อินพรรดิ / สวาตี
facebook-icon

ขอบคุณที่สนับสนุนนักเขียนตัวแบนๆ นะคะ เหรียญทุกเหรียญ กุญแจทุกดอก และดาวทุกดวงมีค่าต่อปากท้องคร่า ^_^ (คอมเม้้นต์เราก็อยากได้นะ มาคุยกันๆ)

ชื่อตอน : ภาคพิเศษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 195

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2562 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาคพิเศษ
แบบอักษร

...สุดท้ายความรักก็ยังเป็นสิ่งงดงามเสมอ การได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข ตัวเองย่อมมีความสุขยิ่งกว่า... 

ใบหน้างดงามแย้มยิ้มทั้งที่ในใจยังขมขื่น ไม่เสียใจเลยที่วันนั้นตัดสินใจถอยออกมา ในเมื่อแสนสิวายอมสละความสุขได้เพื่อคนที่ตนรัก เธอก็เช่นเดียวกัน ชมหวายเลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

“หวายควรจะดีใจใช่มั้ยคะพ่อ” ร่างระหงเงยหน้าทั้งน้ำตาอาบ อดไม่ได้ที่จะหลั่งมันออกมาด้วยความอัดอั้น

“หวายทำดีที่สุดแล้วลูก” ชรินยิ้มอย่างให้กำลังใจ มือย่นจับบ่าทั้งสองข้างของบุตรสาวบีบเบาๆ ส่งต่อความเข้มแข็งให้กับคนที่ผิดหวังสู้ต่อไป

“หวายไม่ควรจะมานั่งคร่ำครวญ หวายควรจะยินดีกับพวกเขา หวายรู้...ถึงหวายจะยินดีที่เรื่องมันจบลงแบบนี้ แต่หวายก็ยัง...” เธอหยุดสะอื้น

ชรินตระหนักดีว่าลึกๆ แล้วบุตรสาวยังคงเสียใจ แม้เธอจะพยายามหลอกตัวเอง แต่มันก็เพียงแค่สีหน้าที่ฉาบฉวย

คนโศกเศร้าไล่ปาดน้ำตาบนใบหน้า เกรงว่าตนจะกลายเป็นคนอ่อนแอในที่สุด

“ร้องออกมาเถอะลูก อย่าเก็บมันไว้ มันเจ็บปวดพ่อรู้ ลูกเลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ แต่อย่าทรมานจิตใจตัวเอง” คนสูงวัยปลอบ ไม่นึกตำหนิเลยที่บุตรสาวเอาแต่ร้องไห้

สิ้นถ้อยคำของผู้เป็นพ่อ ชมหวายก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย มือเล็กสวมกอดบิดาไว้ด้วยแววตาสั่นสะท้าน

ชรินโอบบุตรสาวไว้แน่นอย่างเวทนา ร่างระหงขอเวลาสักพักเพื่อทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชรินบอกให้ชมหวายระบายมันออกมาให้หมด เข้าใจว่าบุตรสาวกำลังเผชิญกับความทุกข์อันใหญ่หลวง แต่คนเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อวันข้างหน้า

“เรื่องแต่งงานของลูก บางทีพ่อก็เห็นว่ามันไม่จำเป็น...”

“ไม่ค่ะ หวายตัดสินใจแล้ว บางทีทางออกมันอาจรออยู่ข้างหน้า” หน้าสวยยิ้มจางๆ

ชรินก็แค่อยากให้ลองทบทวนใหม่ แต่เมื่อชมหวายรับปากไปแล้ว เธอเองก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูด ถึงแม้ตอนนั้นจะตัดสินใจเพราะความวู่วาม แต่ ณ ปัจจุบันเธอต้องยอมรับผลของมัน

หลังทราบข่าวการแต่งงานของศิระคุณ ชมหวายแอบมานั่งร้องไห้จนตาบวม กวินตามหาเธอไปทั่วจนพบว่ามานั่งจมกองน้ำตาอยู่ที่ม้านั่งหลังบ้าน

