mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 :: นะครับ [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 :: นะครับ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 97.2k

ความคิดเห็น : 134

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2558 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 :: นะครับ [100%]
แบบอักษร

 

 

หลายๆคนถามกันเข้ามาเยอะมากว่ารถของธามรุ่นอะไร 5555

มีบางคนตอบราคาถูกแต่รุ่นรถไม่ถูก

หาใน GOOGLE คือราคาไม่ตรงกันสักคัน 5555555

รถของธามเป็นรุ่น Koenigsegg ค่ะ

ผลิตแค่ 2 คันบนโลก(บางข่าวก็บอกว่า 3 ค่ะ)

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 17 นะครับ

 

       

          “พอๆ พอแล้วเสือกูลงโทษมึงไม่ไหวแล้ว” ผมว่าขณะผลักร่างสูงที่กำลังคร่อมผมอยู่ออก ทว่าเสือไม่ยอมใบหน้าหล่อเหลายังเข้ามาฉกริมฝีปากไปดูดเม้มแรงๆพร้อมมือหนาที่กำลังไล่แตะไปตามแผ่นหลัง ทิ้งสัมผัสร้อนชวนให้อารมณ์ร้อนวูบวาบตามไปด้วย แต่ขอโทษทีผมร้อนจนไม่คิดอยากจะร้อนเป็นครั้งต่อไปแล้ว!!

        ไปว่าจะลงโทษเขาแต่สุดท้ายก็เหมือนโดนเขาลงโทษอยู่ดี!!!

          แต่เอาเถอะผมถือว่ารถราคาร้อยกว่าล้านที่เสือพึ่งซื้อให้นั้นเป็นบทลงโทษสำหรับเขาก็แล้วกัน

          ทว่ามันไม่ยอมหยุด ในจังหวะที่ผมเผลอ เขาก็สอดแก่นกายเข้ามาใหม่ จนในที่สุดก็โดนผมด่าไปรอบหนึ่งเสือถึงหยุดก่อนทิ้งตัวลงนอนกอดข้างๆ  หลับตาใกล้จะหลับแต่นึกอะไรได้ก่อนเลยยกมือควาญหาโทรศัพท์

          “ไม่นอน” เสือพูดเสียงเบา เหมือนเขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เหนื่อยแต่ยังหื่นจะเอาต่อ “รีบนอนครับ” 

          ผมกดเข้าคลิปเสียงที่อัดไว้เมื่อวานแล้ว

          “ฟัง” ผมบอกเสือแล้วกดเริ่มคลิป เสียงแหลมๆดังออกมาทันที

 

โชคร้ายที่วันนั้นมีพวกวิศวะอยู่ด้วย พวกฉันเลยวางยาพี่เสือไม่ได้ผล แต่เหมือนสวรรค์เข้าข้างเพราะเพื่อนในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในงานด้วยดันเจอช้อตเด็ดตอนที่แกกำลังจูบกับสิงห์น้องชายพี่เสือพอดี ก็อย่างว่าทำเลวมันก็ต้องได้รับผลกรรมโดนการถ่ายคลิปประจานความเลวของมันเอาไว้ พี่เสือจะได้เห็นสักทีว่าเมียแสนรักน่ะร่านแค่ไหน

        ‘อีดอกทอง’ (อันนี้เสียงกิ้ง)

        แต่น่าเสียดายแฮะ ที่พี่เสือสั่งลบคลิปไปก่อนไม่งั้นคงจะมีคนเกลียดแกทั้งมหาลัยไปแล้ว

        ‘แต่ก็เอาเถอะ สักวันพี่เสือก็คงเฉดหัวแกทิ้งอยู่ดีนั้นแหละ

 

        ถึงตอนนั้นผมกดปิด

          “ผู้หญิงไม่กี่กลุ่มกำลังทำให้กูเกลียดผู้หญิงเกือบทั้งโลก” เสียงทุ้มว่าขณะกำลังคลอเคลียร์อยู่ที่ซอกคอผม

          “อย่าไปทำร้ายเขาอีกละ วางยาไม่ค่อยเท่าไหร่ ส่วนถ่ายคลิปก็… โชคดีที่ลบทันล่ะมั้ง”

          “ถ้าลบไม่ทันละ”

          เขาสวนกลับ

          “

          “ถ้าลบไม่ทันจะเป็นยังไง”

          “

          ตี้” มือหนาจับหน้าผากเข้าแนบกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ กูบอกก่อนว่ากูไม่ใช่คนดี

          “…”

          ไม่ใช่เทวดา

          “…”

          แต่เป็นปีศาจ

          “…”

