ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 98 จางฟง

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 280

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2562 19:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 98 จางฟง
แบบอักษร

  เสี่ยวหลานยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองดูไป๋อวี่ตั้งท่าอยู่หน้ากล้องตัวใหญ่ ไป๋อวี่ร่าเริงยิ้มง่าย ระยะนี้ก็กินข้าวได้เยอะ ไม่อาเจียน ถึงกับมีคนทักว่าไป๋เหล่าซือดูมีเนื้อมีหนังขึ้น ตรงกันข้ามกับจูอี้หลงที่ผอมลงผอมลง ถึงจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตาก็ดูหมองมัวระทมทุกข์ชอบกล  

 

  วันก่อน เสี่ยวหลานเห็นจูอี้หลงต้อนรับไป๋อวี่ด้วยท่าทางเนือยๆจนเธอนึกไม่ชอบใจ โพล่งออกมาตรงๆตามนิสัย 

  "จูเหล่าซือไม่ดีใจหรือยังไงที่อวี่เกอมาหา อวี่เกอออกจะดีใจจนเต้นไปมาอย่างนั้น" ถังซันยื้อแขนเธอไว้ 

  "เธอดูแววตาเขาดีๆสิ ไม่เห็นหรือไง ว่าพอเขาเห็นไป๋เหล่าซือ แววตาเขาดีใจขนาดไหน" 

  "หนูจะไปเห็นได้ยังไง ไม่ได้จ้องตาเขาอยู่นี่" เสี่ยวหลานสวน 

  "เอาเถอะ เอาเถอะ ไป๋เหล่าซือเห็นแค่คนเดียวก็พอแล้ว" ถังซันตบหลังเสี่ยวหลานเบาๆ รั้งเธอให้เดินตามมา ในขณะที่สายตามองตามแผ่นหลังของไป๋อวี่ที่ผลุบหายเข้าไปในห้องพักของจูอี้หลง 

  ทางเลขาหลี่ก็โทรมาถาม ว่าเรื่องของไจ๋เทียนหลินมีผลกระทบอะไรกับจูเหล่าซือหรือเปล่า ถังซันตอบไปว่าเขาไม่รู้ .... คุณหลี่มีเบอร์ของหลินชิงหูไม่ใช่หรือครับ.... เลยโดนเลขาหลี่ตัดสายไปเสียดื้อๆ .... เฮ้อ เรื่องของไจ๋เทียนหลิน มันจะไม่กระทบจูอี้หลงได้ยังไง ทั้งคนในวงการบันเทิงกับคนในแวดวงการศึกษายังโดนกระทบกันไปถ้วนทั่ว จูอี้หลงเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทกับไจ๋เทียนหลิน เขาจะไม่รู้สึกอะไรได้ยังไง ... หน้าตาเขาจะหมองลงบ้างมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก 

 

  เคราะห์กรรมที่เกิดขึ้นกับไจ๋เทียนหลินกลายมาเป็นเกราะกำบังชั้นดีให้จูอี้หลง ไม่ว่าจะรอยยิ้มเศร้าๆ แววตาหม่นหมองจนดูเหมือนเขาง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา ร่างกายที่ผ่ายผอมลง ล้วนถูกคนในกองถ่ายคิดไปว่าเขาได้รับผลกระทบจากเรื่องของไจ๋เทียนหลิน แม้แต่ทางเผิงกวนอิง คนในวงการก็ยังคิดกันว่าเขาเองก็ได้รับผลกระทบจากกรณีของไจ๋เทียนหลินเหมือนกัน.... นี่เห็นเขาว่าเผิงเหล่าซืองดรับงานไม่มีกำหนดเลยนะ... เสียงสนทนาแว่วมาเข้าหู... จูอี้หลงหันไปดูสตาฟกลุ่มนั้น ... ที่เดินไปคุยกันไปจนพ้นระยะที่จะได้ยินเสียง 

  "อย่าเป็นกังวลไปเลย ไจ๋เหล่าซือมีคนรักและเคารพอยู่ไม่น้อย..." หลินชิงหูปลอบ ยื่นขวดน้ำให้ 

