ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 7 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 7 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 73.1k

ความคิดเห็น : 473

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2562 05:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 15,000
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 7 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 7 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

 

“กูเลยโทรมาบอกมึงก่อน เดี๋ยวรู้ทีหลังจะหาว่ากูไม่พูดไม่บอกอะไร” แม็คพูดดักคนรักไว้ก่อน 

 

(“เออ ยังดีที่พ่อมึงมาด้วย แล้วมึงคิดว่าไง คิดว่ามันมาเพราะสนใจมึงมั้ย”) นันถามกลับมา  

 

“ก็คิดอยู่ กูก็ไม่ได้โง่นะ แต่พูดไปจะหาว่ากูหลงตัวเองมั้ยล่ะ” แม็คแขวะคนรักกลับ เขาเองก็พอมองออกว่าอีกฝ่ายคิดยังไง แต่อยู่ๆจะให้ไปถามเท็นว่าชอบเขาเหรอ มันก็ดูจะหลงตัวเองไปหน่อย ทางที่ดีแม็คเลยคิดว่าตัวเองจะทำเป็นไม่รู้เรื่องไปเสียดีกว่า จะได้ไม่อึดอัดมากนัก ถ้าอีกฝ่ายไม่ล้ำเส้นเขากับนันมากจนเกินไปเขาก็จะอยู่เฉยๆ 

 

(“รู้ตัวก็ดี จะได้ระวังตัว กูไม่ได้จะเหมารวมว่าคนที่มาสนใจมึงนิสัยไม่ดีทั้งหมดหรอกนะ แต่มึงต้องรู้จักวางตัวให้ดี ดีพอที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่ามึงก็สนใจเหมือนกัน เข้าใจมั้ย”) นันเตือนกลับมา 

 

“คนที่สนใจกูนิสัยไม่ดีจริงๆนั่นแหละ เหมือนมึงไง” แม็คอดไม่ได้ที่แกล้งแขวะคนรักกลับไปอีก 

 

(“หึหึ ปากดี เดี๋ยวจนโดน”) นันพูดกลับไปพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ ทำให้แม็คสบายใจได้ว่านันไม่ได้อารมณ์เสียมากนัก 

(“แล้วถ้ากินข้าวเสร็จ มันจะไปไหนต่อ”) นันถามถึงเท็น 

 

“เค้าจะเข้าไปดูโรงงานน่ะ พ่อคงให้กูพาเดินดู พ่อเค้าก็สงสัยแหละ ว่าพี่เท็นคงสนใจกู แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ มึงเข้าใจพ่อใช่มั้ย” แม็คอธิบายกลับไป เพราะกลัวว่านันจะเข้าใจผิดว่าพ่อของเขาเปิดทางให้เท็นเข้ามาสนิทกับเขาด้วย 

 

(“กูดูเป็นคนคิดน้อยขนาดนั้นเลยเหรอวะ พ่อมึงน่ะ ถ้าไม่ใช่กูเค้าก็ไม่เอาใครมาเป็นลูกเขยเค้าแล้ว จะมีใครเอามึงอยู่นอกจากกูมั้ยล่ะ”) นันพูดกลับมา ทำให้แม็ครู้สึกร้อนหน้าวูบวาบ 

 

“หลงตัวเองนะมึงน่ะ” แม็คแกล้งว่ากลับไป 

 

(“แน่นอน กูหลงตัวเอง แล้วก็มั่นใจในตัวเองมากด้วย”) นันตอบกลับ ทำให้แม็คยิ้มขำออกมา 

 

“งั้นกูไปกินข้าวก่อนนะ นี่บอกเค้าว่ามาเข้าห้องน้ำ แต่โทรมาบอกมึงก่อน” แม็คพูดขึ้น เพราะคิดว่าน่าจะได้เวลาเข้าไปหาพ่อตนเองแล้ว 

 

(“อ่อ ฝากบอกพ่อหน่อยสิว่า.........”) นันพูดบางอย่างออกมา ทำให้แม็คยิ้มกว้าง  

 

“ได้ จะบอกพ่อให้ แค่นี้นะ” แม็ครับคำก่อนจะวางสายไป แล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องอาหาร เมื่อเห็นโต๊ะที่พ่อกับเท็นนั่ง แม็คก็เดินไปนั่งข้างพ่อตนเอง  

 

“ขอโทษที่ช้านะครับ” แม็คพูดขึ้นกับเท็น 

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่กับคุณอาสั่งอาหารไปบ้างแล้ว น้องแม็คอยากทานอะไรเพิ่มก็สั่งได้เลยครับ” เท็นพูดขึ้นอย่างใจดี สายตาที่มองแม็คพราวระยับ แม็คต้องทำเป็นไม่เห็นสายตาที่อีกฝ่ายมองมา 

 

“พ่อสั่งอะไรไปบ้างครับ” แม็คหันไปถามพ่อตนเอง 

 

