anarit

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 งานรับปริญญา (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 งานรับปริญญา (2)

คำค้น : สืบสวน ฆาตกรรม โรเมนติก แอคชัน

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2562 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 งานรับปริญญา (2)
แบบอักษร

     ทั้งหมดรีบเดินไปที่จุดรายงานตัว สแกนบาร์โค้ดซึ่งติดไว้ที่ข้อมือตั้งแต่วันมาซ้อมรับปริญญา เว้นเพียงวีรวัฒน์ที่ไม่ได้เดินตามเพื่อนๆเข้าไป อรชุมาอดเป็นห่วงไม่ไหวจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาพฤกษ์ ก่อนที่จะใช้มันไม่ได้และจำเป็นต้องทิ้งไว้ด้านนอก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีสัญญาณตอบกลับจากปลายทางเลย เธอจึงตัดสินใจโทรหาอีกรอบ แต่ก็มีวี่แววว่าจะเหมือนเดิม จึงตัดใจเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายแล้วฝากไว้ที่หน้าจุดรับรายงานตัว

         วีรวัฒน์คิดหนัก เขาจะแฮ้กข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร มันยิ่งกดดันกว่าคือ เขาต้องช่วยเพื่อนรักของเขาให้ได้ แต่ด้วยความสามารถและความคุ้นชินกับโปรแกรมมาตั้งแต่สมัยมัธยม เลยทำให้เขาทำทีเดินไปกับเพื่อนๆ ในระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ที่จุดรับรายงานตัวกำลังสแกนบาร์โค้ดของเพื่อนๆ เขาก็อาศัยจังหวะนี้ชำเลืองสายตาไปที่คอมพิวเตอร์ มันช่างโชคดีที่เขาดึงสายตากลับมาในจังหวะที่เจ้าหน้าที่สแกนบาร์โค้ดเสร็จพอดี ไม่งั้นถ้าเจ้าหน้าที่เห็นอาการเมื่อสักครู่ คงต้องเห็นพฤติกรรมจ้องตาอย่างถมึงทึงมาที่จอคอมพิวเตอร์เป็นแน่ ไม่มีเวลาคิดต่อ เขาทำทีเป็นเดินเข้าไปสแกนบาร์โค้ดต่อจากเพื่อนๆชุดก่อนหน้าอย่างทันที

         “กระเป๋าและโทรศัพท์มือถือ ฝากไว้ด้านหน้า ห้ามเอาเข้าไปนะคะ”

         “อุ้ย ขอโทษนะครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่าลืมของไว้ในห้องน้ำ ผมไปดูได้ใช่ไหมครับ”

         “ได้ค่ะ แต่ต้องอยู่บริเวณนี้นะคะ อีกสักพัก เจ้าหน้าที่ด้านบนจะเรียกให้จัดแถวแล้วไปที่หอประชุมใหญ่แล้วค่ะ”

         “โอเคครับ ขอบคุณครับ”

         วีรวัฒน์จำข้อมูลได้แม่นมาก เขาจดจำรายละเอียดรวมถึงชื่อของเจ้าโปรแกรมนี้ได้อย่างแม่นยำ เขารีบไปห้องน้ำซึ่งค่อนข้างปลอดคนในช่วงเวลานี้ คงเพราะส่วนใหญ่ขึ้นไปรวมตัวที่ด้านบนกันเกือบหมดแล้ว ทำให้ง่ายต่อการจัดการแฮ้กข้อมูลโดยไม่มีใครเห็น แต่ถึงกระนั้นก็คงต้องรอให้ได้เวลาที่เจ้าหน้าที่ปิดระบบเสียก่อน ในระหว่างนั้นเขาก็ดาวน์โหลดและเริ่มติดตั้งโปรแกรมในเครื่องเป็นการรอเวลาไปในตัว

         ที่สำนักงานสืบสวนพิเศษ DPI วิศรุตนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันรับปริญญาของพฤกษ์ แต่ดูเหมือนพฤกษ์เองจะไม่ลุกลี้ลุกลน หรือ กังวลว่าจะไปทันหรือไม่เลยสักนิด จึงทักถามด้วยความเป็นห่วง

         “แล้วนี่ นายต้องไปรับปริญญากี่โมงเนี่ย”

         “อ้อ” เขาชำเลืองดูนาฬิกา “รายงานตัวเจ็ดโมงสี่สิบห้าน่ะ แต่ว่าเริ่มรับจริงๆ ประมาณสิบโมง”

ยังไม่ทันสิ้นประโยคดี วิศรุตดูนาฬิกาบนโต๊ะทำงาน ปรากฎว่าเวลาปาไปเจ็ดโมงสี่สิบแล้ว มันก็เลยยิ่งทำให้วิศรุตรู้สึกวิตกไปใหญ่