ของที่กูรัก

          “…”

          กูมักหวงมัน หวงมันจนจะบ้าตาย หึงจนอยากขังเอาไว้ในห้อง แต่ก็รักเกินกว่าจะทำลายอิสรภาพของมัน ดังนั้นพวกที่มาทำลายของที่กูรักมันจึงมักไม่เหลืออะไรเลยเหมือนกัน

          ผมกลืนน้ำลายอึก ก่อนจะถามคำถามหนึ่งออกไป ไม่รู้ทำไมผมถึงได้ถามคำถามนี้ออกไป คงแค่อยากรู้ล่ะมั้ง

          แล้วถ้าของที่รักมันมีเจ้าของอยู่แล้วล่ะ

นัยน์ตาคมสบตาผมนิ่งงัน

          กูรักไม่ง่ายหรอก

          “…” ผมเม้มปาก

          แต่ถ้ารักสิ่งของที่มันมีเจ้าของขึ้นมา ก็จะทำทุกอย่างให้มันกลายมาเป็นของตัวเอง

          “…”

          ก็บอกแล้วไง…”

          “…”

          กูไม่ใช่คนดี

          “…”

 

เข้าใจไหมเมีย

        

          “เมีย” นัยน์ตาคมหลุบมองใบหน้าหวานก่อนจะพบว่าหลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสือก้มจูบหน้าผากกอดเอวบางให้แน่นกว่าเดิมก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูกดส่งคลิปเสียงเข้าสู่เครื่องตนพอเสร็จเรียบร้อยจึงวางเอาไว้ที่เดิม

ขณะนัยน์ตาสีครามเข้มฉายแววกังวลเด่นชัดเจนเมื่อนึกย้อนไปถึงคำถาม “ถามอย่างกับว่ารู้อะไรมาเลย”

          “

          ริมฝีปากร้อนกดจูบเบาๆที่ปากของอีกฝ่าย

          “รู้แค่ว่ารักก็พอ”

          บอกเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามกันไป

 

          ผมฝัน

          ฝันถึงเด็กผู้ชายสองคนหรือหนึ่งคนไม่แน่ใจ

          แต่พอตื่นขึ้นมาก็จำเรื่องราวที่ฝันไม่ได้แล้ว และไม่มีเวลามานั่งเล่าความทรงจำน้อยนิดที่จำได้จากความฝันด้วย เพราะว่า

        กูสายแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!

          “อ้ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!” ผมกรีดร้องขณะหยิบผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำสายตาเหล่มองนาฬิกาที่บอกเวลาแปดโมงกว่าๆ แถมวันนี้ผมยังมีสอบตอนเก้าโมงด้วย ใช้เวลาอาบน้ำไม่เกินสิบนาทีก็รีบวิ่งออกมา เหมือนผัวสุดที่รักจะรู้ใจเพราะพอวิ่งออกมาปุ๊บก็เจอชุดนักศึกษาถูกรีดวางไว้ให้บนเตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมรีบแต่งตัวพรมน้ำหอมเล็กน้อยก่อนวิ่งไปเก็บชีทที่ยังอยู่ในห้องทำงานใส่กระเป๋า พอวิ่งกลับมาอีกทีก็เจอร่างสูงที่กำลังใส่นาฬิกาเรือนหรูในชุดนักศึกษาเสื้อยังติดกระดุมไม่เสร็จ เนคไทสีดำหลุดลุ่ยกับเส้นผมชื้นเปียกน้ำที่บ่งว่าเขาพึ่งอาบน้ำมาเหมือนกัน นัยน์ตาคมมองมาทางผมแล้วบอก

          “เดี๋ยวไปส่ง” ได้ยินแค่นั้นผมก็รีบวิ่งไปเก็บของที่เหลือต่อ เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างพวกเราทั้งสองคนจึงลงมาจากลิฟต์ไปขึ้นรถ รถของวันนี้เป็นบูกัตติสีควันบุหรี่เลือกคันนี้เพราะมันเร็วสุดส่วนหน้าที่ที่เหลือผมให้เป็นของเสือแล้วกันครับ ในระหว่างที่ร่างสูงกำลังขับรถด้วยความเร็วสูง (เพื่อให้ผมทันสอบ) ผมก็อ่านชีทรอเมื่อวานอ่านแล้วหลับความรู้อะไรไม่เข้าสมองแถมวันนี้ยังตื่นสายอีก เวรกรรมจริงๆเลยกู

          ผมตั้งสติก่อนรีดเค้นตัวอักษรในชีทเข้าสมอง สักพักเหมือนรู้สึกว่าโลกมันหมุนแถมได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากล้อรถคล้ายกำลังดริฟดังเข้ามารบกวนแต่ไม่นานนักมันก็หยุดไปพร้อมกับเสียงทุ้มที่ดังขึ้น

          “ตี้ถึงแล้ว”

          เอ๊ะ!! ถึง ?