ว่าที่เจ้าบ่าวอดกลุ้มใจไม่ได้ตอนเห็นสภาพ จนป่านนี้แล้วชมหวายก็ยังตัดใจจากศิระคุณไม่ขาดเสียที นั่นเป็นเพราะว่าทุกวันนี้หญิงสาวอยู่ได้ด้วยความทรงจำที่ดีของธารา

พรุ่งนี้แล้วที่ศิระคุณจะได้มีความสุขกับเจ้าสาวของเขา กวินเองก็พลอยยินดีกับคนทั้งคู่ แขกเหรื่อมากมายคงมาร่วมอวยพร จินตนาการภาพของแสนสิวาในชุดวิวาห์สีขาว หล่อนคงเป็นเจ้าสาวที่สวยน่าดู

“พวกเขาดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีนะ คุณว่ามั้ย?” กวินเปรย ชมหวายก็พยักหน้าอยู่ข้างๆ

ตั้งแต่คืนก่อนหน้านี้แล้วที่หญิงสาวชวนเขามานั่งดื่มเหล้าที่ตึก เนื่องจากชรินไม่ยอมปล่อยให้ออกไปข้างนอก

“ค่ะ คู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกัน” เธอเสริมและก็พลอยยินดีไปด้วย แม้เวลานี้น้ำตามันจะไหลออกมาก็ตาม ถึงตัวจะไม่ได้ไปแสดงความยินดีในงาน ก็ขออวยพรผ่านสายลมไปแล้วกัน ว่าแล้วก็เลี้ยงอำลาความเศร้าของตัวเองด้วยการรินเหล้าใส่แก้วไปพลางๆ

“พอเถอะ คุณจะดื่มให้มันซึมเข้ากระแสเลือดเลยรึไง?” กวินยั้งมือเมื่อเห็นฝ่ายหญิงจะดื่มต่อ

“วันนี้ไม่มีใครอยู่ คุณพ่อก็ไปค้างที่วัด คุณไม่ต้องกลัวหรอกว่าใครจะรำคาญ” น้ำเสียงอ้อแอ้บ่งบอกว่ากำลังเมาได้ที่

“ไม่ได้ห่วงว่าใครจะรำคาญ แต่ห่วงว่าจะตายเอา” กวินส่ายหน้า ชมหวายถึงมองอย่างอวดดี

“คนอย่างชมหวายไม่ตายง่ายๆ หรอก” ว่าแล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อน

กวินเห็นแบบนี้แล้วอ่อนใจ นับวันว่าที่เจ้าสาวของเขายิ่งเหมือนคนเสียสติเข้าไปทุกที

“คุณกลัวฉันตายก่อนได้แต่งงานกับคุณรึไง?”

“ใช่ ถึงบอกให้เพลาๆ บ้างไง สู้เก็บแรงไว้ต่อกรกับผมดีกว่า เรายังต้องสู้รบปรบมือกันอีกนาน” แววตาคมเริ่มฉายแววเจ้าเล่ห์ คนเมาถึงเหล่มองอย่างข้องใจ

“หมายความว่าไง?”

“เปล่า” กวินเอียงหน้าเล็กน้อย

ชมหวายเห็นเขาทำหน้าเหมือนเอือมระอา พอถูกตักเตือนเข้าหน่อยก็ชักเริ่มรำคาญ ลุกขึ้นมาเอามือปิดปากเขาแล้วบ่นว่าชายหนุ่มพูดมาก

กวินถอนใจเฮือก รีบแกะมือเล็กออกแล้วดันร่างระหงไปนอนที่โซฟา ไม่กี่อึดใจก็สงบนิ่ง สิ้นฤทธิ์แล้วก็หลับไปอีกตามเคย

“เก่งให้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน” ว่าที่เจ้าบ่าวทิ้งท้าย

กวินถอนใจพรืดก่อนเดินออกมาจากตึก มองจากสภาพการณ์ คาดว่าวันพรุ่งนี้ที่ศิระคุณแต่งงาน ชมหวายคงจะนอนหลับคาขวดเหล้าอีกเป็นแน่...แล้วมันก็จริง พอถึงเวลานั้น หญิงสาวเมาหัวราน้ำตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน

สองเดือนต่อมา...

