Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 46

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 46

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 02:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 46
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 46 

 

PATRICK PART 

 

         ซู่ ซู่! 

 

         เสียงฝนตกดังกระทบกับกระจกรถจนเกิดเสียงดังซ่า หยาดน้ำที่ตกลงจากฟ้าเริ่มกลายเป็นอุปสรรคขนาดย่อมเมื่อมันกำลังทำให้การสะกดรอยของผมยุ่งยากมากขึ้นไปอีก 

 

         หลายวันมานี้ผมแทบไม่จับงานในภารกิจที่ต้องทำเลยสักนิด การประชุมวางแผนขั้นตอนต่อไปก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยีนส์ดูแล แทบไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วยเพราะความรู้สึกส่วนตัวที่ขัดแย้งและบอกว่ามีอะไรบางอย่างควรทำมากกว่างมอยู่กับเอกสารและแผนการที่ไม่คืบหน้า 

 

         “จะไปไหนของมัน” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปรถคัมรี่สีดำตรงหน้า มือหักพวงมาลัยขับตามรถของเป้าหมายอยู่ห่างๆ ขมวดคิ้วจ้องมองเส้นทางอย่างไม่คุ้นชิน 

 

         ถ้าไม่ติดว่าเมื่อวันก่อนผมแอบนัดเจอต้นน้ำสายสืบที่ผมเป็นคนส่งไปเพื่อตามสืบเรื่องพ่อค้าทาสในแก๊งมาเฟียแล้วดันเจอรถของหยวน หยางเกอตามสะกดรอยมาล่ะก็ คงไม่ทำให้ผมนึกสงสัยขึ้นมาหรอก 

 

         งานนี้ค่อนข้างเป็นความลับ เรื่องของสายสืบที่ผมส่งไปล้วงข้อมูลมีแค่ผมกับผู้กำกับเท่านั้นที่รู้ การที่หยวน หยางเกอแอบตามผมวันนั้นทำให้ผมยิ่งไม่ไว้ใจมัน ไหนจะเรื่องที่มันสนิทกับพวกมาเฟียในงานครบรอบนั้นอีก ถึงแม้ความรู้สึกส่วนตัวจะบอกว่าผมชังขี้หน้ามันมากแค่ไหนก็ตาม แต่กับงานบางทีก็ทำเป็นมองข้ามไม่ได้  

 

         เอี๊ยด! 

 

         “ชิท!” ผมสบถผ่านลำคอพลางเหยียบเบรกรถของตัวเองแทบทันทีเมื่อพบว่ารถคัมรี่สีดำที่แอบตามอยู่กับเทียบจอดอยู่ข้างร้านบาร์ใต้ดินชื่อดังในย่านหนึ่งของฮ่องกง  

 

ดวงตาคู่คมจ้องมองเป้าหมายที่กำลังก้าวขาออกจากรถพร้อมกับร่มที่ใช้กันฝน ผมรีบดับไฟหน้ารถนึกขอบคุณเม็ดฝนที่ทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็นรถของผมอย่างชัดเจนนัก ก่อนจะกวาดสายตามองป้ายชื่อร้านบาร์ที่หยวน หยางเกอผ่านการ์ดเข้าไปได้ง่ายๆ ราวกับรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดีผ่านปากที่เบะออกอย่างนึกหมั่นไส้อย่างเห็นได้ชัด 

 

“มีตำรวจดีๆ ที่ไหนเข้าร้านแบบนี้บ้างวะ”  

 

บ่นไปก็เท่านั้น ไม่มีใครได้ยินหรอก ผมไม่นึกอิจฉาเลยสักนิดที่คนอย่างหยวน หยางเกอคิดจะเข้าร้านแบบนี้ ตำรวจอย่างผมใช่ว่าจะไม่เคยเข้าซะที่ไหน อย่างดีก็เข้าไปจับพวกผิดกฎหมายในนั้นนั่นแหละ เขาเข้าออกร้านพวกนี้ออกจะบ่อย 

 