          ผมสะดุ้งพอมองออกไปก็พบว่าเป็นตึกคณะของผมจริงด้วย

          ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ? ผมทำหน้างุนงงแต่พอสายตาเหลือบไปมองเวลาความงุนงงมันเลยเปลี่ยนมาเป็นคนรีบเร่งแทน ผมคว้าใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาจูบก่อนรีบวิ่งออกไปแต่มิวายต้องหันหลังไปมองเห็นมือหนายกขึ้นทำเป็นรูปโทรศัพท์ในขณะที่ผมพยักหน้าเข้าใจ เพราะสัญลักษณ์แบบนั้นมันหมายความว่า

        เลิกเรียนแล้วโทรมานะครับ

 

 

          “ทำได้ป่ะมึง” เสียงแหลมๆของกิ้งดังอยู่ข้างๆ ผมส่ายหน้า

          “ทำไม่ได้เลยวะ กูไม่ผ่านชัวร์”

          “แล้วเมื่อวานเอาเวลาไปทำอะไรอยู่ค่ะ”

          “ก็อ่านหนังสือแล้วมันหลับนี้หว่า”

          ผมว่าก่อนจะได้ฟังกิ้งมันบ่นเลยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรที่คุ้นตา ไม่นานนักปลายสายก็รับ

          (เลิกแล้วเหรอ)

          “อือ” ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเหมือนเป็นเสียงเสียดสีของรองเท้ากับพื้น “อยู่ไหน”

          “โรงยิม

 

        เชี่ย เสือมึงแม่งเก่งสัส!! ชูตเข้าอีกละ

       

          ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงแทรกเข้ามา “เล่นบาสอยู่เหรอ”

          (อือ)

          “อยู่โรงยิมเดิมหรือเปล่า” โรงยิมเดิมที่ว่าคือโรงยิมที่เสือแข่งคราวก่อน

          (อือ)

          “งั้นรออยู่นั้นแหละเดี๋ยวไปหา”

          ว่าจบผมก็กดตัดสายทันทีก่อนจะบอกลากิ้งแล้วเดินแยกออกมา เปลี่ยวใจนิดหน่อยเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้อยู่กับมันเลย โรงยิมอยู่ไม่ไกลเพราะฉะนั้นผมเดินแปปเดียวก็มาถึงแล้วครับ เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการเสียดสีของรองเท้าดังมาให้ได้ยินเป็นอันดับแรก รองลงมาคือเมื่อสายตาเหลือบร่างสูงสองคนกำลังไล่แย่งลูกบาสกันพอดี ผมละสายตาออกแล้วมองรอบๆ คราวนี้มีผู้ชมไม่มากมีเพียงผู้หญิงสามสี่กลุ่มที่กำลังนั่งเม้าท์กันอยู่ตามมุมอัฒจันทร์ เหมือนพวกเขาจะมาเล่นๆกันมากกว่ามาแข่งจริงจัง สังเกตได้จากชุด เสือไม่ได้เปลี่ยนชุดยังอยู่ในชุดนักศึกษาเสื้อออกนอกกางเกงผิดระเบียบพร้อมด้วยเหงื่อชุ่มเต็มแผ่นหลังกว้าง

          ผมนั่งเล่นโทรศัพท์รอที่อัฒจันทร์ ไม่นานนักร่างสูงของเสือก็เดินเข้ามาหาขณะกำลังเอาน้ำเทราดหัวตัวเองไปด้วย สงสัยจะร้อนเพราะปกติก็เป็นคนขี้ร้อนอยู่แล้ว ทันที่ที่เขามาถึงจุดที่มือผมยื่นเข้าหาได้ ผมก็โฉบเข้ากอดในขณะที่นั่งทันทีแนบใบหน้ากับเสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชื้นที่บางจนเห็นรอยสักตรงบริเวณท้องน้อย สูดกลิ่นเหงื่อที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆปนอยู่ มือหนาลูบศีรษะผมเบาๆ “ทำข้อสอบได้ไหม”

          “ทำไม่ได้เลยอ่ะ ไม่จบแน่เลย” ผมถอนหายใจ “มันมีงานอะไรที่ไม่เอาใบปริญญา แต่ได้เงินเดือนดีๆแบบสบายๆบ้างไหมอ่ะเสือ”

          “มี”

ผมเบิกตากว้างรีบเขย่าแขนแกร่งทันที “งานอะไร!!

