โซซอล
facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 8-1 เศษเสี้ยวหนึ่ง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8-1 เศษเสี้ยวหนึ่ง (2)

คำค้น : เทหน้าตัก เพราะรักเธอ นิยายเกาหลี โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 287

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2562 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8-1 เศษเสี้ยวหนึ่ง (2)
แบบอักษร

 

“ที่บอกว่าเหมือนเคยเจอนักเขียนจองที่ไหนสักที่เมื่อก่อน จำได้หรือยัง?” 

ผู้หญิงคนนี้น่ากลัว สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงแค่ปฏิเสธความรู้สึกเธอเท่านั้นเอง แต่เมื่อจะลงมือทำจริงกลับรู้สึกท้อแท้ขึ้นมา ถ้าหากอึนแจไม่พอใจแล้วโมโหขึ้นมาแจโอก็เข้าใจและพร้อมรับการระบายความโกรธนั้นไว้ทั้งหมด 

แต่เรื่องราวก็เปลี่ยนไปเมื่อฮันกยอลถูกลากเข้ามาเกี่ยวด้วย ไม่นึกว่าจะมีคนที่รู้เรื่องนั้นโผล่มาในตอนที่ความรู้สึกพัวพันกันยุ่งเหยิงแบบนี้ 

“คุณฮงอึนแจไปพูดกับนักเขียนจองมาเหรอ ได้ยินมาว่าคุณรู้เรื่องทั้งหมดเลยสินะ” 

“แล้วมีความจำเป็นที่จะต้องทำเป็นไม่รู้แล้วปิดมันไว้ด้วยเหรอคะ ก็เรื่องนั้นมันเป็นความจริงนี่” 

เธอเถียงกลับอย่างตรงไปตรงมา ถ้าเป็นแจโอในตอนปกติก็คงจะชอบใจ แต่โชคไม่ดีที่ตอนนี้เขากำลังโกรธ 

แจโอคลายความโกรธได้อย่างหวุดหวิดแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง 

“แล้วมาบอกเรื่องนั้นกับผมทำไม” 

“อยากให้คนที่ชอบได้เจอกับคนเหมาะสมน่ะค่ะ” 

เฮอะ เสียงหัวเราะขึ้นจมูกดังมาจากแจโอ 

อึนแจเอาผมทัดหลังหูพลางยักไหล่ 

“ถึงจะไม่ใช่ฉัน แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะได้เจอผู้หญิงที่ดีกว่านี้ค่ะ พูดแค่นี้คุณน่าจะเข้าใจและถอนตัวออกมาแล้วไม่ใช่เหรอคะ” 

แจโอจ้องมองอึนแจด้วยสายตาที่ไม่คุ้นเคยเหมือนกับเป็นคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกวันนี้ ต่างหูไข่มุกที่ห้อยอยู่ที่หู ซึ่งยาวระใบหน้าที่หยิ่งยโสแกว่งไปมาตามการเคลื่อนไหวของเธอ เขากะพริบตาอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกแสบตาแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า  

“ผมรู้นะครับว่าคุณฮงอึนแจมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ว่า...” 

แจโอคลายเน็กไทอย่างหงุดหงิด รู้สึกอึดอัดจนทนไม่ได้ 

“คุณคงจะไม่เคยเจ็บปวดสินะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่พูดเรื่องคนอื่นออกมาได้ง่ายๆ แบบนั้น” 

เพื่ออนาคตข้างหน้า คุณลองเจ็บปวดดูบ้างสักครั้งก็ดีนะ เขาพูดคนเดียวพร้อมกับพันเน็กไทไว้ที่มือ เมื่อเห็นอย่างนั้นอึนแจจึงถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าวอย่างกลัวๆ แต่เขาไม่ได้มีความคิดที่จะแตะต้องเธอเลย ผู้ชายปกติทั่วไปก็คงจะรู้สึกละอายใจที่จะตบตีผู้หญิง แต่ถ้าเลวมากก็จะลงมือตบตีผู้หญิง... ความคิดแบบนั้นมัน 

