เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Heart 08 (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 756

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ค. 2562 12:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 08 (2)
แบบอักษร

บทบรรยาย ทอฝัน 

วันต่อมา... 

@กรุงเทพมหานคร 

“เอ่อ ฝันต้องเจอเพื่อนพี่อินจริงๆ เหรอคะ” ฉันถามคนข้างๆ ขณะนั่งรอที่สนามบินด้วยกัน เพื่อนพี่อินที่ฉันเอ่ยถึงก็คือคนที่ทำงานโรงแรมเดียวกันกับฉัน ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก พี่อินพึ่งบอกก่อนหน้านี้นี่เอง ฉันเลยไม่อยากเจอสักเท่าไหร่ 

ไม่ได้กลัวใครว่าเรื่องคบพี่อินนะ แต่ฉันเขินเพื่อนเขาต่างหาก 

“เรานั่งแท็กซี่ไปก็ได้นะ ไม่เห็นต้องรอเพื่อนเลย หรือพี่อินอยากไปกับเพื่อน งั้นฝันกลับเองก็ได้ค่ะ”  

หมับ! พี่อินยื่นมือมาจับท่อนแขนฉันไว้โดยพลันเมื่อฉันทำท่าจะลุกขึ้นหนีออกไปจากตรงนี้ พอฉันยอมนั่งลงตามเดิม พี่อินก็ตีแขนฉันเบาๆ เป็นเชิงว่าห้ามดื้อ จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์มาให้อ่าน 

Winner : เดี๋ยวพวกกูไปรับ มีของสำคัญจะให้ 

ภาคิณ : เอาไปให้ที่บ้านก็ได้ อีกสักสามชั่วโมง 

Winner : ไม่ๆ ของสำคัญจริงๆ  

ภาคิณ : อืม ลองไม่สำคัญสิ 

Winner : 555 กำลังจะออกไปละ 

 

“ของอะไรคะ” ฉันถามพี่อินหลังจากอ่านจบ เขาก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ว่าแต่ของนั้นไม่ได้เกี่ยวกับฉันสักหน่อย “พี่อินก็รอเพื่อนสิ ฝันกลับเองได้ จริงๆ นะ”  

หมับ! คราวนี้ไม่ใช่แค่จับแขนไว้ แต่พี่อินยื่นมือมาโอบไหล่และดึงเข้าไปกอดไว้แน่น แล้วแบบนี้ฉันจะหนีได้ยังไงเนี่ย ฉันยังไม่พร้อมให้ใครแซวเรื่องของเราจริงๆ เพราะฉันต้องเขินมากแน่เลย 

“ฝันไม่กลับก็ได้” ฉันบอกเสียงเศร้า ปรายตามองมือพี่อินที่ยังกอดฉันไว้ “แต่พี่อินไม่ต้องกอดฝันก็ได้ค่ะ ไม่หนีหรอก”  

‘เหรอ’ นี่คือคำสั้นๆ ที่ฉันสังเกตได้จากการกลอกตามองบนของเขาค่ะ  

“ได้ อยากกอดก็กอดเลย ถ้าเพื่อนตัวเองมาก็อย่าเขินล่ะ”  

พรึบ! นั่นไง พอหยิบเรื่องนี้มาขู่ พี่อินดูจะกลัวยิ่งกว่าฉันเสียอีก นอกจากปล่อยมือที่กอดฉันออกแล้ว เขายังขยับเว้นระยะห่างอีกนิด ฉันจึงยื่นมือไปตีแขนด้วยความหมั่นไส้แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน  

“เหตุผลที่ฝันหนี พี่อินก็รู้ แล้วยังไม่ยอมให้กลับอีก”  

‘พี่อยากไปบ้านแฟน ไม่ได้หรือไง’  

เถียงกลับด้วยการเอาตัวอักษรกระแทกหน้าทอฝันแบบนี้ ยอมรอให้กลับพร้อมกันก็ได้ “ชิ ใครอยากให้ไปด้วย”  

ฉันพูดไปงั้นแหละค่ะ ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องครอบครัวตัวเองขนาดนั้น คนเป็นแฟนกันเรื่องแบบนี้ต้องรู้หรือเปล่า แต่ที่หมั่นไส้เพราะพี่อินไม่ยอมบอกเหตุผลตั้งแต่แรกไงล่ะ 

