดชวนขึ้นมา แม็คเลยพยักหน้ารับ เขาแค่ไม่กล้าเดินไปตักของสดคนเดียวเท่านั้นเอง ถึงอยากให้นันไปตักให้ แม็คจึงลุกเดินไปพร้อมกับสาม 

 

“พี่แม็คอยู่ที่นั่นคิดถึงเฮีบนันมากมั้ย” สามถามขึ้นขณะตักของสดไปเพิ่ม  

 

“ก็..คิดถึง” แม็คตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้สึกขัดเขินนิดๆ 

 

“เป็นสามคงคิดถึงมากแน่ๆ คิดภาพตัวเองต้องห่างจากพี่ดิวไกลๆแบบนั้นไม่ออกเลย สามคงร้องกลับบ้านแหงๆ” สามพูดขึ้นอย่างขำๆ  

“แต่พี่แม็คกับเฮียนันก็เก่งนะ ถึงจะอยู่ไกลกันก็ยังดูรักกันดี ไม่เหมือนคู่ของเพื่อนสามสมัยมัธยม เพื่อนในห้องสามนะ มันคบกับแฟนตั้งแต่ มอ.4 ที่บ้านก็รับรู้กันแล้ว แต่พอจบ มอ.6 จะต้องไปต่อมหาลัย เพื่อนสามที่เป็นผู้ชายอ่ะ ต้องไปเรียนเมืองนอก 2 ปี ส่วนแฟนมันที่เป็นผู้หญิงเรียนที่ไทย ตอนแรกก็เหมือนจะรอกันอยู่หรอก แต่ผ่านไปได้ครึ่งปี ผู้หญิงไปมีคนใหม่เฉย บอกว่าคนใหม่ดูแลเอาใจใส่ดีกว่าเพื่อนของสาม บ้ามั้ยล่ะพี่แม็ค เพื่อนสามมันจะมาดูแลได้ไงอ่ะ มันอยู่ไกลคนละซีกโลก เวลาก็ไม่ตรงกันแล้ว แต่เพื่อนสามก็ใช่ว่าจะละเลยสักหน่อย ยังมีคอลคุยกัน โทรหากันเป็นประจำ แต่ผู้หญิงกลับไปคบกับเพื่อนคณะเดียวกันเฉยเลย อย่างว่าอ่ะนะ รักแท้คงแพ้ใกล้ชิด” สามบ่นออกมาไปตามเรื่องตามราว แต่ทำให้แม็คชะงักไปนิด 

“เฮ้ย พี่แม็ค พี่อย่ามาคิดตามที่สามพูดนะ สามแค่เล่าให้ฟังเฉยๆ อย่างคู่พี่แม็คกับเฮียอ่ะ ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” สามพูดขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าตนเองคงทำให้แม็คคิดมากโดยไม่ได้ตั้งใจ แม็คยิ้มนิดๆ 

 

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้คิดมากอะไร แต่ถ้าถามว่าคิดมั้ย มันก็คิดบ้างล่ะนะ แต่นันมันก็ทำให้มั่นใจแล้วล่ะ ว่ามันไม่นอกใจพี่น่ะ ถึงแม้ว่าบางทีมันจะชอบแกล้งให้หงุดหงิดก็ตามอ่ะนะ” แม็คตอบกลับไป 

 

“แล้วพี่แม็คล่ะ พี่อยู่ทางนั้น ถ้ามีคนมาดูแลเอาใจพี่มากกว่าเฮียนัน พี่จะหวั่นไหวบ้างมั้ย อันนี้สามถามตรงๆเลย” สามถามด้วยความอยากรู้  

 

“ไม่มีเวลาจะหวั่นไหวกับใครหรอก แค่เรียนกับทำงานพิเศษก็เหนื่อยแล้ว อีกอย่างนะ พี่ขยับตัวไปทางไหน นันมันก็รู้ทุกอย่างแหละ ตอนนี้มันซื้อตัวเพื่อนพี่หมดแล้วด้วยมั้ง แต่ละคนนี่ช่วยขัดช่วยรายงานมันตลอด เวลามีใครมาสนใจพี่น่ะ” แม็คพูดขึ้นมาอย่างขำๆ  

 