  "เผิงเหล่าซือ งดรับงานเหรอ" จูอี้หลงถาม หลินชิงหูถือขวดน้ำยื่นให้ค้างอยู่  

  "ได้ยินมาเหมือนกัน...." เขาอยากจะย้อนถามว่า ปกติคนที่รู้ดีที่สุดน่าจะเป็นจูเหล่าซือนะ.... แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ เขารั้งมือที่ยื่นขวดน้ำกลับเข้ามา 

  "เห็นว่ายกเลิกอันที่เซ็นสัญญาไปแล้วด้วย ... ทางสตูฯโวยวายน่าดู แต่เผิงเหล่าซือควักเงินจ่ายค่าชดเชยเอง ทางนั้นก็เลยโอเค ดูเหมือนต้องจ่ายค่าปรับให้ทางสตูฯของเผิงเหล่าซือเองด้วย ... " หลินชิงหูหยุดพูด มองดูจูอี้หลงที่นอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบค่อยๆดึงหมวกลงมาปิดหน้า  

  "นอนพักเถอะ เดี๋ยวข้าวมาแล้วพี่จะเรียก" เขาบอก หมุนตัวจะเดินจากมา แต่ยังทันได้เห็นน้ำตาที่ไหลเลยขอบหมวกลงมาก่อนจะซึมหายไปในจอนผมข้างหู... คนมีแฟนที่ไหนเขาจะต้องเลิกคบเพื่อนกัน.... เสียงของจูไฉ่หงดังก้องในหู ... หลินชิงหูเม้มริมฝีปาก เขาเดินลากเท้าออกจากเต้นท์ไป รู้สึกอ่อนแรงจนยกเท้าไม่ขึ้น... นี่เขาโดนเผิงกวนอิงกับจูอี้หลงหลอกมาตลอดเลยหรือยังไง ... พวกเขาไม่ใช่เพื่อน.... กัน... อย่างนั้นเหรอ? ฮะ? 

... 

... 

 

  คืนนั้น จูอี้หลงนอนไม่หลับ เขาเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแต่นัยน์ตากลับลืมโพลง 

  "งีบสักหน่อยจะดีกว่า เผื่อไป๋เหล่าซือมา จะได้รู้สึกสดชื่นบ้าง ไม่งั้นเขาจะเป็นห่วงนายอีก" หลินชิงหูขยับผ้าม่านให้ปิดสนิทยิ่งขึ้น จูอี้หลงผุดลุกขึ้นนั่ง 

  "อาทิตย์ที่แล้วก็มา วันนี้คงไม่มาอีกหรอก...." เขาบอกเรียบๆ ขยับตัวออกจากผ้าห่มแล้วหมุนตัวลงจากเตียง  

  "เดี๋ยวผมจะกินยานอนหลับหน่อย พอถึงเวลาพี่ช่วยปลุกผมด้วยก็แล้วกัน" จูอี้หลงเดินไปค้นหาขวดยาในกระเป๋า 

  "ได้ ได้ ได้ อย่าล็อคประตูห้องก็แล้วกัน" หลินชิงหูถอยออกจากห้องไป 

 

  หลินชิงหูก้าวข้ามขาของช่างภาพประจำทีมที่ปูถุงนอนนอนอยู่ที่พื้น เขาล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้นวม เพิ่งจะหลับตาลงโทรศัพท์ก็ครางฮือๆ .... ไป๋เหล่าซือมา.... จูไฉ่หงบอก ... มากับเสี่ยวหลานกับจางฟง ถังซันไม่ได้มาด้วย.... ให้ตายเถอะ ให้เวลาฉันพักหน่อยจะได้ไหม หลินชิงหูโวย... จูไฉ่หงเลยบอกว่าเธอจะดูแลเอง หลินชิงหูเออสั้นๆก่อนจะวางหูแล้วนอนต่อ 

