facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 6-3 สิบเจ็ด สิบเก้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 6-3 สิบเจ็ด สิบเก้า

คำค้น : เทหน้ารัก เพราะรักเธอ นิยายเกาหลี โซซอล นิยายโรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 635

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2562 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6-3 สิบเจ็ด สิบเก้า
แบบอักษร

 

แจโอยืดไหล่และขาที่ตึงเพราะมัวแต่นั่งยองๆ พร้อมกับลุกขึ้น 

‘อาจจะดื้อไปหน่อย’ 

เขานั่งอยู่บนบันไดทาวน์เฮ้าส์ที่ฮันกยอลอาศัยอยู่ ทันทีที่หลอดไฟอัตโนมัติที่ติดตั้งไว้ตรงบันไดดับลง เขาก็แกว่งแขนไปมาเพื่อเปิดไฟ ไม่รู้ว่าทำแบบนี้ซ้ำไปมากี่ชั่วโมงแล้ว มีรถผ่านมาข้างหน้าเมื่อไหร่เขาก็จะยืดคอยาวแล้วส่องดูว่าคนที่อยู่ข้างในใช่ฮันกยอลหรือไม่ แจโอหัวเราะเยาะท่าทางของตัวเอง 

แต่ถึงอย่างไรก็คิดถึง แม้จะบอกจากปากตัวเองไว้ว่าไม่ต้องมาแล้วก็ได้ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าเธอจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นแม้แต่วันที่ออกจากโรงพยาบาล เธอคงจะไปพักหายใจหายคอจากงานยุ่งๆ เพราะส่งต้นฉบับมาเมื่อวาน แต่ก็สงสัยว่ามีนัดสำคัญอะไรถึงได้ละเลยเขาไปแบบนี้ อย่างไรก็ตามเขายังอยู่ในระหว่างการลาป่วยจึงมีเวลาเหลือเฟือและถึงจะโดนว่าว่าเป็นสตอล์กเกอร์ของฮันกยอล เขาก็ไม่สนใจหรอก ในระหว่างนั้นเขาก็มีความคิดที่จะอ่านหนังสือการ์ตูนที่ไม่ได้อ่านเพราะมัวแต่ทำงานไปด้วย 

แต่ทว่าแผนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของเขากลับพังทลายลงตั้งแต่เริ่ม มัวแต่กังวลเรื่องฮันกยอล เนื้อเรื่องของการ์ตูนจึงไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลย อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง เขาพลิกหน้าหนังสืออย่างไม่ใส่ใจแล้วพลิกกลับไปหน้าแรกเหมือนเดิมอยู่หลายรอบ สุดท้ายแจโอจึงจับโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาโทรไปหาฮันกยอลแต่ก็วางสายไปก่อนที่จะโทรติด 

‘ถ้าโทรไป เธอคงหงุดหงิดแน่ๆ’ 

แจโอส่ายหัวแล้วตัดสินใจอดทนต่ออีกสักหน่อย 

เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ไฟหน้ารถก็ส่องสว่างขึ้นพร้อมกับรถหนึ่งคันขับเข้ามา แจโอปิดหนังสือการ์ตูนแล้วส่องดูเงาทึบที่เห็นรางๆ ตรงข้ามกระจกรถ 

‘มาแล้วสินะ’ 

เห็นแค่เงาแจโอก็สามารถแยกออกได้เลยว่าคนนั้นคือฮันกยอลหรือไม่ 

เขาเก็บหนังสือที่กองไว้บนราวบันไดก่อนจะออกไปข้างนอก ตั้งใจจะไปดูว่าครั้งนี้นั่งรถใครมาอีกล่ะ 

“ไอ้นั่นอีกแล้ว?” 

หลังจากจำมินได้เขาก็ขมวดคิ้ว เนื่องจากเป็นคนที่ไม่อยากเห็นหน้าจึงซ่อนตัวและลังเลว่าถ้าไอ้นั่นกลับไปจะออกไปดีไหม แต่การเคลื่อนไหวภายในรถดูไม่ปกติ แจโอเห็นมินที่ลูบไล้ใบหน้าของฮันกยอลที่นิ่งสนิทซึ่งคงจะเป็นเพราะหลับอยู่ แถมหมอนั่นกำลังยื่นปากเข้าไปใกล้จึงรีบวิ่งออกไปทุบหน้าต่างรถ ชายหนุ่มที่ล้มเหลวในการลองขโมยจูบเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ พอเห็นว่าเป็นแจโอจึงจ้องมองด้วยแววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ 

‘คิดว่าจะปล่อยให้ทำอย่างที่ต้องการงั้นเหรอ?’ 