“ในเวลาภารกิจแอบเข้าร้านแบบนี้ ฉันจะฟ้องให้ผู้กำกับถอนชื่อแกออกจากกลุ่มคอยดู” ผมว่าพลางคว้ามือถือของตัวเองขึ้นถ่ายชื่อร้านบาร์ตรงหน้าอย่างพิจารณา ฮ่องกงมีร้านบาร์ร้านเหล้าอยู่หลายร้าน แต่กับบาร์ใต้ดินแบบนี้ใช่ว่าจะถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็น  

 

“แล้วกูต้องรออีกนานแค่ไหนวะเนี่ย” ผมสบถไม่สบอารมณ์ก่อนจะตัดสินใจเทียบรถเข้าที่ข้างร้านบาร์จอดต่อหลังรถคัมรี่สีดำพร้อมกับกวาดตามองคอยจับจ้องกลุ่มคนที่เดินเข้าออกร้านเป็นว่าเล่น 

 

เป็นแค่บาร์ใต้ดินแต่คนกลับเยอะแบบนี้ แถมยังสวมสูทแต่งตัวดูดีมีภูมิฐาน ถ้าไม่ใช่บาร์ที่มีฐานลูกค้าเป็นแก๊งมาเฟียก็คงเป็นบาร์ที่ข้างในมีแหล่งมั่วสุมของพวกมีเงินนั่นแหละ น่าเสียดายที่เขามาที่ฮ่องกงเพื่อทำภารกิจพ่อค้าทาส เรื่องพวกนี้ตำรวจสากลอย่างเขาเข้าไปจัดการเองไม่ได้ ต้องให้ยีนส์ช่วยติดต่อประสานงานกับตำรวจพื้นที่ซึ่งเป็นอะไรที่โคตรหงุดหงิด 

 

“คนดีเขาไม่เข้าบาร์ใต้ดินแบบนี้หรอกไอ้หยวน” ผมว่าพลางจัดการส่งรูปที่ถ่ายชื่อร้านส่งหายีนส์พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่บอกให้อีกฝ่ายหาข้อมูลของร้านนี้ให้ผมอย่างเร่งด่วนที่สุด 

 

ผมนั่งจ้องบรรยากาศกับผู้คนที่เข้าออกร้านตรงหน้าพร้อมกับมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองไปด้วย สิบนาทีกว่าแล้วนั่งรอไอ้ตำรวจกวนประสาทนั่นออกจากร้านแต่ก็ไม่มีวี่แวว รถคัมรี่ของมันก็ยังจอดอยู่ที่เดิม อีกทั้งคนยังเริ่มพลุกพล่านมากขึ้นเพราะเริ่มเป็นช่วงเวลาของนักท่องราตรี 

 

“เล่นแบบนี้ก็ได้ คิดว่าฉันไม่กล้างั้นสิ” ผมพูดขึ้นอย่างคนหัวร้อนเมื่อไม่เห็นวี่แววของเป้าหมายออกมาจากร้านใต้ดินนั่นเสียที เอาเถอะนั่งอยู่แต่ในรถอบบนี้ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามันมาทำอะไรที่นี่ สู้เข้าไปในร้านแล้วจับให้ได้คาหนังคาเขายังดีกว่า  

 

คิดได้อย่างนั้นผมก็จัดการทิ้งป้ายตำรวจไว้บนรถแล้วคว้าปืนกระบอกเล็กพกใส่ติดตัวไว้ทันที ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอย่างน้อยก็ยังเอาตัวรอดได้ เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้นผมก็ก้าวขาลงจากรถแล้วเดินไปที่ประตูร้านบาร์ตรงหน้าในทันที แต่คิดไม่ถึงว่าการ์ดที่คุมประตูจะเข้ามาขวางทางกันแบบนี้ 

 

“ขอดูบัตรด้วยครับ” 

 

“อ่า! แย่จริงพี่ชายผมเพิ่งมาครั้งแรกไม่รู้ว่าต้องมีบัตร” ผมยกยิ้มแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวอะไรก่อนจะตอบพลางไล่สายตามองบรรยากาศด้านในผ่านกระจกประตูที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก 

 

“บาร์นี้ต้องมีบัตรวีไอพีไม่งั้นก็เข้าไม่ได้” หนึ่งในการ์ดที่คุมประตูพูดขึ้นเสียงนิ่งจ้องมองผมราวกับว่า ‘ถ้ามึงไม่มีบัตรก็ไสหัวไป’ ประมาณนั้น 

