Puchii

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สุดท้ายกลายเป็นเธอตอนที่ 21 : #ไวท์กันต์

ชื่อตอน : สุดท้ายกลายเป็นเธอตอนที่ 21 : #ไวท์กันต์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 297

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2562 01:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุดท้ายกลายเป็นเธอตอนที่ 21 : #ไวท์กันต์
แบบอักษร

สุดท้ายกลายเป็นเธอ 

ตอนที่ 21 : #ไวท์กันต์  

นักเขียน : Puchii 

 

-กันต์- 

" ไวท์เป็นเมียพี่ไง พี่ถึงได้หึง" ผมต้องยิ้มอย่างเก็บไม่อยู่ เพราะนึกเอ็นดูคนที่อยู่ในอ้อมแขน อย่าเรียกว่าหน้าแดงแต่ตอนนี้แดงมาถึงหูเลยแหละ  

"เมียอะไรเล่า...?" ไวท์บ่นเสียงไม่ดังนัก ใกล้กันแค่นี้ ยังไงก็ได้ยินอยู่แล้ว แต่ก่อนนะแมนๆ แตะบอลกับผม ตอนนี้นอกจากเขิลเก่ง ยังขี้โวยวายอีก ผมเลยอดใจไม่ไหวกดจมูกลงไปกับแก้มขาวๆ หอมๆของคนที่ทำเป็นเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อน  

“ก็เมียพี่ไง!” ผมพูดย้ำ จะให้ผมพูดอีกกี่รอบก็ได้นะ จะได้จำได้ซักทีว่ามีเจ้าของแล้ว  

“พี่กันต์ ผมถามอะไรหน่อยซิ” ไวท์ถามผมน้ำเสียงไม่ดีเท่าไหร่ ผมปล่อยเขาออกจากอ้อมกอด และจับตัวให้หันหน้ามาคุยกัน  

“มีอะไร อยากถามอะไรก็ถามมาซิ” ไวท์เงยหน้ามามองตาผม เวลาทำหน้าหงอยๆแบบนี้มันน่าจุ๊บซะจริงๆ 

"พี่ชอบผมจริงๆเหรอ"  

"แล้วทำไมถึงคิดว่ามันไม่จริงหละ" 

“ก็ตอนพี่โอมห์หายไป พี่เสียใจมากขนาดนั้น พอเขามีปัญหาพี่ก็รีบยื่นมือเข้าไปช่วยทันทีเลย พี่ไม่คิดอะไรกับเขาแล้วจริงๆเหรอ?" พอไวท์พูดจบผมก็ยิ้มออก 

“ยิ้มอะไรเนี่ย”  

“ก็ที่ถามแบบนี้อ่ะ ชอบพี่เหมือนกันใช่มะ” คนเขิลเก่งหันหน้าหนี ทำทีมองไปทางอื่นทันที แต่ก็หันหวับกลับมามองที่ผมอยู่ดี ผมรวบมือทั้ง 2 ข้างของน้องแล้วดึงเข้าหาตัว จนหน้าเราเข้ามาใกล้กัน แล้วผมก็จับมือน้องให้โอบเอวผมไว้ 

“พี่กันต์!!” ผมมองตาไวท์ คนที่อีกแปปก็หลบตาผมอยู่ดี  

“เป็นอะไร เดี๋ยวนี้ไม่กล้ามองตาแหละ?” คราวนี้สายตาคู่เดิมก็กลับมาจ้องผมทันที  

ยุขึ้นเว้ย!  

“ยังไม่ต้องยอมรับก็ได้ เดี๋ยวนานๆไปก็ชินเอง” ผมพูดไปก็ยิ้มไป รู้สึกได้เลยว่าช่วงนี้กลับมายิ้มได้มากกว่าแต่ก่อนอีก 

“ปล่อมผม” เด็กดื้อพยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนของผม แต่มีเหรอ? ที่ผมจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ 

“ทำไม ไม่อยากรู้แล้วเหรอ?” พูดจบผมก็เลยขอมัดจำอีกซักฟอด  

ชื่นใจ!!! 