แจโอยิ้มให้และผงกศีรษะทักทายแบบสบายๆ ในระหว่างนั้นฮันกยอลก็ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เธอนั่งมึนสักพักด้วยสีหน้าอ่อนเพลียแล้วขมวดคิ้วลงจากรถหลังจากเห็นแจโอ 

“มารอตั้งแต่ตอนไหนคะ?” 

“อืม ประมาณสองชั่วโมงได้มั้ง” 

“ไม่มีประโยชน์” 

แจโอฟังคำต่อว่าของฮันกยอลผ่านๆ แล้วหันไปมองมิน เขากำลังจ้องมองฮันกยอลด้วยสายตาพึงพอใจเป็นอย่างมาก 

“ไปไหนกันแค่สองคน?” 

คำถามของแจโอทำให้คิ้วข้างหนึ่งของมินกระตุกขึ้น อาจเป็นเพราะไม่ชอบการที่จู่ๆ เขาก็พูดแบบเป็นกันเอง... ไม่สิ อาจจะแค่ไม่ชอบการพูดทักทายของเขาอยู่แล้วตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาดูอารมณ์ไม่ค่อยดีจริงๆ 

“ทั้งสองคนเริ่มพูดเป็นกันเองตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” 

ฮันกยอลก็คงจะสงสัยเหมือนกัน เธอจึงเอียงคอถาม 

“หือ? อ๋อ ก็ที่มาเยี่ยมไข้ครั้งที่แล้ว พอได้คุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ก็เริ่มสนิทขึ้นมา มั้ง?” 

ทันทีที่เขามองมาที่มินแล้วถามเหมือนกับหาความเห็นชอบ เธอจึงพยักหน้าด้วยสีหน้าตึงแปลกๆ ฮันกยอลหันมามองมินด้วยใบหน้าที่ดูโกรธเล็กน้อย 

“มิน นี่นาย” 

“ขอโทษ” 

แจโอไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องขอโทษด้วย แต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างฮันกยอลกับมินดูเย็นยะเยือกอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนที่ประจันหน้ากันสักพักหนึ่งจบสถานการณ์นี้ลงด้วยการที่ฮันกยอลคลายสีหน้าลงก่อน 

“ดึกแล้วกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวจะโทรหา” 

“อืม” 

มินตกลงอย่างง่ายดายเหมือนลูกหมาที่เชื่อฟังคำสั่ง ก่อนจะขึ้นไปนั่งที่นั่งคนขับ 

“แล้วโทรมานะพี่” 

“ขับรถระวังด้วยล่ะ” 

เขามองจ้องแจโอหนึ่งทีด้วยสายตาระแวดระวัง แล้วหมุนพวงมาลัยออกไปจากที่จอดรถอย่างนุ่มนวล ฮันกยอลมองดูไฟหลังรถที่ส่องสว่าง แล้วถอนหายใจแบบไม่รู้ความหมาย 

‘อะไรกันเนี่ย พวกคุณ?’ 

แจโออารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว เขาเกลียดความจริงที่ว่ามีอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับพวกเขาและอะไรบางอย่างนั้นคือสิ่งที่เขาไม่รู้ อยากทำลายโลกของพวกเขาที่ดูเหมือนจะไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ 

“มินเขา...” 

ฮันกยอลเริ่มพูดก่อน 

“ไปพูดอะไรกับคุณเหรอคะ?” 

“อะไรนะ?” 

เมื่อเขาถามกลับอีกครั้งโดยแกล้งทำเป็นไม่รู้ เธอจึงย่นหน้าผากและก้มหน้ามองพื้น ครุ่นคิดอะไรบางอย่างไม่กี่วินาทีจากนั้นจึงส่ายหัวไปมา แจโออารมณ์ไม่ดีที่ฮันกยอลนึกถึงคนอื่นทั้งที่ตัวเองอยู่ตรงหน้า อารมณ์ที่เก็บซ่อนเอาไว้จึงโผล่ขึ้นมา 

“คุณรู้ใช่ไหม” 

คำถามที่โยนมาโดยไม่คาดคิดทำให้ฮันกยอลถามกลับออกไปด้วยสีหน้างุนงง 

“คะ?” 