 

“ไม่เอาน่าพี่ชาย ฉันมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ต้องเข้าไป” ผมพูดหว่านล้อมแสร้งทำสีหน้าเสียดายทั้งที่ไม่ใช่นิสัยตัวเองเลยสักนิด อย่าให้รู้นะว่าไอ้หยวน หยางเกอมาทำอะไรที่นี่ จับได้คาหนังคาเขาเมื่อไรพ่อจะทำเรื่องไล่แกออกจากกลุ่ม!! 

 

“ยังไงก็ไม่ได้” 

 

“พี่ชายถือว่าสงสารฉัน ฉันต้องเข้าไปหาคนๆ หนึ่งในนั้น” ผมแสร้งอ้อนวอนพร้อมกับตีหน้าเศร้าไปด้วยเมื่อเห็นว่าการ์ดสองคนยังไม่มีทีท่าจะปล่อยเข้าไป 

 

“หามาใครเดี๋ยวไปเรียกให้” หนึ่งในคนตรงหน้าพูดขึ้นแต่เป็นผมเสียเองที่ต้องแกล้งบีบน้ำตาพร้อมกับบิ้วอารมณ์โมโหของตัวเอง ไหนจะต้องสร้างโกหกเพื่อตบตาคนพวกนี้อีก  

 

มีครั้งหนึ่งที่ผู้กำกับเคยบอกกับผมว่าไม่เหาะกับงานแฝงตัวเป็นสปาย เพราะการแสดงสุดห่วยแตกที่ไม่รู้จะสรรหาคำว่าห่วยมาจากไหนได้อีกของผมจะทำให้งานพังไม่เป็นท่า แต่งานนี้ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ 

 

“มะ เมียฉัน วันนี้ฉันตามสะกดรอยเมียทั้งวันแล้วพบว่ามันมีชู้อยู่ในร้าน!” ผมขึ้นเสียงแสร้งทำเป็นสูดหายใจเข้าออกราวกับโมโหขึ้นหน้าพร้อมกับชี้นิ้วเข้าไปในร้าน 

 

“มันหลอกเอาเงินฉันไปหลายแสน บอกว่าจะเอาไปให้พ่อแม่แต่พี่ชายรู้ไหม มันกลับเอาเงินนั่นไปให้คนอื่น!” ผมโกหกต่อก่อนจะแสร้งบีบน้ำตาทำปากเบี้ยวออกเสียงสะอื้นให้การ์ดสองคนได้ยิน อย่างน้อยก็สงสารผมสักนิดเถอะ สงสารที่ต้องแอคติ้งบ้าบอแบบนี้ก็ได้ 

 

“นะพี่ชาย… ให้ฉันเข้าไปตามเมีย” 

 

“…” การ์ดสองคนไม่ตอบแต่กลับมองหน้าราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด ผมแกล้งทำคอตกลงนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับแล้วแกล้งทำเสียงอ่อนปิดท้ายเป็นไม้ตายตบตามันสองคน 

 

“ก็ได้พี่ชาย ฉันจะนั่งรอตรงนี้ ขอฉันนั่งรอเมียตรงนี้นะ” ไม่ต้องให้การ์ดสองคนเอ่ยปฏิเสธผมก็นั่งแหมะอยู่ตรงหน้าประตูร้านแล้วเรียบร้อย การ์ดสองคนทำสีหน้าลำบากใจนิดหน่อยก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเดินเข้ามาจับไหล่ผมไว้ 

 

หมับ! 

 

“เข้าไปก็ได้ ไปเคลียกับเมียลื้อให้เรียบร้อย” คำพูดที่ดังออกมาทำให้ผมแอบลอบยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนจะแสร้งสีหน้าเศร้าซาบซึ้งในจิตใจหันไปมองการ์ดทั้งคู่ 

 

“ขอบคุณพี่ชาย ขอบคุณ!” ผมผงกหัวขึ้นลงก่อนจะรีบเข้าไปในร้านบาร์ใต้ดิน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหนึ่งในการ์ดเดินมาคว้าคอเสื้อผมไว้ 

 

“มะ มีอะไรเหรอพี่ชาย” 

 

“ปืนน่ะ” 

 

!!! 