“เฮ่ย นั้นก็ไม่ทันแล้วดิ นี่ปาไปเจ็ดโมงสี่สิบแล้ว”

“ไม่ใช่ปัญหา ฉันสั่งแพตซ์เอาไว้แล้วว่าให้จัดการให้ด้วย ตอนแรกฉันก็ว่าจะไม่มาด้วยตัวเองหรอกนะ อย่างที่เคยคุยกับนายไว้ แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ฉันว่าฉันมาเองจะดีกว่า”

         “ฉันก็เข้าใจ ฉันแค่เป็นห่วง กลัวนายพลาด แต่ถ้าบอกว่าแพตซ์จัดการให้ คงไม่มีปัญหา ระดับเทพด้านโปรแกรมอยู่แล้วด้วย”

พฤกษ์หยิบซองพลาสติกนั้นมาคลี่ออกเพื่อนำโทรศัพท์มือถือมาเปิดเครื่อง ทิ้งจังหวะพักหนึ่งรอให้โทรศัพท์ถูกเปิดจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย สิ่งแรกที่พฤกษ์ต้องการจะเห็นเลยคือเฟสบุ๊ค เพราะเขาชั่งใจว่า สเตตัสบางอย่างน่าจะมีที่เกี่ยวข้องกับชานนท์แฟนเก่าบ้าง ตามประสาคนรุ่นใหม่ทั่วไป ที่พอเลิกหรือทะเลาะกับแฟน ก็มักจะโพสระบายอารมณ์ในนั้น หากแต่เขากลับต้องผิดหวังอย่างหนัก เมื่อขึ้นหน้าล็อคอิน

         “จึก!!!” เขาอุทานอย่างหัวเสีย

         “ยังไงเหรอ พฤกษ์”

         “ล็อคอินเข้าระบบใหม่ จบกัน ไม่รู้ทั้งชื่อและพาสเวิร์ด แบบนี้จะรู้ได้ว่า ในเฟสบุ๊คของแนนก่อนตาย มีอะไรที่พอจะชี้ตัวฆาตกรได้บ้าง”

         “ไหนเอามาดูซิ”

         พฤกษ์ยื่นมันให้กับเขา ในระหว่างที่คิดหาวิธีการอยู่ ชื่อหนี่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา “ใบข้าว” เขาทิ้งจังหวะ “ใช่แล้ว ใบข้าวอาจจะรู้รหัสก็ได้ แต่ว่าถ้าฉันบุ่มบ่ามเข้าไปถามตรงๆ เกรงว่าเธอจะสงสัย อาจพาลทำให้ความลับฉันแตกก็ได้”

         “พวกนายรับปริญญาเสร็จกี่โมง” วิศรุตเหมือนฉุกคิดอะไรได้

         “ถ้าให้เดาๆ น่าจะประมาณบ่ายโมงมั้ง”

         “ดีเลย ฉันจะจัดการถามใบข้าวเรื่องนี้เอง นายจะได้ไม่ต้องเสี่ยงให้สถานะถูกเปิดเผย”

         เขาชำเลืองดูนาฬิกาอีกครั้ง นาฬิกาล่วงเลยมาถึงแปดโมงแล้ว หากบวกกับเวลารถติดเกรงว่าถ้าช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันรวมแถว เมื่อเป็นเช่นนั้นเท่ากับเขาจะถูกตัดสิทธิ์รับปริญญาโดยปริยาย

         “นี่มันก็แปดโมงแล้ว ฉันว่านายรีบกลับไปก่อน ดีกว่า เวลามันกระชั้นชิดมากแล้ว เดี๋ยวนายจะพลาดนะ”

         “ก็ได้ๆ ถึงยังไงฉันอยู่ ก็ไม่ได้เรื่องอะไรอยู่แล้วนิ เจ็บใจชะมัด นี่ฉันเสียเวลาเพื่อรอความว่างเปล่านั้นเหรอ”

         “เรื่องนั้นอย่าได้หัวร้อนไป เดี๋ยวฉันจะส่งกลับให้เจ้าหน้าที่ไปกู้ข้อมูลเพิ่มเติม อย่างน้อยถ้ากู้จนแฮ้กเอา username กับ password มาได้ ฉันจะรีบบอกนาย”

         “Thank มากๆ เพื่อน”

แปดโมงห้านาที ตัวเลขอันเด่นชัดที่มุมขวาล่างของโน้ตบุ๊ค ทำให้เขาเดินออกไปหน้าห้องน้ำ แน่นอนเจ้าหน้าที่ที่จุดรายงานตัวไม่อยู่แล้ว กระเป๋าที่เหล่าบัณฑิตฝากไว้ก็หายไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณนั้นก็โล่งและเงียบ จะมีก็เพียงบริเวณด้านหน้าหอประชุมที่จะคึกคักหน่อย จึงกลับเข้าไปในห้องน้ำจัดการตามแผนทันที ไม่นานนักแผนการแฮ็กข้อมูลรหัสเข้าใช้งานก็สำเร็จ เขาจัดการดัดแปลงแก้ข้อมูลในนั้นเพื่อจะได้สามารถเพิ่มข้อมูลของพฤกษ์ได้อย่างเนียนๆ รอจังหวะพักหนึ่ง จนกระทั่งดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ ก็ปิดโน้ตบุ๊คและเก็บมันเข้ากระเป๋าตามเดิม ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ

ที่ด้านหน้าหอประชุมคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีสระน้ำพุที่ตอนนี้ปิดไว้อยู่ เต็มไปด้วยเหล่าผู้ปกครองและญาติพี่น้องของบัณฑิตที่มาร่วมแสดงความยินดีให้กับลูกหลานของตน ที่บริเวณใกล้ๆกันก็มีเจ้าหน้าที่ประจำโต๊ะฝ่ายบริการ สำหรับคอยอำนวยความสะวกและให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองของเหล่าบัณฑิต รวมทั้งคอยเฝ้ากล่องกระดาษใหญ่ยาวซึ่งเป็นที่รวบรวมสัมภาระและกระเป๋าที่ไม่สามารถนำเข้าไปได้ของเหล่าบัณฑิต

หากสังเกตโดยรอบแล้ว ตอนนี้เหล่าบัณฑิตทุกคนไม่มีใครมีกระเป๋าสะพายติดตัวเลย จะมีก็เพียงวีรวัฒน์คนเดียว ไม่ได้การล่ะ มันคงแปลกแน่ ถ้าบุ่มบ่ามเอากระเป๋าไปหย่อนเข้ากล่องตอนนี้ อาจพาลทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยได้ เขากำลังคิดแก้ปัญหาอยู่ แต่เหมือนฟ้าดินจะเป็นใจที่ผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งกรูเข้ามาที่โต๊ะฝ่ายบริการพอดี ช่วงนี้แหละที่เจ้าหน้าที่จะให้ความสนใจผู้ปกครองจนไม่ทันได้มองหลัง เขาย่องเบาแล้วหย่อนกระเป๋าลงไป แม้ว่าจะมีบางสายตาของเหล่าบัณฑิตบางส่วนที่เผอิญยังอยู่บริเวณนั้นจับจ้องมา แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ หากแต่จะทำเนียนเดินออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แปดโมงยี่สิบ ละแวกบางแสนรถติดอย่างแน่นขนัด หากเขาฝืนขับรถไปต่อ มีหวังเข้าไปไม่ถึงงานแน่ๆ จึงตัดสินใจเบนออกมาเลนซ้ายสุดของถนน แล้วจอดรถไว้ตรงนั้น ก่อนจะตัดสินใจนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างไปที่หน้ามหาวิทยาลัย ใช้เวลาไม่เกินห้านาทีด้วยความเร็วของรถจักรยานยนต์ที่บิดจนเกือบสุดบวกกับการซิกแซกไปตามช่องว่างระหว่างรถยนต์ที่จอดติดกันแน่นบนท้องถนน ทำให้เขามาถึงมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบลงจากรถพร้อมกับยื่นเงินให้กับพี่วินรถจักรยานยนต์ แล้ววิ่งเข้าไปในมหาวิทยาลัยทันทีโดยไม่ได้รอเงินทอน ในระหว่างที่วิ่ง เขาก็จัดการสวมชุดครุยซึ่งพาดแขวนติดมือมาด้วยระหว่างนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แม้ว่าจะไม่เรียบร้อยดีและลำบากมากๆในการสวมชุดครุย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เพื่อนๆของเขาที่นั่งรออยู่ในห้องเก็บตัว ทุกคนชะเง้อมองนาฬิกาแขวนในห้องนั้น เวลายิ่งใกล้เข้ามาทุกขณะ เพื่อนทุกคนต่างสีหน้าดูวิตกและไม่สดชื่นเหมือนกับบัณฑิตคนอื่นๆ คงเป็นเพราะพฤกษ์เป็นสมาชิกคนเดียวของกลุ่มที่ยังไม่มาถึงในช่วงเวลาสำคัญนี้