“ที่เด็กนั่นมันชอบคุณ คุณก็ไม่ได้ใส่ซื่อขนาดนั้นนี่ ความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดไหนถึงได้ยอมให้แต่เจ้านั่นแล้วตัดคนอื่นทิ้งอย่างไร้เยื่อใยล่ะ” 

ฮันกยอลปิดปากสนิท ดูเหมือนเธอตั้งใจที่จะไม่พูดเรื่องนั้นออกมาโดยเด็ดขาด มันเป็นความลับสุดยอดแบบไหนกันนะ แจโอหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิมจึงขยี้หัวตัวเองอย่างอารมณ์เสีย 

“ช่างเถอะ ไว้ค่อยฟังทีหลัง” 

แจโอมองดูท่าทางของฮันกยอลที่ดูสบายใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะคำพูดของเขา แล้วกัดปากด้วยความขมขื่น คนที่ชอบมากกว่าจะเป็นฝ่ายแพ้ใช่ไหม แม้จะปฏิเสธไม่ได้แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากการดื้อรั้นโดยเปล่าประโยชน์ 

“ลาพักถึงเมื่อไหร่คะ เห็นว่าคุณจียองยุ่งกับการเตรียมงานแต่งจนจะตายแล้ว” 

“ถึงพรุ่งนี้” 

แจโอตอบกลับไปสั้นๆ แล้วจึงเดินเข้ามาใกล้ฮันกยอล ไม่ชอบใจเลยที่ฮันกยอลมองตัวเองด้วยสีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น ทางนี้แค่เจอหน้ากันก็ร้อนรุ่มจะตายแล้ว แต่ก็รู้สึกโกรธเพราะรู้สึกเหมือนว่าเธอตั้งใจจะฆ่ากัน 

“คุณจองฮันกยอล” 

ทันทีที่เรียกชื่อเธอด้วยเสียงต่ำ ฮันกยอลที่ยืนเหม่อจนถึงตอนนี้จึงค่อยๆ ถอยไปข้างหลังและดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางแบบนั้นทำให้เขาหายโกรธขึ้นมาหน่อยโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนซึ่งแม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ แจโอตลกความรู้สึกตัวเองที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทั้งที่ไม่ใช่นักเรียนหญิงม.ปลายด้วยซ้ำ จึงกระตุกมุมปากแล้วหัวเราะออกมา 

“จูบได้ไหม?” 

“แน่นอนว่าไม่...!” 

เขาไม่ได้มีความคิดที่จะขออนุญาตอยู่แล้ว มันเป็นการส่งสัญญาณบอกว่าตอนนี้ฉันจะขยับเข้าไปใกล้แล้วนะเพื่อแสดงถึงมารยาทที่ดีไงล่ะ เขาจับตัวของฮันกยอลที่พยายามดิ้นรนไว้แน่นก่อนจะรุกเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว ทันทีที่แจโอผละริมฝีปากออกพร้อมกับเสียงดังจ๊วบและคลายแรงที่มือ ฮันกยอลก็รีบถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว แจโอยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกระซิบไปทางฮันกยอลที่ใช้หลังมือถูริมฝีปากตัวเองอย่างแรง 

“บางครั้งก็ต้องให้ของรางวัลบ้าง” 

“ปล่อยนะคะ!” 

ฮันกยอลหอบหายใจหนักพร้อมกับสะบัดมือของแจโอออก แล้ววิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่หันกลับมามองข้างหลัง ประตูถูกปิดลงพร้อมกับเสียงดังปังราวกับว่าอาคารจะถล่มลงมา 

“ฝันดี” 

แจโอกล่าวราตรีสวัสดิ์อย่างเงียบๆ ผ่านทางประตูบ้านที่ปิดสนิท 

อึดอัดใจ ความรู้สึกห่อเหี่ยวที่ไม่รู้สึกในตอนที่กอดเธอไว้ในอ้อมกอดถาโถมเข้ามาเมื่อฮันกยอลหายไปจากตรงหน้า อารมณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลย ซ้ำยังรุนแรงขึ้นและร้อนใจกว่าเดิมอีก 

‘เมื่อไหร่คุณจะเปิดใจให้?’ 

