divitino-family

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 章十二 (ช่วงแรก)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2562 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
章十二 (ช่วงแรก)
แบบอักษร

章十二

เมื่อบุรุษผู้นั้นลืมตาตื่น ก็ไม่รอช้าเร่งแต่งกายทันที ก่อนจะออกจากวังเพื่อไปยังห้องโถง

ยามมาถึงโถงใหญ่ที่มีเหล่าเทพเซียนยืนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เบื้องบนมีผู้ปกครองอย่างองค์เง็กเซียนทรงประทับอยู่ บุรุษชุดดำขริบทองปัดลวดลายมังกรทยานสีทององอาจงดงามวิจิตร บนศรีษะประดับด้วยกวานสีทองปักด้วยปิ่นสลักสีเดียวกัน ที่กำลังเดินเข้ามา สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าเซียนเทพเป็นอย่างมาก ท่วงท่าองอาจสง่างามก้าวเดินมั่นคง ไม่ผิดแน่องค์รัชทายาท หวงหลง!

"ลูกคารวะเสด็จพ่อพะย่ะค่ะ" หวงหลงกล่าวพร้อมประสานมือโค้งคำนับ

"กลับมาได้จังหวะจริงๆ เจ้าคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น"

องค์เง็กเซียนกล่าวอย่างดีพระทัย เมื่อพบบุตรตนในเวลานี้

"ลูกทราบแล้วพะย่ะค่ะ" กล่าวจบก่อนจะประสานมือโค้งคำนับอีกครั้งเพื่อเร่งออกไปเตรียมตัวไปยังสนามรบที่เหล่าแม่ทัพกำลังนำทัพอยู่ตรงทางขึ้นสวรรค์ หรือเขาหลันซานนั้นเอง

เมื่อทางวังสวรรค์แจ้งข่าวการตื่นของหวงหลงมาให้พวกจูเชวี่ยได้รับรู้พร้อมเหล่าทหาร ต่างก็ฮึกเหิมเป็นอย่างมากเมื่อได้รับข่าวนี้

เมื่อปลุกกำลังใจแล้วก็ถึงคราเผชิญหน้า เหล่ามารมากมายได้เดินทัพโดยมีจอมมารผู้อาฆาตเป็นผู้นำทัพ และมีจอมพลที่เก่งกาจถึง4ตน ท้องฟ้าสีดำสนิทชนิดที่แม้ยามรัติกาลก็มิอาจเทียบได้ กำลังคืบคานเข้ามาอย่างช้าๆ เมื่อทัพมารค่อยๆเข้ามาใกล้

เพียง3วันกับยกทัพมายังเขาหลันซานได้แล้ว ประมาณมิได้จริงจอมมารผู้นี้ หากยื้อไว้ก่อนที่องค์รัชทายาทจะเดินทางมาถึงไม่ได้ ต้องเป็นเรื่องแน่

เหล่ามารแถวหน้าสุดที่เดินมิระวัง เดินเหยียบเข้ากับดักค่ายกลหมื่นทิศเข้าอย่างจัง แต่อาจสร้างความเสียหายได้ไม่มาก เนื่องจากมีจำนวนมากเกินไป ชิงหลงที่คอยสั่งการให้ปลดปล่อยลูกเหล็กที่ติดเพลิงแดงแห่งหงส์ษาของจูเชวี่ย ให้กลิ้งลงไปจากหยอดเขาหลายสิบลูก พวกมารที่ไม่ระวังก็โดนลูกเหล็กนั้นทับตายบดร่างไม่เหลือชิ้นดี เพลิงที่แผดเผาจะเผาไหม้วิญญาณจนเป็นจุน ไม่สามารถกลับมาเวียนว่ายตายเกิดได้อีกสูญสลายไปตลอดกาล แต่จะมีผลเพียงพวกมารเท่านั้น

แต่ก็ยังไม่เพียงพอแม้จะลดจำนวนลงได้ ก็ยังคงเหลือมากมายอยู่ดี ไม่รอช้าจูเชวี่ยได้สั่งทัพลงสู่สนามรบเพื่อเริ่มศึกทันที่ โดยมีนางและไป๋หู่ลงไปยังสนามด้วย

นางที่กระโจนลงไปยังวงล้อมของศัตรูอย่างไม่กลัวตาย ยืนแสยะยิ้มนัยตามืดครึ้มเต็มไปด้วยจิตสังหารมหาศาลจนเหล่ามารก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว ในมือถือกระบี่เชวี่ยฉางสีแดงสดงดงามแต่เวลานี้กับดูน่าหวาดกลัวยิ่งเมื่อมาอยู่ในมือของจูเชวี่ยตอนนี้ ไม่รอช้าจูเชวี่ยก็พุ่งตัวเข้าใส่เหล่ามารราวกับลูกศรสีแดงสดสังหารในพิบตา! นางที่เข่นฆ่าเหล่ามารราวกับกำลังถือพู่กันละเลงหมึกลงบนกระดาษ เนื้อตัวนางเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าก็มีเลือดที่กระเซ็นมาเช่นกัน กับเสริมให้นางดูงดงามอย่างร้ายกาจ รวมกับชุดสีแดงสวมทับด้วยเกราะสลักรูปหงส์สยายปีก มันช่างเข้ากันอย่างประหลาด ยิ่งขับเน้นให้นางดูราวกับฝันร้ายที่พร้อมจะคร้าชีวิตพวกมันจนสิ้น แล้วก็เป็นเฉกเช่นนั้นจริงๆซะด้วย นางเข่นฆ่ามิหยุดพัก ร่ายเพลงกระบี่เหมือนกับกำลังร่ายรำบนเวที ช่างพริ้วไหวแต่หากทรงพลังยิ่ง นางสบัดกระบี่หนึ่งคราเท่ากับมารตายหนึ่งตน สบั้นตัดคอเฉียบคมและเฉียบขาดไร้ซึ่งการลังเลใดๆ

