Lisa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ

นิศาชลลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงนี่เธอตายไปแล้วหรือว่าหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินมาช่วยเหลือไว้ได้ทันกันนะ จำได้ว่าสติครั้งสุดท้ายหายไป ในขณะที่เธอคิดอยู่ในรถโดยสาร ใช้แล้วเธอกำลังเดินทางกลับบ้านใน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ของเธอก่อนที่เดินทางไปที่ประเทศจีนกับทีมนักประวัติศาสตร์ที่มีการค้นพบสุสานของจักรพรรดิ และมีข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ 3000 ปี ทำให้ผู้คลั่งไคล้ในประวัติศาสตร์อย่างนิศาชลตื่นเต้นที่ได้รับการ

ใหัเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานสำรวจในครั้งนี้ และแล้วความคิดของนิศาชลได้ยินเสียงระเบิดมาพร้อมกับควันทางด้านหลังของรถทัวร์คนใหญ่ ที่เธอนั้นโดยสารมา เธอเริ่มมั่นใจว่านั้นเป็นเสียงระเบิดของกาสที่ใช้ในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์แทนการใช้น้ำมัน ของรถคันที่เธอนั่งอยู่ในตอนนี้ผู้คนที่รวมชะตาผู้คนที่รวมชะตาเดียวกันกับเธอเริ่มวิ่งเบียดเสียดกันไปที่ประตูทางออกพร้อมกับไฟที่เริ่มลุกใหม่ ผู้คนที่อยู่รอบนอกต่างก็ทิ้งรถของตัวเองแล้ววิ่งออกไปให้ไกลจากที่เกิดเหตุเพราะกลัวว่าตนจะโดนลูกหลงไปด้วย

แต่ความซวยต้องบังเกิดนอกจะการระเบิดแล้วประตูที่เป็นทางออกและฉุกเฉินกลับเปิดไม่ออกทำให้ผู้โดยสารสารบางรายที่อยู่ทางด้านท้ายของรถโดนไฟไหม้ ผู้คนต่างวิ่งมาร่วมกันที่ด้านหน้าเพื่อหนีไฟ

ด้วยความแออัดความร้อนจากไฟบวกกับอากาศด้านนอกที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอบอ้าวมากแค่ไหนทำให้นิศาชลหมดสติลงในที่สุด หลังจากนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับรถทัวร์คันที่เธอโดยสารมาอาจจะมีหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินมาชาวยเหลือเอาไว้ได้ทันหรืออาจโดนย่างสด

ทั้งคนก็เป็นได้ แต่สิ่งที่นิศาชลรับรู้ได้ในตอนนี้คือเธอยังไม่ตาย เพราะเธอนั้นรับรู้ได้ถึงลมหายในที่กระทบกับริมฝีปากด้านบนถึงแม้จะแผ่วเพียงใดก็ตามนิศาชลกระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับระดับการมองเห็นได้ชัดเจน

ภาพแรกที่นิศาชลมองเห็นคือหลังคาที่มุงจากหญ้าไม่สิตอนนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาลหลังคาต้องเป็นปูนหรือตีฝ้าเพดานสิถึงจะถูก หรือนี้เป็นนโยบายใหม่ของโรงพยาบาลกันนะ หรือว่าเธอจะหลับนานจนพ่อกับแม่รับกลับมารักษาอยู่ที่บ้านแต่ถ้าเป็นที่บ้านหลังคาบ้านต้องเป็นสันไทยสิ หรือว่าพ่อกับแม่พาเธอมาที่กระท่อมปลายนา เพราะกลัวว่าไม่มีใครดูแล่จึงนำเธอมาด้วย