“พี่ก็ตอบมาดิ แล้วก็ปล่อยได้แล้ว อย่าคิดว่าผมสู้แรงพี่ไม่ได้นะ แค่ไม่อยากทำหรอก” คนตรงหน้าพูดกับผมด้วยท่าทางขึงขังมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมกลัวได้หรอกนะ 

“พี่รู้อยู่แล้วว่าไม่อยากทำแบบนั้นหรอก อยู่ในอ้อมกอดพี่สบายใจจะตายไป เนอะ!!”  

ปึก โอ๊ย!! 

คราวนี้ผมต้องร้องเสียงหลง เพราะไวท์กระทืบเท้าใส่เท้าผมเต็ม ๆ เลย เจ็บเป็นบ้า แต่ผมก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆหรอกนะ แต่แค่นี้...สบาย 

“ปล่อยดิว่ะ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดเว้ย ไม่อยากรู้แล้ว ปล่อย!!!” 

“ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด แต่พี่ดีใจก่อนไม่ได้เหรอ ที่มีคนชอบพี่ พี่ว่าไวท์เลิกคิดมากได้แล้วนะ เพราะตอนนี้พี่ไม่ได้คิดอะไรกับมันแล้วจริงๆ” ไวท์มองหน้าผม แล้วอยู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา  

“แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ เวลามันก็ผ่านมาไม่นาน ทำไมพี่ถึงได้.....” ไวท์มองหน้าผมแล้วก็ทำท่าเหมือนลังเลที่จะพูดต่อ 

“พี่เข้าใจนะว่าทำไมไวท์ถึงคิดแบบนั้น แต่พี่อยากให้ไวท์ลองคิดดูอีกที บางทีคนที่เคยรักแต่ทำให้เราเจ็บ...ก็ไม่สำคัญเท่าคนที่เข้ามาดูแลเราในวันที่เราไม่เหลือใครหรอกนะ”  

ที่ผ่านมาผมไม่ทำอะไรๆให้มันชัดเจน แต่ตอนนี้ผมจะพยายามแก้ไขทุกอย่าง ใจผมมันเปลี่ยนไปแล้ว จากที่เคยเจ็บ เสียใจเพราะคนที่จากไป แต่ท้ายที่สุด ความห่วงใย ความดีของคน ๆ นี้ได้เยียวยาหัวใจผมให้ดีขึ้นแล้ว ผมไม่อยากให้ไวท์จมอยู่กับความรู้สึกแบบเดียวกับโอมห์ เพราะถ้าไวท์เลือกทำเหมือนโอมห์ แล้วหนีไปจากผม ครั้งนี้ผมคงจะผ่านมันไปไม่ได้แล้ว  

ผมดึงไวท์เข้ามากอดไว้ วางคางไว้บนไหล่ และกระชับกอดของผมให้แน่นขึ้น  

“ไม่เป็นไรเลย ถ้าวันนี้ไวท์จะไม่เชื่อ แต่พี่ขอได้ไหม ว่าหลังจากวันนี้ไป ให้พี่พิสูจน์ให้ไวท์เห็นว่าตอนนี้ ไวท์ไม่ใช่แค่น้องข้างบ้านคนเดิมคนนั้น สำหรับพี่อีกแล้ว มันไม่ใช่เพราะเรื่องคืนนั้น แม้จะมีส่วนแต่สิ่งที่ทำให้พี่รักไวท์ก็คือตัวไวท์เอง” ผมดันตัวออก มองหน้าคนที่ได้แต่มองผมนิ่งก่อนจะนึกเอ็นดูยกมือขึ้นลูบหัวของเด็กดื้อที่ไม่ว่ายังไง ก็คงหัวรั้นเหมือนเดิม 

“มั่นใจในตัวเองหน่อย เชื่อใจพี่หน่อย แค่นี้ทำได้ไหม?”  

“ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าวันนึงพี่จะมาพูดแบบนี้กับผม” 

ไวท์หน้าแดงอีกแล้ว เป็นแบบนี้บ่อยๆ อดใจไม่ไหวจะมาโทษกันไม่ได้นะเนี่ย ผมยิ้ม แล้วก็ยื่นมือไปจับแก้มสองข้างของไวท์ เพื่อให้เขายิ้มให้ผมบ้าง 

“ต้องขอบคุณอะไรดีนะ ขอบคุณฟ้า หรือขอบคุณไวท์ดี”  

“ไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้นแหละ” พอได้คำตอบ ผมก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ 

จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อจริงๆนั่นแหละ จากเด็กแถวบ้าน น้องชายตัวแสบ กลายมาเป็นคนที่น่ารักที่สุดไปได้ 

“ไม่ขอบคุณก็ได้ งั้นเปลี่ยนเป็นขอแทนได้ไหม?” 