“หมั้นกับกูสิ”

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ผมชะงักค้างรีบถามคำถามขอทวนอีกครั้ง

“มึงว่าไงนะ”

“หมั้นกับกู” เสือยังยืนยันคำตอบเดิม “กูให้บัตรทองอยากรูดเท่าไหนก็รูดไป สินสอดพันล้าน ไม่รวมเครื่องเพชร โฉนดที่ดินและคฤหาสน์อีกหลายสิบหลัง”

“เงินพินัยกรรมที่ปู่ทิ้งไว้ให้กับค่าประกันชีวิตถ้ากูเสีย”

“เมีย” เขาดึงผมให้ยืนขึ้นแล้วกอดแน่นๆจนร่างกายแนบชิดกัน ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจ กลิ่นเหงื่ออ่อนๆและเสียงกระซิบแหบพร่าที่ข้างหู “หมั้นกับพี่นะครับ”

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

“นะครับ”

เสือย้ำอีกครั้งในขณะที่ผมยังคงเม้มปากแน่น

ก่อนส่งรอยยิ้มอ่อนไปให้

 

 

วันต่อมา

“เฮ้อ”

“เฮ้อ”

“เฮ้อ”

“เฮ

“โอ้ยยอีธามมึงจะถอนหายใจอะไรนักหนา” เสียงของกิ้งดังกลบขึ้นเมื่อผมกำลังจะถอนหายใจเป็นครั้งที่สี่ ผมมองหน้าขาวๆที่พอกครีมมาแบบเต็มเบอะ (พอกเตรียมไปงานสวมหน้ากาก) ก่อนยู่ปาก

“ก็กูเครียดนี้”

“แล้วมึงเครียดอะไร พอถามก็ไม่ตอบนะอีนี่”

ผมจิปากแล้วตอบมันกลับไปทันที

“กูโดนขอหมั้นวะ”

“ห้ะ มึงว่าไงนะ” กระเทยทึกอยากสวยวางมือออกจากเครื่องสำอางแล้วตวัดขวับมามองผมเร็วปรี๊ด

“เสือขอกูหมั้น”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” กิ้งกรีดร้องลั่นแหกปากชนิดที่ว่าไม่อายใคร ผมรีบบอกให้มันนั่งลงกลับมาที่เดิมเมื่อคนอื่นเริ่มมองมาทางเราราวเป็นจุดสนใจ ทว่ามันไม่สนใจเอาแต่กรีดต่อจนผมต้องหาหนังสือมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้เมื่อคนอื่นเขามากันใหญ่ เมื่อตอนนั้นมันถึงหยุดกรี๊ดแล้วกลับมานั่งที่เดิมก่อนถามคำถามผมเร็วไว “มึงว่าไงนะพี่เสือขอมึงหมั้น!!!

โชคดีที่กิ้งยังรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ควรพูดให้คนอื่นได้ยิน เลยถามผมเสียงเบา

ผมพยักหน้า “ก็เออดิ มึงคิดว่ากูควรพูดเล่นป่ะ”

“โอ้ยย กูอิจฉามึงอ่า” มันทำท่ากระดี้กระด้าไปมาเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ “ลแล้วมึงตอบไปว่าไง”

“กะกู เอ่อ” ผมอ้ำอึ้ง

“มึงอะไรก็รีบๆพูดมาสิค่ะ!

ผมเม้มปากทำหน้าละเหี่ยใจ “กูไม่ได้ตอบอะไรไปเลยวะ”

ปัง!!!!

“วอทททท ? มึงว่าอะไรนะ!!!!” กิ้งตบโต๊ะเสียงดังทันทีที่ได้ยินผมตอบแบบนั้น ผมเลยย้ำให้มันฟังอีกรอบ

“กูไม่ได้ตอบอะไรไปเลยวะ”

“โอ้ยยยย อีบ้า!!!!!!