“สมกับเป็นเฮียนันดี ประมาณว่า สกัดอีกฝ่ายก่อนที่จะทำให้พี่แม็คหวั่นไหวเสียอีก เผลอๆ สามว่าพี่แม็คอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนสนใจ เพราะโดนเฮียนันสกัดไว้ก่อนแล้ว” สามพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา 

 

“จะมายืนอ่อยคนอื่นตรงนี้อีกนานมั้ย มึงสองคนน่ะ” เสียงของนันดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามายืนซ้อนด้านหลังของแม็ค  

 

“อ่อยบ้าอะไร กูมาตักอาหาร” แม็คว่ากลับไปไม่จริงจังนัก สามเหลือบมองนันก็เห็นว่านันกำลังหันไปส่งสายตาพิฆาตให้กับชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆแม็ค แต่โดนนันมาแทรกเข้าเสียก่อน ทำให้สามอมยิ้มนิดๆ เพราะมันตรงกับที่เขาพูดจริงๆ ว่านันสกัดคนที่สนใจแม็ค ก่อนที่แม็คจะรู้ตัวซะอีก นันยกมือมาจับเอวของแม็คเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวรีบล่าถอยไปทันที เมื่อรู้ว่าแม็คมีเจ้าของแล้ว 

“มึงเอาอะไรเพิ่มมั้ย จะได้ตักไปทีเดียว” แม็คหันมาถามนัน  

 

“เอาเนื้อไปเพิ่ม” นันตอบกลับ แล้วช่วยแม็คถือจานของสดที่แม็คตัดก่อนหน้านี้  

 

“งั้นสามไปที่โต๊ะก่อนนะ” สามแยกกลับไปที่โต๊ะก่อน ส่วนนันก็ยืนถือจานให้แม็ค 

 

“ขนมหวานน่ากินดีว่ะ” แม็คพูดขึ้น 

 

“เดี๋ยวค่อยมาตัก กลับไปกินที่โต๊ะให้หมดก่อน” นันบอกออกมา แม็คก็พยักหน้ารับ ก่อนจะพาเดินกลับโต๊ะ เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว 

 

“ขี้หวงจังเลยน๊า คนเรา” สามแกล้งแซวนันออกมาอีก ซึ่งแม็คมองสามอย่างงงๆ เพราะไม่รู้เรื่องอะไร 

 

“ที่โต๊ะมีที่ให้นั่งคุย ไปยืนคุยทำบ้าอะไร เดี๋ยวกูหากิ๊กให้ไอ้ดิวซะหรอก” นันแกล้งว่าออกมา สามแลบลิ้นใส่นัน ส่วนดิวกับแม็คก็นั่งทำหน้างงอยู่ 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++ 

 

“เกี่ยวอะไรกับกูวะ” ดิวถามขึ้นมาอย่างงงๆ

“เฮียอยากมีก็มีไปคนเดียว อย่ามาหาให้พี่ดิวของสามนะ” สามเกาะแขนดิวแล้วแกล้งแขวะนันกลับไป ทำให้แม็คเลิกคิ้วนิดๆ แล้วมองหน้านัน นันเลยเอามือไปผลักหัวของแม็คเบาๆ

“อย่าไปบ้าตามมัน” นันพูดขึ้นยิ้มๆ แม็คก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ เพราะรู้ว่าสามพูดเล่น เมื่อกี้เขาก็แค่แกล้งมองนันไปอย่างนั้นเอง

“พี่นัน” เสียงเรียกนันดังขึ้น ทำให้ทั้งสี่คนหันไปมอง เก้าอี้ที่พวกเขานั่ง เป็นเก้าอี้หินอ่อนตัวยาว เลยทำให้หญิงสาวที่เรียกนันนั้นสามารถนั่งเบียดนันได้ทันที หลายคนมองหญิงสาวอย่างสนใจ เพราะอีกฝ่ายใส่เสื้อคอลึกจนเห็นเนินอกที่ใหญ่ล้นขึ้นมา แถมตอนนี้ยังนั่งเบียดนันอีกต่างหาก แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยและไม่พอใจนัก

“ว่าไงครับ” นันทักกลับ พร้อมกับขยับออกห่างหญิงสาวเล็กน้อย แต่หญิงสาวก็เกาะแขนของนันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ดีใจจังเจอพี่นันที่นี่ หมิวไม่ได้เข้าไปที่สนามแข่งเลย งานยุ่งตลอด” หญิงสาวพูดเสียงหวาน