แจโอยืนใจลอยอยู่ที่เดิมและมองดูบ้านของฮันกยอลอย่างยาวนาน หลังจากดวงไฟดับลงเขาก็เริ่มก้าวฝีเท้าที่ไม่อยากจากไป กำลังจะออกไปยังถนนใหญ่เพื่อเรียกแท็กซี่แต่ก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นมาจากที่จอดรถจองตึกข้างๆ อย่างไม่คาดคิด 

“ผมเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำให้ลำบากใจ?” 

มินที่ลงมาจากรถจ้องมองแจโอด้วยสีหน้าเยือกเย็นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 

นี่เขาแกล้งทำเป็นกลับไปต่อหน้าฮันกยอลงั้นเหรอ? แจโอตะลึงจนพูดไม่ออกจึงแสร้งยิ้มออกมา 

“ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องฟังคำพูดของคุณนี่?” 

เขายักไหล่ จากนั้นจึงเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับทิ้งระเบิดเล็กๆ ไว้ให้ 

“คุณน่ะไม่รู้อะไรเลย” 

การพูดเหยียดหยามทำให้เขากัดฟันกรอด 

ใช่สิ ฉันไม่รู้อะไรเลย จะบอกอะไรกันแน่! อยากตะโกนออกไปแต่ก็ต้องระงับสิ่งที่อยากตะโกนถามไว้ได้อย่างหวุดหวิด กำปั้นของเขาสั่นระรัว 

มินเปิดปากพูดโดยที่ไม่ได้ยิ้มแปลกประหลาดออกมา 

“คนที่มีคุณสมบัตินะมีแค่ผมเท่านั้น ตั้งแต่สิบปีก่อนจนถึงตอนนี้ ผมเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ไม่เคยทำให้พี่เจ็บปวดเลย” 

“สิบปี?” 

“ใช่แล้ว สิบปี มันไม่มีช่องว่างให้คนอย่างคุณแทรกเข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว” 

น้ำเสียงของมินเต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้แจโอรู้สึกเสียศักดิ์ศรีอยู่ในใจ แม้เขาจะไม่พูดอย่างนั้นมันก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบไปโดยอัตโนมัติ หมอนั่นสิบปี ส่วนตัวเองอย่างมากก็ครึ่งปี 

‘ชิ’ 

แจโอถูคางอย่างแรง แม้จะเจ็บใจแต่เรื่องเวลาเขาช้ากว่ามิน แต่พอมาลองคิดดูดีๆ แล้ว ถึงแม้ว่าจะรู้จักกันมานานแต่ก็ใช่ว่ามินจะได้เปรียบ มันกลับกลายเป็นว่า... 

“ถึงจะอยู่ข้างๆ มานานขนาดนั้น แต่สุดท้ายนายก็ทำอะไรไม่ได้เลยนี่” 

ใช่แล้ว นี่คือประเด็น ถึงแม้จะอยู่ข้างๆ มาสิบปี แต่ก็ปล่อยฮันกยอลทิ้งไว้อย่างนั้น คำว่าปล่อยไว้อาจจะเกินไปก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็แน่ใจว่ามินไม่ได้มีส่วนช่วยรักษาบาดแผลภายในใจที่ฮันกยอลได้รับมาเลย 

ท้ายที่สุดแล้ว เพราะเขาไม่ได้เถียงอะไรกลับไปมินจึงได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองไปมา แจโอรู้สึกพอใจอยู่ข้างในพร้อมกับยิ้มให้ สีหน้าของมินที่เห็นท่าทางของเขาถึงกับหน้าตึงไปชั่วชณะ มุมปากสั่นเบาๆ ได้ไม่นานก็เริ่มผ่อนคลาย 

“มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? คนที่ไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่ให้อยู่ข้างๆ น่ะ” 

การที่ไอ้เด็กอายุน้อยกว่ายั่วยุด้วยการพูดพล่ามแบบเป็นกันเอง คงเพราะมินอาจจะตั้งใจกระตุ้นอารมณ์โกรธของเขา แจโอส่ายหน้าไปมาหลายทีแล้วมองมินตั้งแต่หัวจรดเท้า ใจจริงแล้วอยากจะซัดสักหนึ่งที แต่ใส่แว่นอยู่เพราะฉะนั้นจะอดทนไว้ก่อน แถมแผลที่ถูกแทงก็ยังไม่หายสนิทด้วย 