 

“ห้ามเอาเข้า!” 

 

40% 

 

     ผมยิ้มตอบแห้งๆ แล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปทันที บรรยากาศด้านในค่อนข้างมืดสลัวมีแสงไฟประดับตามมุมไม่ต่างกับเลานจ์บาร์ปกติสักเท่าไร ดวงตาคู่คมกวาดมองหาเป้าหมายในครั้งนี้โดยรอบแต่ก็ได้แต่ขมวดคิ้วเผยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อไม่เจอคนที่แอบสะกดรอยจนถึงตอนนี้ 

 

         “หายไปไหนหยวน หยางเกอ” ผมกัดฟันพูดพึมพำขึ้นกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินไปนั่งที่หน้าบาร์เพื่อแสร้งตีเนียนเป็นกลุ่มลูกค้าที่แวะมาเที่ยวยามราตรี ขณะที่ดวงตาก็เอาแต่สอดส่องหาเป้าหมายในครั้งนี้ไปด้วย 

 

         “รับอะไรดีครับ” น้ำเสียงทุ้มเข้มถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าของบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ผมเหลือบตามองนิดหน่อยก่อนจะหันหน้าหนีเป็นการบอกว่าไม่สนใจจะดื่ม 

 

         “คุณลูกค้าดูซีเรียสนะครับ สนใจรับแมนฮัตตั้นสักแก้วไหม ผงชงเก่งนะ” 

 

         “โทษทีแต่ผมไม่อยากดื่ม” ผมยกมือขึ้นปัดขณะที่สายตายังคงมองหาหยวน หยางเกอที่เข้ามาในบาร์ก่อนหน้านี้ 

 

         “ดูเหมือนคุณกำลังหาใครบางคน”  

 

         “…” 

 

         “ผมบอกได้นะ คนที่เข้ามาที่นี่ผมรู้จักหมดนั่นแหละ” ผมหันกลับไปมองพนักงานบาร์เทนเดอร์ตรงหน้าแทบทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปาก เจ้าตัวยักคิ้วให้ผมเล็กน้อยก่อนจะหยิบแก้วสำหรับทำค็อกเทลขึ้นมา 

 

         “ว่าไงครับรับแมนฮัตตั้นสักแก้วไหม” 

 

         “หึ! รู้ด้วยเหรอว่าผมต้องการอะไร” ผมยกยิ้มตอบก่อนจะหยิบเงินในกระเป๋าวางลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนส่งให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มตรงหน้า 

 

         “แค่เห็นสีหน้าคุณผมก็รู้แล้วครับ”คนตรงหน้ายิ้มตอบมือข้างหนึ่งคว้าเงินบนโต๊ะเก็บใส่กระเป๋าขณะที่มืออีกข้างยื่นไปหยิบขวดเหล้าเพื่อชงแมนฮัตตั้นให้ตามหน้าที่ 

 

         ผมจ้องมองท่าทีของบาร์เทนเดอร์หนุ่มตรงหน้านิดหน่อย ก่อนจะผละสายตาออกไล่หาเป้าหมายที่ตามสะกดรอยมาครึ่งค่อนวัน แต่ก็พบเพียงแค่นักท่องเที่ยวยามราตรีที่เข้าร้านมาไม่ขาดสายเท่านั้น 

 

         “แล้วคุณกำลังหาใครอยู่งั้นเหรอครับ” คำถามจากบาร์เทนเดอร์พร้อมแก้วแมนฮัตตั้นที่ถูกยื่นมาเรียกให้ผมหันกลับไปสนใจอีกครั้ง ใบหน้าคมเคร่งเครียดขึ้นมาเพียงนิดก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเปิดรูปของไอ้ตำรวจเฮงซวยนั่นส่งให้อีกฝ่ายได้ดู 

 

         “รู้จักหรือเปล่า” ผมถามเสียงนิ่งจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างสำรวจท่าที 

 

