อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

[ Episode 30 ] : สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ 50%

ชื่อตอน : [ Episode 30 ] : สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ 50%

คำค้น : the mission sniper 30

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 335

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2562 18:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 30 ] : สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ 50%
แบบอักษร

บทที่ 30

สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ

 

 

 

 

สัปดาห์ถัดมา หลังจากความลับเรื่องโกสต์ถูกเปิดเผย ลีโอก็ไม่ได้ข่าวคราวจากแคทเธอรีนอีก ไม่แน่ว่าหล่อนอาจจะกำลังประสบปัญหาใหญ่อยู่ หรือไม่ก็...ถูกฆ่าปิดปากและถ่วงศพลงแม่น้ำสักที่ ส่วนอีธาน...พอรายนั้นรู้เรื่องเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ถึงจะไม่ได้แสดงออกมาทางคำพูด แต่สีหน้าและแววตากลับเป็นตัวบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าโกรธวิลเลี่ยมมากแค่ไหน

คนที่หักหลังสมควรตาย....

ถึงการทรยศกันเองจะเป็นเรื่องที่อีธานต้องประสบบ่อยครั้ง แต่หาใช่ว่าอีกฝ่ายจะไร้หัวใจ ไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่เกิดขึ้น ลีโอพึ่งเข้าใจก็ตอนที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอีธาน ใบหน้าอันเฉยชาคือหน้ากากที่คอยเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ ไม่ให้ใครรับรู้ ไม่ให้ใครสัมผัส และ...เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นมาทำลายตัวอีธานเอง

ต้องเข้มแข็งขนาดไหนกัน....

เย็นวันอาทิตย์ลีโอดูกระตือรือร้นกับการเข้าครัวเป็นพิเศษ ช่วงเช้าไปซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้รอจนกระทั่งตอนเย็นถึงค่อยลงมือทำมื้อค่ำในแบบของเขาเอง

อีธานกับเขาไม่ค่อยทานข้าวด้วยกันบ่อยเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างไม่มีเวลา อีกฝ่ายเองก็มีงานรัดตัวแทบจะตลอด ความสัมพันธ์ของพวกเขาเลยไม่ค่อยหวานชื่นเท่าไหร่นัก แต่ถึงกระนั้น....ก็ยังคงพยายามหาเวลาว่างมาเจอเขาจนได้

บรรยากาศในห้องอาหารดูเงียบเหงา มีแค่เขาและอีธานที่นั่งตรงข้ามหันหน้าเข้าหากัน ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างก้มหน้ากินมื้ออาหารเรียบง่ายที่ทำขึ้นเอง จบด้วยการวางช้อนส้อมลงเมื่อกินเสร็จ ถึงจะไม่มีบทสนทนาใดๆ ทว่าทั้งคู่กลับไม่รู้อึดอัดเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด

การทานมื้อค่ำให้อร่อยไม่ได้วัดกันที่ราคาของวัตถุดิบ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าทานกับใครต่างหาก

อีธานหยัดกายลุกขึ้นเดินเก็บจานที่พึ่งกินเสร็จมาวางซ้อนทับกัน ลีโอมีสีหน้าสับสนระคนประหลาดใจ

เขาอดไม่ได้จะที่ถาม "คุณจะล้าง?"

"อืม" ครางเสียงต่ำพร้อมเดินหายเข้าไปในห้องครัวอยู่นานสองนาน จนเขาต้องย้ายไปนั่งรอที่โซฟาแทน

อากาศเย็นๆกอปรกับความอิ่มเริ่มเล่นงานชายหนุ่มเข้าให้แล้ว พอกินเสร็จหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน เขาค่อยๆเอนตัวพิงกับพำนัก ปิดเปลือกตาลง จนกระทั่งรับรู้ได้ว่ามีอะไรบางอย่างมากอบกุมใบหน้าของตนไว้ สัมผัสจากฝ่ามือหนาประทับลงบนแก้มทั้งสองข้างทำให้ลีโอเผลอเอียงหน้าหาสัมผัสอ่อนโยนอย่างลืมตัว