เมื่อนิศาชลหาข้อสรุปให้กับตัวเองได้แล้วเธอจึงดันร่างขึ่นนั้งเพื่อจะไปหาพ่อแม่ที่ทำนาอยู่ด้านนอก ส่งสัยว่าเธอจะหลับนานจนเกินไปรู้สึกร่างของเธอเขายิ่งกว่าเดิมเสียอีกก่อนเกิดอุบัติเหตุจำได้ว่าเธอนั้นมีน้ำหนักถึง60 กิโลกรัม ป่วยแบบนี่ก็ดีเหมือนกันนะรู้ผอมเพรียวขึ้นมาทันที สงสัยว่าเธอจะหลับไปนานจริงจริง ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารถึงได้ไร้เรี่ยวแรงถึงขนาดนี้ นิศาชลพยายามให้แรงทั้งหมดที่มีเดินไปยังประตู แต่กระท่อมปลายนานี้ก็แปลกตาไม่น้อยทำจากไม้ไผ่เช่นเดียวกันแต่

อาจเป็นพ่อของเธอทำขึ้นใหม่ก็เป็นได้ เมื่อเดินผ่านพ้นประตูก็ทำให้ดวงตาของนิศาชลเบิกกว้างมากขึ้นกว่าเดิมนี้มันต้นไผ่ เธอหลับไปนานจริงจริงถึงขนาดที่หมูบ้านที่ทำนาเป็นอาชีพเป็นหลัก ได้เปลี่ยนอาชีพมาปลูกต้นไผ่แทนแถมยังเป็นไผ่หวานแรงต้น พันธุ์เดียวกับทีมีไนประเทศจีนอีกด้วย ในขณะที่นิศาชลนั้นกำลังเดินสำรวจป่าไผ่พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของหมู่บ้านอยู่นั้นเธอต้องชะงักทันทีที่มองเห็นเท้าตัวเองและชุดที่เธอสวมใส่ในตอนนี้ นี่มันอะไรกันใครชุดแบบนี้ให้เธอกัน เมื่อสังเกตุวิธีการทอผ้านักประวัติศาสตร์อย่างนิศาชลต้องเบิงตากว้างอีกครั้งราวกับเห็นของลำค้าก็ไม่ปาน ชุดที่เธอสวมใส่ถึงจะไม่ใช้ผ้าใหม่สีสันสดใสแต่นี้มันทำมาจากใยบัวชัดชัดและนิศาชลต้องเบิกตากว้างอีครั้งเมื่อมองเห็นมือและสีผิวขาวราวกับ

หิมะก็ไม่ปาน ด้วยสมองอันชาญของเธอได้ทำงานอย่างรวดเร็ว นิศาชลเป็นคนอีสานมีสีผิวสองสีและร่าวกายค่อนข้างท้วมไม่ผอมบางราวกับกิ่งหลิวแบบนี้ มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตัวเองจะต้องสะดุดเข้ากับจมูกเล็กแต่มีสันโดงขึ้นเล็กน้อย และนี้เป็นสิ่งที่บงบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่านี้มนไม่ใช่เธอ นิศาชลเป็นคนจมูกใหญ่และไม่มีสันที่จมูก เธอตายแล้วจริงหวังว่าจะไม่เห็นวิญญาณแล้วทะลุมิติมาหรอกนะ

ในขณะที่นิศาชลกำลังสำรวจร่างกายอยู่นั้นเธอก็ต้องยกมือขึ้นพร้อมกับกุมเข้าที่ศรีษะความเจ็บปวดเข้ามาเยือนอีกครั้ง พร้อมกับความทรงจำต่างหลั่งไหลเข้ามา อุบัติเหตุในวันนั้นทำให้เธอเสียชีวิตไฟลุกท่วมทั้งคันรถไม่มีใครรอดชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ตายแบบศพสวยหน่อยก็ไม่ได้โดนย่างสดจนหน้านะหยดสยอง แต่ชิวิตของเจ้าของร่างที่นิศาชลมาอาศัยอยู่นั้นมันอนาคตยิ่งกว่าเธอโดนย่าสดซะอีก