  "จางฟง?" ดะ เดี๋ยวก่อน หลินชิงหูอุทาน แล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง ... จางฟง? ช่างภาพของไป๋อวี่ ...ไอ้หมอนี่มันรู้จักเผิงเหล่าซือนี่นา หลินชิงหูไม่ทันระวัง สะดุดเข้ากับคนที่นอนที่พื้น 

  "ขอโทษ ขอโทษ" เขาพรวดพราดออกประตูไป ไม่ใส่ใจเสียงประท้วงจากคนที่พื้น กับหมอนที่คนบนเตียงขว้างมา เขารู้ว่าตัวเขาเองเหนื่อยมาก พอๆกับทุกคนในทีมงาน แต่เขาจะต้องคุยกับจางฟง เขาอยากจะติดต่อเผิงกวนอิงให้ได้ 

... 

... 

ไป๋อวี่นั่งลงที่เตียง ใช้นิ้วมือไล้ผมที่หน้าผากของจูอี้หลง เขายิ้มน้อยๆอย่างได้ใจ.... หลงเกอตอนนอนหลับนี่น่ารักจริงๆ เขานึกถึงความคับข้องใจที่เกิดขึ้นคราวที่เผิงกวนอิงส่งรูปจูอี้หลงตอนหลับมาให้เขาดู แล้วบอกว่า ....ให้นายดูหน้าเขาตอนนอนหลับเป็นครั้งสุดท้าย.... ตอนนั้นไป๋อวี่ไม่ได้แค่เจ็บปวดเพราะเรื่องของรูปที่ส่งมา แต่เขายิ่งเจ็บในใจจนต้องทุบถองตัวเอง เมื่อจำได้ว่าเขาไม่เคยเห็นหลงเกอตอนนอนหลับเลย .... ถ้าไม่ใช่ฉากนอนหลับตามท้องเรื่องหรือตอนที่เขาเพียงแค่หลับตาเพื่อพักผ่อนระหว่างพักการถ่ายทำ... เขาไม่เคยเห็นหลงเกอตอนนอนหลับสนิทเลย แม้แต่ที่ออสเตรเลีย ก็เป็นเขาที่ผลอยหลับไปก่อน ตื่นขึ้นมา หลงเกอก็แต่งตัวเตรียมออกไปทำงานแล้ว...  

  เสียงเปิดประตูพรวดทำให้ไป๋อวี่หันไปมอง หลินชิงหูโผล่เข้ามาครึ่งตัว เขากวาดสายตามองรอบห้องแคบๆอย่างรวดเร็ว ก่อนถามเสี่ยวหลานที่กำลังจัดวางของกินลงบนโต๊ะตัวเตี้ยๆที่ริมผนังห้อง ...จางฟงล่ะ? ... เสี่ยวหลานยักไหล่เป็นคำตอบ จูไฉ่หงหิ้วถุงพลาสติคที่ใส่แอ้ปเปิ้ลล้างแล้วออกมาจากห้องน้ำ หลินชิงหูก้าวเข้ามาในห้องทั้งตัว เข้าค้อมหัวทักทายไป๋อวี่แล้วก้าวเข้าหาจูไฉ่หง แตะข้อศอกเธอเบาๆ 

  "ยานอนหลับจูเหล่าซือคงหมดแล้ว เอาขวดใหม่ให้เขาด้วย เมื่อวานเห็นเหลืออยู่สองเม็ดเอง เมื่อกี้เขาคงกินไปแล้ว" 

  "ฉันเอาขวดใหม่ให้ไปแล้วเมื่อเช้านี้ เทสองเม็ดที่เหลือใส่รวมไปด้วย" เธอบุ้ยปากไปทางโต๊ะหัวเตียง ที่จูอี้หลงเอาขวดยานอนหลับกับแก้วน้ำวางไว้ หลินชิงหูพยักหน้ารับรู้ ก้มลงมองอาหารในเซ็ทปิ่นโตโฟมที่เสี่ยวหลานกำลังเปิดฝากล่องทีละใบ  

  ไป๋อวี่เอื้อมมื้อไปหยิบขวดยานอนหลับ เขาถอนใจเบาๆ สงสารจูอี้หลงที่ต้องอาศัยยาถึงจะหลับลงได้ เขารู้ดีว่ามันทรมานขนาดไหน เพราะตัวเขาเองก็เคยผ่านวันคืนที่แสนยาวนานแบบนั้นมาก่อนแล้ว 