“พ่อสั่งเผื่อแกแล้ว กำชับเรื่องกระเทียมไปแล้วด้วย แกอยากกินอะไรเพิ่มมั้ยล่ะ” พ่อของแม็คตอบกลับมา พร้อมกับบอกเมนูอาหารที่สั่งไปให้แม็ครับรู้ 

 

“แค่นี้ก็พอครับ” แม็คตอบกลับ 

 

“ผมว่าจะถามอยู่เหมือนกัน เห็นคุณอากำชับเรื่องกระเทียม ทำไมเหรอครับ” เท็นถามขึ้นด้วยความอยากรู้ 

 

“พอดีผมแพ้กระเทียมน่ะครับ” แม็คตอบกลับไปสั้นๆ เท็นก็พยักหน้ารับรู้ 

 

“พี่ว่า น้องแม็คมานั่งฝั่งเดียวกับพี่มั้ย คุณอาจะได้นั่งสบายๆ” เท็นพูดขึ้น เพราะอยากให้แม็คมานั่งข้างๆตนเอง 

 

“ไม่เป็นไรหรอกเท็น ให้นั่งกับอานี่แหละ” พ่อของแม็คพูดขึ้นยิ้มๆ เพราะรู้ว่าลูกชายคงไม่อยากไปนั่งอีกฝั่งแน่นอน ทำให้แม็คนึกได้ว่านันฝากมาบอกบางอย่างกับพ่อตนเอง 

 

//พ่อครับ คือนันมันฝากมาบอกว่า...// แม็คพูดบอกพ่อตนเองตามที่คนรักฝากมา พ่อของแม็คยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้ารับ เท็นเองก็สงสัย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนอาหารถูกนำมาเสริฟ ทั้งสามคนก็นั่งทานไปพร้อมๆกัน เท็นพยายามเอาใจทั้งแม็คและพ่อของแม็ค โดนการตักอาหารให้  

 

“พี่เท็นทานเลยครับ ไม่ต้องตักให้ผมก็ได้” แม็คพูดขึ้น  

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่ยินดี” เท็นพูดกลับพร้อมกับส่งสายตาสื่อความหมายมาให้แม็ค แม็คหันไปมองพ่อตนเองเล็กน้อย ก็พ่อของเขาก็พยักหน้าเหมือนให้ปล่อยอีกฝ่ายทำไป  

 

“โอ๊ะ ขอประทานโทษครับ” พนักงานคนหนึ่งเดินมาเติมน้ำให้กับเท็น แต่ฝาของเหยือกน้ำนั้นดันหลุดออก ทำให้น้ำกระเซ็นมาโดนแขนเสื้อของเท็นเข้า แต่ก็ไม่ได้มากนัก 

 

“นี่ นายทำอะไรไม่ระวังเลยห้ะ” เท็นเสียงดังใส่อีกฝ่ายทันที ทำให้แขกของโรงแรมคนอื่นๆหันมามองอย่างสนใจ ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว 

 

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณเท็น” ผู้จัดการถามทันทีเพราะรู้จักเท็นอยู่แล้ว พนักงานที่รินน้ำหน้าเสียพร้อมกับรีบหยิบผ้าสะอาดออกมา 

 

“เดี๋ยวผมเช็ดให้นะครับ” พนักงานคนดังกล่าวพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เท็นสะบัดมือออกอย่างรังเกียจ 

 

“ไม่ต้อง นายรู้มั้ยว่าสูทชั้นราคาเท่าไร นี่ยังดีที่เป็นน้ำ ถ้าเป็นน้ำแกงจากอาหาร นายจะชดใช้ไหวมั้ย” เท็นว่าออกมาอย่างหงุดหงิด แม็คกับพ่อของเขาหันมามองหน้ากันทันที 

 

“เอ่อ ผมขอโทษแทนพนักงานด้วยนะครับคุณเท็น พอดีเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ยังไงให้ผมเอาสูทไปทำความสะอาดให้มั้ยครับ” ผู้จัดการบอกออกมาอย่างนอบน้อม 

 

“ผมว่าไม่เป็นไรหรอกครับพี่เท็น เดี๋ยวก็แห้ง เพราะมันโดนไม่เยอะเท่าไร” แม็ครีบพูดออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มซีดเซียว การกระทำของเท็น ทำให้แม็คคิดย้อนกลับถึงตัวเองในอดีตอยู่เสมอ 

 

“ไปได้แล้ว เอาผ้ามาเช็ดพื้นด้วย” เมื่อเห็นว่าแม็คพูดขอเอาไว้ เท็นก็เลยจะเอาใจ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตามที เด็กหนุ่มที่โดนต่อว่ารีบยกมือไหว้เท็นกับแม็คทันที เด็กหนุ่มมองแม็คด้วยสายตาขอบคุณ แม็คก็ยิ้มอ่อนๆกลับไปให้  

 

“ทานต่อเถอะครับ” แม็คพูดบอกออกมา เมื่อเห็นว่าเท็นยังดูอารมณ์ไม่ดีอยู่ 

 