เธอตายไปเลยเธอต้องเป็นวิญญาณแถมเธอยังมาสิงอยู่ในร่างของคนที่หมดลมหายใจพร้อมกันกับเธออีกด้วยที่พีทไปกว่านั้นคือเธออยู่ในยุคโบราณจีนแถมยังเป็นโลกคู่ขนานอีกด้วย ไม่รู้ว่าปานนี้ทางครอบครัวของเธอจะเป็นอย่างไรบ้างพ่อแม่จะเสียใจมาแค่ไหนถึงเธอจะไม่ใช่ลูกคนเดียว พี่ๆของเธอต้องดูแลพ่อกับแม่ได้แน่นอนแต่ใครบ้างละจะไม่เสียใจเมื่อคนในครอบครัวจากไปโดยเฉพาะลูกที่พวกเขารักมากกว่าชีวิต

เรื่องที่นิศาตายอย่างอนาตโดยไม่ได้บอกลาใครมันน่าเศร้า แต่เรื่องราวชีวิตของเจ้าของร่างนี้มันอนาตยิ่งกว่าเธอโดนย่างสดเสียอีกร่างนี้มีนามว่าหานเหมยหลินซึ่งเธอเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเว่ยมีพี่ชายคนโตเป็นถึงรองแม่ทัพนามว่านามว่าหานหย่งคัง และพี่ชายคนรองเป็นถึงกุนซือที่มีฉายาจิ้งจอกสวรรค์นามว่า หานเจียงคัง ส่วนมารดานั้นเป็นเพียงหญิงชาวบ้านไม่มีแซ่นามว่าลั่วซี

เมื่อพ้นวัยปักปิ่นหานเหมยหลินก็ได้สมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ ให้แต่งเขาตำหนักบูรพาเป็นไท่จื่อเฟยให้กับองค์รัชทายาทเฟยหลง ในวันแต่งงานเหมยหลินได้เจอหน้าในตอนที่สามีของนางเดินเข้าหอแล้วมาเปิดผ้าคลุมหน้าและดื่มเหล้ามงคงเพียงเท่านั้น หลังจากดื่มเหล้ามงคลแล้วองค์รัชทายาทผู้มีฐานะเป็นสามีของนางก็เดินออกไปจากห้องหอโดยไร้ซึ่งเสียงสนทนา เหมยหลินอยู่ในตำหนักบูรพาโดยไร้ซึ่งความโปรดปราณจากเจ้าของตำหนัก จากนั้นไม่นานองค์รัชทายาทก็แต่งสตรีอันเป็นที่รักของพระองค์เข้ามาในฐานะชายารอง สตรีผู้นี้มาจากสกุลจางซึ่งเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นจากราชสำนักและยังเป็นญาติห่างๆของฮองเฮาผู้เป็นมารดาที่เลี้ยงดูองค์รัชทายาทด้วยเหตุนี้ พระชายารองตระกูลจางจึงเป็นที่รักยิ่งของผู้ เป็นมารดาของแผ่นดิน หลังจากนต้นเพียงแค่สองปีมารดาอันเป็นที่รักของนางก็สิ้นลงด้วยปัญหาด้านสุขภาพ สร้างความเสียใจให้กับเหมยหลินและตระกูลหายแต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหลังจากนั้นเพียงแค่หนึ่งปีบิดาและพี่ชายของนางจำต้องออกไปทำศึกใหญ่ในขณะที่ยังไม่พ้นชวงไว้ทุกข์ให้กับมารดาของนางด้วยซ้ำ

ศึกที่ชายแดนระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นเยี่ยยาวนานจนเกือบปีและเหมยหลินก็ได้รับข่าวร้ายอีกครั้งว่าบิดาและพี่ชายทั้งสองของนางต่างสิ้นชีพกันในสนามรบ นั้งเป็นเหตุทำให้กองทัพขาดทั้งแม่ทั้งรองแม่ทัพและกุนซือในคราวเดียวทำให้ฮ่องเต้ต้องส่งองค์รัชทายาทไปทำศึกในครั้งนี้พร้อมกับแต่ตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ส่วนตำแหน่งรองแม่ทัพนั่นให้กับองค์ชายเก้าหยางเฟยเทียนทำหน้าที่