เสียงแห่ขันหมากดังกึกก้องคุ้งน้ำ พร้อมขบวนเรือนับสิบลำกินบริเวณกว้างเกือบจะเต็มลำคลอง ชาวบ้านต่างฮือฮาและร่วมแสดงความยินดีไปกับงานมงคลนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีการยกขันหมากทางน้ำและจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ

ฝ่ายเจ้าบ่าวมาพร้อมกับกัญญาผู้เป็นอาหญิงและขบวนสินสอดทองหมั้น มูลค่าทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วสมราคากับว่าที่เจ้าสวยแสนสวย ชรินอดปลื้มใจไม่ได้ที่เห็นบุตรสาวเป็นฝั่งเป็นฝา แม้ลึกๆ เขาตระหนักดีว่านั่นคือนัยทางธุรกิจ แต่ชายสูงวัยเชื่อว่าถ้ากวินได้อยู่ใกล้ชิดกับบุตรสาวของตน ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่รักใคร่เอ็นดูเธอ

“ไม่เจอกันนานนะกัญญา” ชรินกล่าวทักทาย เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ได้มีโอกาสเจอกัน

นางดูมีอาวุโสขึ้นแต่ยังสวยสะพรั่งเหมือนเมื่อครั้งยังสาว แน่นอนว่าคนรุ่นน้องก็ดีใจ แม่ชีชมมาสเองก็มาร่วมงานด้วยแต่อยู่ด้านในประรำพิธี ชรินพูดคุยกับกัญญาด้วยรอยยิ้มและฝากฝังบุตรสาวไว้กับนาง

“พี่ชรินไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูหวายก็เหมือนกับหลานแท้ๆ ของกัญญา” หญิงกลางคนรับปากว่าจะดูแลชมหวายเป็นอย่างดี

คนโอบอ้อมอารีรับไหว้หลานสะใภ้ อดแสดงความเห็นไม่ได้ว่าเธอช่างละม้ายคล้ายชมมาสเมื่อครั้งยังสาว แต่ไม่ว่าใครที่มาร่วมงานต่างก็สังเกตได้ว่าเจ้าสาวที่แต่งตัวสะสวยนั้นคอยแต่จะหน้าเศร้าตลอดเวลา

“มานี่!” พอสบโอกาสคนเป็นเจ้าบ่าวก็ดึงแขนเจ้าสาวเข้าไปหลบมุม ร่างระหงในชุดไทยสีทองเกือบเซเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว

“ปล่อย!” หญิงสาวพยายามจะแข็งขืนแต่ไม่มีแรง กวินสีหน้าหงุดหงิดเหมือนไม่สบอารมณ์

“รบกวนสร้างภาพหน่อยได้มั้ย นี่มันงานแต่ง!” เขาเอ็ดเพราะได้ยินเด็กในรีสอร์ตซุบซิบกันว่าเห็นเจ้าสาวแอบไปยืนร้องไห้ในห้องน้ำ

“รู้แล้ว!” ชมหวายสวนอย่างขัดใจ

“ทำหน้าที่ของคุณให้ดีหน่อย เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง ธาราของคุณเขาเป็นอดีตไปแล้ว แต่ผมนี่สิคือปัจจุบัน” เขาย้ำ

ชมหวายมองหน้าเขาอย่างเคืองขุ่น บอกว่าไม่ต้องห่วง เธอไม่ทำให้งานแต่งกำมะลอนี้ล่มอย่างแน่นอน