ตอนนี้เขาแค่ต้องการที่ระบายความโกรธ หลังจากรัดเน็กไทที่มือเอาไว้แน่นจนเลือดไม่เดิน อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นนิดหน่อย แจโอคิดว่าหรือว่าตัวเองจะมีแนวโน้มที่จะเป็นมาโซคิสม์แล้วหัวเราะออกมาอย่างไร้สาระ 

“คุณไม่ได้กังวลว่าผมจะเจอผู้หญิงแปลกๆ หรอก ก็แค่รู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่ผมเลือกผู้หญิงที่คุณคิดว่าด้อยกว่าตัวเองต่างหาก” 

ถ้าลองคิดๆ ดูเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอึนแจเลย เขากล่าวพร้อมกับเยาะเย้ยไปด้วย ในสายตาของเขาฮันกยอลงดงามเป็นอย่างมาก 

“ถ้าอยากเข้าไปในใจของผมล่ะก็เริ่มจากควบคุมปากพวกนั้นก่อนก็ดีนะ” 

อึนแจทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น ดูเหมือนว่าเธอกำลังกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมาซึ่งแจโอไม่ชอบแม้กระทั่งท่าทางที่เธอพยายามทำแบบนั้นของเธอเสียด้วยซ้ำ ไม้ดอกที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีไม่ให้มีแม้แต่รอยช้ำที่เขาเคยพูดอยู่เสมอนั้นอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่สิ เรียกว่าไม้ดอกมันหยาบไปหน่อยหรือเปล่านะ? แจโอมองดูไข่มุกที่ห้อยอยู่ที่หูของเธอแล้วส่ายหน้า 

อืม แบบนั้นดีแล้วแหละ ก็สวยนะแต่ไม่มีความอบอุ่น เปล่งประกายนะแต่กลับทิ่มแทงผู้คน 

“อาจจะน่าผิดหวังนะ แต่เรื่องที่คุณเล่าให้ฟังทั้งหมดน่ะเป็นความจริงที่ผมรู้อยู่แล้ว” 

ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย แจโอพูดอย่างนั้นพร้อมกับยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่งขึ้นแล้วพูดเสริม 

“รู้สึกยังไงบ้างล่ะ? ความรู้สึกที่ถูกผู้หญิงที่ตัวเองเคยดูถูกผลักให้ตัวเองต่ำลงน่ะ” 

อึนแจกัดริมฝีปากแน่นและตบหน้าเขาในท้ายที่สุด เธอจ้องมองเขาทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าอย่างเจ็บปวด แต่คนที่อยากร้องไห้จริงๆ คือตัวแจโอเองต่างหาก เจ็บเป็นบ้า 

“แลกกันไปคนละทีแล้ว เรื่องวันนี้ก็ถือว่าเจ๊ากันนะ” 

พูดอย่างเย็นชาแล้วหันหลังกลับไปตามเดิม จากนั้นก็มีเสียงร้องไห้สูดน้ำมูกดังขึ้นมาจากข้างหลังแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ 

 

* * * 

 

ฮันกยอลจ้องมองร่างกายของเขาจนรู้สึกอาย นิ้วเรียวไล่ไปตามแผ่นหน้าอกและหยุดกะทันหันเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง สัมผัสที่ลูบอย่างแผ่วเบาทำให้แจโอสะดุ้งเฮือก 

“เจ็บเหรอ?” 

ฮันกยอลเอ่ยถามหลังจากเห็นรอยเย็บแผล ถ้าพูดตามความจริงก็มีบ้างที่รู้สึกเจ็บแปลบและปวดขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น บางทีกว่าแผลจะหายอาจจะนานแต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร ถ้าให้พูดตรงๆ เขาชอบแผลนั้นเพราะมันเป็นเหมือนกับเหรียญรางวัล มันทั้งดูสมกับเป็นชายชาตรีและถ้ามีใครมาถามก็สามารถบอกว่าบาดเจ็บเพราะปกป้องผู้หญิงที่ชอบได้ด้วย 

‘ถึงจะอวดแต่ว่า...’ 

แจโอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเด็กซะเองจึงส่ายหัวและไล่ความคิดนั้นออกไป ก่อนที่จะดึงฮันกยอลเข้ามากอด 

กระดูกของเธอบาง แจโอจึงเกร็งแขนโดยไม่รู้ตัวเพราะยังเหลือที่ว่างแม้ว่าจะโอบกอดเธอไว้ในอ้อมกอดอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ฮันกยอลจึงเซไปเซมาแล้วล้มไปข้างหลังและคร่อมบนตัวเขาอย่างใกล้ชิดเหมือนกับเล็งไว้ตั้งแต่แรก 

สิ่งที่ฮันกยอลเคยเจอมานั้น เขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร... ก็แค่ความรักในวัยรุ่นซึ่งถือว่าเป็นบาดแผลเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเพราะเจ็บปวดจากวัยหนุ่มสาว เพราะฉะนั้นแจโอจึงเชื่อความสามารถของตนเองมากเกินไปโดยไม่รู้ตัวว่าจะถ้าเธอมีความรักใหม่หรือถ้าได้คบกับตัวเอง ในไม่ช้าสิ่งเหล่านั้นก็จะต้องถูกรักษาให้หายอย่างแน่นอน 

แต่หลังจากเจออึนแจก็เลยทำให้เขารู้ว่า แม้ว่าจะพยายามปกปิดร่องรอยนั้นด้วยตัวคนเดียวสักแค่ไหน อย่างไรก็ปิดไม่มิด 

คนเราใช้ชีวิตไปพร้อมกับแบ่งปันเวลาของตัวเองให้กันและกัน สานสัมพันธ์และมีอิทธิพลไปพร้อมกับควบคุมอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าอึนแจจะไม่ได้คิดแค้นเคืองฮันกยอล แต่แค่ความจริงที่ว่าเธอรู้เรื่องอดีตก็คงจะทำให้ฮันกยอลอับอายขายหน้า แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้ว... ไม่สิเพราะเป็นอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ฮันกยอลจึงต้องแบกทุกสิ่งทุกอย่างไว้บนไหล่ไปตลอดชีวิต ซึ่งแจโอไม่เคยตระหนักถึงน้ำหนักของมันมาก่อนเลย 

ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกเสียใจที่ห่างฮันกยอลไปพักหนึ่งเพื่อที่จะจัดระเบียบความคิดของตัวเอง เกือบทิ้งบาดแผลไว้ให้อีกแผลเสียแล้วสิ 

พอรู้เรื่องนั้นแล้ว คืนนี้แจโอจึงพยายามสัมผัสฮันกยอลมากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ ถึงเขามักจะพยายามรักษาความใจเย็นเอาไว้เสมอเมื่อมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ถ้าเทียบกันกับวันนี้แล้วที่ผ่านมาถือว่าเล็กน้อยมาก ภายในปากของเขาแห้งผากจนต้องจูบฮันกยอลย้ำๆ หลายรอบเพื่อบรรเทาความกระหาย 

ทำไมร่างกายของผู้หญิงถึงได้ดูอ่อนนุ่มแบบนี้นะ?  

แจโอคิดเรื่องไร้สาระพลางลูบไล้เอวบางของเธอเบาๆ ไล่ผ่านเส้นโค้งที่งดงามแล้วมองดูข้อต่อหัวเข่าที่เล็กจนไม่น่าเชื่อด้วยความประหลาดใจ ชอบข้อเท้าที่จับรอบได้ในมือเดียว เขาขบเม้มและแสดงความตั้งใจออกมาอย่างชัดเจน 

“เจ็บเหรอ?” 