         “อ่า! ที่แท้คนที่คุณตามหาอยู่คือคุณหยวนเองเหรอครับ” คำตอบน่าพึงพอใจของบาร์เทนเดอร์หนุ่มทำให้ผมเบิกตาขึ้นทันที ถ้าพนักงานของร้านรู้จักมันแบบนี้แสดงว่าหยวน หยางเกอมาที่นี่ค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียว 

 

         “รู้จักเหรอ” 

 

         “รู้จักสิครับคุณหยวน หยางเกอ เขาเป็นลูกค้าประจำร้านเราเลยนะ” เหอะ! ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกค้าประจำของร้านบาร์ใต้ดินแบบนี้มีตำรวจที่ไหนเป็นกันบ้าง 

 

         “ผมไม่อยากพูดหรอกนะ แต่คุณรู้ไหมว่าเขาเป็นตำรวจน่ะ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มพูดเอ่ยขึ้นน้ำเสียงกระซิบ ใบหน้าประดับลักยิ้มนั่นกวาดสายตามองทั่วบริเวณก่อนจะพยักหน้าจริงจังให้ผมหนึ่งครั้ง 

 

         “รู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นตำรวจ” ผมขมวดคิ้วสงสัย ถ้ารู้ว่ามีตำรวจเข้ามาในบาร์ใต้ดินผิดกฎหมายแบบนี้ทำไมถึงปล่อยให้มันเข้ามาอยู่เรื่อยๆ 

 

         “พวกผมก็รู้ได้เมื่อไม่กี่วันก่อนหรอก ปกติผมรู้จักเขาในฐานะลูกค้าที่มาเที่ยวเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าคืนก่อนเขาจะสู้กับลูกค้ากลุ่มหนึ่งในร้าน พวกผมนี่แตกตื่นกันใหญ่” 

 

         “…” ผมขมวดคิ้วฟังเรื่องราวจากคนตรงหน้าก่อนจะหยิบแมนฮัตตั้นขึ้นดื่มนิดๆ 

 

         “อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยพี่ชาย ตอนแรกก็คิดว่าทะเลาะกันปกติ แต่หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาในร้านจากไหนไม่รู้เข้ามาบอกว่าเป็นตำรวจแล้วจับกุมพวกที่สู้อยู่กับคุณหยวน ตอนหลังผมถึงมารู้ว่าคนกลุ่มนั้นคือพวกที่ขายเนื้อมนุษย์ให้ลูกค้าโรคจิต” 

 

         “ขายเนื้อมนุษย์” ผมมุ่นคิ้วถามสีหน้าเคร่งเครียด 

 

         “ใช่แล้วพี่ชาย! พวกขายเนื้อมนุษย์ไม่ใช่พวกมาเฟียด้วย แต่มีแหล่งข่าวอยู่นะ” 

 

         “แหล่งข่าวงั้นเหรอ” ผมถามจ้องอีกฝ่ายอย่างต้องการคำตอบหากแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั่นทำเพียงสบมองผมตาแป๋วเท่านั้น 

 

         “เฮ้อ! รีบเล่ามา” ผมถอนหายใจก่อนจะคว้าแบงค์ในกระเป๋าวางลงกับโต๊ะบาร์ตรงหน้า 

 

         “แหล่งข่าวบอกว่าพวกนั้นมีส่วนเกี่ยวของกับพ่อค้าทาส” คำตอบที่ได้ยินเหมือนกับแสงเล็กๆ ที่สว่างอยู่ในสถานที่มืดมิด ไม่คิดว่าเรื่องพ่อค้าทาสที่ผมตามจับจะกลายเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ 

 

         “พ่อค้าทาสที่ว่า…” 

 

         “ไม่เอาน่าพี่ชาย! ทั่วฮ่องกงพวกมาเฟียติดต่อกับพ่อค้าทาสอยู่แก๊งเดียว” 

 

         “…” บาร์เทนเดอร์หนุ่มทำสีหน้าลังเลนิดหน่อยก่อนจะทำทีเป็นมองซ้ายมองขวาแล้วเคลื่อนตัวมากระซิบเข้าที่ข้างหูผมเบาๆ 

 

         “ครอสไงครับ” 

 

         “จริงเหรอ” ผมถามเสียงแผ่วรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่ได้ยินชื่อนี้ในสถานที่แบบนี้  