‘ใครไม่อยาก พี่อยากครับ’  

“ฝันไม่ทะเลาะกับพี่อินแล้ว” เมื่อพี่อินไม่ยอมแพ้ ฉันยอมเองก็ได้ ยอมแบบนั่งรอด้วยท่าทางสบาย ชิวๆ เลิกกลัวเพื่อนพี่อินแล้วด้วย แต่ในใจตรงกันข้ามหมดเลยนะ 

นานหลายนาทีที่เราสองคนนั่งรอ เพื่อนพี่อินก็มา ตอนแรกฉันก็ไม่รู้หรอกว่าคนไหนเพราะพนักงานที่โรงแรมมีเป็นร้อยเป็นพันคน มารู้ตัวตอนที่พี่ๆ กระแอมเรียกร้องความสนใจอยู่ด้านหลังนี่แหละค่ะ 

อะแฮ่ม!  

ฉันกับพี่อินหันไปมองพร้อมกัน ฉันยกมือไหว้ ส่วนพี่อิน...เขาแบมือขอของจากเพื่อนทันทีราวกับรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีหรอกของสำคัญ ทุกอย่างเป็นแค่ข้ออ้าง แต่เพื่อนเขาอยากเห็นฉันตอนอยู่กับพี่อินแค่นั้นเอง เหมือนเป็นการยืนยันสถานะอะไรทำนองนี้ 

“มึงจะรีบไปไหน อะนี่” พี่คนหนึ่งยื่นกล่องนาฬิกาให้พี่อิน ก่อนจะลากสายตามาทางฉันแล้วยิ้มให้ ฉันก็ยิ้มตอบ “พี่ชื่อวินเนอร์นะ เรียกว่าพี่วินก็ได้”  

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วลากสายตาไปยังพี่อีกคน รอให้เขาแนะนำตัวเอง 

“พี่หนึ่งครับ”  

“ค่ะ”  

“....”  

แล้วบทสนทนาก็เงียบกริบ ฉันจึงหันไปมองพี่อินเพื่อจะดูว่าเขาทำอะไรอยู่ แต่แล้วก็ต้องหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสีหน้าโหดๆ พร้อมจะฆ่าเพื่อนตัวเองได้ทุกเมื่อ 

พี่อินชูนาฬิกาในมือขึ้นระดับสายตาแล้วจากนั้นก็ยัดใส่กระเป๋าสะพายราวกับว่านี่ไม่ใช่ของสำคัญอะไรเลย  

“อ้าว กูนึกว่ารีบใช้ไง เห็นสั่งก่อนไปเที่ยว กลับมาก็อยากใช้เลย” พี่วินเนอร์ว่าแล้วก็แอบยักคิ้วกวนๆ กับพี่หนึ่ง  

ส่วนพี่อิน เขาหันมามองฉันตาขวางจนหุบยิ้มแทบไม่ทัน อยากถามเหมือนกันว่าพี่อินคนที่อบอุ่นหรือคนที่ร้อนแรงเหมือนเมื่อคืนหายไปไหน  

ตายจริงทอฝัน จะมาร้อนแรงอะไรกัน ไม่เอาน่า ห้ามคิดเด็ดขาด 

“แล้วนี่ยังไง จะให้ไปส่งที่บ้านมึงหรือไปบ้านน้องทอฝัน”  

อยากขอบคุณพี่หนึ่งมากที่พูดแทรกขึ้นมาก่อนที่พี่อินจะทำร้ายฉัน และคงไม่ต้องเดาค่ะว่าใครจะรับความหงุดหงิดของพี่อินต่อจากนี้ 

 

‘1. ไปร้านขายยา 2. ไปบ้านฝัน 3.พวกมึงกลับบ้านไป!’  

 

โอ๊ย! พี่อินโมโหที่เพื่อนแกล้งเอานาฬิกามาให้แล้วบอกเป็นของสำคัญด้วยการพิมพ์เป็นขั้นตอน จบที่ไล่กลับบ้านแบบนี้ ทอฝันไม่อยากจินตนาการตอนพี่อินหึงเลยค่ะ ต้องเผาทุกคนที่อยู่ใกล้แน่ๆ  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}