นัยน์ตาสีน้ำทะเลปรือขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อคมคายในระยะประชิด อีกฝ่ายโน้มตัวลงพรมจูบที่ริมฝีปากเขาอย่างละเมียดละไม การกระทำปุบปับทำเอาคนถูกจูบแก้มขึ้นสีไปชั่วขณะแต่ก็ไม่ลืมที่จะตอบรับสัมผัสนั้นอย่างรักใคร่ ลีโอถูกดันให้นอนราบกับโซฟาโดยที่อีธานตามขึ้นคร่อมไว้ มือปืนหนุ่มไล่สายตาดูคนด้านบนตั้งแต่สันกรามจนมาถึงส่วนอ่อนไหวใต้ร่มผ้าก่อนจะรีบตวัดสายตาขึ้นมองหน้าเจ้าตัวอีกรอบ

เสื้อเชิ้ตของอีธานถูกหยดน้ำกระเด็นใส่จนเป็นรอยด่าง คงได้มาตอนที่ล้างจานเมื่อครู่

เขาเผลอขบกัดริมฝีปากล่างแน่นเมื่ออีธานลูบไล้ต้นขาด้านใน สัมผัสสากๆจากมือกร้านทำเอาขนลุกชัน....เป็นความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน

สายตาออดอ้อนที่มองตรงไปที่อีกฝ่ายสื่อโดยนัยว่า 'ต้องการมากกว่านี้' ซึ่งอีธานก็ตอบสนองคำขอนั้นทันที

ร่างสูงฉกจูบลงมาอีกระรอก สัมผัสอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายราวกับเป็นเพียงจินตภาพ มันทั้งรุนแรงและป่าเถื่อนขณะเดียวกันก็รู้สึกดี "อะ..อีธาน" แขนทั้งสองยกขึ้นคล้องคอคนด้านบนอัตโนมัติเป็นการเปิดให้อีกฝ่ายสัมผัสเรือนร่างเขาได้เต็มที่

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่กางเกงและเสื้อถูกถอดออกไป กว่าจะรู้ตัวอีกทีช่วงล่างของพวกเขาก็เชื่อมประสานกันแล้ว ร่างทั้งสองนอนกอดก่ายจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน สัมผัสจากการปรนเปรอยังคงชัดเจน ลีโอแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ ร่างกายกระตุกเกร็งจากการปลดปล่อยเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้

เขากรีดร้องลั่นสุดเสียงเมื่อสายธารสีขาวขุ่นฉีดพ่นเข้ามาในร่าง สะโพกขาวเนียนเป็นอิสระจากมือกร้านบั้นท้ายมนถูกฟาดจนเกิดรอยช้ำ ลำคอเขารู้สึกแห้งผากกระทั่งไม่สามารถเอ่ยอะไรได้อีก

หมดแล้วทุกอย่างจริงๆ ทั้งแรงทั้งน้ำ....

อีธานล้มตัวลงนอนกกกอดลีโอพลางจรดริมฝีปากลงบนขมับชื้นเหงื่อแล้วผละออกมาสูดดมกลิ่นหอมจางๆจากเรือนผมสีอ่อน ไม่นานนักเสียงหายใจก็ดังสม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกัน

ลีโอผล็อยหลับคาอ้อมกอดอุ่น

คงจะเหนื่อยมากจริงๆ...

 

 

♜ THE MISSION SNIPER ♜

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นลีโอตื่นขึ้นมาด้วยอาการยากจะอธิบาย ปวดร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะช่วงล่างราวกับถูกผ่าแยกเป็นสองส่วน

เอวเขาพังหมดแล้ว...