“เดี๋ยวพี่คงต้องคุยกับเพื่อนพี่หน่อยละ พนักงานทำอะไรไม่ระวังแบบนี้ มันเสียชื่อเสียงโรงแรม” เท็นบ่นออกมา แม็ครู้สึกขุ่นๆในใจที่เท็นไม่จบเรื่องนี้สักที 

 

“คนเราทำงานมันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างนะครับพี่เท็น ผมเองตอนทำงานพิเศษที่เมืองนอกผมก็เคยทำพลาดมากกว่านี้อีกครับ แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าผมไม่ได้ตั้งใจ”แม็คบอกออกมาเสียงนิ่ง เพราะรู้สึกเหมือนโดนเท็นดูถูกไปด้วย เขาเข้าใจความรู้สึกของเด็กหนุ่มคนเมื่อกี้ดี ว่ารู้สึกยังไง เมื่อทำบางอย่างพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ  

ช่วงแรกๆที่แม็คไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร เขาทั้งเกร็งทั้งประหม่า เพราะไม่เคยทำมาก่อน เลยทำเรื่องผิดพลาดหลายครั้ง โดนดุก็เยอะ แต่ทุกคนในร้านและลูกค้าก็ไม่เคยดูถูกเขาเลย ทำให้แม็คพยายามมากขึ้น ความผิดพลาดก็แทบไม่มีแล้ว 

 

“น้องแม็คทำงานพิเศษอะไรเหรอครับ” เท็นถามอย่างสงสัย 

 

“เด็กเสริฟในร้านอาหารนี่แหละครับ” แม็คตอบกลับไปตรงๆ ทำให้เท็นเลิกคิ้วเล็กน้อย 

 

“ทำไมถึงไปทำล่ะครับ ความจริงน้องแม็คไม่ต้องทำก็ได้นี่” เท็นถามกลับ เพราะรู้ว่าครอบครัวของแม็คก็รวยอยู่แล้ว การที่แม็คจะไปเรียนต่างประเทศนั้น ไม่จำเป็นต้องทำงานพิเศษก็ได้ 

 

“เค้าอยากหาเงินกินเงินใช้เองน่ะ” พ่อของแม็คตอบแทนให้ เท็นรีบยิ้มประจบเอาใจทันที 

 

“เก่งจังเลยนะครับ ขยันแบบนึ้คุณอาคงภูมิใจมาก” เท็นบอกออกมา พ่อของแม็คถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วก็นั่งทานข้าวต่อจนอิ่ม เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยก้พากันเดินออกจากห้องอาหาร เท็นขอแยกตัวไปเข้าห้องน้ำ พ่อของแม็คกับแม็คจึงยืนรออยู่แถวๆล็อบบี้ 

 

“ผมไม่โอเคเลยพ่อ” แม็คบอกออกมาเมื่ออยู่กันตามลำพัง 

 

“ชั้นเข้าใจ” พ่อของแม็คตอบกลับ เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยชอบสิ่งที่เท็นพูดและทำเหมือนกัน 

 

“แล้วแบบนี้จะร่วมงานกันได้เหรอครับ ผมคงอึดอัดตาย” แม็คบอกออกมาอีก 

 

“จริงๆพ่อก็ไม่ได้อยากจะทำ เอาไว้จะไปพูดกับคุณรังสรรค์เค้าอีกทีละกัน ตอนนี้ก็ทนๆไปก่อน” พ่อของแม็คบอกออกมาอย่างเข้าใจ เพราะจริงๆไม่ได้อยากจะทำอะไรเพิ่มในช่วงนี้อยู่แล้ว แม็คนั่งถอนหายใจแล้วหันไปเห็นเด็กเสริฟคนที่ทำน้หกใส่เท็น เดินตาแดงๆออกไปที่หน้าโรงแรม 

 

“เดี๋ยวผมมานะครับ” แม็คพูดกับพ่อตนเอง แล้วรีบเดินตามไปทันที บางอย่างทำให้เขานึกห่วงเด็กหนุ่มขึ้นมา แม็คเดินไปทันเห็นเด็กหนุ่มเดินไปยังสวนข้างโรงแรม เขาก็เดินตามไป และไปเห็นเด็กหนุ่มนั่งร้องไห้ แต่ไม่ได้สะอื้นออกมาเสียงดัง เป็นการร้องไห้เงียบๆเสียมากกว่า พอเห็นแม็คเดินมาก็รีบเช็ดน้ำตา 

“ขอโทษทีนะ” แม็คพูดขึ้น เพราะรู้ว่าเด็กหนุ่มคงจะอายแน่ๆ 

 

“ไม่เป็นไรครับ เอ่อ ผมขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยผมเมื่อสักครู่” เด็กหนุ่มยกมือไหว้แม็คทันที แม็คก็รับไหว้ 

 