ที่และตำแหน่งกุนซือนั้นมอบให้กับบุตรชายคนโตของท่านราชครูมู่เหิงไท่ ในขณะที่พระสวามีของเหมยหลินนั้นกำลังร่ำลากับพระชายาตระกูล

จางอยู่นั้น หานเหมยหลินกลับต้องมานั่งร่ำไห้ปานใจจะขาดในจวนตระกูลหายเนื่องจากนี้เป็นวันสุดท้ายที่จัดงานศพให้กับบิดาและพี่ชายทั้งสองพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ต้องนำร่างอันไร้วิญญาณของพวกเขา ไปยังสุสานของตระกูลและพรุ้งนี้นางก็คงไม่ได้ไปส่งผู้เป็นสามีเพียงในนามของนางเช่นกัน ในตอนนี้ตระกูลหานสายหลักก็เหลือเพียงแค่นางเพียงคนเดียว หลังจากที่ฝังศพของบิดาและพี่ชายทั้งสองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หานเหมยหลินก็ตัดสินใจมอบอิสระให้แก่บ่าวไพร่ในเรือนทั้งหมดและยังมอบเงินให้กับพวกเขาไปตั้งตัวส่วนจวนแหงนี้นางก็ยกให้กับตระกูลหานสายรอง

เมื่อไม่มีอำนาจของบิดาเป็นแรงสนับสนุนแล้ว อีกไม่นานนางคงต้องโดนกำจัดให้ออกจากตำแหน่งอย่างไม่ต้องสงสัยเพื่อไม่ให้ใครเดือดร้อนนางต้องตัดขาดให้เหลือเพียงตัวคนเดียวจะได้ไม่มีชีวิตที่บริสุทธิ์มาตายเพื่อนาง

จากวันนั้นมาก็เป็นเวลาเกิบสองปีการศึกยืดเยื้อเป็นเวลานานก็จบสิ้นลง ด้วยองรัชทายาทสามารถนำชัยชนะมาให้กับประชาชนแคว้นเว้นได้ ทำให้ตำแหน่งไท่จื่อก็ยิ่งมั้นคงมากกว่าเดินทหารที่ออกรบในครั้งนี้ต่างก็ได้รับรางวัลจากชัยชนะในครั้งนี้

เมื่อองค์รัชทายาทกลับมาก็ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับบรรนาการจากแคว้นเซี่ย รวมถึงองค์หญิงจากแคว้นเซี้ยที่องค์ไท่จื่อรับเข้ามาเป็นชายารองอีกคน

ในขณะที่ของรัชทายาทกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุดชีวิตพระชายาเอกของหานเหมยหลินก็ตกต่ำถึงขีดสุดเช่นกัน ตำแหน่งชายาเอกของนางนั้นไม่ต่างอะไรจากบ่าวไพร่อย่าว่าแต่ยังไม่เคยรับใช้องค์รัชทายาทสักครั้งเลยแม่แต่หน้าเขานางแทบจะจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

และวันที่หานเหมยหลินคาดการไว้ก็มาถึงพระชารองจากตระกูลจางอันเป็นที่รักของทุกคนในตำหนักบูรพาได้แท้งบุตรคนแรกขององค์รัชทายาทหลักฐานทุกอย่างชี้มาที่ตัวของพระชายาเอก หานเหมยหลินเองก็ไม่แก้ตัวแต่อย่างได้เพราะนางเองก็ไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกเช่นกัน

เจ้าของตำหนักบูรพาโกรธจนถึงสั่งให้ประหารเอาชีวิตของนางในคืนก่อนนำตัวนางไปคุกหลวงเขาต่อว่านางจนในใจปวดร้าวแค่ใหนผู้เป็นชายาเอกกลับไม่ตอบโต้กลับมาสักคำ ยิงทำให้ผู้เป็นสวามีในนามโกรธนางมากขึ้น จนจบลงด้วยการที่เขาย้ำยีนางดังนางในหอนางโลมก็มิปาน นางขอร้องเขาแต่เขากลับไม่ยอมหยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนไม่นานเหมยหลินก็สิ้นสติ ฟื้นขึ้นมาอีกทีนางก็พบว่าบุรุษใจร้ายผู้นี้ได้หลับไปแล้วข้างๆนาง