“ขออะไร?” 

“เป็นแฟนกันนะ” ไวท์ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้ม และไวท์ก็ขำออกมา 

“ขำอะไร? นี่ขอเป็นแฟนไม่ได้เล่นตลก ขำอะไร หือ??” ผมขยี้หัวไวท์ด้วยความหมั่นเขี้ยวที่ขำออกมา ทั้งๆที่ผมกำลังขอเป็นแฟน 

“ก็พอเอาเข้าจริงมันตลกอ่ะ เหมือนพี่กันต์กำลังแกล้งอยู่เลย” กันต์ยิ้มให้ไวท์พร้อมแววตาเจ้าเล่ห์ 

“อืม พี่แกล้ง”  

ฟอด ฟอด ฟอด  

กันต์รั้งเอวไวท์ และดึงตัวเข้ามาหา กดจมูกกับแก้มของไวท์ ทั้งสองข้างสลับกัน แต่ยังไม่ทันจะชื่นใจ ไวท์ก็ดันตัวออก แล้วใช้มือทั้งสองข้างดันอกกันต์ไว้ 

“พอแล้วไหม? จริงๆพี่เป็นคนแบบนี้เหรอ?” คนที่ถูกถามก็ยังยิ้มรับเช่นเคย 

“ใช่ กับเมียก็เป็นแบบนี้แหละ” พูดจบก็ทำท่าจะจู่โจมแก้มของไวท์อีก แต่ไวท์ไหวตัวทัน โยกหันหลบ เบี่ยงตัวหนีไปยืนอีกทาง  

“พี่กันต์ พอเลย”  

“อะไรอ่ะ?” 

“ถ้าไม่อยากให้หอมแล้วก็ตอบมา ว่าไง? คบกับพี่นะ” แม้จะไม่ได้จะจู่โจมไวท์แล้ว แต่มือไม้ก็ยังอยู่ไม่สุข กันต์จับมือไวท์ขึ้นมากุมไว้ และก็ลูบเบาๆ เพื่อกระตุ้นขอคำตอบ 

“อืม” 

“หือ? อืมอะไร?” 

“ก็อืมไง!” 

“อ้าว ก็อืมอะไรหละ” 

“ถามว่าอะไรก็ตอบอันนั่นแหละ” 

“อ่อ ยอมเป็นเมียพี่แหละ?” ไวท์ปราดตาไปมองกันต์ทันที แม้จะไม่ได้ทำสีหน้าไม่พอใจอะไร แต่ก็ทำให้คนพี่รู้ได้ว่าไม่อยากให้พูดล้อเล่นแบบนี้ซักเท่าไหร่ จนคนที่ยังหยอกไม่เลิกต้องยกมือทั้งสองข้าง ทำท่ายอมแพ้ “โอเคๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้ เป็นแฟนพี่แล้วนะครับ”  

กันต์ใช้มือประคองหน้าของไวท์ นิ้วโป่งก็ลูบแก้มช้าๆ  

“ขอบคุณจริงๆนะ ที่เข้ามาในช่วงเวลาที่แย่ที่สุด” กันต์พูดพร้อมสบสายตาที่ทำให้คนน้องใจเต้น 

ตึก ตึก ตึก  

-ไวท์- 

นอกจากจะหล่อยังจะพูดจาแบบนี้ใส่อีก ใจเต้นหมดแล้วเนี่ย ผมไม่เคยคิดว่าผมกับพี่กันต์จะมาอยู่ในจุดนี้ได้  

“เป็นแฟนกันแล้ว เพราะฉะนั้นพี่ขอใช้สิทธิของแฟนเดี๋ยวนี้เลยนะ” 

เฮ้ย สิทธิของแฟน! เดี๋ยวนี้! พี่กันต์จะ….! จะทำอะไร?  