“ทำไมมานั่งร้องไห้ตรงนี้ล่ะ โดนดุมารึไง” แม็คถามขึ้น เด็กหนุ่มเม้มปากนิดๆ ดวงตาแดงก่ำพร้อมพยักหน้ารับ 

 

“ผมไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกรึเปล่า ผมเพิ่งมาทำได้แค่สองอาทิตย์เท่านั้นเอง พี่เอกที่เป็นผู้จัดการ เค้าบอกว่าคุณคนนั้นเป็นเพื่อนเจ้าของโรงแรมด้วย ใช่มั้ยครับ” เด็กหนุ่มถามเสียงสั่น แม็คพยักหน้ารับ ทำให้เด็กหนุ่มน้ำตาไหลออกมาอีก แม็คยืนมองนิ่งๆ แล้วเสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นพ่อของเขาที่โทรมาตาม เลยทำให้แม็ครู้ว่าเข้าต้องไปแล้ว แม็คหยิบนามบัตรของตัวเองออกมาแล้วส่งให้เด็กหนุ่มตรงหน้า 

 

“นี่นามบัตรพี่ ถ้าโดนทางนี้ไล่ออกจริงๆ หรือทำต่อไม่ได้ ไปหาพี่ตามที่อยู่นี้นะ ถ้าไม่เจอก็ให้คนที่นั่นโทรหาพี่ พี่ต้องไปแล้ว” แม็คส่งนามบัตรที่เป็นเบอร์ในไทยให้กับเด็กหนุ่มไป เด็กหนุ่มรับมาอย่างงงๆ ก่อนที่แม็คจะรีบเดินไปหาพ่อตนเองทันที 

 

“น้องแม็คไปไหนมาเหรอครับ” เท็นถามขึ้น 

 

“ไปเดินดูสวนข้างโรงแรมมาน่ะครับ” แม็คตอบกลับไป เท็นก็ยิ้มรับ จนพนักงานเอารถมาจอดให้ ทั้งสามคนก็พากันขึ้นรถ แล้วกลับไปยังออฟฟิศของแม็คทันที ตลอดเวลาที่นั่งรถมาแม็คไม่ค่อยได้คุยอะไรกับเท็นมากนัก เพราะเขาแสร้งเล่นมือถือจนมาถึงออฟฟิศ  

 

“เดี๋ยวน้องแม็คจะพาพี่ไปเดินดูโรงงานตอนไหนดีครับ” เท็นถามขึ้น แม็คยกยิ้มเล็กน้อย 

 

“อีกสักพักนะครับ ขอเข้าไปที่ห้องทำงานก่อน” แม็คบอกออกมา 

 

“งั้นพี่ขอเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของน้องแม็คนะครับ” เท็นพูดขอขึ้นมา 

 

“ได้ครับ เชิญครับ” แม็คตอบกลับ แล้วเดินนำเข้าไปในออฟฟิศ พ่อของแม็คขอแยกตัวไปที่ห้องทำงานของตนเอง 

 

“คุณแม็คคะ” พนักงานต้อนรับเรียกแม็คเพื่อจะบอกบางอย่าง 

 

“ทราบแล้วครับ โทรคุยกันแล้ว” แม็คตอบกลับไปยิ้มๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ หญิงสาวก็ยิ้มรับ เท็นทำหน้างงเล็กน้อย แต่ก็เดินตามแม็คไป เมื่อขึ้นไปยังห้องทำงานของแม็ค แม็คเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของเขา แล้วรอยยิ้มก็เกิดขึ้น ส่วนเท็นเดินตามเข้ามาทีหลังก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงานของแม็คด้วยท่าทีสบายๆ  

“มานานยัง” แม็คถามขึ้นยิ้มๆ 

 

“สักพัก” เสียงทุ้มของนันตอบกลับมา พร้อมกับสายตาที่มองไปที่เท็นอย่างนิ่งๆ 

 

“นี่อะไรกันเหรอครับน้องแม็ค” เท็นถามอย่างงงๆ เพราะไม่คิดว่านันจะมาอยู่ในห้องทำงานของแม็คได้  

 

“อ่อ พี่เท็นครับ เดี๋ยวคนที่จะพาพี่เดินชมโรงงาน คือ นัน แฟนของผมนะครับ” แม็คหันมาพูดกับเท็น ทำให้เท็นนิ่งอึ้งไปทันที 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50 % ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

“เค้าจะรู้เรื่องเหรอครับ ถ้าพี่อยากได้ข้อมูลอะไร” เท็นถามออกมาต่อหน้านัน เหมือนดูถูกว่านันไม่น่าจะความรู้น้อย นันนั่งมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ ถึงแม้ว่าในใจจะเริ่มกรุ่นๆด้วยความไม่พอใจก็ตามที

