โซซอล
facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 8-2 เศษเสี้ยวหนึ่ง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8-2 เศษเสี้ยวหนึ่ง (2)

คำค้น : เทหน้าตัก เพราะรักเธอ นิยายเกาหลี โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 285

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 11:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8-2 เศษเสี้ยวหนึ่ง (2)
แบบอักษร

 

เสียงสายน้ำไหลที่ดังออกมาจากอีกฝากประตูทำให้ฮันกยอลถอนหายใจด้วยความโล่งอก 

เธอไม่กล้ามองหน้าแจโอตรงๆ ไม่รู้ว่าเขาจะถามว่าอายอะไรนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยหรือเปล่า แต่เรื่องตอนนั้นก็คือตอนนั้น เรื่องตอนนี้ก็คือตอนนี้ 

แค่ความจริงที่ว่าอยู่ใต้ชายคาเดียวกันก็ทำให้ใบหน้าร้อนวูบวาบและหัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาแล้ว เพราะว่าอับอายที่ตัวเองทำเป็นนิ่งเฉยและหลบออกมาจากห้องนอนเหมือนกับจะหนีทันทีที่ลืมตาขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดถ้าขืนยังอยู่ข้างๆ เขาก็คงจะถูกจับได้ว่ากำลังสั่นอยู่แบบนี้ 

ฮันกยอลลูบคลำหน้าอกที่ยังคงไม่สงบลงและเดินเข้าไปในห้องครัว อย่างไรก็ตามก็น่าจะต้องเตรียมข้าวเช้าไว้ให้สักหน่อย เธอจึงตรวจดูของในตู้เย็นแต่ก็ไม่เห็นอะไรที่พอใช้ได้เลย เปิดตู้ตรงอ่างล้างจานดูก็มีแต่อาหารสำเร็จรูปวางกองอยู่ หาวัตถุดิบที่ดีๆ ไม่เจอเลยสักนิด เดิมทีเธอก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารกินเองที่บ้านอยู่แล้วและเดดไลน์ก็เพิ่งจบไป ห้องครัวของเธอจึงแทบจะไม่มีอะไรให้กินเลยยิ่งกว่าในเวลาปกติเสียอีก 

‘ต้องออกไปซื้อของไหมนะ’ 

ฮันกยอลมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนดูไม่มีทีท่าว่าจะเบาได้ง่ายๆ 

ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันไปมองตู้กับข้าวอีกรอบ เรดาร์ของฮันกยอลที่สแกนดูภายในด้วยตาเหยี่ยวจับกล่องซีเรียลขนาดใหญ่ได้หนึ่งกล่อง 

‘แต่เขาดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเลย’ 

เธอจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่แจโอมานอนที่บ้านและไม่ได้แตะซีเรียลที่เตรียมให้เป็นอาหารเช้าเลย ฮันกยอลลูบกล่องซีเรียลพร้อมกับลังเลเป็นเวลาหลายวินาทีและสุดท้ายก็ปิดประตูตู้กับข้าว เธอตัดสินใจจะออกไปซื้อข้าวสำเร็จรูปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ตอนนี้แจโอกำลังอาบน้ำอยู่เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้ก็น่าจะรีบวิ่งไปได้ 

ฮันกยอลกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งอย่างระมัดระวัง พอได้ยินเสียงดังแว่วมาจากในห้องน้ำ เธอจึงคลายความกังวลไปได้ เธอหยิบกระเป๋าสตางค์และเสื้อคาร์ดิแกนเดินออกไปที่ห้องรับแขก กำลังจะก้าวไปที่ประตูบ้านแต่ประตูที่อยู่ด้านหลังก็ถูกเปิดออกและแจโอก็ก้าวออกมา 

“ไปไหนเหรอ?” 

เฮือก ฮันกยอลสะดุ้งและหันหลับมามองเขาด้วยท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาติ 

แจโอใช้ผ้าขนหนูเช็ดน้ำที่เปียกผม 

“ไปร้านขายของแป๊บนึง ที่บ้านไม่มีอะไรกินเลย” 

คำพูดของเธอทำให้แจโอเดินฉับๆ เข้าไปในห้องครัวแล้วเปิดตู้อ่างล้างจานทันที 

“ของกินก็เยอะออก ทำไมล่ะ” 

เขาเอาซีเรียลออกมาจากตู้กับข้าวทั้งที่ผ้าขนหนูเปียกๆ ยังวางอยู่บนหัว 

“คุณไม่ชอบนี่” 

“หือ?” 