“อืม” นันตอบรับในลำคอ แล้วหันมามองหน้าแม็ค ที่ตอนนี้ไม่ได้มองมาที่นัน แต่นั่งกินไปเงียบๆด้วยสีหน้านิ่งๆ มีแต่สามที่นั่งหน้าบึ้ง เพราะไม่พอใจแทนแม็ค เลยหันไปง้องแง้งงอแงกับดิวเบาๆ

“พี่นันว่างแป๊บหนึ่งมั้ย หมิวจะชวนพี่ไปที่โต๊ะของหมิวหน่อย อยากแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เพื่อนๆของหมิวบางคนอยากเห็นหน้าเจ้าของสนามล่ะ แต่ไม่มีโอกาสไปสักที” หญิงสาวเขย่าแขนนันอย่างอ้อนๆ นันถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วแกะมือหญิงสาวออก

“พี่ไม่สะดวกหรอกนะ พี่ไม่ได้เป็นมาสคอตที่จะต้องไปโชว์ตัวให้คนอื่นเห็น อีกอย่างแฟนพี่ก็คงไม่ชอบใจสักเท่าไร” นันพูดเสียงจริงจังพร้อมกับหันมามองแม็คอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวชะงักไปนิด เพราะจริงๆเธอรู้ข่าวมาว่านันมีคนรักเป็นผู้ชาย แต่เรียนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเธอยังไม่เคยเห็นหน้า และไม่รู้ว่าวันนี้แฟนของนันจะมาด้วย หญิงสาวมองไปที่แม็คทันที

“แฟนพี่นันเหรอคะ” หญิงสาวถามออกมา แม็คมองหน้าหญิงสาวนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้ารับออกมาตรงๆ เอาจริงๆแม็คก็หวงนันนั่นแหละ แต่จะให้เขาไปจิกกัดกับผู้หญิงมันก็จะดูเป็นการรังแกผู้หญิงมากไป แม็คคิดว่าคนที่สมควรจะจัดการสถานการณ์ตรงนี้ก็คือนัน

“ขอยืมตัวพี่นันไปแป๊บหนึ่งไม่ได้เหรอคะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับยกยิ้มนิดๆ สามที่นั่งอยู่คันปากยิกๆ อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมบ้าง แต่ดิวก็แอบจับมือเตือนไว้ก่อน

“มึงอยากไปมั้ย” แม็คถามออกมา นันยักไหล่นิดๆ

“แล้วแต่มึง” นันตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

“งั้นตามสบายครับ” แม็คตอบหญิงสาวกลับไป ทำให้สามกับดิวหน้าเหวอไปนิด ที่แม็คอนุญาต ส่วนนันก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ

“แฟนพี่นันอนุญาตแล้ว งั้นพี่นันไปกับหมิวนะคะ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างพอใจ ถึงแม้ว่าจะแปลกใจไม่ต่างจากนันก็ตามที

“ถึงมันจะอนุญาต แต่พี่ก็คงไม่ไปหรอก เพราะพี่อยู่ในเวลาส่วนตัว พี่ก็อยากจะขออยู่กับแฟนพี่และเพื่อนพี่แบบส่วนตัว...ได้มั้ยครับ” นันพูดกับหญิงสาวเสียงจริงจัง ทำให้หญิงสาวชะงักไปนิด เพราะคิดว่านันจะไปกับตนเอง แถมคำพูดของนันก็เหมือนต่อว่าเธอกลายๆว่ามารบกวนเวลาส่วนตัวของนันกับคนรัก

“แต่...” หญิงสาวกำลังจะค้าน

“ขนาดผมอนุญาตแล้วเค้ายังไม่ไปเลย คุณน่าจะเข้าใจอะไรได้ง่ายแล้วนะครับ ว่าทำไมเค้าถึงไมไป” แม็คพูดเสียงเรียบ

“พี่นันเกรงใจแฟนพี่นันเหรอคะ” หญิงสาวถามออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะเธอสนใจนันตั้งแต่เจอหน้าที่สนามครั้งแรก และพอรู้ว่าเป็นเจ้าของสนามก็อยากจะได้ควงกับนันบ้าง เพราะนันเองก็เป็นที่สนใจของหญิงสาวและหนุ่มน้อยหลายคน แต่ติดที่นันมีตัวจริงอยู่แล้ว