“ตอนนี้ใกล้ได้เวลาเรียงแถวไปหอประชุมใหญ่แล้ว ขอให้บัณฑิตทุกๆท่าน ที่ไม่ได้ประจำที่อยู่ในแถวของตน รีบกลับมาประจำที่ของตัวเองโดยเร่งด่วน เราจะไม่อนุญาตให้บัณฑิตเข้าห้องน้ำและอยู่ตามจุดต่างๆ แล้ว ขอบคุณ”เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลบัณฑิตกลุ่มนี้เอ่ยขึ้นหลังจากเปิดประตูเข้ามา

พฤกษ์วิ่งอย่างหูตั้งจนเสื้อนิสิตที่อยู่ชั้นในชุ่มไปด้วยเหงื่อราวกับไปตกสระน้ำที่ไหนมา จนถึงด้านหลังหอประชุมคณะวิทยาศาสตร์ เขารีบวิ่งแซงเหล่าบัณฑิตที่ทยอยขึ้นไปรวมตัวอย่างรวดเร็วทันใจ จังหวะที่เปิดประตูเข้ามาเป็นเวลาแปดโมงครึ่งพอดิบพอดี เพื่อนที่เห็นต่างก็ดีอกดีใจ ตะโกนชื่อเขาดังลั่น ทำให้บัณฑิตคนอื่นต่างจับจ้องสายตามาที่พวกเขากันหมด

“คุณไปอยู่ที่ไหนมา ไม่ได้ยินเสียงประกาศเหรอ ว่าให้มารวมแถว” เจ้าหน้าที่ทักเชิงตำหนิเล็กน้อย

“ขอโทษครับ” เอ่ยเสร็จก็รีบไปนั่งที่เก้าอี้ซึ่งวีรวัฒน์จองไว้ให้สำหรับเขา ก่อนจะกระซิบข้างหูวีรวัฒน์“เรียบร้อยดีใช่ไหม”

“สบายใจได้พวก”

“นายไปไหนมาวะพวก รู้ไหม พวกเราลุ้นแทบตาย” อรชุมาถามด้วยความเป็นห่วง

“ฉันขอโทษทุกคนนะ ที่ทำให้เป็นห่วง พอดีมันมีภารกิจด่วนสุดๆ ที่ฉันต้องรีบจัดการให้เสร็จอ่ะ แต่นี่ไง ฉันก็รีบมาแล้ว ฉันพร้อมเข้ารับปริญญากับพวกเธอแล้ว”

เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งที่ล่วงหน้ามาแล้ว เมื่อเลี้ยวเข้ามาหน้าประตูมหาวิทยาลัย พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นโลโก้หน้ารถเป็นตราสำนักงานสืบสวนพิเศษ DPI ก็เลื่อนเหล็กกั้นออกเพื่อให้รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคันเข้าไป

“เดี๋ยวพวกคุณกระจายทั่วบริเวณเลยนะ ทั้งจุดที่จัดงานและไม่จัดงาน งานนี้เราจะต้องไม่พลาด ฝากประสานงานกับทีมงานชุดหลังที่ตามมาด้วย อีกส่วนหนึ่งไปกับผม เข้าใจตรงกันนะ” วสุออกคำสั่ง

“รับทราบครับ ผู้กอง”

หลังจากได้รับคำสั่งจากผู้กองวสุแล้ว รถที่ขับตามกันมาสองคันก็แยกย้ายกันไปจอดตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ก่อนจะหยิบปืนขึ้นมาตรวจสอบความพร้อมแล้วลงมาจากรถพร้อมด้วยกล้องส่องไกล โชคดีที่บริเวณนั้นอยู่ในมุมอัพที่ไม่ค่อยมีใครพลุกพล่าน ตลอดจนมีต้นเข็มขึ้นมาบดบัง จึงทำให้ทั้งหมด สามารถหลบซ่อนตัวแล้วส่องกล้องดูในบริเวณตัวงานได้อย่างไม่ต้องวิตกอะไร

ไม่นานนัก รถอีกสองคันที่พาเจ้าหน้าที่ ซึ่งวิศรุตพามาสมทบ ก็มาถึงมหาวิทยาลัย ยามหน้าประตูทำในลักษณะเดียวกับชุดของผู้กองวสุ

“พวกคุณคงได้รับคำสั่งจากผู้กองวสุจากวิทยุแล้วใช่ไหม พวกคุณเตรียมพร้อมนะ”