“กำมะลอเหรอ? แต่เราจดทะเบียนกันจริงๆ และถ้าคุณขืนยังเป็นอย่างนี้เราได้เห็นดีกันแน่” เขาขู่ ก่อนเดินจากไปด้วยความเบื่อหน่าย

ครั้นได้ฤกษ์ส่งตัวเข้าหอ สนามหญ้าของรีสอร์ตมีพนักงานมากมายมาคอยส่งบ่าวสาวกลับไปยังเรือนหอราคาร่วมหลายสิบล้าน แต่ชมหวายกลับทำหน้าเหมือนจะถูกพาไปลงนรก กวินเห็นแล้วชักหงุดหงิด

หลังจากนี้ชมธารารีสอร์ตจะถูกปิดปรับปรุง ชมหวายกอดชรินแล้วร้องห่มร้องไห้ ต่อไปนี้ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง ชรินก็มีสิ่งที่อยากทำนั่นคือดำเนินตามรอยธรรมและรับใช้พระพุทธศาสนา

ก่อนจาก ผู้เป็นพ่อกล่าวคำอวยพรก่อนจะส่งต่อให้เสน่ห์ซึ่งยืนข้างๆ กัน ชายกลางคนสัญญาจะทำหน้าที่ของตนต่อไปในการดูแลที่นี่ให้ดีที่สุด กวินให้คำมั่นกับชรินและตนไว้แล้วว่าจะไม่ทอดทิ้งชมธารารีสอร์ต

“ผมรับปาก ระหว่างนี้จะไม่มีการไล่ใครออก ผมจะดูแลทุกคนให้เหมือนกับที่ผ่านมา” เขาย้ำให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน

และกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครแจ้งเจตจำนงที่จะลาออก ทุกคนยังเชื่อมั่นในกวินและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งที่รีสอร์ตแห่งนี้

ชมหวายไล่กล่าวคำอำลากับพนักงานทุกคน เธอจะต้องไปอยู่กับกวินและช่วยงานเขาชั่วคราวระหว่างที่ดำเนินการปรับปรุงชมธารา หญิงสาวให้สัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งและจะกลับมาดูแลที่นี่อีกครั้งเมื่อทุกอย่างลงตัว

“หวายจะคอยแวะมาตรวจตราและดูความเป็นอยู่ของพวกเราทุกคนนะคะ”

ตลอดเวลาร่างระหงเอาแต่ร้องไห้ คนสนิททั้งเกนหลงและเบญญาต่างก็ยืนเช็ดน้ำตากันป้อยๆ แม้แต่ทินกรเองก็ยังน้ำตาคลอด้วยความใจหาย สองแม่บ้านสาวชาวกะเหรี่ยงยิ่งแล้วใหญ่ ยืนกอดคอกันร้องห่มร้องไห้หน้าละห้อย

“หวายไปนะคะ ระหว่างนี้ถ้าไม่ติดอะไรหวายจะหมั่นกลับมา” เธอให้คำมั่นพร้อมโบกมือลา

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ทว่าเจ้าสาวที่นั่งอยู่ในรถก็ยังไม่หยุดสะอื้นไห้ สร้างความหนักใจให้กับเจ้าบ่าวมือใหม่อย่างกวินเป็นที่สุด

ชมหวายจับจ้องภาพทุกคนรวมถึงบรรยากาศผ่านกระจกมองข้าง จะจดจำมันไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะแปรเปลี่ยนไป

ทิวทัศน์ของรีสอร์ตค่อยๆ ไกลออกไปทีละน้อย เจ้าบ่าวเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวพ้นซุ้มประตูทางออก กวินขับมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงกลางซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว เจ้าตัวเบี่ยงเข้าข้างทางและจอดกะทันหันกระทั่งชมหวายหน้าทิ่ม เจ้าสาวหันมองหน้าคนขับด้วยความข้องใจ หรือฝ่ายชายจะรำคาญเสียงสะอื้นไห้จนหมดความอดทน