“นันมันไม่ได้เกรงใจผมหรอก แต่มันแค่ไม่อยากทำลายความเชื่อใจของผม..จริงมั้ย” แม็คถามนันในช่วงท้ายประโยค นันยกยิ้มอย่างพอใจ

“ตามนั้น แล้วก็อีกอย่างนะหมิว มันเสียมารยาทนิดหน่อยที่อยู่ๆหมิวมานั่งเบียดพี่โดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาตใครเลย ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้สนิทกันมากมาย” นันเห็นว่าควรตัดบทสักที ก่อนที่แม็คจะไม่อยากทานอะไรต่อ เขาจึงพูดเตือนหญิงสาวกลับไป ทำให้หญิงสาวหน้าชาทันที

“งั้นเชิญตามสบายค่ะ” หญิงสาวพูดกระแทกเสียงเล็กน้อยที่โดนพูดเหมือนหักหน้าแบบนี้ เธอจึงรีบลุกกลับไปหากลุ่มเพื่อนตัวเองทันที นันส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ

“โอ๊ย สามล่ะคันปาก นี่เฮียจะเสน่ห์แรงไปถึงไหนหะ สาวเยอะจัง สามล่ะสงสารพี่แม็คเลย” สามโวยวายออกมาไม่ดังมากนัก เมื่อหญิงสาวลุกไปแล้ว

“จะสงสารไอ้แม็คมันทำไม สงสารเฮียนันของมึงเหอะสาม มีผู้หญิงเข้าหามากๆแบบนี้ เดี๋ยวไอ้แม็คมันทนไม่ไหวขึ้นมาล่ะยุ่งเลย” ดิวแกล้งแขวะนันอีกคน นันมองหน้าแม็คที่นั่งกินต่อเงียบๆ

“พวกมึงต้องเข้าใจ คนดังก็แบบนี้” นันพูดหยอกออกมา

“ดังจนน่ารำคาญ” แม็คพูดออกมาเสียงขุ่นนิดๆ จริงๆเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไร เวลาที่ไปไหนกับนันแล้วคนเข้ามาทักนันเยอะๆโดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบเข้าหาเพราะสนใจในตัวนัน นันที่ได้ยินก็มองหน้าแม็คยิ้มๆ

“กินๆรีบกินจะได้กลับบ้าน” นันไม่ได้พูดต่อในเรื่องของหญิงสาว เขาจึงชวนทุกคนนั่งกินกันต่อ แม็คเองก็ไม่พูดอะไรอีก จนกินกันอิ่ม พวกเขาก็จ่ายเงินและแยกย้ายกันกลับ

“ไม่พอใจ?” นันถามสั้นๆ พร้อมกับเลิกคิ้วนิดๆ ขณะขับรถพาแม็คกลับบ้าน และแม็คก็นั่งเงียบมาตลอดทาง

“ใคร” แม็คถามกลับสั้นๆเช่นเดียวกัน

“ก็มึงไง ไม่พอใจกูรึไง นั่งเงียบเลยนะ” นันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“เปล่า กูแค่กำลังนับว่า ตั้งแต่กูกลับมา มีคนเข้าหามึงกี่คนแล้ว” แม็คพูดเหน็บกลับไป จริงๆแล้วที่เขาเงียบ เพราะกำลังจัดการกับอารมณ์ของตัวเองอยู่ เขาพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่นันมีคนรู้จักเยอะ เพราะเปิดสนามแข่งรถ มันไม่แปลกที่จะมีคนรู้จักนันมากมาย เนื่องจากในแต่ละวัน มีคนเข้ามาใช้สนามแข่งของนันเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่แค่นักแข่งรถ แต่รวมไปถึงกองเชียร์ที่เข้ามาด้วย

“จะไปนับทำไม กูยังไม่นับเลย เพราะกูไม่ได้สนใจ” นันพูดอย่างไม่สนใจจริงๆ

“ขนาดคนที่ชื่อหมิวเมื่อกี้ กูยังจำเค้าไม่ได้เลย ถ้าเค้าไม่พูดชื่อตัวเองออกมา กูก็คงไม่รู้หรอกว่าเค้าชื่ออะไร” นันบอกออกมา สายตาก็มองไปที่ถนนตรงหน้าด้วยท่าทีสบายๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าเครียดสำหรับเขาเลยสักนิด นันคิดว่าตัวเองเป็นคนเปิดเผยมาตลอด ถึงเขาจะชอบแกล้งแม็คบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยนอกใจหรือนอกกายแม้สักครั้ง