แจโอทำตาโตแล้วถามใหม่แต่ทว่าฮันกยอลกลับเปิดปากพูดอย่างเงียบๆ แจโอเอียงคอสงสัยเหมือนกับว่ามันแปลกๆ แล้วจึงนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวก่อนจะเทซีเรียลลงในถ้วย 

“ไม่กินเหรอ?” 

ฮันกยอลเอานมออกมาจากตู้เย็นแล้วส่งให้แทนคำตอบ จากนั้นจึงนั่งเท้าคางอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม 

แจโอตักซีเรียลกินด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรท่าทางที่ดูเฉยเมยแบบนั้นถึงทำให้ฮันกยอลรู้สึกหมดแรง สับสนว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือคนเดียวกับผู้ชายเมื่อคืนจริงๆ ใช่ไหม มือหยาบที่กำลังขยับช้อนกินอย่างไม่สนใจคือมือที่ลูบไล้ตัวเองอย่างอ่อนโยนจนรู้สึกจั๊กจี้ใช่ไหม ริมฝีปากที่เข้ามาประทับและส่งมอบความอุ่นคือริมฝีปากเดียวกับริมฝีปากที่กำลังเคี้ยวซีเรียลกร๊วบๆ อย่างนั้นเหรอ 

‘ผู้ชายคนนี้เป็นนักกีฬาหรือไงกัน’ 

เธอปรายตามองเขาด้วยแววตาสงสัยและทันใดนั้นก็สบตากับแจโอที่เงยหน้าขึ้นมาพอดี และเมื่อหลบสายตาอย่างกะทันหันไม่รู้ทำไมแจโอถึงได้ยิ้มออกมาเล็กน้อย ฮันกยอลหยิบขวดนมที่วางอยู่ข้างหน้าโดยไม่จำเป็นด้วยความสับสนก่อนจะเริ่มอ่านข้อความที่เขียนอยู่บนนั้นอย่างตั้งใจ 

‘เอ๋? เลยวันหมดอายุไปแล้วนี่’ 

ฮันกยอลที่เช็คดูวันหมดอายุเมื่อสายเกินไปเหลือบมองสายตาของแจโอ 

“รสชาติโอเคไหม?” 

“อะไรเหรอ?” 

เขากินซีเรียลเข้าไปทั้งถ้วย เมื่อคืนคงจะใช้แรงไปเยอะถึงได้เหนื่อยแบบนี้ 

“เปล่า ไม่มีอะไร” 

ฮันกยอลตัดสินใจปิดปากเงียบเพราะไม่อยากขัดการกินอย่างเอร็ดอร่อย 

แม้ว่าจะกินอาหารเช้าเสร็จแล้วแต่แจโอก็ยังดูไม่มีทีท่าว่าจะกลับบ้าน เพราะนี่เป็นช่วงสุดสัปดาห์ก็เลยไม่ต้องไปทำงาน 

การนั่งบนโซฟาข้างๆ กันและได้แต่ลืมตาแป๋วทำให้รู้สึกอึดอัดแทบตาย แต่ถึงจะออกไปข้างนอกก็กังวลกับการอยู่ในรถกันสองคนอยู่ดี ถ้าเขารู้ตัวแล้วกลับไปเองก็คงจะดี แต่ไม่ว่าอย่างไรผู้ชายคนนี้ก็ดูเหมือนจงใจที่จะไม่กลับ ท้ายที่สุดฮันกยอลก็หยิบรีโมททีวีแล้วลุกพรวดขึ้น หลังจากเห็นแจโอค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ 

“ทำอะไรน่ะ?” 