“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณหงุดหงิด” ร่างระหงใช้ทิชชูซับคราบน้ำตาเบาๆ กวินถอนใจหนักก่อนปลดเบลล์และเอี้ยวตัวไปหยิบบางสิ่งบางอย่างด้านหลังเบาะ

“ของคุณ” เขาส่งให้ มันเป็นกล่องของขวัญแบนๆ ขนาดใหญ่ที่ห่อด้วยกระดาษสวยงาม

ชมหวายรับไว้ด้วยความแปลกใจระคนสงสัย ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อนอกจากเปิดไฟให้สว่าง พร้อมแนะนำหญิงสาวให้เปิดอ่านข้อความในการ์ดที่แนบมา

“ขอให้คุณมีความสุขตลอดไป...รักเสมอ จาก...” ชมหวายมองหน้ากวินทันที ข้อความลงท้ายระบุว่าของสิ่งนี้ส่งมาจากผู้ชายที่ชื่อว่าธารา 

“คุณไปเจอเขา?” ฝ่ายหญิงชะงัก

กวินปฏิเสธ บอกว่าฝ่ายนั้นโทรเรียกเขาออกมาพบที่หน้ารีสอร์ต พร้อมกับฝากของขวัญชิ้นนี้มาให้ แถมกำชับด้วยว่าต้องส่งให้ถึงมือชมหวายให้ได้

“ไม่ลองเปิดดูล่ะ” เขาแนะ สังเกตเห็นชมหวายน้ำตารื้น

เสียงน้ำตาหยดแหมะลงบนกล่องตอนเธอบรรจงแกะกระดาษห่อ ท่ามกลางความเงียบ กวินก็อยากรู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มส่งอะไรให้เจ้าสาวของเขา

ชมหวายสะอื้นออกมาเสียงดังทันทีที่กล่องถูกเปิดออก มันคือภาพของชายหญิงคู่หนึ่งนั่งพิงกันบนหอคอยสูง ท่ามกลางบรรยากาศใต้แสงจันทร์ที่เปล่งรัศมียามค่ำคืน และพิเศษกว่านั้นคือเมื่อกดเปิดสวิตช์ด้านข้างกรอบโครเมียม ภาพของดอกไม้ไฟก็ค่อยๆ พุ่งซ้อนขึ้นมาที่บานกระจก มันกระจายออกเป็นมิติสวยงามเสมือนจริง

“ธารา” ทีนี้ชมหวายร้องไห้หนัก ภาพนี้ทำให้นึกถึงค่ำคืนที่เธอกับเขานั่งชมดอกไม้ไฟด้วยกันบนหอคอย ท่ามกลางแสงสีรื่นเริงของงานวัดฝั่งตรงข้าม ผู้จัดการหนุ่มบอกรักชมหวายครั้งแรกในคืนนั้น

กวินถอนใจพรืดตอนเห็นของขวัญชิ้นดังกล่าว สำนึกบางอย่างบอกว่าธาราไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้เลย

และขณะที่ชมหวายนั่งพิจารณาประกอบกับเอามือสัมผัสบานกระจกเบาๆ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจออกรถ

คนเป็นเจ้าสาวไม่สนแล้วว่าเขาจะขับพาเธอไปไหน เป้าหมายคือมองตรงไปยังเบื้องหน้า แต่ทว่าหัวใจอยู่กับรูปภาพในอ้อมกอด ไม่นานนักก็ถึงบ้านหลังใหญ่ที่ใช้เป็นเรือนหอ ภายในหรูหราและตกแต่งอย่างสวยงาม ที่สำคัญคือพื้นที่ภายในโอ่อ่ากว้างขวาง แน่นอนว่าชมหวายเคยมาที่นี่แล้วถึงสองครั้ง

แม่บ้านทุกคนออกมาต้อนรับนายหญิงกันอย่างพร้อมเพรียง ชมหวายซับน้ำตาจนแห้งเหือดหมดแล้วระหว่างเดินทาง ทว่าในใจยังโศกเศร้าเกินกว่าจะเช็ดให้แห้งได้