 

ครอสเป็นหัวหน้าพ่อค้าทาสที่ผมตามจับอยู่มานาน คดีที่ผมทำในครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมันโดยตรง แต่เพราะความปลอดภัยของเด็กที่ถูกจับเป็นทาส รวมถึงอำนาจมาเฟียที่ปกคลุมฮ่องกงทำให้ผมไม่สามารถจับกุมมันได้ถนัด 

 

         “ผมไม่โกหก” ชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนจะปรับสีหน้าแล้วหันไปรับออเดอร์จากนักท่องเที่ยวคนอื่น  

 

         ผมก้มหน้ามองแก้วแมนฮัตตั้นตรงหน้าพลางคิดเรื่องคดีในหัวไปด้วย หลายปีมานี้ผมตามจับมันไม่ได้เพราะเหตุการณ์หลายๆอย่าง คดีนี้ควรจะจบลงสักทีผมคิดแบบนั้น พอกันทีกับการที่ต้องเห็นเด็กหลายคนถูกขายเป็นทาสไม่ต่างกับของเล่นไร้ชีวิต 

 

         “ครอส…” ผมกัดฟันเอ่ยชื่อของมันอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะยกแก้วแมนฮัตตั้นตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว ลืมคิดถึงเป้าหมายที่เข้ามาในบาร์แห่งนี้ไปจนหมด 

 

         “เอามาอีก!” ผมพูดสั่งก่อนที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มจะยิ้มรับออเดอร์แล้วหยิบแก้วชงให้ตามที่สั่ง  

 

แผนต่อไปของผมคือการช่วยเหลือเด็กในคดี แม้ว่าเด็กที่ถูกขายให้มาเฟียจะช่วยได้ยากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความหวัง ผมแค่ต้องการเวลาเวลาที่เด็กคนนั้นจะติดต่อกลับมา 

 

พระพาย… 

 

“ได้แล้วครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้ผมเงยหน้ามองบาร์เทนเดอร์หนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง แปลกจริง ทำไมผมถึงเห็นคนตรงหน้าซ้อนทับกันหลายคนแบบนี้ 

 

“คุณลูกค้า” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกอย่างเป็นห่วงหากแต่สีหน้ากลับประดับยิ้มที่ยกขึ้นจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลงข้างแก้ม 

 

“มะ ไม่มีอะไร” ผมตอบปัดก่อนจะรับแก้วแมนฮัตตั้นขึ้นมาดื่มอีกครั้ง ไม่มีทางที่จะเมาง่ายขนาดนั้น คนคอแข็งแบบผมไม่มีทางเมาเด็ดขาด 

 

ตึง! 

 

“ชิท!” ผมสบถลั่นหลังจากวางแก้วลงกับโต๊ะบาร์อย่างแรง อาการปวดหัวแล่นขึ้นอย่างผิดปกติ รวมถึงภาพโดยรอบที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็ลายตาจนชวนคลื่นไส้ 

 

“คุณโอเคไหมครับคุณลูกค้า” บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยถามก้มลงถามผมที่เอาหน้าฟุบโต๊ะพลางยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง 

 

“ผมโอเค” ผมตอบรับเสียงแผ่วรู้สึกร่างกายหนักอึ้งและโลกกำลังเอียง หนักแม้กระทั่งเปลือกตาที่ต่อให้ฝืนลืมขึ้นแค่ไหนก็พลันจะพับปิดลงตลอด 

 

“เฮ้เฮ้! คุณลูกค้า” 

 

ตุบ! 

 

น่าแปลกจริง ไม่คิดว่าแรงกระแทกหลังจากที่ตกลงพื้นจะนุ่มได้ขนาดนี้… 

.. 

.. 

         ตุบ! 