“เค้ารู้เรื่องในโรงงานเยอะกว่าผมอีกครับ ก็คนที่เข้ามาช่วยพ่อผมดูแลโรงงานตอนที่ผมไม่อยู่ก็คือนันนี่แหละครับ อีกอย่าง พอพ่อรู้ว่านันจะมา พ่อก็เลยให้นันเป็นคนพาพี่เท็นเดินชมโรงงานครับ พี่เท็นไปถามพ่อผมก็ได้นะ” แม็คตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตึงๆ เมื่อเขาเองก็รับรู้ได้ว่าเท็นพูดดูถูกคนรักของเขาอยู่

“แล้วน้องแม็คล่ะครับ” เท็นถามแม็คโดยพยายามไม่สนใจนันที่มองมา

“ได้ข่าวว่ามึงเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอแม็ค มีพี่ชายตั้งแต่เมื่อไร” นันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกวนๆ เท็นหน้าตึงไปนิด

“ผมเรียกน้องแม็คว่าน้อง เพราะให้เกียรติและเอ็นดูเค้า หรือจะให้ผมพูดกูมึงแบบคุณล่ะ” เท็นพูดแขวะนันกลับไป

“อืมมม นั่นสินะ ก็ถูกของคุณ แม็คไม่ได้สนิทสนมอะไรกับคุณขนาดนั้น ไม่พูดกูมึงใส่กันน่ะถูกแล้ว” นันย้อนกลับไป ทำให้เท็นรู้สึกหงุดหงิดกับสีหน้าและริมฝีปากที่ยกยิ้มอย่างกวนๆเยาะๆของนัน

“เอาตามที่ผมบอกนั่นแหละครับ ให้นันเป็นคนพาพี่เท็นดูโรงงาน เพราะผมมีเอกสารที่ต้องจัดการต่ออีก” แม็คอ้างออกมา

“แล้วทำไมน้องแม็คไม่บอกพี่ตั้งแต่แรกล่ะครับ ว่าไม่สะดวก พี่จะได้ไม่รบกวนวันนี้ ค่อยมาดูโรงงานวันอื่นก็ได้” เท็นหันไปพูดอย่างเอาใจ

“ไหนๆก็มาแล้ว ผมไม่อยากให้พี่เสียเวลาน่ะครับ” แม็คบอกกลับไป เท็นมองหน้านันเล็กน้อย นันลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานของคนรักพร้อมกับบิดตัวไปมา หมุนแขนหมุนไหล่ แล้วเอียงคอไล่ความเมื่อยขบ แม็คแอบอมยิ้มเพราะท่าทางของนันเหมือนคนที่กำลังวอร์มร่างกายเพื่อขึ้นเวทีมวยเสียมากกว่า

“ไปครับ ผมจะพาชมโรงงานเอง” นันพูดพร้อมยกยิ้ม ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องทำงานของแม็ค เพื่อกดดันให้เท็นเดินออกมา เท็นหายใจเข้าลึกๆด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ต้องยอมเดินออกจากห้องทำงานของแม็คแต่โดยดี นันที่เปิดประตูค้างเอาไว้ก็มองหน้าคนรัก

//อย่าแกล้งอะไรเค้ามากเกินไปล่ะ// แม็คพูดเสียงเบาๆ นันก็ยิ้มขำ เพราะแม็คไม่ได้บอกเขาว่าอย่าแกล้งเท็น แต่แม็คบอกว่าอย่าแกล้งมากเกินไป มันหมายความว่าให้นันแกล้งได้ นันปิดประตูแล้วเดินมาหาเท็นที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

“เชิญ” นันพูดสั้นๆ แล้วเดินนำเท็นไปยังทางที่จะเดินไปโรงงาน เท็นเลยต้องเดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่ก้าวเข้าไปในส่วนของโรงงาน เสียงเรียกและเสียงทักทายนันก็ดังไปทั่ว ทำให้เท็นรู้ว่านันเข้ามาดูแลในส่วนของโรงงานจริงๆอย่างที่แม็คบอก

“ตั้งใจทำงานกันหน่อยนะครับ วันนี้มีแขกมาเยี่ยมชมโรงงาน”นันบอกกับทุกคน

“ส่วนคุณอยากรู้เรื่องอะไรก็ถามได้ ผมจะพาเดินดูทีละส่วน” นันบอกออกมาเสียงจริงจัง ก่อนจะเดินนำเท็นและอธิบายในแต่ละส่วนของโรงงาน ว่าผลิตอะไรบ้าง

“คุณคบกับน้องแม็คมากี่ปี” เสียงของเท็นถามขึ้น ขณะที่นันกำลังจะพาเดินไปอีกแผนก  นันหันไปมองหน้าเท็นด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“คุณอยากรู้ไปทำไม” นันถามกลับ

“ผมก็แค่สงสัย ว่าคุณคบกันนานแค่ไหน คุณอาถึงได้ยอมให้คุณเข้ามาดูแลในส่วนของโรงงานให้” เท็นบอกออกมา

“ผมคบกันมาปีกว่าแล้ว” นันตอบกลับด้วยท่าทีปกติ

“แล้วคุณรู้จักกับแม็คแล้วก็พ่อมานานแค่ไหน” นันถามกลับไปบ้าง เท็นขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจว่านันจะถามทำไม