แจโอถามอย่างกังวลหลังจากที่เห็นฮันกยอลย่นหน้าผาก ท่าทางของเธอที่คว้าไหล่ของตนและเกร็งอย่างสุดแรงทำให้เขาได้แต่ก้มมองดูใบหน้าของเธออย่างเงียบๆ โดยที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี 

“ไม่ได้ทำนานแล้วน่ะ” 

คำพูดของเธอทำให้แจโอยิ้มยกมุมปากข้างหนึ่ง 

“แล้ววันที่เกิดอุบัติเหตุล่ะ?” 

“วันนั้นจำไม่ได้ ข้ามไป” 

“อ่า” 

แจโอดึงหลังของฮันกยอลเข้ามากอดนิ่งๆ สักพักหนึ่ง 

“รู้อะไรไหม” 

เสียงที่ดังแว่วเข้ามาในหูพร้อมกันกับลมหายใจร้อนทำให้ร่างกายสั่นระรัวโดยอัตโนมัติ แจโอซุกใบหน้าลงบนต้นคอของฮันกยอลแล้วปรับลมหายใจที่กระสับกระส่าย ท่าทางของเขาคงจะดูตลก ฮันกยอลจึงหัวเราะออกมาเบาๆ และโอบกอดแผ่นหลังของเขา 

“อย่าประมาทนะ” 

“อะไรเหรอ?” 

แค่เห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนของฮันกยอลที่เคยเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากเงยหน้าขึ้นแจโอก็ใจละลายไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะให้ตอบหรือไม่ให้ตอบ ปิดปากที่จะพูดต่อด้วยปากตัวเองเป็นเวลาสักพักหนึ่ง ฮันกยอลรับและสนองกลับอย่างดี สุดท้ายก็ดึงผมของแจโออย่างแรง ลิ้นที่ยื่นออกไปถอยกลับมาข้างหลังพร้อมกันกับเสียงร้องดังอึก 

ฮันกยอลหอบหายใจถี่แล้วพูดต่อ 

“ก็พวกผู้ชายชอบพูดกันไม่ใช่เหรอ” 

อืม แจโอพึมพำกับตัวเอง เขายิ้มออกมาเหมือนกับคิดอะไรออกพร้อมกับเอ่ยถาม 

“ตอนนี้ คุณสารภาพรักกับผมเหรอ?” 

ฮันกยอลกลอกตาแล้วหลบสายตา แจโอหัวเราะร่วนและประทับจูบ จากนั้นจึงดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง 

“ความรู้สึกน่ะ มันเป็นยังไงเหรอ” 

ฮันกยอลพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากผ่านไปสักพัก หือ อะไรเหรอ แจโอตอบพร้อมกับก้มลงมองเธอ 

“ก็แค่ สงสัยมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ว่ารู้สึกยังไงถึงแสดงออกมาแบบนั้น” 

“ท่าทางผมเป็นยังไงเหรอ?” 

มืออบอุ่นยกขึ้นมากุมแก้มของแจโอเอาไว้ ความร้อนเพิ่มสูงขึ้นตรงจุดที่เธอสัมผัส ฮันกยอลดึงใบหน้าของเขาเข้ามาแล้วกดจูบตรงสันจมูกเบาๆ แล้วจึงพูดตอบ 

“ใบหน้าที่เหมือนกับจะร้องไห้เพราะหงุดหงิดที่ต้องอดทนกับบางอย่าง” 

อ่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่งไรกันแน่ อยากค้นดูทุกซอกทุกมุมจริงๆ ว่าในหัวของเธอมีอะไรอยู่บ้าง 

แจโอกำมือฮันกยอลไว้แน่น กุมมือไว้อย่างนั้นโดยที่ไม่สนใจเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ สูดอากาศหายใจและหายใจหอบถี่เพราะความรู้สึกแปลกประหลาด 

จากนั้นไม่นานเขาเลื่อนริมฝีปากตัวเองเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของฮันกยอลพร้อมกับขออนุญาต 

“ยกตัวคุณให้ผมเถอะนะ” 

ฮันกยอลส่ายหัวแล้วทันใดนั้นก็พยักหน้าอีกรอบ ในเมื่อไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร แจโอจึงตีความคำตอบที่ไม่ชัดเจนของเธอไปตามที่ตัวเองต้องการ 

“อ๊ะ!” 