มันตะโกนว่าผมเสียงดังอีกครั้งจนคนอื่นเขาเริ่มหันกลับมาสนใจเหมือนเดิม มันว่าผมบ้าแต่ไม่รักษากริยาตัวเองเลยสักนิด มึงว่ากูบ้าแต่คนอื่นน่ะเขาจะว่ามึงบ้าน่ะกิ้ง ผมดึงชายเสื้อมันให้นั่งลงอีกครั้งแต่กระเทยปัดมือผมออกอย่างรุนแรงจนดังเพี๊ยะด้วยท่าทีเหมือนโกรธจัด

“เจ็บนะมึง”

“มึงรีบไปหาพี่เสือเลย ไปเลยๆ ไปเดี๋ยวนี้!” มันว่าพร้อมเก็บหนังสือของผมทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าสวมพาดบ่าผมแล้วดันตัวให้ลุกจากที่นั่งม้าหินอ่อนเบี่ยงทิศทางไปยังรถ (สองวันมานี้ผมขับรถมาเรียนเองตลอด) “รีบๆสิ! ถ้าพี่เสือมีชู้มึงจะว่ายังไง”

“เดี๋ยวสิแล้วมันเกี่ยวอะไรกับชู้เล่ามึงก็หยุดผลักกูก่อนเหอะ!” ผมพยายามแกะมือเหนียวๆเหมือนเมือกของมันออกจนในที่สุดก็สามารถหลุดออกมาได้ “กลับไปนั่งก่อนไป”

“ไม่ไหนๆก็เลิกเรียนละ ไปขึ้นรถกูจะไปด้วย”

“เฮ้ยย!! แล้วมึงจะไปไหน”

“ไปหาผัวมึงไงคะ”

“แล้วจะไปทำไมเล่า”

“โอ้ยยย มึงไปขึ้นรถก่อนกูขี้เกียจอธิบายตอนนี้” ว่าจบมันก็พยายามดันตัวผมไปยังรถคันหรูที่เสือเป็นคนซื้อให้ กิ้งขโมยกุญแจจากกระเป๋าผมไปแล้วให้ผมนั่งที่คนขับแทนที่คนขับเพราะมันอ้อมไปเข้าทางที่คนขับแทน “คาดเบลล์ด้วย!!!” เสียงแหลมกระแทกใส่ผมจึงต้องจำยอมคาดเซฟตี้เบลท์ พอรถเริ่มเคลื่อนตัวถอยกิ้งมันเลยพูดขึ้น

“มึงรู้อยู่ใช่ป่ะว่าพี่เสือให้กูอยู่กับมึงเพราะอยากให้กูดูแลมึงดีๆ”

จะว่าไปก็รู้… ผมพยักหน้า

“เออนั้นแหละ เพราะแบบนี้กูก็เลยโดนพี่เสือทักไลน์มาตลอด”

อ้าวนี้มึงตีท้ายครัวกูอ่อ =  =; ผมคิดในใจไม่ได้พูดออกไปแต่เหมือนจะโดนรู้ทัน

“มึงไม่ต้องคิดว่ากูจะมีซัมติ่ง เพราะพี่แกทักมาเมื่อไหร่มันก็จะมีแต่เรื่องของมึงตลอด จริงๆแล้วนอกจากเรื่องของมึงบทสนทนากูกับพี่เสือก็ไม่มีอะไรอีกเลย” รถค่อยๆเคลื่อนออกจากคณะของผมทันทีที่กิ้งมันถอยรถออกได้สำเร็จ

“ทั้งให้พามึงไปกินข้าวตอนเที่ยงตลอด มึงไม่ต้องแปลกใจว่าเวลามึงเป็นหวัดทีไรตอนพักเที่ยงหลังกินข้าว กูถึงมียามาให้มึงเสมอ เพราะเวลามึงเหมือนจะไม่สบายพี่เสือก็ไลน์มาบอกก่อนตลอด”

ผมนั่งฟังแล้วคิดตาม

มันก็จริงอยากที่กิ้งมันว่า มันให้ผมไปกินข้าวตลอด(ยกเว้นว่าวันไหนเลิกเที่ยง) เวลาผมมีไข้มันก็มียามาให้ นี้คิดไปแล้วว่ากิ้งมันปกพาราเซตาม่อนติดตัว

“แต่มึงไม่คงรู้หรอกเพราะพี่แกคงไม่เคยบอกมึง”

“ใช่ไหมละ”

ใช่… ผมไม่รู้

ผมรู้แค่ว่าเสือกับกิ้งติดต่อกัน ได้ยินมาว่าให้ดูแลบ้างแต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นนั้นก็เถอะ

“แต่คือมึง พึ่งรู้จักกันได้แค่เกือบสามเดือนเองนะเว้ย แล้วเรียนยังไม่จบ ขอหมั้นเร็วไปป่ะวะ”

“มึงจะแปลกใจไรวะ เดี๋ยวนี้รู้จักกันแค่ห้านาทีเขาก็ยังซั่มกันได้แล้วเลย”