“กำลังคิดว่าดูดีวีดีดีไหมน่ะ ไม่อยากดูเหรอ” 

“เปล่า ก็โอเคอยู่” 

แจโอลูบริมฝีปากพลางตอบกลับ แต่ทว่าบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยสีหน้าที่ดูเสียดาย 

ฮันกยอลชมตัวเองว่าจังหวะเวลาเหมาะเจาะมากและเริ่มเลือกดีวีดี เรื่องที่เหมาะที่จะดูกับแจโอมาติดที่ปลายนิ้วมือพอดี 

หนังเวอร์ชั่นอันคัตที่น่าตื่นเต้น น่าหวาดเสียวและอันตราย 

 

ผู้ชายถูกมัดมือและถูกห้อยอยู่ที่เพดานส่งเสียงร้องพร้อมกับบิดตัวราวกับจะตาย หลังจากถูกโรยเกลือลงบนขาที่ถูกตัดออกอย่างน่าสยดสยอง ในฉากที่น่าสยดสยองนั้น สัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ทำเพียงแค่จ้องมองเขาอย่างนิ่งๆ เท่านั้น... ไม่สิ ต่อมามันฮัมเพลงราวกับกำลังสนุกอยู่ด้วย 

เมื่อไล่ตามผู้หญิงที่แอบเข้ามาเพื่อที่จะตามหาผู้ชายไม่ทัน มันจึงตัดตัวผู้ชายที่ถูกห้อยอยู่ตั้งแต่เอวลงไปครึ่งท่อนเหมือนกับระบายความโกรธ ผู้ชายที่ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดสิ้นลมไปก่อนที่เอวจะถูกตัดขาด เลื่อยไฟฟ้าที่อยู่ในมือของสัตว์ประหลาดส่งเสียงดังราวกับเจอเหยื่อรายใหม่ 

 

“โอ๊ย ทำไมถึงดูหนังอะไรแบบนี้เนี่ย?” 

แจโอขนลุกและปิดตา เทียบกันกับเขาแล้วฮันกยอลกำลังจ้องหน้าจอเขม็งด้วยใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร 

“ไม่กลัวเหรอ?” 

เขาถามด้วยความทึ่งที่ฮันกยอลดูหนังโดยที่ไม่แม้แต่จะกะพริบตา 

“เพราะใส่ความรู้สึกไปในตัวละครก็เลยกลัวไง ลองจินตนาการว่าตัวเองกำลังถือกล้องอยู่สิ จากนั้นก็มีผู้กำกับสั่งคัต แล้วก็คิดว่าทำไมเขาถึงถ่ายฉากนั้นแบบนั้นกันนะ” 

ฮันกยอลหันไปมองแจโอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับพูดเสริม 

“ทำอย่างนั้นตลอดเลยเหรอ?” 

“ฉันก็ไม่ได้อยากทำงานไปจนถึงตอนดูหนังหรอกนะ” 

แจโอปิดทีวี เขาไม่ได้อยากดูหนังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหนังรักหวานๆ ก็อาจจะช่วยสร้างบรรยากาศก็ได้ แต่นี่อะไร? ล่อมาชำแหละ[1]? ข้างนอกก็มืดครึ้มเพราะฝนตกอยู่แล้ว นี่เขาทำผิดอะไรถึงต้องมาดูวีดิโอที่มีไอ้บ้าถือเลื่อยไล่ตัดแขนตัดขาคนอื่น แถมยังเป็นเวอร์ชั่นแบบไม่อันคัตอีก! 

เขารู้สึกหวาดกลัวนิสัยแปลกประหลาดที่โอ้อวดว่ามีเป็นคอลเลคชั่นดีวีดีของฮันกยอลมากกว่าตัวละครหลักในหนังซะอีก 

ทันทีที่ปิดทีวีก็ทำให้ได้ยินเสียงฝนชัดขึ้น ฮันกยอลนั่งกอดเข่าพร้อมกับฟังเสียงฝนที่ตกลงมาเปาะแปะ แจโอเสียสติเพราะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นพรวดพราดทันทีที่เห็นร่องรอยที่ประทับไว้เมื่อคืนตรงข้อเท้าข้างหนึ่งของเธอ 

หยุดทุกอย่างแล้วมาถ่ายหนังของเราสองคนกันเถอะ ประเภทก็คือหนังอีโรติกของสองเราไง 

เขากอดเอวของฮันกยอลที่จ้องเขม็งตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไว้แน่นก่อนจะยื่นริมฝีปากที่ไม่รู้จักอายเข้าไปใกล้ กลัวว่าฮันกยอลจะเจ็บแล้วผลักออกจึงใช้ลิ้นปลอบประโลมเบาๆ พร้อมกับค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นบนไปบนชายเสื้อ 

“เดี๋ยวก่อน...” 