หานเหมยหลินอดทนต่อความเจ็บปวดของร่างกายลุกขึ้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดาออกจากตำหนักบูรพาพร้อมกับสาวใช้คนสนิด ไปที่คุกหลวงทันทีไม่รอให้บุรุษใจร้ายผู้นั้นลากนางเข้าคุกแต่อย่างใด

เมื่อมาถึงเหมยหลินก็พบกับแม่นมของนางในสภาพที่ขาข้างหนึ่งพร้อมก้าวเข้าสูประตูยมโลกแล้ว เหมยหลินเดินเขาไปด้านในพร้อมกับสาวใช้อีกคนนางขอร้องให้เจ้าหน้าที่ขังนางในห้องเดียวกันกับแม่นมทั้งสามกอดกันร้องไห้พร้อมกับยอมจำนนแล้วต่อโชคชะตา ในที่สุดเหมยหลินก็ทนเห็นแม่นมและสาวใช้คนสนิทตายพร้อมกับนางไม่ได้นางจึงตัดสินใจใช้ป้ายพระราชทานโทษตายและออกจากที่คุกหลวงแห่งนี้ภายในหนึ่งชัวบาทเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดเมื่นางนั้นได้รับความช้วยเหลืออย่างลับลับจากฮ่องเต้ จึงทำให้เหมยหลินออกจากเมืองหลวงได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่เดินทางได้เพียงแค่สามวันแม่นมของนางก็สิ้นลงเนื่องจากทนพิษของบาดแผลไม่ไหว เหมยหลินฝังศพของแม่นมตามมีตามเกิดและตัดสินใจเดินทางต่อไป จากนั้นเพียงแค่ครึ่งทางนางก็พบกับโจนป่าสาวใช้คนสนิทของนางอาสารั้งโจรเหล่านั้นไว้ให้นางหนี้ไป เหมยหลินหนีไปได้ไม่ไกลก็หาที่หลบซ่อนเมื่อแน่ใจว่าโจรป่าไปหมดแล้วนางจึงหวนกลับมาเพื่อตามหาสาวใช้ แต่สิ่งที่เหมยหลินได้พบกลับเพียงร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าติดกายเพียงชิ้นเดียวของสาวใช้ เหมยหลินร่ำให้ออกมาอีกครั้งในตอนนี้นางไม่เหลือใครแล้วจริงจริงนางตัดสินใจฝังศพของสาวใช้ไว้ตรงนี้พร้อมกับเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างไร้ทิศทาง จนได้พบกระท่อมกลางป่าแห่งนี้เหมยหลินไม่เห็นมามีใครอาศัยนางจึงขึ้นมาด้านในพร้อมกับล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจึงทำให้นางใช้ยาหลับตายกับตัวเองยาชนิดนี้เหมือนยานอนหลับทั่วไปแต่เมืหลับได้เพียงแค่ครั้งชั่วยามหัวใจก็จะหยุดเต้นว่ากันง่ายไปก็คือตายแบบไม่ทรมารและไม่รู้ตัวอีกด้วย

“ชิวิตของเธอนี้มหากาพย์ดร่ามาเลยจริงจริงนะเหมยหลิน “

นิศาชลเอ๋ยให้กับร่างที่นางมาอาศัยอยู่เมื่อรับรู้เรื่องร่าว ของร่างนี้แล้วแต่นิศาชลกลับมีความรู้สึกว่าเปล่า หรือเจ้าของร่างนี้จะปล่อยว่างเรื่องร่างที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แล้วจริงจริง

 