คืนนี้แล้วหรือที่ชมหวายจะต้องเข้าหอกับผู้ชายที่เธอไม่ปรารถนา ภายในห้องสีครีมมีบานกระจกใสกั้นระหว่างโซนนั่งเล่นกับเตียงนอน ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกเด็กรับใช้ในบ้านเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย เสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชุดแขวนอย่างเป็นระเบียบในตู้เสื้อผ้า แต่ว่าเจ้าของต่างหากที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเลย

ห้าทุ่มกว่าแล้วแต่ชมหวายยังนั่งกอดรูปภาพที่ธาราให้มาอยู่บนเตียง กวินเดินออกมาจากห้องน้ำและพบว่าเจ้าสาวยังอยู่ในชุดวิวาห์ดังเดิม

“วางลงก่อนก็ได้ ไม่มีใครขโมยหรอก” เขาแนะพลางไล่ฝ่ายหญิงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กวินอยู่ในชุดคลุมสีเทาพร้อมกางเกงแพรตัวโปรด

ชมหวายเห็นและได้ยินคำพูดของเขาทุกคำแต่ทำนิ่งเฉย ตลอดเวลาเพียรลอบมองว่าเขาจะเดินไปไหนหรือทำอะไร ด้วยความที่ไม่ชินกับการอยู่ร่วมห้องเดียวกันกับคนแปลกหน้า

“ผมรู้ว่าคุณอึดอัด หวาดระแวง ผมเองก็รู้สึกไม่คุ้นเหมือนกัน แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เดี๋ยวคุณก็จะชินไปเอง” เขาพูดอย่างไม่ยี่หระ

ชมหวายหันมองหน้าแล้วทำเมินเฉย ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่ขยับ กระทั่งคนเป็นสามีเริ่มหงุดหงิด

“ตกลงคุณจะนอนทั้งชุดนี้ใช่มั้ย?” กวินถามเสียงดุ แต่จริงๆ ก็รู้ว่าหญิงสาวเหนื่อยและไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย

ชายหนุ่มเดินตรงมานั่งที่เตียงแล้วเอื้อมมือจะไปสัมผัสแขน ปรากฏว่าหญิงสาวเบี่ยงตัวหลบ ครั้นจะยื่นมือไปแตะที่ขาเธอก็ชักเท้ากลับเหมือนรังเกียจ

“เอาล่ะๆ ผมจะไม่แตะต้องตัวคุณเลย ผมรับปาก” เขารู้ว่าชมหวายไม่มีทางยอมร่วมเตียงกับเขาแน่นอน

กวินตัดสินใจออกไปนอนที่โซฟาและให้เธอนอนตรงนี้ โดยแนะให้วางรูปนั่นเสียก่อนแล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายเนื้อสบายตัว รับประกันได้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนี้ ทว่าฝ่ายหญิงมองเหมือนลังเล กระทั่งเห็นกวินหอบหมอนและผ้าห่มออกไปกองที่โซฟา

สุดท้ายชมหวายก็ยอมลุกจากเตียงนอน สร้อยเพชรที่เป็นสมบัติของชมมาสถูกถอดวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ตลอดเวลาก็หันรีหันขวางเหมือนติดขัดไปเสียหมด นั่นเป็นเพราะว่าเธอยังแปลกที่

ของที่ระลึกจากธาราถูกวางไว้ยังโต๊ะกระจก กวินหยุดมองนิดหนึ่งแล้วเดินจากไป ระหว่างที่ชมหวายเดินเข้าไปอาบน้ำ ร่างสูงเปิดประตูออกไปยืนตากลมที่ระเบียง ด้านหลังเป็นสวนสวยแนวโมเดิร์น เห็นรูปปั้นทรงเลขาคณิตสลัวอยู่ท่ามกลางแสงไฟสนาม