ฮันกยอลพยายามจะผลักเขาออก แต่ไม่นานก็หลับตาลงเหมือนกับยอมแพ้ พอจะรู้อยู่บ้างว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นก็เลยจงใจเปิดหนังสยองขวัญ แต่มันกลับกลายเป็นไม่มีประโยชน์อะไรเลย 

มาถึงตอนนี้แล้วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงถ้าผลักเขาออกไป แม้จะสามารถหนีทางกายได้ แต่หัวใจถูกผูกติดกับเขาไว้ตั้งนานแล้ว 

เมื่อฮันกยอลหยุดขัดขืน แจโอจึงดึงข้อมือมาไว้ในอ้อมกอดของตัวเองทันที ฮันกยอลหัวเราะออกมาเบาๆ เหมือนกับมีอะไรตลกเมื่อเขาซุกลงไปที่ต้นคออย่างดื้อรั้นราวกับสัตว์ป่า หยอกล้อด้วยการสางผมเขาลงมาเหมือนกับว่าเขาเป็นลูกหมาจริงๆ แจโอหลงใหลไปกับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้นแล้วจึงปิดเปลือกตาที่อ่อนล้าลง 

เกิดความเงียบสงบขึ้นสักพักหนึ่ง ฮันกยอลเหม่อมองดูสายฝนตกกระทบกับหน้าต่างพลางสอดนิ้วเข้าไปในผมที่แข็งกระด้างของแจโอ 

‘กับคนนี้จะเป็นยังไงนะ?’ 

จู่ๆ ก็เกิดสงสัยขึ้นมา 

ตอนที่เจอกันครั้งแรกไม่นึกเลยว่าจะได้มีความสัมพันธ์แบบนี้กับชายคนนี้ แม้กระทั่งตอนเกิดเรื่องตอนเมา ความคิดของเธอก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง 

เธอผลักผู้ชายที่ไล่ตามอย่างไม่ท้อถอยออกไป แล้วก็ผลักออกไป แล้วก็ผลักออกไปอีกซ้ำไปซ้ำมา จนคิดว่าเขาจะต้องหนีไปแน่นอน แต่รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ในกำมือของเขาซะแล้ว 

ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นว่าเธอกลัวว่าเขาจะทิ้งตัวเองไป ความรู้สึกของการถูกทิ้งที่ลืมไปนานมากแล้ว ฮันกยอลกลัวว่าจะได้รู้สึกแบบนั้นอีกเพราะผู้ชายคนนี้ 

“คิดอะไรอยู่?” 

แจโอที่เธอคิดว่าหลับไปแล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่ 

ฮันกยอลมองดูใบหน้าเรียบเฉยของแจโอแล้วพูดออกไปด้วยความลังเล 

“คุณคิดยังไงกับคุณฮงอึนแจเหรอคะ?” 

คำถามนั้นทำให้แจโอลืมตาขึ้น เขาเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ก่อนจะถอนหายใจแล้วยันตัวขึ้นมา 

“ผมบอกเอาไว้แล้วนี่ครับ ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ จะไม่มีเรื่องแบบเมื่อวานเกิดขึ้นอีก” 

“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” 

“แล้ว?” 

ฮันกยอลกัดริมฝีปากโดยที่ไม่ได้พูดอะไร แววตาที่ดูเหยียดหยามของอึนแจโผล่ขึ้นมาแล้วก็หายไป 

“ผู้หญิงคนนั้นชอบคุณนี่” 

“ผมรู้” 

แจโอตอบสั้นๆ 

“รู้แล้วทำไมถึงยังมาที่นี่ล่ะ?” 

ฮันกยอลพูดเหน็บแนมโดยไม่รู้ตัว ความจริงที่ว่าเขารู้ความรู้สึกของอึนแจทำให้เธอโกรธขึ้นมาโดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน 

ท่าทางของเธอทำให้แจโอยิ้มออกมาเล็กน้อยและแตะแก้มของฮันกยอลเบาๆ 

“ล้อเล่นอยู่ใช่ไหม? ที่บอกว่าอย่าเมินกันน่ะ” 

“ไม่ใช่อย่างนั้น” 

ฮันกยอลดันมือเขาออกเบาๆ แล้วพูดต่อ 

“คำพูดของเธออาจจะถูกก็ได้ สำหรับคุณแล้ว ฉัน...” 

“คุณน่ะ อยากได้ยินอะไรจากผมเหรอ?” 

ฮันกยอลรู้สึกเครียดเล็กน้อยเพราะน้ำเสียงที่ฟังดูน่ากลัวของแจโอแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขา แต่เขากลับมีสีหน้าที่อ่อนโยนตรงกันข้ามกับเสียง 

“บอกสิ่งที่ต้องการมาสิ จะทำให้เท่าที่ทำได้เลย” 

ฮันกยอลอ้าปากค้างเพราะท่าทางของเขาที่กระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ แจโอคิดว่านั่นคือคำตอบจึงทาบริมฝีปากของตัวเองไปบนนั้น โอบกอดแล้วเอนตัวลงนอนบนโซฟา ยิ้มกว้างพร้อมกับหลับตาเพราะชอบสัมผัสนิ่มๆ ที่รู้สึกอยู่ตรงหน้าอกแกร่ง 

ฮันกยอลถูกกักอยู่ในอ้อมกอดที่สั่นไหวเบาๆ แล้วพูดพร่ำเรื่องที่พูดไม่ได้กับตัวเอง 

เธอไม่ได้อยากได้ยินอะไรจากแจโอ เธอไม่อยากได้ยินอะไรเลยต่างหาก 

เธอหวังว่าเขาจะยังไล่ตามเธออยู่แบบนี้ต่อไป บางทีมันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาหนีไปก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ถูกทิ้งในระหว่างที่วิ่งหนี 

เธอรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขาไป 

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมดภายในชั่วข้ามคืน ฮันกยอลกลัวว่าความจริงนั้นจะถูกเปิดเผยออกมา เธอมุดหน้าลงบนแผงอกของแจโอเหมือนกับพยายามไล่ความกังวลออกไป 

“ค่อยๆ ตามมานะ ค่อยๆ” 

แจโอฟังเสียงอู้อี้ออกและพยักหน้า 

“จริงสิ” 

แจโอพูดขึ้นมาเหมือนกับคิดอะไรออก 

“สัปดาห์หน้าผมจะไปทำงานที่ญี่ปุ่นนะ สองวัน” 

ฮันกยอลเงยหน้าขึ้นเพราะสงสัยว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร 

“ไปด้วยกันไหม?” 

“ให้ฉันไปทำไม?” 

“ตรงกับสุดสัปดาห์พอดี แล้วไหนๆ ก็ไปแล้วก็เลยอยากอยู่ต่ออีกสักวัน คุณไปก็ดีนะ ไปเก็บข้อมูลไง” 

ในระหว่างที่ฮันกยอลกำลังลังเลกับคำตอบ แจโอก็สอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมที่ยังไม่แห้งและสางลงมาช้าๆ เหมือนกับที่เธอทำกับเขาก่อนหน้านี้ 

“ถ้าไปโกเบล่ะก็” 

พูดขึ้นมาเงียบๆ เหมือนกับเล่าเรื่องเก่าๆ ให้ฟัง 

“มีร้านเค้กที่อร่อยมากๆ อยู่ร้านนึง มีเค้กหลายชนิดเลยแหละ ก็เลยแวะทุกครั้งที่ไปเพื่อที่จะลองชิมให้ครบทุกแบบ แต่ยังชิมได้ไม่ถึงครึ่งร้านเลย” 

“มีเยอะขนาดไหนเนี่ย?” 

“ที่ร้านจะทำเมนูใหม่ออกมาเดือนละเมนูน่ะ” 

“อืม” 

 ฮันกยอลตอบอย่างไม่สนใจก่อนจะมุดหน้าลงไปเหมือนเดิม ตาของเธอปรือลงครึ่งหนึ่ง 

“ชอบของหวานมากเลยสินะ” 

“อคติกันไปเองว่าผู้ชายไม่ชอบของหวาน” 

แจโอตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังมีรอยยิ้มอยู่ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของฮันกยอลเบาๆ 

“ไปด้วยกันนะ หลังจบเดดไลน์ก็มีเวลานี่” 

“ขอดูก่อน” 

ฮันกยอลตอบกลับสั้นๆ หลังจากผ่านไปสักพัก ไม่รู้ว่าเขินหรือว่าง่วงจริงๆ เธอจึงหลับตาและพยายามจะหลับ แจโอลูบหลังของเธอเบาๆ เหมือนกับกล่อมเด็ก ในขณะเดียวกันเปลือกตาของเขาก็ค่อยๆ ปิดลงเช่นกัน 

 

[1] The Texas Chainsaw Massacre 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น