  "นี่ขวดเก่านี่นา" ไป๋อวี่ท้วง เขาลุกขึ้น เดินมายื่นขวดที่เปิดแล้วให้จูไฉ่หง 

  "ไม่นะ" จูไฉ่หงปฏิเสธ เอื้อมมือไปรับขวดมามองดูข้างในที่ว่างเปล่า 

  "ขวดเก่าเอาทิ้งถังขยะที่อยู่ในรถไปแล้ว"  

  หลินชิงหูไม่รอให้เธอพูดจบประโยค เขาพุ่งเข้าหาร่างที่นอนหลับสนิทบนเตียง กระชากร่างผอมบางนั้นขึ้นนั่ง แล้วเขย่าอย่างแรง ในใจมองเห็นภาพนักร้องสาวที่เขาเคยดูแล ....เสพยาเกินขนาด... 

  "อาหลง! อาหลง!" ... เขาเขย่าจนคอของจูอี้หลงสะบัดไปมา แต่ไม่มีทีท่าว่าเขาจะตื่น หลินชิงหูตวัดแขนทั้งสองข้างของจูอี้หลงขึ้นพาดบ่าพร้อมใช้ลำตัวของเขารับน้ำหนักตัวของจูอี้หลงไว้ หลินชิงหูเกร็งข้อแล้วโน้มตัวมาด้านหน้า เขาแบกจูอี้หลงไว้บนหลัง พุ่งอย่างทุลักทุเลเข้าไปในห้องน้ำ ไป๋อวี่ได้สติพุ่งตามมา หลินชิงหูวางจูอี้หลงลงบนพื้นใต้ฝักบัว ไป๋อวี่มือหนึ่งคว้าฝักบัวลงมาจากที่แขวนอีกมือหนึ่งก็เปิดน้ำ ใช้น้ำเย็นเฉียบรดลงบนหน้าและตัวของจูอี้หลง เสียงครางอืมจากใบหน้าที่ฉ่ำไปด้วยน้ำนั้นทำให้ไป๋อวี่ปล่อยลมหายใจพรวด เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาลืมหายใจไปพักใหญ่แล้ว 

  "อาเจียน นายต้องอาเจียนเอามันออกมา" หลินชิงหูพยายามจับมือจูอี้หลงให้เขาล้วงคอตัวเอง  

  "เร็ว!" เขาตวาด ร่างที่เขาพยุงอยู่ล้มตัวลงกับพื้น ดึงเข่าขดเข้ามาชิดอกเหมือนจะพยายามนอนต่อ 

  "ผมเอง" ไป๋อวี่ทิ้งฝักบัว สองมื้อรั้งจูอี้หลงให้ลุกขึ้นมา แล้วเขาก็นั่งลงกอดจูอี้หลงจากด้านหลัง แขนข้างหนึ่งโอบประคองอก ส่วนมือของอีกข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังจูอี้หลงแรงๆ มือที่โอบด้านหน้าเปลี่ยนเป็นพยายามล้วงเข้าไปในปากของจูอี้หลง หลินชิงหูใช้สองมือช่วยกดขากรรไกรพยายามง้างปากเขา จูอี้หลงพอมีสติอยู่บ้างเขาจึงอ้าปากขึ้นตามแรงง้าง ในที่สุดเขาก็อาเจียนออกมา 

 

  จางฟงหอบกระป๋องเบียร์สองแพ็คไว้แนบอก ใช้มือข้างที่ว่างเปิดประตูเข้ามาเจอจูไฉ่หงยืนร้องไห้อยู่ เสี่ยวหลานหน้าเหรอหราหันขวับมาผลักประตูปิดแล้วกดล็อก เสียงอาเจียน เสียงน้ำ กับเสียงเรียกหลงเกอหลงเกอของไป๋อวี่ทำให้จางฟงต้องรีบวางเบียร์ลงบนพื้นข้างโต๊ะ 