“ไวท์ คิดอะไรอยู่เนี่ย?” พี่กันต์ถามผมเลยได้สติ 

“เปล่า แล้วพี่ใช้สิทธิอะไรหละ?...ก็ผม…” 

จะพุูดดีไหมว่ะ ว่ายังไม่พร้อม  

“ต่อไปอย่าไปยุ่งกับไอ้ปาล์มมันอีกนะ!!”  

เอ๊ะ ใช้สิทธิแฟน “อย่าไปยุ่งกะพี่ปาล์ม” โอ๊ย แล้วเมื่อกี้กูคิดอะไรไปเนี่ยยย  

“เงียบทำไม ทำไม่ได้หรือไงหือ” พี่กันต์ขยี้หัวผมอีก 

“ได้…ยังไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย” 

“อย่าคิดเอามันมาเป็นตัวสำรองเชียว มันไว้ใจไม่ได้ อย่าไว้ใจมัน จำไว้นะ” พี่กันต์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมจ้องหน้าผมอย่างเอาจริงเอาจัง ผมพยักหน้ารับ  

“รับทราบครับผม” ผมพูดพร้อมยกมือขึ้นมาทำท่าตะเบ๊ะใส่ทำให้พี่กันต์กลั้นยิ้มไม่อยู่ แล้วดึงผมเข้าไปกอด 

“ดีใจจัง”  

ล๊า ลา ลา ลา ลา 

โทรศัพท์พี่กันต์ดังขึ้น  

“ฮัลโหล...ว่า...ทำไมใครเป็นไร?...อืม เดี๋ยวกูไป....เออๆ” พี่กันต์วางโทรศัพท์ ก่อนจะมองผมหน้าเครียด  

“มีอะไรหรือเปล่าพี่?” พี่กันต์พยักหน้า แล้วก็ทำท่าเหมือนกำลังคิดว่าจะบอกผมดีไหม แล้วเขาก็จับมือผมขึ้นมากุมไว้ 

“ไอ้เกมส์ คนที่มาหาไอ้โอมห์เมื่อเย็นรถคว่ำ” ไม่แปลกที่พี่กันต์จะทำหน้าเครียด ขนาดผมเองยังตกใจ  

“เมฆมันรับสองคนนั้นไปที่โรงพยาบาลแล้ว มันบอกให้พี่ตามไปดูไอ้โอมห์หน่อย ดูท่ามันจะไม่ไหวอ่ะ” 

ผมยังงง ๆ เพราะดูจากท่าทางของพี่โอมห์เมื่อเย็นดูท่าเหมือนจะไม่อยากยุ่งกับพี่คนนั้นมากกว่า 

“โอมห์มันรักผู้ชายคนนั้น แค่มีปัญหากัน เมื่อเย็นเลยเป็นแบบนั้น” พี่กันต์บอก คงเพราะเห็นว่าผมทำหน้าสงสัยผมได้แต่พยักหน้ารับ พอได้รู้ว่าพี่คนนั้นเป็นคนที่พี่โอมห์รัก อยู่ๆผมก็รู้สึกวูบโหวงในใจขึ้นมาทันที งั้นแบบนี้ พี่โอมห์ต้องกำลังแย่แน่เลย  

“พี่ไปหาพี่โอมห์เถอะ เจอแบบนี้ต้องแย่มากๆแน่” ผมนึกเป็นห่วงพี่โอมห์ขึ้นมาเหมือนกัน  

“ไปกับพี่นะ” พี่กันต์จับมือผม แล้วยกขึ้นมาแนบไว้ที่อก ผมมองเขาแล้วก็ต้องแอบอมยิ้มกับสายตาของเขาที่มองมา มันบ่งบอกได้ชัดเจนกว่าอะไร ว่าระหว่างเรามันไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วจริงๆ 

“อืม ไปดิ” พอตกลงกัน พี่กันต์ก็จูงมือผม ไปหยิบกุญแจรถแล้วพาลงมาที่รถ ตลอดทางพี่กันต์จับมือผมไว้แทบจะตลอด คอยหันมามอง จนผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากจริงๆ 