“ผมรู้จักจริงๆจังๆเมื่อวานซืน” เท็นตอบกลับมา นันยกยิ้มมุมปากเยาะๆ

“อืม รู้จักกันแค่ 2 วัน แต่เข้ามาวุ่นวายอยากรู้เรื่องของคนอื่น” นันพูดขึ้น ทำให้เท็นหน้าชาทันที

“นี่คุณกำลังว่าผมงั้นเหรอ” เท็นถามเสียงแข็ง

“ผมไม่ได้ว่า ผมก็แค่สงสัยเหมือนกับคุณนั่นแหละ ทีคุณยังสงสัยได้เลย ว่าผมคบกับแม็คมากี่ปีถึงได้เข้ามาดูแลโรงงานให้ ผมก็เลยสงสัยว่าคุณรู้จักกับครอบครัวของแม็คมากี่ปีถึงอยากรู้เรื่องส่วนตัว แล้วก็อีกอย่างนะ ผมไม่เคยเจอคนที่เข้ามาเยี่ยมชมโรงงานถามเรื่องส่วนตัวเลย ส่วนใหญ่เขาจะถามเรื่องการผลิตและเครื่องจักรกันมากกว่า มีคุณคนแรกนี่แหละ” นันตอบกลับไป ทำให้เท็นร้อนหน้าวาบเมื่อถูกนันแขวะกลับแบบนี้

“คุณมีอะไรสงสัยอีกมั้ย ถ้าไม่มีผมจะพาดูต่อ” นันถามกลับไป เท็นส่ายหน้า นันจึงพาเดินต่อ วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ทำให้เท็นเหงื่อซึม นันพาเดินแบบไม่รีบร้อน ถ่วงเวลาให้เท็นอยู่ในโรงงานนานขึ้น ในโรงงานเอาจริงๆก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากนัก พนักงานและตัวของนันเคยชินกันอยู่แล้ว แต่สำหรับเท็น ที่แทบจะไม่ห่างจากห้องแอร์ ถึงกับตัวเปียกเพราะเหงื่อที่ซึมออกมา

“เราจะกลับไปที่ออฟฟิศได้รึยัง” เท็นถามขึ้นพร้อมกับปาดเหงื่อและสะบัดคอเสื้อไปมา สูทก็ถอดออกมาคล้องแขนเอาไว้

“เหลืออีก 2 โซน ทำไมครับ เดินต่อไม่ไหวแล้วเหรอ” นันถามพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูกอย่างไม่ปิดบัง เพราะเท็นเองก็เคยมองเขาแบบนี้เหมือนกัน

“ไหว ผมแค่ถามดูเท่านั้น” เท็นตอบกลับเพราะกลัวเสียหน้า นันยกยิ้มอย่างพอใจ

“ดีครับ” นันตอบแล้วเดินนำไปอีกส่วนของโรงงาน พอดีเจอเข้ากับช่างประจำโรงงานกำลังซ่อมเครื่องจักรตัวหนึ่งอยู่

“เครื่องไสร่องเป็นอะไร” นันถามขึ้น

“สวัสดีครับคุณนัน พอดีเครื่องมันดับไปเฉยๆน่ะครับ ผมเลยมาเช็คดู” ช่างคนหนึ่งพูดบอกออกมา

“ขอผมดูหน่อย อ่อ คุณเท็น ยืนรอผมก่อนนะครับ” นันหันมาบอกกับเท็น แล้วจัดการไปเช็คเครื่องจักรไสร่องทันที เท็นได้แต่ยืนฮึดฮัดเพราะเขาอยากกลับไปตากแอร์เร็วๆ นันเหลือบมองแล้วยกยิ้มขำ นันกระซิบบอกช่างว่าให้ซ่อมช้าๆ ไม่ต้องรีบ จริงๆเครื่องจักรไม่ได้เป็นอะไรมาก ซ่อมแป๊บเดียวก็ใช้งานต่อได้ นันกับช่างก็แกล้งจับนั่นจับนี่ ถอดนั่นใส่นี่ไปเรื่อยๆ

“คุณ เสร็จรึยัง ผมมีธุระต้องไปต่ออีกนะ” เท็นถามออกมาอย่างทนไม่ไหว

“คุณรีบงั้นเหรอ” นันถามกลับไป

“ใช่” เท็นตอบกลับ เพราะเขาอยากออกจากโรงงานเต็มทีแล้ว

“โอเค” นันตอบรับ เขาคิดว่าแกล้งเท็นนิดๆหน่อยก็พอ เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้งานในโรงงานล่าช้า

เคร้ง...

เฮือก..