ลีโอกวาดสายตาไปรอบๆ มือขาวขยุ้มสัมผัสนุ่มนิ่มของผ้าห่ม.....ยังดีที่อีธานพาเขามานอนบนเตียง ไม่งั้นหลังคงปวดไปด้วย

"อรุณสวัสดิ์" อีธานกล่าวทักทายยามเช้าพร้อมกับเดินตรงมาที่เตียง ในมือถือทั้งสองถือแก้วน้ำและจานข้าวคนละข้าง อีกฝ่ายหย่อนตัวลงนั่งขอบเตียง วางจานและแก้วไว้บนโต๊ะ "รีบกินซะ มีเรื่องต้องคุย"

สภาพของเขากับอีธานเหมือนหนังคนละม้วน คนนึงพึ่งตื่นนอนกับอีกคนที่ทำธุระส่วนตัวมาเรียบร้อยแล้ว คิดว่าไงล่ะ?

"แต่ผมยังไม่แปรงฟัน"

"......"

"ช่วยพยุงหน่อย"

"อืม"

อีธานลุกขึ้นพร้อมค่อยพยุงตัวเขาให้ลุกตาม ใช้เวลาจัดการตัวเองไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ออกมาทานมื้อเช้ารองท้อง "จริงสิ....วันนี้คุณไม่ได้ไปไหน?"

เจ้าของเรือนผมสีดำส่ายหน้าแทนคำตอบ เห็นดังนั้นจึงกลับมาก้มหน้าก้มตากินต่อจนเสร็จ เขารวบส้อมและมีดเข้าด้วยกันจากนั้นก็ดันจานเปล่าออกห่างจากตัวเล็กน้อยแล้วคว้าแก้วน้ำด้านขวาดื่มตาม

"แล้วคุณมีเรื่องอะไรจะพูดงั้นหรอ" พูดพร้อมใช้ผ้าซับบริเวณมุมปาก

อีธานดึงเก้าอี้ออกและทิ้งตัวลงนั่งหน้าเขา

"ฉันติดต่อวิลเลี่ยมไม่ได้เกือบอาทิตย์กว่าแล้ว"

ลีโอพยักหน้า

"หมอนั่นไหวตัวทัน?"

"คงจะเป็นอย่างนั้น"

"แล้วคุณจะทำไงต่อ?" อีธานสบตาลีโอตรงๆ

"ไม่แน่เราอาจจะต้องใช้ เหยื่อล่อ"

"เหยื่อล่อที่ว่านี่คงไม่ใช่..."

จากสายตาที่อีกฝ่ายมองมาแล้ว...เหยื่อล่อของอีธานคงหนีไม่พ้นตัวเขา นัยน์ตาสีน้ำทะเลหรุบลงต่ำ แพขนตายาวกระพริบขึ้นลงราวกับผีเสื้อขยับปีก พอเงยขึ้นสบอีกรอบก็เข้าใจถึงเจตนาในทันที อีธานไม่ได้บังคับเหมือนรอบที่แล้วมา แต่กลับให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

ลีโอได้แต่พรูลมหายใจและพยักหน้ารับอย่างจำนน "แล้ว...แผนว่าไงบ้างล่ะ?"

อีธานยังคงความสุขุมไว้ ไม่ได้ตอบออกไปในทันที

มาเฟียหนุ่มอ่านแววตานั้นออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

แววตาคนไม่เคยโกหก

ลีโอกำลังกังวล ไม่เพียงแต่กังวลแต่ยังรู้สึกหงุดหงิดอีกด้วย ภายนอกวิลเลี่ยมอาจจะดูเป็นคนมีภูมิฐาน วุฒิ แถมยังดู....มีเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงเปลือกนอก

งี้สินะที่เขาว่ากันว่า รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ

"เวลาอาทิตย์กว่าๆ นายคิดว่าวิลเลี่ยมทำอะไรได้บ้างล่ะ?"