  หลินชิงหูพรวดออกมาจากห้องน้ำ เนื้อตัวมีแต่น้ำและยาเม็ดสีขาว ... เขาถามหาผ้าเช็ดตัว... จูไฉ่หงได้สติ เปิดตู้หน้าห้องน้ำคว้าผ้าเช็ดตัวออกมา เสี่ยวหลานเข้ามาช่วย ทั้งสองคนรีบเข้าไปในห้องน้ำ 

  หลินชิงหูสบตาจางฟงแล้วพุ่งเข้าใส่จนจางฟงผงะถอยไปติดประตูห้อง 

  "เผิงเหล่าซือ .... นาย นาย ติดต่อเผิงเหล่าซือให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย" 

  "ติดต่อไม่ได้ ..ผ ผมติดต่อเขาได้ที่ไหนเล่า" จางฟงละล่ำละลักปฏิเสธ พอดีกับที่เสี่ยวหลานกับจูไฉ่หงออกจากห้องน้ำมา ปล่อยให้ไป๋อวี่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จูอี้หลงแต่เพียงลำพัง  

  "นั่น! จูเหล่าซือ!" หลินชิงหูชี้นิ้วระริกไปทางห้องน้ำ 

  "กะ กรอกยานอนหลับเข้าไปจนหมดขวด ดีว่าอาเจียนออกมาแล้ว ...." หน้าเขาแดงก่ำจนเกือบจะดำ หายใจเข้าออกหนักๆเหมือนคนวิ่งขึ้นบันไดมาหลายชั้น 

  "แกถามเขาไป ว่าจะมาตอนนี้หรือจะมาตอนงานศพ..." 

  "เขาไม่รับสายใครเลย จริงๆนะ..." จางฟงอธิบายแต่มือก็ล้วงโทรศัพท์ออกมา  

  "ไม่ต้อง!" เสียงตวาดจากไป๋อวี่ที่กึ่งแบกกึ่งพยุงจูอี้หลงซึ่งตอนนี้สวมแต่เสื้อคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำ  

  "ไม่ต้องได้ยังไง!" หลินชิงหูตวาดกลับ เสียงดังไม่แพ้กัน เสี่ยวหลานกำลังจะปล่อยโฮแต่จูไฉ่หงรีบโอบกอดเธอไว้ 

  หลินชิงหูตวัดตามองไป๋อวี่ที่กำลังค่อยๆพยุงจูอี้หลงให้นอนลง 

  "คุณอย่ามาเห็นแก่ตัว เผิงเหล่าซือถอยให้คุณถึงขนาดนี้แล้ว คุณมันก็น่าจะหัดถอยบ้าง" 

  ไป๋อวี่พยายามระงับอารมณ์ เขาหายใจหอบจนตัวโยน จางฟงเหลือบตามองหาทางหนีทีไล่ เพราะเขารู้ว่าไป๋อวี่จะต้องอาละวาดแน่ๆ 

  "ไม่ต้อง... ผ ผมจะโทรเอง...." เสียงที่ราบเรียบสงบลงของไป๋อวี่ทำเอาจางฟงสะอึก 

  "ห หา? 

  "แต่ขอใช้โทรศัพท์คุณหน่อย" ไป๋อวี่ยื่นมือขอโทรศัพท์ จางฟงตวัดมือไปซ่อนด้านหลังตามสัญชาตญาณ .... คุณจะเอาโทรศัพท์ผมโทรไปอาละวาดกับเขา ... เขาก็เล่นงานผมตายสิ... 

  "ผมจะคุยกับเขาดีๆ ผมสัญญา" ไป๋อวี่ยังคงยื่นมือมาข้างหน้า น้ำเสียงที่ราบเรียบเปลี่ยนเป็นวิงวอนข้อร้องแล้ว 

  จางฟงเหมือนต้องมนต์สะกด ยื่นโทรศัพท์ให้ไป๋อวี่ .... นึกไม่ถึงว่าคุณชายคนนี้จะมีวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่กับเขาได้เหมือนกัน.... 

... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว