Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8 75%

คำค้น : โคแก่, หญ้าอ่อน, โรแมนติก, น่ารัก, ดุแต่ใจดี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 688

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2562 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 75%
แบบอักษร

 

“งั้นแสดงว่าเธอก็เป็นเด็กน่ะสิ” 

“แสนรักไม่ใช่เด็ก แค่เปรียบเฉยๆ!”  

หล่อนค้อนใส่ ทำหน้าง้ำไม่ชอบใจ แต่พอจะเดินหนีไปนั่งห่างๆ ก็ถูกเขาเรียกไว้เสียก่อน 

“วันนี้ที่เราจะไปกันคือหมู่เกาะอ่างทอง เธออยากไปเกาะไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า”  

ศรุตถามพร้อมกับหยิบหนังสือท่องเที่ยวเล่มเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเป้ส่งให้หล่อน แสนรักไม่อยากรับเพราะใจจริงอยากขึ้นจากเรือมากกว่า แต่เขาก็รู้ทันจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนลง 

“เราจะสงบศึกเรื่องที่ผ่านมาได้ไหม เธอหลอกฉัน แต่เราก็เคลียร์กันจนเข้าใจความจำเป็นของแต่ละคนแล้ว ตอนนี้ฉันแค่อยากมีเพื่อนไปเที่ยวด้วย แล้วก็ไม่อยากให้คนของรีสอร์ตมาด้วย เพราะพวกเขาเป็นพนักงาน เขาก็ต้องมาคอยดูแลฉัน แค่ไปเป็นเพื่อนฉันแค่นั้น ไม่ได้จริงๆ เหรอ” 

น้ำเสียงของเขาที่อ่อนโยนและดวงตาที่มองมา มันทำให้หล่อนหวั่นไหว ก็ไม่ได้เกลียดอะไรเขาหรอก แต่ไม่รู้ว่าอยู่กับเขาแล้วควรต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เพราะในอนาคตอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาก็จะกลายเป็นเจ้านายของหล่อน ไม่ใช่แขกของรีสอร์ตหรือคนรู้จักของที่บ้าน แล้วเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่า เป็นคนที่คุณปู่ยังต้องเกรงใจ แล้วบางครั้งเขาก็ทำให้หล่อนใจเต้นด้วย  

“แล้วแสนรักต้องทำอะไรบ้าง” 

“เที่ยวให้สนุก ทำตัวเหมือนไปเที่ยวกับเพื่อน แค่นั้นก็พอ” 

“แต่เพื่อนของแสนรักไม่ได้อายุเท่าคุณศรุตสักหน่อย”  

แสนรักพยายามบอกอ้อมๆ ว่าระหว่างเขากับหล่อนมันมีเส้นคั่นบางๆ กั้นอยู่ มันเป็นเส้นคั่นที่ทำให้หล่อนไม่กล้าหือกับเขา กลัวว่าเขาจะไปฟ้องคุณปู่ ถ้าเกิดหล่อนทำตัวไม่น่ารักหรือทำตัวมีปัญหากับเขามากๆ ยิ่งกว่าที่เคยทำมา  

แต่ศรุตกลับหัวเราะ ดูผ่อนคลายผิดกับยามปกติที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นลิบลับ แถมยังแหย่หล่อนอีกด้วยว่า 

“นั่นจะบอกว่าฉันแก่เหรอ ฉันอายุแค่สามสิบหกเองนะ”  

“เปล่า” หล่อนปฏิเสธเสียงสูง “แสนรักไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น” 

ศรุตหัวเราะในลำคอก่อนจะเลิกเย้าแหย่และพูดจริงจังมากขึ้น 

“เอาเป็นว่าเธอทำตัวตามปกติ เป็นอย่างที่เธอเป็น ไม่ต้องมองฉันว่าเป็นผู้บริหารของโรงแรมหรือเป็นคนรู้จักของคุณปู่ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ให้เธอลบทุกอย่างที่เธอรู้เกี่ยวกับฉัน ลบทุกอย่างที่เธอเห็นและคิดว่าฉันเป็น ถ้าเราคุยกัน มีความเห็นไม่ตรงกัน เธอจะพูดจะเถียง ทำหน้าบูด หรืองอนฉัน ก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะเป็นใครหรือเธอจะเป็นใคร ถือเป็นเรื่องระหว่างเราสองคน แค่นี้จะได้ไหม” 

แสนรักนิ่งไปอึดใจใหญ่ พอเห็นว่าเขาพูดออกมาจากใจจริง ก็ยอมตอบตกลง 

“ก็ได้ค่ะ” 

ศรุตยิ้มให้เป็นการขอบคุณที่หล่อนยอมเข้าใจ แล้วก็รู้สึกดีที่คนที่มาด้วยวันนี้คือหล่อน อย่างน้อยๆ หล่อนก็ไม่ทำตัวเสแสร้งแกล้งยิ้ม แล้วเวลาพูดก็ไม่ได้ประดิษฐ์คำพูดสวยหรู แต่เป็นการพูดที่คิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น แสดงความจริงใจออกมาตรงๆ มันทำให้เขารู้สึกดี 

เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ที่พยายามเข้าหาเขา พวกหล่อนเหล่านั้นมักจะปรุงแต่งตัวเองให้สวยตลอดเวลา แถมยังชอบพูดจาฉอเลาะ ชอบทอดสะพานให้ บางคนถ้าไม่ทอดสะพานใส่ ก็ทำตัวอวดภูมิอวดตัวเอง เป็นลูกสาวคนนั้นคนนี้ มีดีกรีนู่นนี่นั่น เพราะคิดว่าจะทำให้ดูเหมาะสมคู่ควรกับเขาที่สุด ทั้งที่ไม่เคยมีใครรู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาเกลียดผู้หญิงแบบนั้นที่สุด แล้วเพราะเหตุนี้เองถึงทำให้เขาครองตัวเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้ 

  

 

 

หลายนาทีหลังจากนั้นแสนรักก็สรุปสั้นๆ ว่าศรุตจะขับเรือพาไปเที่ยวเกาะไหนก็แล้วแต่เขาเลย เพราะหล่อนไม่ได้มีที่ไหนที่อยากแวะเป็นพิเศษ ศรุตพยักหน้าเข้าใจแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความอะไรสักอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขับเรือออกจากท่าบ่ายหน้าไปยังเป้าหมายแรกนั่นคือเกาะวัวตาหลับ อันเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง  

หนึ่งชั่วโมงกว่าต่อมา ศรุตจอดเรือไว้ที่ชายหาด วันนี้มีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาก เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่เพราะเป็นชาวต่างชาตินั่นแหละ บางคนจึงใส่ชุดว่ายน้ำเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ผู้หญิงก็ใส่บิกินี ผู้ชายก็ใส่แต่กางเกงว่ายน้ำอวดซิกซ์แพ็ก เป็นอาหารตาชั้นเลิศสุดๆ 

“อื้อหือ ซิกซ์แพ็ก เซเว่นแพ็ก เอ็กแพ็ก คิดถึงไอ้เปรี้ยว ไอ้มด ไอ้เอิร์นจริงๆ เดี๋ยวฉันจะดูซิกซ์แพ็กไปเผื่อพวกแกก็แล้วกันนะ” หล่อนเอ่ยถึงกลุ่มเพื่อนที่เวลาอยู่ด้วยกันก็มักจะตั้งวงเมาท์กันแบบผู้หญิงๆ ซึ่งมีทั้งเรื่องเมาท์มอยธรรมดา ไปจนถึงเรื่องทะลึ่งตึงตังบ้างอะไรบ้างตามประสาความสนิทสนม  

ศรุตที่ได้ยินทุกคำพูดของหล่อนถึงกับคิ้วกระตุกเล็กน้อย ไม่คิดว่าแม่กระต่ายจอมเจ้าเล่ห์คนนี้จะมีมุมชอบแอบมองหนุ่มๆ เป็นอาหารตาอยู่ด้วย สงสัยว่าเวลาอยู่ลับหลังผู้ใหญ่จะแอบเซี้ยวไม่เบา แต่คงเป็นประเภทเซี้ยวและแสบแบบหลบในแน่ๆ 

“ลงจากเรือกันดีกว่า” เขาบอกคนที่มัวแต่มองซิกซ์แพ็กหนุ่มตาน้ำข้าวบนชายหาด  

คนเพิ่งได้สติเพราะถูกเสียงของเขาเรียกให้คืนกลับมาถึงกับหันมาถาม  

“แล้วทิ้งเรือไว้อย่างนี้ ไม่มีใครเฝ้าจะไม่เป็นไรเหรอคะ”  

“ไม่เป็นไร อีกอย่างกุญแจก็อยู่กับฉัน แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะขโมยเรือกันได้ง่ายๆ หรอก เรือทั้งลำนะ ถึงขโมยจากตรงนี้ไปได้ แต่ขับไปไหนก็ต้องมีคนเห็น แล้วก็ชี้เบาะแสให้ตามได้อยู่ดี ไม่คุ้มที่จะขโมยหรอก” 

แสนรักคิดตามแล้วก็พยักหน้าเข้าใจกึ่งเห็นด้วย ศรุตจึงชวนหล่อนลงจากเรือ สองหนุ่มสาวเดินไปหยุดถ่ายรูปที่ป้ายอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่โตมาก พอถ่ายรูปเสร็จก็เดินไปตามป้ายที่ชี้ว่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ หยุดดูแผนที่ทางขึ้นเล็กน้อยก่อนที่คนชวนมาจะเป็นฝ่ายเอ่ยถาม 

“เส้นทางห้าร้อยเมตร กว่าจะถึงจุดชมวิว ไหวไหม?” 

“ไม่ไหวก็ต้องไหวค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ไม่อยากเสียเที่ยว” แสนรักว่าแล้วก็มองยอดเขาสูง คิดว่าเป็นไงเป็นกัน 

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินขึ้นไปตามทางเดินหินที่ทำเป็นขั้นบันได ซึ่งพอเดินขึ้นไปได้หน่อยจากทางเดินเตี้ยๆ ก็กลายเป็นเริ่มชันขึ้นทีละน้อยๆ โดยสองข้างทางมีเชือกกั้นเป็นราวไว้ให้จับ  

หญิงสาวมองบันไดหินตรงหน้า แม้มันจะเป็นบันไดหินที่ทำให้กลมกลืนธรรมชาติคล้ายกับโขดหิน เพียงแต่มันเรียบและดูเป็นขั้นบันไดมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นยิ่งเดินขึ้นไปเท่าไร หัวใจของหล่อนก็ยิ่งเต้นผิดจังหวะ ใจมันก็เริ่มโหวงๆ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันดูน่ากลัวทั้งที่มันก็ไม่ได้มีอะไรเลย 

‘หรือจริงๆ แอบเป็นโรคหัวใจอยู่วะไอ้แสนรัก ทำไมแค่นี้ถึงกับหวิว’ 

หล่อนคิดแล้วก็บอกตัวเองเสร็จสรรพว่าไม่ใช่ เพราะไม่มีประวัติว่าเป็นตั้งแต่เด็ก แล้วปกติก็ออกจะแข็งแรงอยู่ เพียงแต่ตอนนี้มันมีอาการกลัวๆ โหวงๆ แค่นั้นเอง 

แสนรักเดินขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เพราะหล่อนไม่ใช่นักเดินป่าหรือนักปีนเขาตัวยงจึงเดินได้ช้า บางคราวจึงต้องหยุดและเบี่ยงทางหลบให้นักท่องเที่ยวที่เดินตามขึ้นมาได้ไปก่อน  

“คุณศรุตเคยมาที่นี่มาก่อนหรือเปล่า” หล่อนถามขณะหยุดพักไปด้วยในตัว 

“เคย แต่นานแล้ว สักสิบสามปีได้แล้ว...” เขาเกือบหลุดปากไปแล้วว่าตั้งแต่หลังเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นก็ไม่ได้มาอีกเลย แต่ยั้งปากไว้ได้ทันและเปลี่ยนเป็นถามกลับ “แล้วเธอล่ะ” 

“ไม่เคยค่ะ แสนรักไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน” หล่อนตอบเสียงเรียบเรื่อย ไม่ได้รู้สึกน้อยใจที่ตนเองไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเที่ยวไหนเหมือนคนอื่นๆ 

ศรุตที่ได้รู้ประวัติคร่าวๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในบ้านนี้มาจากสินธร พอมาได้ยินคำสารภาพของแสนรัก เขาก็ตั้งปณิธานและบอกหล่อนกลับไปทันทีว่า 

“ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้ฉันจะชวนเธอเที่ยวบ่อยๆ” 

“ได้ยังไงคะ” 

“ทำไมจะไม่ได้” 

“ไม่ได้ค่ะ เพราะแสนรักไม่มีเงิน” หล่อนบอกอย่างตรงไปตรงมา “คุณศรุตอาจจะไม่เชื่อ ว่าคุณปู่มีเงินขนาดนั้นแล้วแสนรักมาบอกว่าไม่มีเงินได้ยังไง แต่ไม่มีจริงๆ แสนรักมีแค่ค่าขนมต่อเดือน เดือนละหกพัน แต่โดนค่าเดินทางไป-กลับ ก็หมดตูด บางเดือนแทบไม่มีเงินเก็บ นี่โชคดีนะคะว่าตามสัญญาฝึกงาน โรงแรมของคุณศรุตให้ค่าแรงด้วย” 

ศรุตพยักหน้าเข้าใจแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ สองหนุ่มสาวก็พักเหนื่อยต่ออีกนิด แล้วเริ่มเดินต่อจนกระทั่งมาถึงจุดชมวิวแรก แต่แค่นั้นแสนรักก็ออกอาการหอบแล้ว ผิดกับศรุตที่ยังไม่มีอาการหอบให้เห็น แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็รู้ว่าเขาเหนื่อยเหมือนกัน เพราะเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้า  

พอเขาเดินตามขึ้นมาหล่อนจึงหยิบซองทิชชูที่ตนเองชอบพกติดตัวเวลาไปไหนมาไหนออกมาจากกระเป๋ากางเกง เนื่องจากหล่อนเป็นพวกผิวมันแล้วก็ไม่ชอบเวลาหน้ามันเยิ้ม เพราะเวลาหน้ามันผสมกับเหงื่อแล้วไหลเข้าตามันจะทำให้แสบตา  

หล่อนยื่นซองใส่ทิชชูส่งให้ แต่ระดับความสูงที่หล่อนยืนอยู่มันต่างกับเขา เพราะหล่อนเดินนำขึ้นมาก่อน ทำให้ตอนนี้หล่อนเหมือนกำลังก้มมองเขาขณะยื่นมือให้ พลันนั้นเองภาพและความรู้สึกหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ซ้อนทับกัน  

ฝ่ายศรุตก็เงยหน้าขึ้นมองและยื่นมือไปรับซองทิชชูจากหล่อน แต่พอเห็นสีหน้าของหล่อนดูแปลกๆ อีกทั้งดวงตาของหล่อนเหมือนไม่ได้มองเขาอยู่และไม่ได้มองไปข้างหลังเขาด้วย เหมือนจู่ๆ ก็เหม่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างมาดึงความสนใจของหล่อน มันปนเปกับความกลัวและความตกใจที่เขาเห็นจากแววตาคู่นั้น  

“แสนรัก...แสนรัก...” 

เขาร้องเรียกเมื่อเห็นแสนรักยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่ไม่นานก็ได้สติเพราะเสียงเรียกของเขา เพียงแต่สีหน้าและแววตายังดูสับสนอยู่ แล้วหล่อนก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จนเขาต้องถามและกระตุ้นการตอบสนองอีกครั้ง 

“เป็นอะไร ไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวก็นั่งพักก่อน” 

“ไหว...ไหวค่ะ...” 

แสนรักตอบพลางฝืนส่งยิ้มให้เขา สติเริ่มกลับมาเต็มที่แต่สีหน้ายังไม่ค่อยสู้ดีนัก หล่อนจึงขอนั่งพักตรงจุดพักตามที่เขาแนะนำเมื่อครู่นี้ โดยศรุตได้ถอดหมวกแก๊ปออกแล้วพัดระบายความร้อนให้ เพราะคิดว่าหล่อนจะเป็นลม 

“ไม่เป็นไรค่ะ แสนรักไม่ได้จะเป็นลม” 

“แต่เมื่อครู่นี้สีหน้าเธอดูไม่ดีเลย” 

“แสนรักไม่ได้จะเป็นลมจริงๆ แสนรักแค่นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ตอนที่ส่งซองทิชชูให้คุณศรุต” 

ศรุตนิ่วหน้าแต่ก็ไม่โง่พอที่จะซักไซ้ไล่เลียง เพราะสีหน้าของหล่อนเมื่อครู่นี้มันก็บอกชัดแล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องที่น่าจดจำนัก ไม่อย่างนั้นหล่อนคงไม่ทำหน้าตาแปลกๆ และแววตาก็คงไม่แสดงความกลัวออกมาให้เห็นแน่ 

“งั้นนั่งพักตรงนี้สักครู่ ถ้าเธอไม่อยากเดินขึ้นไปต่อ เราจะกลับลงไป” 

“ไม่เป็นไรค่ะ แสนรักไม่เป็นไรจริงๆ ร่างกายแสนรักโอเคดี ไม่ได้ฝืน แล้วก็อยากเห็นวิวข้างบนด้วยค่ะ ว่าจะสวยเหมือนอย่างภาพถ่ายในหนังสือที่เคยเห็นหรือเปล่า” 

แสนรักยืนยันอีกครั้ง ศรุตจึงจำต้องเชื่อและปล่อยให้หล่อนนั่งพักอยู่เป็นนานหลายนาทีกว่าทั้งสองจะพร้อมเดินกันอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้หล่อนไม่มีท่าทางน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปได้เรื่อยๆ มีแค่เหนื่อยบ้างตามระยะทางซึ่งก็แวะพักที่จุดชมวิวเป็นระยะๆ หล่อนก็ไม่มีอาการแปลกๆ อย่างที่เห็นเมื่อครู่นี้อีกเลย  

 

 

************************************ 

 

น้องเป็นอะไรไป น้องเห็นอะไร น้อง!!!! 

ว่าแต่ลุงคะ นี่เรียกอ่อยแบบเนียนๆ ทำเป็นผู้ใหญ่ใจดี  

จริงๆ แล้วลุงแอบตกน้องอยู่ใช่ไหม สารภาพมาซะดีๆ  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น