"ผมไม่คิดว่าวิลเลี่ยมจะหนีออกนอกประเทศ มันดูหุนหันพลันแล่นเกินไป ไม่ใช่นิสัยของหมอนั่นเลยสักนิด"

"ที่นายพูดมันก็ถูก แต่อย่าลืมว่าตัวตนจริงๆของโกสต์มักจะทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงเสมอ" มาเฟียหนุ่มกล่าวต่อ "ตอนนี้มีแค่ฉันกับนายและแมวขโมยที่รู้ว่าโกสต์คือใคร นายคิดว่ามันจะปล่อยให้เราใช้ชีวิตอย่างสงบจริงๆหรอ?....แน่นอนว่าไม่"

"อีธาน"

"ถึงวิลเลี่ยมจะตัดการติดต่อกับเราก็จริง แต่งานสำคัญต่างๆหมอนั่นยังต้องไปร่วมอยู่"

"เพราะมีแค่เราสองคนที่รู้ความลับ..." ลีโอเสริม

"หึ....ถูก" ในมือของอีธานกำเข้าหากันแน่จนเห็นเส้นเลือดปูดโปน เหตุผลที่โกสต์ทำตัวชะล่าใจได้ขนาดนี้เป็นเพราะอีธานยังคงจับตาดูอยู่ห่างๆ

"ลีโอ ถ้าฉันจะจับฉลาม....นายคิดว่าระหว่างเลือกใช้แค่เลือดกับหย่อนเหยื่อลงไปทั้งตัวอันไหนมันจะคุ้มค่ามากกว่ากัน"

"แน่นอนว่าเป็นเลือด" ลีโอตอบก่อนจะค่อยๆเบิกตากว้างในทันทีเมื่อเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังสื่อ ถ้าฉลามคือวิลเลี่ยม เลือดก็คือเขา...ส่วนเหยื่อชิ้นใหญ่คืออีธาน

"อืม เหยื่อทั้งตัวที่ไม่มีกลิ่นคาวเลือดก็เหมือนของตาย ฉลามมันไม่สนใจหรอกนะ..."

"...คุณ...เอาจริงงั้นหรอ"

"นายก็รู้ว่าฉลามไวต่อกลิ่นเลือด"

เขาพยักหน้า "ที่คุณกำลังจะบอกก็คือ...รอล่อให้โกสต์มากับดักงั้นหรอ"

"หึ....หัวไวใช่ย่อย แต่ไม่ใช่กับดักของฉัน...เป็นของหมอนั่นเองต่างหาก วิลเลี่ยมเป็นพวกชอบวางแผน ถ้าคิดจะกำราบให้อยู่หมัดคงต้องล่อให้เข้ามาติดกับตัวเอง"

"อีธาน....คุณมันร้ายชะมัด" ลีโอกลั้วหัวเราะพร้อมส่ายหัวอย่างขอไปที

"เราจำเป็นต้องเล่นตามเกมส์ของวิลเลี่ยมไปก่อน พอบทพลิกเมื่อไหร่....ก็ถึงเวลาที่ต้องรวบหัวรวบหาง" อีธานเลือกจะเล่นตามเกมส์ของวิลเลี่ยม ปล่อยให้อีกฝ่ายชะล่าใจถึงค่อยจัดการทีเดียว ฟังดูอาจจะง่าย แต่ลองมาทำจริงๆนี่สิ...มันง่ายตามที่คิดซะที่ไหน

"เอาล่ะ....งานต่อไปที่วิลเลี่ยมจะไปก็คือ งานเปิดตัวน้ำหอม"

"งานเปิดตัวน้ำหอม?"

"อืม มันไม่ได้น้ำหอมธรรมดาอย่างที่นายคิดหรอกนะ"

"ทำไมล่ะ"

อีธานพรูลมหายใจน้อยๆก่อนจะลุกขึ้นยืนหันหลังให้เขา "ไม่จำเป็นต้องถาม ฉันจะพานายไปดูด้วยตาตัวเองแน่นอน"

 

 

------ 50% ------

มาม้ะๆ ตอนนี้น้ำจิ้มลวกจิ้มไปก่อน อาทิตย์หน้าเนื้อเน้นๆแน่นอน55555

ความคิดเห็น