“มันก็ไม่เหมือนกันป่ะวะ” ผมยิ้มแหย่ ไอ้กิ้งตวัดหน้าละสายตาออกจากถนนมามองผมทันที

“ก็นี้ไงกูถึงจะพามึงไปหาพี่เสือเนี่ย”

“แล้วทำไมอ่ะ”

ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง

“ถ้ามึงพูดสักคำจะเป็นมุขเสี่ยวๆหรืออะไรก็ได้ กูจะไม่อะไรมากเลยนะธาม” กิ้งพูดกับผมดีๆ น้ำเสียงมันเริ่มอ่อนลง “แต่นี้มึงไม่พูดอะไรแล้วคนอื่นที่ฟังเขาจะเข้าใจได้ยังไงว่ามึงคิดอะไรอยู่”

“พี่เขาขอมึงหมั้นนะธาม แต่มึงไม่พูดอะไรแบบนี้แล้วจะให้ตีความว่ายังไงวะ”

“กูไม่เข้าใจ”

ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจสักนิดเลย

“งั้นสมมุติกูไปกินข้าวไข่ดาวมา แล้วเสื้อกูก็เลอะซอส”

“แล้วมึงถามกูว่ากูไปกินอะไรมาถึงเลอะแต่กูไม่ตอบ”

“มึงก็คิดได้หลายอย่าง อาหารกินกับซอส เช่นกินไก่ กินพิซซ่าหรืออะไรทำนองนั้น”

“ลองคิดใส่กับสถานการณ์แบบมึงดูสิ”

“นี้ยิ่งแม่งคิดได้โคตรหลายอย่าง ความรักยิ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนด้วยนะมึง ให้กูยกตัวอย่างไหม

“ไม่” ผมส่ายหน้าเอามือกุมขมับ “ไม่ต้องแล้ว”

ผมหลับตาแน่นแล้วถอนหายใจเมื่อเข้าใจเรื่องที่กิ้งมันต้องการจะสื่อ มันกำลังจะบอกผมว่าในเมื่อผมไม่ได้พูด เสือก็คิดได้หลายอย่าง ผมหวังว่ามันจะไม่คิดว่าผมไม่ได้รักมันก็แล้วกัน

“ถึงแล้ว” เสียงแหลมว่าเมื่อตัวรถจอดอยู่ตรงตึกหน้าคณะแพทย์ ผมเม้มปากหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์ใส่กระเป๋ากางเกง “จะให้กูลงไปเป็นเพื่อนด้วยป่ะ”

“ไม่ต้องหรอก”

“งั้นเดี๋ยวกูเอารถของมึงจอดให้แถวนี้นะ มึงเสร็จเมื่อไหร่ค่อยโทรหากูเดี๋ยวเอากุญแจรถคืนให้”

“โอเค” ผมบอกก่อนจะเดินออกลงจากรถทันที พอเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นตึกคณะแพทยศาสตร์แล้วมันเปลี่ยวใจชอบกล ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกำมือแน่นก่อนเดินตรงเข้าไปใต้ตึก นักศึกษาแพทย์หลายคนกำลังทยอยเดินออกมา ในจังหวะที่ผมกำลังตัดสินจะเดินขึ้นตึกเพื่อไปหาเสือ(ผมรู้ห้องเรียนของเขา) ใครมาคนก็เดินมาขวางเสียก่อน

“พี่รุ้ง” ผมเรียกชื่อพี่แกออกมาอย่างแปลกใจ “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ใบหน้าเรียวยิ้มแหย่ให้ผมเล็กน้อย แล้วก็จูงมือผมไปอีกทางทันที แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าพี่แกมาคราวนี้เหมือนกำลังนำเรื่องยุ่งยากมาให้ผมอีกครั้ง

 

แล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมคิด… จริงๆด้วย

 

 

 “เฮ้อ” ผมถอนหายใจคอตกพับขณะกำลังกดลิฟต์ไปยังชั้นสามสิบหก สรุปแล้ววันนี้ก็เลยไปคณะแพทศาสตร์เสียเปล่าเนื่องจากไม่ได้เจอเสือแต่กลับเจออีกคนที่นำปัญหาใหม่มาให้แทนแถมปัญหาเก่าก็ยังแก้ไม่จบอีก พี่รุ้งลากผมไปคุยงานยาวจนถึงค่ำอดเจอเสือเพราะร่างสูงกลับไปก่อนแล้ว(เขาไม่รู้ว่าผมมาหา) พอกิ้งรู้มันแทบจะตามไปด่าพี่รุ้งแกโชคดีที่ผมยัดตัวมันขึ้นรถแล้วขับไปส่งที่บ้านก่อน วันนี้เลยกลับคอนโดดึกเป็นพิเศษจนเสือโทรมาถามรอบหนึ่งว่าอยู่ที่ไหนตอนนั้นผมขับรถไปส่งกิ้งอยู่จึงตอบไปตามตรง พอหลุบตาลงมองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาเกือบสามทุ่มครึ่งแล้ว

ติ๊ง!!