อ่อนแรงไปหมดทั้งตัว เหมือนกับคำกล่าวที่ว่าแบ่งปันความรัก เขารู้สึกเหมือนฮันกยอลได้เอาบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป พวกเราแบ่งปันซึ่งกันและกัน แบ่งปันตัวเอง ผมคงจะกระวนกระวายใจขึ้นมาแน่นอนถ้าต้องแยกจากกันกับคุณเพราะได้แบ่งปันตัวเองให้ไปแล้ว ผมจึงกลายเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบไป  

แจโอล้มลงบนตัวของฮันกยอลพร้อมกับกัดฟันแน่น จำใจกลืนคำพูดที่กำลังจะพูดออกไปตามที่เคยชินอย่างที่เธอบอก ความจริงแล้วมันไม่ใช่ทั้งความเคยชินและไม่ใช่คำพูดที่พูดออกมาจนติดเป็นนิสัย 

ผมเปลี่ยนไปเมื่ออยู่กับคุณ ปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้ แต่ท่าทางกระวนกระวายใจนั้นดูน่าตลกจนในบางครั้งก็ทำให้เขารู้สึกโมโหขึ้นมา ถึงจะไม่อยากสนใจว่าในอดีตคุณจะเป็นอย่างไรหรือทำอะไรกับใคร แต่แค่คิดขึ้นมาก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดีจนในบางครั้งก็อยากลืมๆ มันไปให้หมด ไม่สิ ถ้าสนใจก็จะโดนจับได้ เพราะฉะนั้นฝังมันเอาไว้แล้วทำเป็นไม่รู้เรื่องดีกว่า 

ในตอนนั้นอึนแจยิงระเบิดเข้ามาตรงกลางใจของเขาเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ จะสามารถอดทนกับฮันกยอลได้เหรอ แต่ถึงจะเจ็บใจและรู้สึกไม่ยุติธรรมแต่ก็ไม่มีหนทางอื่นแล้ว ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ลำบากและเจ็บเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเลือกหนทางที่จะทำให้ได้เธอมาอยู่ในกำมือก็น่าจะดีกว่า ก็มันช่วยไม่ได้นี่! แบบนี้ก็ดีนะ 

แจโอค่อยๆ ปรับลมหายใจพลางยันตัวขึ้นอีกครั้ง แล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าของฮันกยอล พยายามถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ผ่านการจูบที่เบายิ่งกว่าขนนกแทน 

 

เสียงฝนตกดังเปาะแปะทำให้แจโอลืมตาขึ้นมา มองออกไปข้างนอกหน้าต่างอย่างสะลึมสะลือและหันหน้าไปทันทีเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว 

ฮันกยอลยังคงหลับอยู่ พ่นลมหายใจสม่ำเสมอออกมาจากระหว่างริมฝีปากที่บวมเจ่อพร้อมกับผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าเพราะถูกเขาก่อกวนตลอดทั้งคืน ร่องอกที่เห็นวับๆ แวมๆ อยู่ใต้ผ้าห่มยั่วยวนแจโออีกครั้ง อืม เขาลังเลสักพักหนึ่งแล้วจึงยื่นมือออกไปดึงฮันกยอลเข้ามาในอ้อมกอด หอมแก้มเบาๆ แล้วถูไถใบหน้าตรงหน้าอกราวกับเป็นเด็กที่ยังไม่หย่านมก่อนจะปลุกฮันกยอล ฮันกยอลแกว่งแขนไปมาในอากาศด้วยความรำคาญและเบิกตาโพลงเมื่อแจโอฝังเขี้ยวลงบนร่างกายตัวเอง แจโอก้มลงมองฮันกยอลที่ปรายตามองอย่างเย็นชา แล้วจึงหัวเราะออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ 

“จะไปอาบน้ำนะ” 

“เดี๋ยวค่อยไปอาบกับผมดีไหม” 