“ถ้ามึงจำเค้าไม่ได้ ทำไมมึงไม่ปฏิเสธเค้าตั้งแต่แรก โยนให้กูทำไมวะ” แม็คถามกลับอย่างข้องใจ ไม่ได้โมโหแต่อย่างไร

“เอ้า กูก็อยากให้เมียกูมีส่วนร่วมบ้าง กูไล่คนเดียวมันดูไม่มีพาวเวอร์มากพอ มันต้องร่วมด้วยช่วยกันไล่ แต่มึงไม่รับมุกกูเลย เสือกให้กูไปได้ตามสบายอีก” นันพูดติดขำออกมา

“ก็กูหมั่นไส้มึง แค่ไล่ผู้หญิงคนเดียว จะต้องใช้พาวเวอร์บ้าบออะไรของมึง” แม็คว่ากลับไปไม่จริงจังนัก ตอนนี้เขาเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว นันเองก็หัวเราะในลำคอเบาๆ

“มึงนิสัยเสียมากรู้มั้ยนัน” แม็คพูดออกมา นันหันมามองหน้าแม็คนิดๆ

“เพิ่งรู้เหรอวะ” นันถามกลับ แม็คชักสีหน้าใส่นันทันที

“หึหึ ทำไม กูนิสัยเสียอะไร ว่ามาสิ” นันถามอย่างเอาใจ เขาไม่ได้กลัว แต่เขาอยากรู้ว่าแม็คจะต่อว่าอะไรเขาอีก เพราะนันชอบให้แม็คพูดออกมาตรงๆว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรในตัวเขาหรือไม่พอใจอะไร เนื่องจากนันไม่อยากไปนั่งคาดเดาอารมณ์คนรักด้วยตัวเองบ่อยๆ

“มึงน่ะชอบแกล้งกูตลอด เรื่องอื่นไม่เท่าไร แต่เรื่องคนที่ชอบเข้าหามึง มึงชอบแกล้งให้กูหึง ชอบทำให้กูหงุดหงิดทั้งๆที่มึงรู้ดีว่าควรจะจัดการยังไง” แม็คบ่นออกมา นันก็แอบยกยิ้มนิดๆ เพราะมันก็จริงอย่างที่แม็คบอก บางครั้ง เขาก็แค่อยากแกล้งให้คนรักหึงเล่นๆเท่านั้นเอง แต่การแกล้งของเขาไม่ได้หนักหนาจนทะเลาะกันรุนแรง อย่างมากก็แค่ให้แม็คเคืองๆงอนๆเท่านั้นเอง

“กูก็แค่หยอกเล่น แต่ถึงกูจะแกล้งมึง กูก็ไม่เคยทำเรื่องไม่ดีจริงๆไม่ใช่รึไง” นันถามกลับ

“แต่มันน่ารำคาญ มันน่าหงุดหงิดด้วย กูเองก็รู้ว่ามึงแกล้ง แต่กูไม่ชอบเข้าใจมั้ยวะ ถ้ากูแกล้งให้มึงหึงบ้างล่ะ มึงชอบเหรอ” แม็คถามกลับไป นันยิ้มอ่อนๆออกมา ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งไปจับหัวคนรักแล้วโยกไปมา

“เออๆ จะไม่แกล้งเรื่องแบบนี้อีกละ แต่เรื่องอื่นกูก็จะแกล้งมึงเหมือนเดิม มึงต้องเข้าใจ การแกล้งมึงคืองานอดิเรกของกู หึหึ” นันพูดติดขำในตอนท้าย ทำให้แม็คอดที่จะขำตามไม่ได้

“โรคจิตฉิบ” แม็คว่ากลับไปไม่จริงจังนัก ก่อนจะชวนนันคุยเรื่องอื่น เพราะคิดว่าเรื่องนี้เขาคุยกันเข้าใจแล้ว ไม่นานนักก็กลับมาถึงบ้านของนัน