เท็นถึงกับสะดุ้งเมื่อประแจขนาดใหญ่ถูกโยนมาใกล้กับเท้าของเขา พูดง่ายๆว่าถ้าโดนเท้า คงได้ห้อเลือดกันแน่ๆ

“อ่าว ไม่โดนหรอกเหรอ” นันพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“คุณหมายความว่าไง คุณตั้งใจจะโยนให้โดนเท้าผมงั้นเหรอ” เท็นว่าออกมาด้วยความไม่พอใข

“เปล่า คุณอย่าใส่ร้ายผมสิ” นันพูดด้วยท่าทียียวน

“ก็คุณบอกว่าไม่โดน”เท็นยังคงโวยออกมาต่อ นันยกยิ้มนิดๆพร้อมกับจ้องหน้าเท็น

“ที่ผมบอกว่าไม่โดนน่ะ ผมไม่ได้หมายถึงเท้า..” นันพูดพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้ๆเท็น

“ผมหมายถึงหัวคุณต่างหาก” นันบอกออกมาพร้อมกับจ้องหน้าเท็น ทำให้เท็นผงะถอยไปด้านหลังทันที

“นะ..นี่คุณกำลังจะทำร้ายร่างกายผมงั้นเหรอ” เท็นชี้หน้านันด้วยความไม่พอใจ

“หึหึ คุณนี่ก็จริงจังไปนะ ตกใจอะไรขนาดนั้น ผมพูดเล่น” นันพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาจากลำคอ เท็นมองหน้านันอย่างไม่ไว้ใจ

“เพราะถ้าผมพูดจริงผมก็จะทำจริง ไม่โยนพลาดหรอก” นันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำไปยังทางออกของโรงงาน ทำให้เท็นถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เพราะเขารู้สึกเหมือนโดนขู่ เท็นรีบเดินออกจากโรงงานทันทีเช่นเดียวกัน เพราะเขาร้อนจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว พอเข้าไปในออฟฟิศอีกที ก็เจอเข้ากับพ่อของแม็ค

“หืม ไปตกน้ำที่ไหนมาล่ะ ตัวเปียกซ่กเลย” พ่อของแม็คถามขึ้น เมื่อเห็นสภาพของเท็น

“เหงื่อผมน่ะครับ พอดีผมไม่ชินกับอากาศในโรงงานสักเท่าไร” เท็นตอบกลับไป เพราะเหงื่อเขาออกมากจริงๆ ก่อนที่นันจะเดินออกมาจากห้องน้ำเพราะเข้าไปล้างมือมา

“ต่างจากเจ้านันเลยนะ เจ้าคนนี้ทนทุกสภาพอากาศ ทำงานทุกอย่างแทนอาแทนแม็คได้เลย” พ่อของแม็คตบไหล่ของนันเบาๆเป็นเชิงอวด

“จะทำงานในห้องแอร์ หรือทำงานในโรงงาน นันทำได้หมด แล้วก็ทำได้ดีด้วย อาเลยเบาแรงไปเยอะ ว่าแต่เดินดูโรงงานทั่วรึเปล่า” พ่อของแม็คพูดชมนันให้เท็นฟัง ทำให้เท็นเงียบไปทันที

“ไม่ทั่วหรอกครับพ่อ พอดีเห็นว่าคุณเท็นเค้ามีธุระต้องไปทำต่อ ผมเลยพาออกมาก่อน” นันบอกกับพ่อของคนรัก ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการไล่เท็นกลับนั่นแหละ

“อ่าว งั้นเหรอ ไม่เป็นไร ไว้มีโอกาสค่อยมาใหม่ก็ได้ อาจะให้นันพาทัวร์ให้ทั่วกว่านี้นะ” พ่อของแม็คเสนอขึ้น

“ครับ งั้นผมขอลาคุณอาไปทำธุระก่อนนะครับ อ่อ ฝากลาน้องแม็คด้วยนะครับ ไว้ว่างๆผมจะเข้ามาหาใหม่” เท็นยกมือไหว้พ่อของแม็ค ก่อนจะเดินแยกออกไปจากออฟฟิศทันที โดยมีนันกับพ่อของแม็คยืนมองตามหลังไป

“ไปแกล้งเค้ามาล่ะสิ” พ่อของแม็คถามขึ้นอย่างขำๆ เพราะพอจะเดาออก

“นิดเดียวเองครับ ผมไม่ทำให้งานเสียอยู่แล้ว” นันตอบกลับไป พ่อของแม็คก็หัวเราะขำเล็กน้อย ก่อนจะแยกกลับเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ส่วนนันก็เดินไปที่ห้องทำงานของคนรัก แม็คเงยหน้ามามองทันทีเมื่อประตูห้องทำงานถูกเปิดออก พร้อมกับมองหาเท็นไปด้วย

“กลับไปแล้วเหรอวะ” แม็คถามออกมา นันพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นเล็กๆในห้องทำงานของแม็คมาดื่ม แล้วไปนั่งที่โซฟา

“แกล้งอะไรเค้าไปบ้าง” แม็คถามด้วยความอยากรู้ เพราะรู้ดีว่าคนรักคงไม่พาเดินชมโรงงานแบบปกติธรรมดาแน่ๆ