เสียงฝักบัวดังขึ้นเอื่อยๆ ประกอบกับลมที่พัดพาเอาสติของเขาคล้ายจะดับวูบลง กวินรู้สึกว่าตัวเองแปลกไปอาจจะเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเมื่อหัวค่ำ แต่แล้วดวงตาโตก็เบิกโพลงเมื่อเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่ด้านล่าง

“คุณพ่อ!” กวินเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยความตกใจ ทวีเงยหน้ามองมาที่เขาแล้วยิ้มให้ กวินอยากจะร้องเรียกแต่กลัวชมหวายได้ยินเข้า

“คุณพ่อมาแสดงความยินดีกับผมใช่มั้ยครับ” เขายิ้ม สำนึกทันทีว่าเวลาแห่งการเริ่มต้นได้มาถึงแล้ว

กวินบอกกับบิดาว่าตนทำสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง เขาใช้แผนหลอกล่อชมหวายให้แต่งงานด้วยได้สำเร็จ เวลานี้ทุกคนเชื่อสนิทใจว่าเขาเจตนาดี ทั้งที่ลึกๆ เขาไม่เคยลืมหรือล้มเลิกที่จะเอาคืนเลย ไม่ว่าอย่างไร คนที่ทำให้ครอบครัวของเขาระส่ำจะต้องระส่ำกว่าเป็นหลายเท่า

“คุณพ่อรู้มั้ยครับว่าผมอึดอัดแค่ไหนที่ต้องทำดีกับคนพวกนั้น ผมต้องเอาใจเขาทั้งที่รู้ว่าเขาทรยศพ่อ เขาทำให้พ่อต้องตาย” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงชิงชัง แววตาไหวระริกแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้า

“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นในสิ่งที่หิรัณยรัศมิ์ทำไว้กับธนวรรธน์และอดุลย์อดิศัย”

สิ้นคำพูด ร่างของทวีก็เลือนหายไปเหลือแต่ความว่างเปล่า ทว่าคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังกลับเย็นวาบราวกับถูกฉาบด้วยน้ำแข็ง

“ชมหวาย!” เขาหันมาเพราะได้ยินเสียงกระแทกกระจก ร่างระหงถึงขั้นทรุดลงกับพื้นหลังได้ยินประโยคเมื่อครู่

“ที่แท้คุณก็ต้องการจะแก้แค้น” หญิงสาวแทบประคองตัวไม่ขึ้น

กวินชะงักไม่คิดว่าเรื่องจะเฉลยเร็วขนาดนี้

“งั้นผมคงไม่ต้องสร้างภาพแล้วสินะ” ร่างสูงเหยียดยิ้ม ในเมื่อทุกอย่างเปิดเผยแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง

ทุกอย่างกลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง กวินแสดงออกถึงท่าทีขึงขังเต็มที่อย่างไม่เกรงใจ และนี่คือความรู้สึกแท้จริงที่เขามีต่อหิรัณยรัศมิ์

“คุณมันเลวจริงๆ เลวอย่างไม่น่าให้อภัย” ชมหวายตราหน้าเขาด้วยแววตาที่แสดงถึงความเกลียดชัง

“ความเลวของผมมันไม่เท่าครึ่งของสิ่งที่พ่อคุณทำหรอก” กวินถึงเดินดิ่งมาถึงตัว ย้อนด้วยน้ำเสียงกระด้างจนชมหวายตกใจถอยเท้าหนีไปจนสุดขอบผนัง

“ฉันจะบอกความจริงให้ทุกคนรู้”

“ไม่มีวัน! คนอย่างกวินจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายแผนการได้ทั้งนั้น แม้แต่คุณ!” เขาเน้นเสียง ขวางทางไม่ให้เธอวิ่งออกนอกประตู และขู่ว่าจะล่ามโซ่หากเธอขืนก้าวเท้าออกไปจากห้อง