เขาจึงพยักหน้าเบาๆ แล้วยอมรับการประกาศสงครามของมิน 

“ดีเลย มาลองดูกันสักตั้ง” 

 

* * * 

 

เมื่อแจโอมาทำงานในวันต่อมา ผู้ช่วยซองก็ถืองานมากมายที่จะต้องทำ แล้วยื่นให้เขาทันทีเหมือนกับกำลังรออยู่ ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไรก็ตามแต่เนื่องจากแจโอได้พักผ่อน การรับผิดชอบตามเก็บเรื่องทุกอย่างก็ดูเหมือนจะหนักขึ้น 

แจโอมองดูสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะซึ่งถูกเรียงตามลำดับไว้อย่างเป็นระเบียบแล้วอย่างไม่มีทางเลือกแล้วจึงหัวเราะออกมา มันไม่ใช่แค่งานที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่เขายังต้องรับผิดชอบช่องว่างที่เกิดขึ้นในขณะที่ผู้ช่วยซองหยุดงานชั่วคราวด้วย ถึงคนที่รับช่วงต่อผู้ช่วยซองจะมาทำงานแทนในเร็วๆ นี้ แต่กว่าคนนั้นจะปรับตัวได้แจโอก็คงจะต้องลำบากอย่างไม่มีทางเลือก แค่คิดก็ปวดหัวแล้วและเหมือนจะเจ็บแผลที่เย็บไว้ด้วย 

“จะเลือกคนที่มารับช่วงต่อเมื่อไหร่” 

“เหมือนจะเลือกแล้วนะคะ น่าจะมาทำงานตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปค่ะ” 

ผู้ช่วยซองยื่นแฟ้มเอกสารบางๆ ให้หนึ่งอัน ในนั้นมีประวัติของพนักงานใหม่ที่จะเข้ามาทำงานต่อจากเธอ 

“ผู้หญิงอีกแล้ว?” 

“เป็นผู้หญิงไม่ได้เหรอคะ?” 

เธอเบ้ปากแล้วปรายตามองแจโอ 

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอก” 

แจโอพูดออกมาแค่คำเดียวอย่างห้วนๆ แล้วหันไปดูแฟ้มเอกสารอีกครั้ง ผู้หญิงในรูปที่มีรูปร่างหน้าต่างสะอาดสะอ้านกำลังยิ้มอย่างสง่าผ่าเผย ดูจากประวัติส่วนตัวแล้ว เธอไม่ใช่ทั้งมือใหม่และไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยที่เป็นที่ยอมรับพอสมควร อีกทั้งยังไม่มีความสนใจอะไรเลยเกี่ยวกับงานบรรณาธิการ แต่มีคะแนนสอบโทอิกค่อนข้างสูง 

“สวยใช่ไหมล่ะคะ?” 

ผู้ช่วยซองถามด้วยน้ำเสียงหยอกเล่น อืม เมื่อเขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ใส่ใจนัก เธอจึงยิ้มกริ่มพร้อมกับชี้ไปยังแผนกข้างๆ 

“ตอนนี้แผนกข้างๆ วุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ ก็สักพักแล้วนะคะที่ไม่มีพนักงานหญิงสวยๆ เข้ามา” 

“งั้นเหรอ?” 

เขากวาดตามองเอกสารคร่าวๆ และส่งแฟ้มเอกสารกลับคืนไปอีกรอบ แต่เหมือนว่าเธอจะมีแผนอะไรในใจ ผู้ช่วยซองจึงจิ้มจึกๆ ไปที่ด้านข้างของแจโอโดยที่ไม่คิดจะรับมันคืนไป 

“ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สไตล์ของหัวหน้าฝ่ายสินะคะ” 

ผู้ช่วยซองก็ใกล้จะแต่งงานเลยไม่มีความกลัวใดๆ อย่างที่เขาว่ากันว่าพวกป้าๆ จะใจกล้า ชิ แจโอจิ๊ปากไม่พอใจ วางเอกสารดังตุ้บลงบนหัวของเธอแล้วไล่ความอยากรู้อยากเห็นไร้สาระของเธอออกไป 

“ไปทำงานไป” 

ความคิดเห็น