 

         “อะ เอ่อ! คุณหยวน หยางเกอ” น้ำเสียงตื่นตระหนกดังขึ้นจากพนักงานบาร์เทนเดอร์ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าตัวเองทำงานที่ได้รับมอบหมายไว้สำเร็จ 

 

         “ทำได้ไม่เลวเลยซีอัน” 

 

         “ตามคำสั่งบอสเลยครับ” พนักงานหนุ่มยิ้มตอบก่อนจะหันไปส่งรอยยิ้มให้หญิงสาวที่นั่งมองเขาอยู่ตรงเก้าอี้บาร์ 

 

         “ทำไมถึงไม่สงสัยเลยนะผู้กอง” รอยยิ้มบางเผยขึ้นนิดๆ เมื่อไล่สายตามองคนไม่ได้สติที่ใช้หัวพิงแผ่นทท้องแกร่งของตัวเอง เขาไม่เคยคิดว่าจะถูกคนๆ นี้แอบสะกดรอยตามมาที่ร้านบาร์ใต้ดิน โชคดีที่เขามีสายค่อนข้างเยอะเลยรู้ว่าถูกอีกฝ่ายสะกดรอยตามมาถึงร้าน 

 

         “คุณควรทำหน้าที่ของคุณผู้กอง แค่ตามสืบคดีของคุณก็พอแล้วแท้ๆ” คนร่างสูงพูดขึ้นก่อนจะยกปลายนิ้วเกลี่ยข้างแก้มนายตำรวจหนุ่มนิดๆ ดวงตาคู่คมจดจ้องคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดูก่อนจะเงยขึ้นเหลือบมองคนของตัวเองเมื่อรับรู้ได้ว่ากำลังถูกลูกน้องมองผ่านแววตาล้อเลียนเล็กๆ 

 

         “ผมเพิ่งเคยเห็นคุณทำสีหน้าแบบนั้น” 

 

         “ไม่ใช่เรื่องของนายซีอัน” เขาขมวดคิ้วตอบก่อนจะก้มลงมองนายตำรวจหนุ่มไฟแรงที่หลับพิงหน้าท้องแกร่งของเขา คิดถูกจริงๆ ที่ให้ซีอันวางยานอนหลับลงในค็อกเทลของผู้กอง 

 

         “ถ้าเขารู้ว่าถูกคุณวางยาคงอาละวาทหนักแน่” 

 

         “มันจะไม่เป็นอย่างนั้นแน่ซีอัน” คนเป็นนายพูดตอบก่อนจะก้มช้อนตัวผู้กองจอมเมาขึ้นสู่อ้อมแขนของตัวเอง 

 

         “บอสจะทำอะไรเหรอครับ ให้ผมเปิดห้องให้ไหม” บาร์เทนเดอร์หนุ่มยักคิ้วส่งให้อย่างเป็นปกติ เขารู้ดีว่าผมมักจะพาคนขึ้นห้องบ่อยๆ 

 

         “คนนี้ไม่ใช่ซีอัน ไม่มีทางใช่” ผมยิ้มตอบก้มมองคนในอ้อมแขนผ่านรอยยิ้มมุมปาก ยังไงซะตำรวจกับผมก็กินกันไม่ลง 

 

         “แล้วคุณจะวางยาเขาทำไมกันล่ะ” 

 

         “…” 

 

         “เอาเถอะผมทำตามที่บอสสั่งแล้ว ถือว่ามิชชั่นสำเร็จ” พนักงานหนุ่มพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี เจ้าตัวหันไปหยิบแก้วของผู้กองเตรียมเก็บล้าง แต่ผมก็พูดสั่งขึ้นมาเสียก่อน 

 

         “เรื่องของครอสคอยจับตาดูไว้ให้ดี” 

 

         “…” 

 

         “พวกมันชอบมาที่ร้านนี้บ่อยๆ คงได้แหล่งข่าวที่น่าสนใจ” 

 

         “ทราบแล้วครับ ผมไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้วบอสก็รู้” คำยืนยันจากคนเป็นลูกน้องทำให้เขาพยักหน้ารับเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่ว่ามีคำสั่งจากหัวหน้าแก๊งซือหลิวเขาคิดว่าจะเล่นเป็นตำรวจต่ออีกสักหน่อย แต่มันช่วยไม่ได้ ช่วยไม่ได้จริงๆ 

 

         “ถ้าผิดหวังขึ้นมาจีซัสคงจัดการด้วยตัวเอง ถึงเวลานั้นต่อให้เป็นฉันก็ไม่ขอยุ่ง” 