“หัวเหม็นกลิ่นหมูกระทะมาก” แม็คบ่นขึ้นเมื่อได้กลิ่นควันติดตัวติดผมตัวเองมา

“อาบน้ำสระผมเลย” นันบอกออกมา

“มึงจะเข้าไปที่สนามมั้ย” แม็คถามออกมาเมื่อนึกได้

“ยังไม่แน่ใจ เดี๋ยวอาบน้ำก่อน ไม่ไหว เหม็นกลิ่นควันเหมือนกัน” นันตอบพร้อมกับยกเสื้อตัวเองขึ้นมาดม

“อาบด้วยกันสิ” เสียงของแม็คดังขึ้น ทำให้นันเงยหน้ามามองคนรักทันที ก็เห็นแม็คยืนเม้มปากอยู่ นันหรี่ตามองคนรักเล็กน้อย

“อยากเหรอวะ” นันแกล้งถาม แม็คถลึงตาใส่นันทันที แต่ใบหน้าก็ร้อนผ่าว

“เออ อยาก...อยากโกนหนวดมึงนั่นแหละ ขัดลูกตากู” แม็คตอบกลับไป นันก็หัวเราะในลำคอ

“เออๆ โกนก็โกน ว่าแต่กูโกนให้มึงบ้างได้มั้ย” นันพูดพร้อมกับมองลงช่วงกลางกายของแม็ค แม็คหยิบผ้าขนหนูปาใส่หน้าคนรักทันที

“มึงเลิกวอแวกับการโกนขนกูสักทีเหอะ โรคจิต!” แม็คโวยวายออกไปด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะความเขิน แล้วรีบเดินเข้าไปที่ห้องน้ำทันที โดยมีนันเดินตามเข้าไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ นันถอดเสื้อกับกางเกงออก เหลือเพียงบ็อคเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น แม็คเองก็ไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่แม็ครู้สึกเขินที่จะต้องอาบน้ำพร้อมคนรัก แต่ก็พยายามตีหน้านิ่งไว้ก่อน ไม่งั้นนันก็จะล้อให้เขาเขินอยู่ตลอดเวลาแน่ๆ

จุดประสงค์ของการชวนอาบน้ำด้วยกันนอกจากจะเป็นเรื่องของการอยากโกนหนวดให้นันแล้วนั้น ก็มีเรื่องของความอยากจะเอาใจคนรัก อยากจะมีช่วงเวลาที่สวีตกับนันบ้างก็เท่านั้นเอง แต่แม็คก็ไม่คิดจะบอกกับนันตรงๆหรอก

แม็คกำลังเตรียมครีมโกนหนวดและใบมีดโกนอยู่ตรงอ่างล้างหน้า นันเดินมาซ้อนทางด้านหลังของแม็คพร้อมกับโอบกอดแม็คเอาไว้อย่างหลวมๆ ผิวกายแนบชิดทำให้รับรู้ถึงความร้อนของร่างกายของกันและกันได้เป็นอย่างดี นันก้มลงมาจูบตรงไหล่ของแม็คเบาๆ ทำให้แม็คขนลุกวาบ

“อืมม...ตรงนี้กลิ่นหมูย่าง...ตรงนี้กลิ่นน้ำจิ้ม” นันพรมจูบไปสองจุดก็แกล้งบรรยายถึงกลิ่นออกมาด้วย ทำให้แม็คหัวเราะขำเบาๆ

“สัด ก็บอกแล้วไงว่ามันเหม็น มึงจะดมทำไม” แม็คว่าออกมา นันมองหน้าแม็คผ่านกระจกตรงหน้า พอได้เห็นรอยยิ้มของแม็ค นันก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว

“ปล่อยกูได้แล้ว จะโกนหนวดให้” แม็คพูดขึ้น เพราะว่านันกอดเขาจากทางด้านหลังอยู่ นันจึงปล่อยอ้อมแขนออก แล้วเปลี่ยนมาอุ้มแม็คให้ขึ้นไปนั่งตรงเคาน์เตอร์ล้างหน้าทันที เพราะมันรับน้ำหนักของแม็คได้สบายอยู่แล้ว แล้วนันก็ขยับไปยืนแทรกตัวระหว่างขาทั้งสองของแม็คที่ห้อยลงมา