“ ขอบคุณนะเหมยหลินที่ปลดปล่อยร่างนี้ให้เป็นอิสระจากความ รัก ความแค้น ฉันสัญญาว่าจะใช้ชีวิตในร่างของเธอให้คุ้มค่าและเป็นอิสระอย่างที่เธอนั้นปราถนา”

จากนี้ไปร่างนี้เป็นของเธอเพื่อให้เกียรติกับเจ้าของร่างเดิมนิศาชลก็จะใช้ชื่อหานเหมยหลินต่อไปเรื่องนี้ก็จบเพียงเท่านี้แต่ต่อจากนี้จะต้องออกจากเมืองหลวงให้ไกลมากที่สุดเพื่อไม่ให้ใครตามหาเจอ นางเองพึ่งมาอยู่ใหม่ยังไม่อยากเจอแจ็กพอตตอนนี้ เมื่อคิดได้ดังนี้

นิศาชลได้ตัดสินใจเดินทางไปทางทิศเหนือของแคว้น ในเมื่อมาอยู่ในโลกใบใหม่และได้เกิดใหม่ในร่างของหานเหมยหลิน จากนี้ไปเธอจะแทนตัวเองว่าเหมยหลินให้เขากับผู้คนในที่นี้ และก็ยังคงความเป็นนิศาชลเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และอ่อนแอดั่งเช่นหานเหมยหลินเจ้าของร่างเดิม

อีกด้านหนึ่งของเมืองหลวงในตำหนักบูรพา ร่างของบุรุษผู้สูงศักดิ์ใบหน้าหล่อเหลาร่างร่างกับเทพเซียน บุรุษผู้นี้คือเจ้าของตำหนักบูรพาหยางเฟยหลงไท่จื่อของแคว้นเสีย ขันทีขางการคอยรินน้ำชาให้ด้วยความระมัดระวังไม่ให้อันได้ผิดพลาดในขณะที่เฟยหลงไท่จื่อนั้น ใน

มือถือฏีกาแต่ต้อนนี้เขาให้ความสนใจ กับรายงานที่องค์ไปสืบหาคสาม จริงหลังจากได้ลงมือทำร้ายร่างกายของผู้เป็นไท่จื่อเผยแล้ว ทำให้เข้าได้พบความจริง ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเข้าไปสืบเรื่องราวให้กระจ่าง เนื่องจากเป็นคนที่มีกลิ่นอายของความเย็นชาอยู่แล้วแต่สิ่งที่ได้รับรู้ในตอนนี้ยิ้งทำให้เขาแผ่ไอสังหารออกมาจนผูคนในห้อง รู้สึกอึดอัดจนเหงือไหลแตกพล่านออกมา

กว่าเขาจะคิดได้และรู้ตัวเขาก็ได้ทำผิดพลาดจนไม่อาจไห้อภัยตัวเองได้อีก ฮองเฮาที่เขาเคารพเหมือนมารดาเห็นแค่เขาเป็นเพียงบันไดไต่ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดเท่านั้น เขากลายเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่าเชื่อใจตอนนี้เขาเข้าใจเสด็จพ่อแล้วว่าทำไมถึงคัดคานไม่ให้เขาแต่งจางเหลียงฮวาในฐานะพระชายาเอก เข้าคิดมาตลอดว่าผู้เป็นบิดา

แต่งตั้งเข้าเป็นรัชทายาทเพียงเพราะอยากให้เข้าเป็นเป้าล่อให้กับองค์ชายสามหยางเฟยเหยียนที่เกิดจากสตรีอันเป็นที่รักของพระองค์แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความเข้าใจผิด ผู้ที่ฆ่ามารดาที่แท้จริงของเขาก็คือฮองเฮา ผู้ที่กำจัดตระกูลการก็คือฮองเฮาและผู้ที่ว่ายบังคับจิตใจแก่เขาก็คือฮองเฮา ไม่แปลกเลยสักนิดที่เขาจะดูรักใคร่จางเหลียงฮวานี้ไม่ใช่ความรักแต่เป็นคำสั่งที่เขาเองพึ่งรู้ตัว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น