เสียงสัญญาบอกว่ามาถึงชั้นที่ต้องการ เดินออกจากลิฟต์แล้วขมวดคิ้วเมื่อไม่เห็นร่างสูงอย่างที่เคย ผมเดินไปวางกระเป๋าบนโต๊ะ แล้วผลักประตูเดินเข้าไปในห้องนอน ได้ยินเสียงน้ำจากห้องในน้ำสงสัยว่าเสือคงจะอยู่ในนั้น ผมเดินไปหน้าห้องน้ำกำลังจะเคาะประตูเพื่อบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยแต่ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อค พอผมเคาะมันจึงแงมเข้าไปเล็กน้อยให้เห็นภายใน ผมชะเง้อหน้าเข้าไปมองเห็นเสือที่หันหลังกำลังอาบน้ำอยู่ เขาไม่ได้ใช้อ่างแต่ใช้ฝักบัวอาบแทน

“ส

ผมกำลังจะเรียกเขาถ้าไม่ติดว่าได้ยินเสียงอะไรก่อน

แฮ่กๆ เมีย

อื้อตี้

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ผมเบิกตากว้างรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ขณะมองเข้ายังไปด้านใน

เสือกำลังช่วยตัวเอง

อย่างนั้นเหรอ ?!!

ผมเลียริมฝีปากค่อยๆเดินถอยหลังเพื่อย่องออกไปให้เงียบที่สุด

ทว่า!!!!

เพล้ง!! ตุ้บ!!

“โอ๊ย!!! อุ้บ!! ชิบหาย” ในจังหวะนั้นเอง มือไม่รักดีก็ดันปัดไปโดนแจกันเล็กๆที่วางอยู่บนตู้เล็กข้างห้องน้ำจนมันหล่นลงแตกเพล้งแถมในขณะที่มือผมเผลอไปปัดโดนแจกันเข้าก็ดันปัดไปโดนมุมโต๊ะเหลี่ยมอีกซ้ำสองจนอีกได้แผลถลอกที่ฝ่ามือแต่นั้นคงไม่แย่เท่ากับ

แอด~

ประตูห้องน้ำเปิดออกเผยร่างสูงที่ยังเปียกโชกไปด้วยหยาดน้ำมีเพียงผ้าขนหนูมัดเอาไว้แบบหลวมๆตรงสะโพก ผมสบตากับนัยน์ตาสีครามเข้มที่หลุบตามอนิ่งๆ แล้วกลืนน้ำลายอึกลงคอ

มันไม่แย่เท่ากับที่เสือรู้ว่า ผมแอบมองเขาช่วยตัวเองไปแล้ว

 

 

“เห็น ?” ผมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินทุ้มเอ่ยถามเบาๆ แล้วพยักหน้าแทนการตอบว่า ใช่

“กูคิดถึงมึง”

เสือบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ผมสบตาคมสักพักก็เป็นคนละสายตาออกมาก่อน ผมคิดถึงมันเหมือนกัน คิดถึงมาก สองวันมานี้เราไม่ค่อยพูดกันถามคำตอบคำ ตอนนอนกิจกรรมยามดึกที่ชอบทำเป็นปกติก็ไม่มี (ผมรู้ว่าคุณเข้าใจ) ไม่ถึงกับขนาดที่ว่าหันหลังให้กัน เป็นระดับที่นอนเฉยๆกอดยังไม่กอดกันเลยด้วยซ้ำ

ร่างสูงจับมือของผมไปดูตอนนี้มันแสบนิดหน่อยเนื่องจากเป็นแผลถลอก เสือผลักตัวผมไปนั่งบนเตียงส่วนเขาหาเสื้อผ้าใส่แล้วเดินออกไปด้านนอก ก่อนกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือ ผมนั่งนิ่งให้เขาทำแผลให้แค่ทาแอลกอฮอล์กับยานิดหน่อยจนกระทั่งเสร็จหมดทุกอย่างร่างสูงจึงเก็บอุปกรณ์กลับเข้าที่ในจังหวะที่เขาจะเดินไปเก็บกล่องปฐมพยาบาลผมก็จัดการจับข้อมือของเสือเอาไว้เสียก่อน ใบหน้าหล่อเหลากันมามองแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“คือ… กูมีเรื่องจะคุยด้วย”