“ก็ไม่มีอะไรมาก มึงบอกไม่ให้แกล้งหนัก กูก็เลยพาเดินวนโรงงานให้มันร้อนเล่น ถ่วงเวลาให้มันอยู่ในโรงงานนานหน่อย หนุ่มสำอางอย่างมันจะทนสภาพอากาศในโรงงานได้แค่ไหนกันเชียว แล้วก็มีพูดขู่เล่นๆอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง” นันพูดอย่างไม่ใส่ใจ แม็คก็ยิ้มขำนิดๆ พลางนึกดีใจที่นันไม่ได้รุนแรงอะไร แม็คลุกมานั่งกับนันที่โซฟา

“กูไม่ค่อยชอบพี่เท็นเวลาที่เค้าดูถูกคนอื่นเลยว่ะ” แม็คพูดขึ้น ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนทานอาหารกลางวันให้นันฟัง พร้อมกับบอกนันไปด้วยว่าตนเองให้นามบัตรพนักงานโรงแรมคนนั้นไปด้วย

“ถ้าเกิดน้องมันมาตอนที่กูกลับไปเรียน มึงช่วยดูทีนะ หางานให้น้องทำหน่อย” แม็คบอกกลับ นันขมวดคิ้วเล็กน้อย

“มึงรู้จักเด็กคนนั้นดีแค่ไหนเชียว ถึงได้ยื่นมือไปช่วยน่ะ” นันถามกลับไป เขาไม่ได้จะว่าอะไรที่แม็คอยากช่วยคน เขาดีใจด้วยซ้ำ แต่เขาก็อยากให้แม็คคิดอะไรให้รอบคอบอีกหน่อย

“ไม่รู้สิ สัญชาติญาณกูล่ะมั้ง น้องมันดูเป็นเด็กดีนะมึง ถ้าเป็นคนอื่นโดนว่าโดนดูถูกขนาดนั้น คงหัวเสียแอบไปด่าลับหลังแล้วล่ะ แต่เด็กคนนี้แอบไปร้องไห้คนเดียว โคตรน่าสงสารเลย”แม็คบอกกลับไป นันถอนหายใจออกมาเบาๆ

“อยากทำตัวเป็นประชาสงเคราะห์ว่างั้นเหอะ” นันแกล้งว่ากลับไปไม่จริงจังนัก

“เอาน่า ถ้ามึงเจอน้อง มึงก็ช่วยกูดูๆหน่อยสิ ว่าน้องเป็นยังไง ถ้ามึงคิดว่าน้องไม่ดี มึงก็จัดการตามที่เห็นสมควรเท่านั้นเอง ถ้าในกรณีที่น้องมันมานะ นี่กูก็กะจะไปบอกพนักงานต้อนรับข้างหน้าด้วยเหมือนกัน” แม็คบอกย้ำกลับมา นันจึงพยักหน้ารับ

“ไปทำงานต่อไป เดี๋ยวกูจะนอนสักงีบ” นันพูดขึ้น

“แล้วไอ้ไวล่ะ” แม็คถามหาไว เพราะไม่เห็นไวอยู่กับนัน

“กูให้นั่งแท็กซี่กลับบ้านไปละ เพราะเดี๋ยวมึงเลิกงานกูจะพาไปกินหมูกะทะกับไอ้สาม มันโทรไปจิกกูตั้งแต่เที่ยงละ ว่าให้ชวนมึงไปกินหมูกระทะด้วย” นันบอกออกมาอย่างเอือมๆ

“อ่อ ไอ้ดิวไปด้วยใช่มั้ย” แม็คถามถึงเพื่อนตัวเอง

“มึงคิดว่าไอ้สามมันจะมาคนเดียวรึไง มันคงลากผัวมันมาด้วยนั่นแหละ” นันตอบกลับอย่างนึกขำ แม็คก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งทำงานต่อ ส่วนนันก็นอนพักสายตาอยู่ที่โซฟา ขนเวลาผ่านไปสักพัก นันก็รู้สึกเหมือนมีคนมานอนเบียดตนเองบนโซฟา เขาลืมตามามองก็เห็นแม็คมานอนอยู่ข้างๆ นันรั้งตัวแม็คเข้ามากอดทันที

“อะไรของมึง” นันถามขึ้นแต่แขนก็กอดรัดคนรักเอาไว้

“อยากพักสายตาบ้าง” แม็คตอบกลับ ทำให้นันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“หึหึ ยั่วเก่งขึ้นนะมึงน่ะ” นันพูดขึ้นแล้วหลับตาลง พร้อมกับขยับให้แม็คได้นอนสบายๆอยู่ในอ้อมแขนของเขา

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

2 Be con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แกล้งเท็นเบาๆพอ

ตอนนี้ไม่มีอะไรมาก ให้มันดำเนินไปเรื่อยๆก่อนนะคะ

..

สามารถกดดาวให้ยอนิมได้น๊า ^ ^

ความคิดเห็น