ใจดินสอ
email-icon facebook-icon

😊✏ว่าด้วยนิยายของไรท์นั้น>>>ไม่ใช่รักดราม่าหรือโรแมนติก ❤ ไม่ใช่รักใสๆวัยว้าวุ่นแต่เป็นรักวัยรุ่นที่มีอิโรติกรวมอยู่ด้วย😁 นอกจากจินตนาการแล้วโปรดใช้วิจารณญาณและศิลปะในการอ่านนะคะ📖 คุยกับไร์หรือแวะไปตามงานได้ที่ เพจ Writer ใจดินสอ

EP.1 เรื่องเล่าของเพื่อน

ชื่อตอน : EP.1 เรื่องเล่าของเพื่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2562 22:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP.1 เรื่องเล่าของเพื่อน
แบบอักษร

เดือนหนาว... 

" แก วันนี้ฉันเดินผ่านตึกวิศวะมาหนุ่มๆเยอะมาเลยอะแก ใส่ช็อปโครตเท่อ่า " 

เสียงพูดจาพร้อมกับท่าทีสะดีดสะดิ้งของยัยโฟร์เพื่อนฉันที่หล่อนปลื้มผู้ชายคณะนั้นอยู่แล้วพูดขึ้นขณะที่เดินมานั่งม้าหินอ่อนที่มีฉันกับยัยก้อยนั่งอยู่ก่อนแล้ว 

 

" อ๊าก แกผ่านแถวนั้นทำไมไม่ชวนฉันไปด้วย ฉันก็ชอบหนุ่มคณะนั้นนะแก เท่อะโดยเฉพาะพี่ไวน์ปีสี่ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตเดือนคณะ กรี๊ดดด " 

ฉันหันไปมองยัยก้อยด้วยท่าทีหน่ายๆที่ทำท่ากรี๊ดกร๊าดเหมือนมีซุปเปอร์สตาร์มายืนอยู่ตรงหน้างั้นแหละ 

 

" พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันก็จะไปเดินผ่านอีกอะแก " 

ยัยโฟร์พูดพลางทำท่าบิดตัวไปมาด้วยท่าทีเขินอาย 

 

" แกจะผ่านทางนั้นทำไมตึกเราเข้าทางสวนหย่อมง่ายกว่าอีก ไม่ต้องเดินไกลด้วย " 

ฉันที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ถามขึ้น ก็ตึกคณะที่เราเรียนอยู่เดินจากหน้ามอเข้ามาผ่านสวนหย่อมก็ถึงแล้ว ถ้าเดินจากหน้ามอแล้วตรงไปอีกทางก็ต้องเดินผ่านอีกหลายคณะไหนจะผ่านคณะวิศวะที่ฉันไม่ชอบอีก ที่ลานเกียร์นั่นมีพวกผู้ชายเต็มไปหมดแล้วชอบแหกปากแซวผู้หญิงที่เดินผ่านไปผ่านมา น่ารำคาญจะตาย 

 

" นี่ยัยหนาวแกนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว ที่ยัยโฟร์มันลงทุนเดินไกลเพื่อผ่านคณะวิศวะอะ มันต้องการเดินผ่านลานเกียร์ต่างหาก " 

ยัยก้อยหันมาพูดกับฉันก่อนจะหันไปทำท่าระริกระรี้กับยัยโฟร์ต่อ 

 

" เดินผ่านเพื่อ? " 

ฉันละสายตาจากหนังสือตรงหน้าก่อนจะเงยหน้ามาถามยัยเพื่อนซี้ทั้งสอง 

 

" โอ๊ยยย คุณเดือนหนาวนี่ช่างไม่รู้อะไรจริงๆ เดี๋ยวเพื่อนก้อยจะเล่าให้เพื่อนหนาวฟังนะค้าา " 

 

" .......... " 

 