“หลบ” 

แจโอดื้อไม่ยอมปล่อยตัวฮันกยอลที่กำลังจะลุกออกไป แต่ก็ต้องปล่อยไปหลังจากถูกหยิกที่ต้นแขนอย่างแรง 

“ชิ” 

เขาบ่นพึมพำหลังจากฮันกยอลเข้าไปในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว แจโอเลียริมฝีปากแล้วเอนตัวลงนอนเหมือนเดิม เขาตั้งใจที่จะดึงเธอมาบนเตียงอีกครั้งและเล่นสนุกเหมือนเมื่อคืนทันทีที่ฮันกยอลออกมาจากห้องน้ำ มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุขเพราะมีอะไรที่ยังไม่ได้ลองทำอีกมากมายก่ายกอง พยายามกลั้นเสียงหัวเราะที่จะออกมาจากปากและกัดแม้กระทั่งลิ้นตัวเอง เมื่อสัมผัสได้ถึงรสคาวของเลือดเขาจึงเริ่มเสียสติ ‘ดีเลย เดี๋ยวต้องขอให้ฮันกยอลเลียให้ซะแล้ว’ เขาเตรียมพร้อมโดยแกล้งทำเป็นแลบลิ้นออกมายาวๆ ค้างเอาไว้ 

ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของฮันกยอลก็ดังขึ้น พยายามไม่สนใจแล้วแต่ชื่อของคนโทรที่เขาแอบดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของแจโอหายวับไป หรี่ตาลงใช้ความคิดและสุดท้ายก็กดปุ่มรับสาย 

“ครับ” 

หลังจากเกิดความเงียบขึ้นเป็นเวลาหลายวินาที ฝ่ายตรงข้ามจึงเริ่มพูดก่อน 

“โทรศัพท์ของพี่ฮันกยอลไม่ใช่เหรอครับ?” 

“ถูกแล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกมาเลย เดี๋ยวบอกให้” 

“ขอสายพี่หน่อย” 

น้ำเสียงของมินเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก แจโอมองไปทางฝั่งห้องน้ำแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ 

“ตอนนี้เธออาบน้ำอยู่” 

“แก แก!” 

เขาดูเหมือนจะพ่นคำหยาบออกมา มินอยากจะวิ่งไปฆ่าแจโอเดี๋ยวนั้นเลย แจโอฟังเสียงกัดฟัดกรอดอย่างสนุกสนานพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก 

“ดูเหมือนว่าผมจะชนะนะ สิบปีแล้วยังแห้วก็แสดงว่าคงต้องแห้วไปตลอดชีวิตนั่นแหละ" 

“หุบปากไปเลย! พี่อยู่ที่ไหน เอาโทรศัพท์ไปให้พี่เดี๋ยวนี้” 

“แค่นี้นะ” 

แจโอวางสายไปเลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องฟังอะไรอีก เขาปิดเครื่องแล้วโยนมันไว้ในลิ้นชักลึกๆ เพราะไม่อยากถูกรบกวนเวลาที่จะได้อยู่กันสองต่อสองกับฮันกยอลซึ่งรอคอยมานาน ไม่รู้ว่าจะโกรธแล้วบุกมาที่นี่หรือเปล่า แต่ก็ให้มันเป็นเรื่องของตอนนั้นก็แล้วกัน 

ฮันกยอลอาบน้ำเสร็จและออกมาตรงเวลาเป๊ะ เหลือบมองแจโอด้วยหางตาพลางเช็ดผมให้แห้ง เดินอ้อมเตียงแล้วออกไปข้างนอกห้อง 

แจโอเริ่มหายโมโหจากสายเรียกเข้าของมินแล้ว เขาจึงตัดสินใจไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาดูสถานการณ์จากนั้นก็ค่อยลองทำอย่างที่คิดดูก็ได้ เขาเข้าไปในห้องน้ำด้วยท่าทางการเดินที่เชื่องช้าหลังจากวางแผนชั่วร้ายเสร็จ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น