“โกนแบบนี้มึงน่าจะสะดวกมากกว่า” นันพูดขึ้นยิ้มๆ

“เออ ยืนนิ่งๆละกัน กูทำมีดโกนบาดมึงขึ้นมาล่ะยุ่งเลย” แม็คพูดเตือนขึ้น ก่อนที่เขาจะชโลมครีมโกนหนวดลงไปที่จุดที่เขาจะโกน นันก็ยืนอยู่นิ่งๆ สายตาของนันจับจ้องใบหน้าของแม็คอยู่ตลอด แม็คเองก็รับรู้ แต่พยายามไม่สนใจสายตาของนัน เพราะมันจะทำให้สมาธิของเขาเสีย สายตาของนันมันทำให้แม็ครู้สึกเหมือนจะละลายให้ได้ ยามที่นันมองมาด้วยความพิศวาสแบบนี้

“จะโกนแล้วนะ อย่าขยับล่ะ” แม็คพูดย้ำออกมา ก่อนที่เขาจะค่อยๆโกนหนวดให้นันอย่างเบามือ

“จริงๆที่โกนหนวดไฟฟ้าก็มีนะ ทำไมมึงไม่ซื้อมาไว้ใช้ อย่างกให้มากนักสิ ใช้แบบนี้มันจะทำให้ผิวแสบได้นะมึง อ่อ ลืมไป มึงหน้าหนามีดโกนบาดไม่เข้าหรอก” แม็คโกนไปก็แกล้งแขวะนันไปด้วย นันยกมือมาจับมือของแม็คให้หยุดโกนก่อน

“ได้ทีหาเรื่องแขวะกูเลยนะ” นันแกล้งว่าออกมา แม็คหัวเราะขำ

“ก็นานๆทีมึงจะเงียบให้กูแขวะบ้างไง ปล่อยได้แล้ว จะได้โกนต่อ” แม็คพูดขึ้นยิ้มๆ นันจึงปล่อยให้แม็คโกนหนวดให้เขาต่อ แม็คโกนอย่างตั้งใจจนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แล้วขยับลงจากเคาน์เตอร์ให้นันล้างครีมโกนหนวดออกจากหน้า

“ไหนดูสิ ดูหน้าเด็กลงตั้งเยอะ ปล่อยให้หน้าแก่อยู่ได้”แม็คแซวออกมาอีกอย่างขำๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาของนัน นันหันมาหาแม็ค โดยยืนพิงเคาน์เตอร์เอาไว้ แล้วเขาก็ดึงแม็คมากอดจนร่างกายแนบชิดกับร่างกายแกร่งของเขา แม็คเหลือบมองกล้ามหน้าท้องของนันนิดๆ เขายอมรับกับตัวเองเลยว่าเขาชอบร่างกายของนันเป็นอย่างมาก

“ชอบงั้นเหรอ” นันมองตามสายตาของแม็คที่มองลงมาที่ซิคแพ็คของเขาแล้วถามขึ้น แล้วจับแม็คมาวางตรงอกแกร่งของเขาก่อน

“ชอบตรงนี้มั้ย” นันถามขึ้น แม็คเม้มปากเข้าหากัน ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วนันก็เลื่อนมือแม็คไปที่แขนข้างหนึ่งของเขา

“ตรงนี้ล่ะ” นันถามอีก แม็คก็พยักหน้ารับ นันเลื่อนมือของแม็คลงมาที่หน้าท้องของ

“ตรงนี้?” นันถามสั้นๆ แม็คกัดปากด้วยความเขินแต่ก็พยักหน้ารับอยู่ดี นันยกยิ้มอย่างพอใจ

“แต่กูคิดว่า..มึงชอบตรงนี้มากที่สุด” พูดจบ นันก็เลื่อนมือของแม็คลงไปยังจุดที่เขามั่นใจว่าแม็คจะต้องชอบมากๆ แม็คร้อนหน้าวูบวาบ เมื่อมือของเขาสัมผัสไปโดนตรง.....

...หลายคนก็คงรู้ว่าคือตรงไหน....

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อัพให้แล้วนะคะ

มาอัพช้า พอดีมีเรื่องยุ่งๆนิดหน่อย

.. 

ถ้าใครอยากกดดาวให้ยอนิม  

สามารถกดดาวให้ยอนิมได้แล้วน๊า  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น