นางผู้ซึ่งเป็นชุดเด่นด้วยอาภรณ์สีแดงสดสะดุดตา ที่กำลังร่ายรำล้างบางเหล่ามารจนตกตายไปมากมาย ทำให้จอมมารไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

"มันผู้ใดสังหารนางได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!!" จอมมารตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกาด เหล่ามารผู้กิเลสหนาต่างกูกันเข้ามาหานางอย่างบ้าคลั่ง

"สังหารข้าหรือ มันง่ายไปหน่อยไหม" นางแสยะยิ้มร้ายกาจให้กับความโง่งมของพวกโลภมากที่กล้าบินเข้ามาในกองเพลิงอันร้อนแรงอย่างนาง ทันใดนั้นนางได้เปลี่ยนกระบี่ในมือเป็นทวนอันคมกริบกวาดหมุนเป็นวงกว้าง ทำให้เหล่ามารที่กระโจนใส่นางมิสามารถหยุดตนได้ทัน โดนทวนของนางตัดขาดเป็นสองท่อนน่าสะอิดสะเอียน เลือดมากมายพวยพุ่งดังห่าฝนสีแดงคล่ำ ตกกระทบกายนางยิ่งทำให้นางดูน่าหวาดกลัว

เหตุที่ทำให้นางกล้ากระโดดเข้ามาในวงล้อมศัตรูเช่นนี้ ก็เพราะมีเสวียนอู่อย่างไร พลังในการป้องกันของเขานั้นมีมาก นางจึงกล้าอารวาดถึงเพียงนี้ หากไม่มีเยานางคงไม่กล้าทำตัวสิ้นคิดเช่นนี้ เกราะที่เสริมให้นางทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย นางจึงไม่เป็นกังวลว่าจะโดนอะไร ด้วยฝีมือในการรบของนางด้วย จึงยิ่งทำให้นางแทบไร้บาดแผล ไป๋หู่ที่กำลังร่ายรำเพลงทวนอย่างบ้าคลั่งอยู่อีกทาง ชุดสีขาวของนางบัดนี้กับถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงจนแทบจะไม่เห็นสีผ้าเดิม อ่างดงามราวดอกบ๊วยที่เบ่งบาน จูเชวี่ยคิดขณะที่แทงทวนทะลุร่างของมารปลายแถวตนหนึ่ง

ไป๋หู่ นาง และเหล่าทหารสามารถกวาดต้อนไล่ฆ่ามารเหล่านี้จนตกตายไปมาก แต่พวกนางก็ศูนย์เสียมากเช่นกัน อีกทั้งพวกมันยังมีมากมายถึงจะฆ่าไปมากเช่นกันก็ตาม พละกำลังก็เริ่มถดถอยจากความเหนื่อยล้าสะสมตลอดหลายชั่วยามจากการไล่ฆ่าที่มิได้หยุดสักเสี้ยววิ นางเปลี่ยนกลับมาใช้กระบี่เชวี่ยฉางเช่นเดิม เพื่อมิให้สูญเสียกำลังเกินกว่าที่ควร เพื่อยื้อเวลารอจนกว่าองค์รัชทายาทจะมา

นางยืนประจันหน้ากับนายพลแห่งทัพมาร มันดูเก่งกาจไม่เหมือนพวกปลายแถวที่นางสังหารทั้งสิ้น มันไม่สามารถสังหารได้โดยง่าย นางเร่งเข้าประชิดเพื่อประเมินอีกฝ่ายตวัดกระบี่หมายสังหารในคราเดียว! แต่ผิดคาดมันสามารถหลบหลีบแถมยังสวนกลับในทันทีจนทำให้นางเกือบพลาดท่าโดนดาบนั้นแทงทะลุร่างไปแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับบาดเจ็บที่ต้นแขนแทนอยู่ดี เลือดสีแดงของนางหลั่งริน แต่ไม่มากมายนัก นางกระโดดถอยหลังเพื่อตั้งหลัก ไม่สนใจบาดแผลแม้แต่น้อย แต่กับสนใจศัตรูมากกว่า มันไม่ใช่ศัตรูที่สามารถชนะได้โดยง่ายในสภาพนี้ไม่อย่างนั้นคนที่พลาดอาจเป็นนาง แม้จะมีเสวียนอู่ แต่เกราะมันก็มีขีดจำกัด และบัดนี้ขีดจำกัดนั้นก็มาถึงแล้ว

~~~~~~~~~~

ทำไมจู่ๆเหมือนสมองไรท์ไหลออกทางหู จากการระเบิดหลายพันครั้งเลย 5555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น