ตำรวจทุกนายสีหน้าดูเคร่งเครียด ทั้งหมดตรวจสอบลูกกระสุนและความพร้อมของปืนเช่นเดียวกับทีมตำรวจชุดก่อนหน้า ในขณะเดียวกันก็กวาดสายตาไปรอบๆ ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ หากจะพบแต่ความวุ่นวายของเหล่าบัณฑิตที่รอเข้ารับปริญญาช่วงบ่าย และญาติพี่น้อง พ่อแม่ ของเหล่าบัณฑิต ที่เดินทั่วงาน

ได้เวลาฤกษ์งามยามดี ฝ่ายเจ้าหน้าที่ดูแลบัณฑิต เริ่มทยอยปล่อยแถวบัณฑิต โดยเริ่มให้บัณฑิตเดินแยกเป็นแถวคู่ออกไปทีละห้อง เผอิญกลุ่มของพฤกษ์อยู่ห้องสุดท้ายพอดี จึงทำให้พฤกษ์มีโอกาสได้พักให้หายเหนื่อยจากการวิ่งหอบๆมาเพื่อให้ทันปล่อยตัวบัณฑิต

“ระหว่างนี้ ผมจะเริ่มปล่อยบัณฑิตทีละห้องนะครับ ขอให้บัณฑิตทุกคนแบ่งเป็นสองแถวในแต่ละห้องนะครับ แล้วเดินออกไปด้านหน้าหอประชุม เดินไปเรื่อยๆ ตามเต้นท์ที่จัดตั้งไว้นะครับ”

มันช่างดูน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แค่เสียงเอ่ยของเจ้าหน้าที่บัณฑิตจบลง ความตื่นเต้นก็ก่อเกิดขึ้นในใจ ทุกคนดูยิ้มแย้มและหน้าตาดูเปล่งประกาย คงเป็นเพราะมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาจะได้รับปริญญาอันทรงเกรียติและได้สวมชุดครุยอันมีค่า ซึ่งไม่ใช่ชุดทั่วไปที่ใครนึกอยากจะสวมใส่ก็ทำได้ ที่สำคัญคือมันกลับทำให้เพื่อนๆ ของพฤกษ์แทบลืมเรื่องราวแย่ๆ ไปชั่วขณะ ส่วนตัวเขาเองก็แทบลืมเรื่องคดีที่ชวนให้เขาขมวดปมและรับความสุข เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่เหล่าบัณฑิตจากห้องที่เดินเรียงแถวก่อนหน้าที่ค่อยเดินเป็นแถวคู่อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ส่วนบริเวณด้านข้างบันได ก็เต็มไปด้วยเหล่าเจ้าหน้าที่ดูแลบัณฑิตซึ่งคอยยืนคุมแถวบัณฑิตและตรวจสอบภาพรวมของบัณฑิตไปในตัวด้วย ทั้งความเรียบร้อยของชุดครุย ความเป็นระเบียบของแถว ตลอดจนรองเท้าของเหล่าบัณฑิตเอง และมันจะยิ่งตื่นเต้นกว่าเมื่อถึงคิวที่พวกเขาจะต้องเดินไปตามเต้นท์ ในระหว่างนั้น แพรวพราว ซึ่งมีชื่อต่อจากพฤกษ์ ก็จัดฮู้ตและชุดครุยของเขาให้ดูเรียบร้อย เช่นกัน พฤกษ์ก็จัดฮู้ตและชุดครุยให้กับทิเบศร์ที่อยู่ก่อนหน้า

แถวบัณฑิตทยอยเดินแถวเรียงหนึ่งไปเรื่อยๆ ไปตามเต้นท์ซึ่งจะไปบรรจบกับบริเวณด้านทิศตะวันออกของหอประชุมมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นจุดที่จัดงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัย โดยด้านหน้าสุดของแถวบัณฑิต จะเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ซึ่งตรวจเข้มมากเกี่ยวกับบัณฑิต บัณฑิตที่มาถึงจะต้องเดินผ่านเครื่องสแกน หลังจากนั้นจะต้องยื่นมือสองข้างให้เจ้าหน้าที่ตรวจเล็บ ถึงจะเดินเข้าไปในหอประชุมได้ เมื่อเข้าไปในหอประชุมแล้ว จะมีเครื่องสแกนและเจ้าหน้าที่อีกชุด ที่ตรวจคุมเข้มเป็นด่านสุดท้าย ก่อนพ้นประตูชั้นสองของหอประชุมเข้าไป เหล่าบัณฑิตที่ผ่านด่านสุดท้ายนี้แล้ว จึงไปนั่งตามเก้าอี้ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คุมบัณฑิตคอยจัดลำดับที่นั่งรับปริญญาของแต่ละคน

“เข้มข้นสุดเลยว่ะ” ทิเบศร์เอ่ยขึ้น

“นั่นสิเนอะ ดูตื่นเต้นดีจัง”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}