ขอบคุณทุกการสนับสนุนและกำลังใจค่ะ❤

ตอนที่ 27 ความรักต้องมากับความเชื่อใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ความรักต้องมากับความเชื่อใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2563 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ความรักต้องมากับความเชื่อใจ
แบบอักษร

ชุดน้องตาก็จะประมาณนี้ค่ะ :) 

คาร์ลอสพาเธอไปอาบน้ำล้างตัวและเพียงไม่นานช่างแต่งตัวก็มา เขาปล่อยให้เธออยู่กับช่างแต่งตัว ส่วนเขาแต่งตัวเสร็จก็ออกไปทำธุระข้างนอก 

พอทำธุระเสร็จก็กลับมานั่งรอเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ใจจริงก็อยากจะเข้าไปดูว่าเธอเป็นยังไงบ้าง เธอจะชอบชุดที่เขาเลือกให้ไหม แต่อีกใจก็ไม่อยากจะเข้าไปเกะกะเพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลานัดแล้ว เสียงเปิดประตูออกมาทำให้เขารีบลุกขึ้นหันไปมอง  

" เสร็จแล้วค้าาา " ช่างแต่งตัวสาวสองส่งเสียงหวานบอกเขา 

และเพียงไม่นานร่างบางก็เดินออกมา ร่างแกร่งลมหายใจสะดุดเฮือกเมื่อเธอปรากฏตัวต่อสายตา ใบหน้าสวยหวานที่ปกติว่าสวยแล้ว พอมาแต่งหน้าแต่งตัวเธอสวยมากจนเขาไม่อยากจะพาเธอออกไปให้ใครเห็น ชุดสีฟ้าอ่อนฟูฟ่องยิ่งขับให้ผิวที่ขาวนวลเนียนอยู่แล้วยิ่งเนียนเด่นชัด ผมที่ถูกเกล้าขึ้นเผยให้เห็นคอสวยระหง จนเขาอดเสียดายที่ไม่ได้ทำร่องรอยทิ้งเอาไว้  

" เอ่อ..ตาดูแปลกมากเหรอคะ " เธอยืนมองเขาอย่างคนขาดความมั่นใจ  

คาร์ลอสเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเธอแล้วเชยคางเธอขึ้นมามองหน้าเขา  

" ตาสวยมาก...สวยจนพี่ไม่อยากให้ใครเห็น "  

" ปากหวาน " เธอยิ้มเขินหน้าแดงจนเขาอดใจไม่ไหวก้มลงไปประทับจูบบนแก้มนวล 

" พี่ไคล์!... อายเค้า " เธอตีแขนเขาเบาๆหนึ่งทีก่อนจะก้มหน้างุดมองพื้น  

คาร์ลอสโอบไหล่เธอให้ยืนเคียงข้างก่อนจะกล่าวขอบคุณช่างแต่งตัวแล้วพาเธอเดินไปห้องอาหาร ตลอดทางเดินทุกคนมองมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน ผู้ชายทุกคนมองเธออย่างเคลิบเคลิ้มหลงไหลจนเขาต้องกำมือแน่นอย่างไม่ชอบใจ ' เราบอกเธอว่าจะไม่หึง เราบอกเธอว่าจะไม่หวง..ท่องไว้ๆ ' เขาท่องสองคำนี้ตลอดทางเดิน แต่ก็ไม่วายส่งสายตาโหดเหี้ยมไปให้ผู้ชายพวกนั้น  

คาร์ลอสพาเธอเดินไปนั่งที่โต๊ะที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามในมุมที่เป็นส่วนตัว แสงไฟจากเทียนสีนวลส่องเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้นช่างดึงดูดและลึกลับ มันเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกประดับไปด้วยดวงดาวที่กำลังส่องแสงระยิบระยับ 

" ใครนะ..ช่างตั้งชื่อ...เป็นบุญตาจริงๆที่ได้เห็น " บุญตามองเขาอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มือแกร่งยื่นไปลูบข้างแก้มเธออย่างแผ่วเบา  

" ดวงตาคู่นี้เป็นของพี่... ทุกอย่างบนตัวตาก็เป็นของพี่" คาร์ลอสเลื่อนมือลงไปวางบนหน้าอกข้างซ้ายของเธอ  