" คือเรื่องมันมีอยู่ว่าหากใครก็ตามที่เดินสะดุดลานเกียร์ของคณะวิศวะอะนะ คนๆนั้นจะได้แฟนเรียนคณะนั้นนะสิ อร๊ายยย " 

เสียงพูดกรี๊ดกร๊าดของเพื่อนซี้ทั้งสองทำให้ฉันต้องส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มๆให้พวกบ้า 

 

" ยัยโฟร์ก็เลยอุตส่าห์เดินผ่านลานเกียร์เพื่อให้ตัวเองสะดุดตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่เนี่ยนะ " 

ฉันว่ายิ้มๆพลางกลั้นขำเอาไว้ ก็ยัยโฟร์นางเดินผ่านมาตั้งหลายปียังไม่เห็นว่าจะมีสักครั้งที่นางสะดุดลานเกียร์นะสิตลกมั้ยล่ะ 

 

" ยัยหนาววว " 

ยัยโฟร์จิ๊ปากใส่ฉันก่อนจะมุ่ยหน้าใส่ 

 

" อ่านหนังสือของแกต่อไปเลยยัยหนาว พวกฉันไม่คุยกับแกแล้ว " 

ยัยโฟร์ว่างอนๆก่อนจะคุยกับยัยก้อยต่อด้วยท่าทางระริกระรี้ตามเดิมของพวกนาง ไปไกลแล้วเพื่อนฉัน 

 

" แล้วเขายังเล่ากันต่อๆมาอีกนะว่าถ้าใครได้เป็นแฟนกับหนุ่มๆคณะวิศวะอะ ก็จะได้เกียร์มาใส่ อร๊ายยฉันอยากได้อะแก " 

ยัยก้อยคุยกับยัยโฟร์ด้วยท่าทางเพ้อฝันของนาง 

 

" ใช่แกได้ใส่เกียร์ ได้ห่มช็อป ปิดจ๊อบด้วยการเป็นเมียวิศวะ อ๊าากก ฉันอยากได้ๆ " 

 

" นี่ยัยโฟร์ฉันไปอ่านกระทู้ในอินเตอร์เน็ตมานะ เขาบอกว่าเกียร์ที่เห็นคนที่เรียนวิศวะเขาใส่กันอะมันโครตสำคัญเลยนะ ต้องใช้ความพยามยามและต้องผ่านความยากลำบากกว่าจะได้มา " 

ยัยก้อยว่า 

 

" ใช่ๆแก แล้วฉันก็ไปรู้มานะว่านอกจากเกียร์จะเป็นสัญลักษณ์ของคณะวิศวะแล้ว เกียร์ยังใช้แทนใจของคนในคณะด้วยนะ " 

 

" อ๋อ ที่เขาบอกว่า ใจอยู่ที่เกียร์ เกียร์คือใจ เกียร์อยู่ที่ใด ใจอยู่ที่นั่น ใช่ป่ะฉันเคยได้ยินพวกที่มีแฟนเรียนวิศวะพูดกันบ่อยๆ " 

ยัยก้อยเล่าต่อ 

 

" ใช่ๆแก แล้วก็ยังมีอีกนะ ที่ว่ากันว่าหากฝากเกียร์ไว้กับใครก็เหมือนฝากใจไว้กับคนนั้น " 

ยัยโฟร์เสริมต่อ 

 

" โอ๊ยแก พูดแล้วก็อยากมีแฟนเรียนวิศวะบ้างเนอะ " 

ยัยก้อยเพ้อต่อ 

 

" พวกแกเลิกเพ้อได้แล้วน่า จะถึงเวลาเข้าเรียนอยู่แล้วไปกันเถอะ " 

ฉันทำลายบรรยากาศของพวกนางสองคนด้วยการบอกถึงวิชาสุดท้ายที่จะต้องเข้าเรียนในเร็วๆนี้ 

 

" เฮ้อไปๆ อาจารย์แม่ด้วยนะคาบนี้ " 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น