 

         “ด้วยชีวิตเลยคุณหยวน ผมจะสืบเรื่องของมันให้เร็วที่สุด” รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง  

 

ซีอันเป็นคนของแก๊งซือหลิว ถ้าให้สืบหาข้อมูลนอกจากต้าหมิงแล้ว ซีอันถือเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่ง สมกับเป็นจีซัสจริงๆ เลือกคนเข้าแก๊งแต่ละคนไม่เคยทำให้ผิดหวัง 

 

“แล้วฉันจะรอข่าวดี” ผมตอบก่อนจะเริ่มก้าวเท้าลงไปชั้นใต้ดินอีกชั้นของร้าน ชั้นที่มีเพียงแค่ผมคนเดียวที่ลงไปได้ 

 

         ตุบ! 

 

         “อ่า! มีเนื้อหนังมันก็ดีอยู่หรอกผู้กอง แต่ไม่คิดว่าคุณจะหนักนะเนี่ย” น้ำเสียงอารมณ์ดีเอ่ยขึ้นหลังจากวางนายตำรวจหนุ่มลงกับเตียงขนาดใหญ่ภายในห้องใต้ดิน 

 

         “โดนวางยาแบบนี้ไม่ระวังตัวเลยนะครับ” 

 

         “…” 

 

         “หึ! พูดไปคุณก็คงไม่ได้ยินอยู่ดี” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยขึ้นนทันทีที่ผมใบหน้าหลับใหลของผู้กองหนุ่ม เรียวลิ้นอุ่นร้อนตวัดเลียริมฝีปากตัวเองนิดๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวเท้าแขนลงข้างคนขี้เมา ราวกับกำลังขึ้นคร่อมอีกฝ่ายอยู่ทั้งอย่างนั้น 

 

         “คุณเป็นคนฉลาดนะผู้กองแพทริค ผมชื่นชมคุณจริงๆ” พูดพร้อมกับปลายนิ้วที่ยกขึ้นเกลี่ยเรียวคิ้วเข้มของคนใต้ร่าง “ฉลาดจนผมกลัวคุณจะรู้มากเกินไป” 

 

         “…” 

 

         “แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมจะไม่มีทางให้คุณรู้เด็ดขาดผู้กอง” น้ำเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นก่อนที่คนร่างสูงจะจัดการถอดเสื้อที่สวมใส่อยู่ออกจนเผยให้เห็นรอยสักลายเสือผงาดสัญลักษณ์ที่คนของแก๊งซือหลิวรู้จักกันดี 

 

         “เรื่องที่เสือมันชอบสุ่มอยู่กับฝูงแกะน่ะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยขึ้นให้เห็นอีกครั้ง ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเริ่มปลดกระดุมให้กับคนไร้สติใต้ร่าง 

 

         “เสือก็หิวเป็นเหมือนกัน” 

 

………………………………………100%……………………………………….............. 

ตัดเลยฉับๆๆ ตัดเลยฉับๆๆ ตัดเหมือนหนังที่แพลนกล้องไปโคมไฟเลยฉับๆๆ  

ผู้กองงงงงง ม๊าาาาาาาาา จะโดนเสือกินมั้ยเนี้ยยยย 

จำคำนี้ไว้นะทุกคน "ตามเมียตอนนี้แถมฟรีหลัวในอนาคต" 

บอกแล้วว่าคำนี้คือใช้ได้กับผู้กองจริงๆนะเอ้ออ เสือก็หิวเป็นเหมือนกัน เป็นแกะก็อยู่เป็นเหยื่อให้เสือต่อไปน่ะดีแล้ววว 

ใครเห็นด้วยกดไลท์เลยยย 55555 

กลับมาที่เนื้อเรื่องกันก่อนจ้า ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันสืบเรื่องพ่อค้าทาสแล้วนะ 

อีกไม่นานเกินรอ ใครเป็นฝั่งนุ้งพายเตรียมเฮได้เลย 

อิสระจะมาหาน้องเร็วๆนี้ บอกก่อนไม่ได้สปอยเลยนะ ไม่สปอยเลยจีจี 

.. 

.. 

TO BE CONTINUED 

ความคิดเห็น