" ใจดวงนี้ก็เป็นของพี่ " เขาเลื่อนมือลงไปวางที่หน้าท้องเธอ  

" ลูกสองคนนี้เป็นของเรา " บุญตายิ้มจนตาหยี โน้มใบหน้าเข้ามาชิดกับหูเขา 

" ตาเป็นของพี่ตั้งนานแล้ว...แล้วพี่ล่ะเป็นของตาหรือเปล่า " พูดจบเธอก็ถอนใบหน้าออกจากหูแล้วมาจ้องตาเขาแทน  

" พี่เป็นของตานานแล้วเหมือนกัน... " คาร์ลอสที่กำลังจะพูดต่อก็ต้องหยุดเมื่อพ่อของเธอเดินเข้ามา เขารีบลุกขึ้นจับมือกับท่าน ส่วนบุญตาก็ลุกขึ้นไปกอดท่านและจูบแก้มท่านเพื่อแสดงการกล่าวสวัสดีตามธรรมเนียมของคนเดนมาร์ค และท่านก็ทำเช่นกัน แต่บอกตามตรงว่าเขาไม่ปลื้ม เขาหวง! เขาไม่อยากให้ใครแตะเนื้อต้องตัวเธอ แม้แต่กับพ่อเธอเขาก็ไม่ชอบ ใช่! เขารู้ว่าเขาเห็นแก่ตัวและงี่เง่า แต่จะทำไงได้ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ พอเธอนั่งลงเขาก็ถามเธอทันที 

" ตาครับ..ไม่มีวิธีอื่นที่คนเดนมาร์คเขาทักทายกันแล้วหรือ " บุญตาขมวดคิ้วมองหน้าเขา 

" ทำไมหรือคะ " คาร์ลอสยกมือขึ้นเกาท้ายทอยด้วยไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีไม่ให้เธอเข้าใจผิด 

" เอ่อ..คือ..แบบว่าที่ไม่ต้องกอดต้องจูบแก้มกันแบบนี้น่ะ " พ่อเธอขำพรืดออกมาจนเขาต้องหันไปมอง 

" ทักทายวิธีนี้ดีที่สุดแล้วคุณ..ปกติเขาต้องแตะปากกันและจูบแก้มเป็นการทักทาย... นี่เห็นว่าอยู่ที่ไทยผมเลยไม่ทำ " คาร์ลอสมองว่าที่พ่อตาอย่างตกใจ นี่ท่านฟังไทยรู้เรื่อง? ท่านพูดไทยได้?... ให้ตายสิ! เขายังไม่ได้พูดอะไรที่ไม่ดีไปแล้วใช่ไหม  

" แฮะๆ ผมก็แค่ถามดู " เขาทำอะไรไม่ถูกจนได้แต่หัวเราะแฮะออกไป...สองคนพ่อลูกนี่ชอบทำให้คนตกใจเล่นรึไงนะ 

" อย่าหึงอย่าหวงมากเกินไป...คนเราจะอยู่ด้วยกันได้ยืนยาวมันต้องให้เวลาและพื้นที่ต่อกัน หากเราตีกรอบเขามากเกินไปเขาก็ยิ่งอยากออกจากกรอบ เหมือนลูกโป่งที่เราเป่าลมเข้าไปมากๆมันก็จะแตก " คาร์ลอสพยักหน้ารับฟังท่านพร้อมกับคิดตาม เพราะพ่อเขาก็พูดแบบนี้เหมือนกัน เขาควรจะเชื่อผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน แต่เขาต้องทำยังไงถึงจะทำแบบที่พวกท่านว่าได้  