ชมหวายยั้งเท้าเหมือนลังเล แต่สุดท้ายก็หาจังหวะที่เขาเผลอพุ่งพรวดไปที่ประตู ไม่ว่ายังไง ชรินจะต้องได้รู้ความจริง ก่อนที่คนเป็นพ่อจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในวันรุ่งขึ้น ทว่ากวินคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อน

“อย่าทำอะไรพ่อฉัน อย่ายุ่งกับครอบครัวฉัน” หญิงสาวประกาศกร้าว สายตาของชมหวายคล้ายกับนกน้อยที่กำลังถูกเยี่ยวตัวใหญ่เล่นงาน

กวินถึงกระชากแขนเธอเข้ามาราวกับเชือกเส้นหนา แววตาของชายหนุ่มไม่ต่างกับพยัคฆ์ร้ายที่จับจ้องหมายจะปลิดชีพเหยื่อ

“งั้นคุณก็รับผิดชอบแทนแล้วกัน” ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีจับชมหวายมัดมือมัดเท้าและผลักให้นอนไปกับเตียง เธอทั้งร้องทั้งถีบจนผ้าปูที่นอนร่นลงมากองกับพื้น หนักเข้ากวินจึงเดินไปนั่งข้างๆ แล้วขู่ว่าจะหาผ้ามามัดปากด้วยหากหญิงสาวยังไม่หยุดโวยวาย

“เลิกบ้าได้แล้ว!” เขากัดฟันอย่างเหลืออด ชมหวายดันตัวขึ้นและกัดไปที่แขนของเขาเต็มแรง

ชายหนุ่มร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ มองหน้าเจ้าของคมเขี้ยวอย่างเดือดดาล

“ชมหวาย!!” เขาโกรธมาก สีหน้าแววตาของกวินบ่งบอกว่าเธอตายแน่หากยังไม่หยุดอาละวาด

“มานี่!” มือใหญ่จับใบหน้างามหันมาแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่คาดไปที่ปาก หมดสิทธิ์ที่จะบริภาษสาดด่าใดๆ ทั้งสิ้น

“อื้อออ...” ร่างระหงถูกลิดรอนอิสรภาพแต่ก็ยังพยายามจะขัดขืน

กวินเดินหัวเสียกลับไปที่โซฟา ยกแขนซ้ายที่ยังเห็นรอยฟันฝังลงเป็นจ้ำขึ้นดูอย่างนึกโมโห เขานั่งมองเธอแผลงฤทธิ์ไปเรื่อยๆ ทั้งที่ปากถูกมัดด้วยผ้า อยากดูน้ำหน้านักว่าจะเก่งได้อีกนานสักแค่ไหน

“อวดดีไปเถอะ เดี๋ยวได้สิ้นฤทธิ์แน่” เขาคาดโทษ พร้อมกันนั้นก็ไม่วายหันมามองหน้าคนอวดดี

“คุณรู้มั้ยว่าก่อนหน้าทำไมผมถึงช่วยพวกคุณ...ก็เพราะผมไม่อยากให้พวกคุณเป็นอะไรไปก่อนได้ชดใช้กรรมไง หิรัณยรัศมิ์จะต้องย่อยยับด้วยน้ำมือของนายกวินคนนี้เท่านั้น!” เขาประกาศกร้าว

ชมหวายได้แต่มองหน้าคนใจยักษ์ด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ด้วยแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยหรือขยับตัวยังแทบจะทำไม่ได้

...วันรุ่งขึ้นกวินตั้งใจจะพาชมหวายไปยังรีสอร์ตที่สระบุรี ให้หญิงสาวได้เห็นและสัมผัสในสิ่งที่เธอควรจะต้องรู้ ที่นั่นมีหลายสิ่งหลายอย่างรออยู่ ทั้งความแค้นและการตอบแทนอันสาสม

............................................

*** ติดตามเรื่องราวของ กวิน กับ ชมหวาย ได้ในเรื่อง "เพลิงแค้นแสนพยศ"

ความคิดเห็น