พอมาถึงโรงพยาบาลพี่กันต์ก็ยังจูงมือผม เพื่อเดินเข้าไปด้านใน ผมหยุดเดินดึงมือเขาเอาไว้ เขาหันมามองหน้าผม แล้วทำหน้าสงสัยว่าผมหยุดทำไม  

“มืออ่ะ” ผมมองไปที่มือของเรา 

“ทำไม ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่”  

“แต่เพื่อน ๆ พี่....” 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ยังไงพี่ก็ต้องบอกคนอื่นอยู่แล้ว ไปเถอะ” พี่กันต์เดินจูงผมเข้าไปข้างใน พอเดินเข้าไปบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน พี่เมฆก็เดินออกมารับ 

“เป็นไงบ้างว่ะมึง” พี่กันต์ถามพี่เมฆ ดูเหมือนพี่เขาไม่ได้สนใจที่พี่กันต์จับมือผมไว้แบบนี้ คงเพราะกังวลเรื่องพี่โอมห์อยู่ ผมเองก็ไม่ได้ทัก เพราะตอนนี้ 

“ไม่ดีเท่าไหร่หรอก มึงไปดูมันหน่อยไป” พี่เมฆบอก พี่กันต์หันมามองหน้าผม แล้วจูงผมให้เดินไปด้วยกัน ผมเดินตามไปก็เห็นพี่โอมห์นั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน 

“เป็นไงบ้างมึง ไหวไหม?” พี่กันต์เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าพี่โอมห์ แล้วก็ถาม  

“ เพราะกู ฮือออ เป็นเพราะกู ไอ้กันต์.....” พอพี่โอมห์เห็นหน้าพี่กันต์ก็ลุกขึ้นโผเข้ากอด พี่กันต์กุมมือไว้แน่น แล้วหันมามองหน้าผม ผมยิ้มให้ แล้วส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ตอนนี้ความรู้สึกของพี่โอมห์สำคัญที่สุด ตลอดทางที่มา พี่กันต์ทำให้ผมรู้สึกได้ตลอดว่าเขาห่วงความรู้สึกของผม ไม่อยากให้ผมต้องคิดมาก ผมไม่อยากให้เขาต้องคิดมากเช่นกัน 

“ใจเย็นก่อนมึง รอคุยกับหมอก่อน มันอาจจะไม่ได้เป็นอะไรมากก็ได้”พี่กันต์พูดกับพี่โอมห์ ที่ตอนนี้กำลังร้องไห้ตัวสั่นอยู่ในอกของเขา ผมกระตุกมือพี่กันต์เบาๆ เพื่อบอกให้เขาปล่อมมือจากผมก่อน เขาหันมามอง แล้วส่ายหน้า ผมก็เลยกระตุกมือเขาเบา ๆ อีก เพื่อยืนยันคำเดิม เขามองหน้าผม ถอนหายใจออกมาเบาแล้วก็ยอมปล่อยมือผม 

“ฮืออออ มันไปกินเหล้าก็เพราะกูไม่ยอมคุยกับมัน ถ้ากูยอมคุยกับมัน มันก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้” เสียงร้องของพี่โอมห์ทำให้ผมหวนคิดถึงคืนนั้น มันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ระหว่างความรู้สึกของพี่กันต์ในวันนั้น กับพี่เขาในวันนี้  

พี่กันต์ดึงพี่โอมห์มากอดแล้วลูบหัวลูบไหล่เพื่อปลอบใจ แต่ก็ยังไม่วายคอยมองสบตาผมอยู่เป็นระยะ ผมได้แต่ยืนดู พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวตรงหน้า ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริงๆไม่ อะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ยังไม่รู้ ถ้ามั่วแต่ไม่มั่นใจ ลังเล แล้วไม่ยอมทำอะไรซักทีบางทีเราอาจจะต้องเสียคนที่เรารักไปก็ได้ 

"ไอ้กันต์กูกลัว...กูกลัวไม่มีโอกาสอีกแล้ว....."  

————— 

TBC......ท้องฟ้ากำลังสดใส แต่ฝนก็ชอบตกลงมาจัง เหมือนอากาศช่วงนี้เลยค่ะ ยังไงก็สู้ ๆ กันนะคะ ทุกคน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น