พอทานอาหารเสร็จพวกเราก็นั่งคุยกันด้วยเรื่องทั่วไปแต่ส่วนใหญ่เขาจะถามเรื่องบุญตาสมัยเด็กๆมากกว่า จนได้รู้ว่าเธอนั้นตอนเป็นเด็กไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะต้องย้ายงานตามพ่อทุกๆสองปีเพราะท่านทำงานเป็นนักการทูต เธอฟังและพูดได้หลายภาษาแต่เขียนไม่ได้ จะได้แบบแน่นๆก็มีไทย,อังกฤษ,เดนิช แต่พ่อเธอบอกว่าหากได้เดนิชก็ฟังนอร์เวย์และสวีดิชรู้เรื่องเพราะพูดคล้ายกัน เธอเป็นเด็กเลี้ยงง่ายไม่ค่อยพูดจับวางตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น พอได้เล่าเรื่องของบุญตาตอนเป็นเด็กท่านก็เล่าได้เป็นตุเป็นตะ ท่านคงรักลูกมากแต่เพราะหน้าที่การงานจึงทำให้ครอบครัวแตกแยก  

" ตาขอตัวไปห้องน้ำนะคะ " คาร์ลอสรีบลุกตามเธอทันทีแต่เธอก็จับไหล่เขาให้นั่งลง  

" ห้องน้ำอยู่แค่นี้เองค่ะ ตาไปเองได้ " ห่วงเธอก็ห่วงแต่เพราะมีอะไรจะพูดกับพ่อเธอเลยเรียกให้ผู้จัดการห้องอาหารที่เป็นผู้หญิงมาพาเธอไปแทนและกำชับให้ดูแลเธอให้ดี พอเธอเดินจนลับสายตาแล้วเขาจึงหันมาพูดกับพ่อเธอ  

" คุณมีเรื่องจะพูดกับผม? " คุณพ่อของเธอพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเอ่ยปาก 

" ครับ..ผมรักตาและอยากจะขออนุญาตคุณพ่อขอตาแต่งงาน "  

" ผมรู้ว่าคุณรักเธอ..แต่ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตัดสินใจแทนลูกหรืออนุญาตคุณได้ " หน้าท่านเศร้าจนเขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดในใจท่าน 

" ผมกับแม่ตาแยกทางกัน เพราะผมต้องย้ายไปประจำที่ประเทศด่อยพัฒนาและกำลังมีสงคราม ผมจึงไม่สามารถพาพวกเขาไปได้.... พอคนห่างกันใจก็ห่าง.... ในขณะที่เธอลำบากเลี้ยงลูกคนเดียว ผมก็คอยแต่หาเรื่องหวาดระแวงเธอ เธอไม่เคยได้ไปพบปะเพื่อนฝูง ผมตีกรอบเธอจนเธอทนไม่ไหวเพราะผมไม่เคยเชื่อใจเธอ จนเราเลิกกัน...ปัญหาเลยตกมาที่ลูกด้วย บุญตาย้ายมาอยู่กับยายที่ไทย แต่พอยายเสียก็ย้ายมาอยู่กับน้า แต่น้าเธอก็เห็นเธอเป็นภาระเลยส่งเธอกลับไปอยู่กับแม่ที่เดนมาร์ค แต่แม่เธอแต่งงานใหม่ไปแล้ว พ่อเลี้ยงของเธอพยายามเข้าห้องเธอหลายครั้ง แต่พอเธอบอกแม่แม่กลับไม่ฟังเธอ และเป็นเหตุให้ทะเลาะกันรุนแรงจนต้องหนีกลับมาอยู่ที่ไทยคนเดียว" คาร์ลอสกัดกรามกำมือแน่น เธอต้องทนลำบากคนเดียวมาตลอด โดยที่ไม่เคยปริปากบอกเขาสักคำ 

" ผมเป็นพ่อที่แย่ผมเลือกงานมากกว่าลูก แต่หากผมทิ้งงานตรงนี้ไปนั้นหมายถึงอนาคตพวกเขาก็หายด้วย " เสียงท่านสั่นเครือฟังแล้วมันช่างปวดใจยิ่งนัก 

" ผมอยากขอร้องคุณ... ช่วยดูแลบุญตาแทนผมด้วย ช่วยเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายของเธอให้เต็ม...ผมขอร้องคุณ "  

" ผมขอสัญญาว่าผมจะดูแลเธอให้ดียิ่งกว่าชีวิตครับ " หลังจากนั้นคาร์ลอสก็พูดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้โดยขอความร่วมมือจากท่าน  

ความคิดเห็น