          “

          “

          งะ… เงียบทำไมล่ะ

          “ไปอาบน้ำก่อนไป” พอเสือบอกดังนั้นผมจึงปล่อยรีบมือของเขาแล้วแล่นเข้าห้องอาบ ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ผมเดินออกมาจากห้องขณะเอาผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย เสือนั่งรออยู่ที่โซฟาสีแดงผ้ากำมะหยี่หน้าทีวีจอแบนขนาดใหญ่ที่กำลังฉายหนังรักโรแมนติกอยู่อยู่ ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆนัยน์ตาคมเหล่มองแล้วยื่นมือมาทำหน้าที่เช็ดผมให้ผมเบาๆ ผมหันหน้าไปทางเสือให้มือหนาเช็ดได้ง่ายขึ้นทว่าในจังหวะเดียวกันก็ดันไปสบตากับเขาเข้าพอดี

แรงที่เช็ดผมอยู่ค่อยๆหยุดลง เสือวางผ้าขนหนูค้างไว้บนศีรษะผมแล้วใช้ฝ่ามือประคองใบหน้าเรียวขึ้นแล้วแนบริมฝีปากร้อนลงมา เริ่มแรกมันนุ่มนวลก่อนจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังผมนอนราบแนบกับโซฟาไปแล้ว ผมเผลอเอามือโอบรอบคอเขาอัตโนมัติ จนเมื่อรู้สึกว่ามีมือหนากำลังขยับกางเกงผมให้หลุดออกไปผมจึงรีบตะครุบมือของเขาเอาไว้แล้วกลับมามีสติอีกครั้งหนึ่ง

“เสือเดี๋ยวก่อน” ผมบอก ใบหน้าหล่อเหลามองผมนิ่งๆก่อนละออกไปแต่โดยดี ดังนั้นผมจึงรีบลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าแล้วหันไปมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “กูจะหมั้นกับมึง”

        กึก!

        “อื้อ!!  เสืออย่าพึ่ง” ผมรีบผลักเขาออกทันทีพูดจบแต่คนตัวสูงเร็วกว่าอยู่มาก ผมผลักเขาแต่เขาเข้ามาหายื้อยืดจนกระทั่งตกจากโซฟาทั้งคู่ในจังหวะนั้นมือหนาก็จัดการรวบข้อมือผมขึ้นเหนือหัวทันที ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงครอบครองริมฝีปากขณะที่มือข้างที่เหลือก็กำลังไล่ไปตามเรือนร่างเพรียว “ให้กูพูดต่อก่อน… อ๊ะ”

          “เรื่องอื่นค่อยไว้ทีหลังครับเมีย” เสียงทุ้มว่ามือหนากระชากกางเกงผมออก เสือให้เข่าดันขาทั้งสองข้างของผมให้กางออกแล้วมองด้วยสายตาแพรวพราว เขาว่า

“มาทำเรื่องของเราให้เสร็จก่อนดีว่าน้อ~

        น้อบ้านพ่อมึงเด้!!!

 

 

         ผมฝันเห็นเด็ก… อีกแล้ว

          แต่คราวนี้จำได้ เป็นเด็กผู้ชายสองคนหน้าตาคล้ายๆกัน ทั้งสองมองยืนมองผมขยับปากเรียกชื่อผมว่าธามจากนั้นภาพมันก็หมุนติ้วๆก่อนจะ

        เฮือก!!!

        ผมสะดุ้งตาตื่นขึ้นก่อนมองเห็นเสือที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงสูบบุหรี่ มือหนาอีกข้างกำลังลูบศีรษะผมอยู่ นัยน์ตาสีครามเข้มหลุบลงมอง เหมือนเขาจะเห็นผมตื่นเลยถาม “ทำให้ตื่นเหรอ ?”

          ผมส่ายหน้า เขาเลยว่าต่อ

          “ฝันร้าย ?”

          มันก็ไม่เชิง ก็ส่ายหน้าอีก ผมยกมือขึ้นหวังจะโอบรอบคอแกร่งทว่าในจังหวะนั้นสายตาก็ดันไปเห็นอะไรบางอย่างที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของผม กลมๆมีลวดลายเรียบง่ายแต่ดูสง่าพร้อมเพชรสีน้ำเงินราคาดูท่าว่าจะแพงอยู่ตรงกลางแถมลักษณะเหมือนจะเป็น… แหวน

ผมขมวดคิ้วเงยหน้ามองเสือและเบ้ปากไปทางแหวนบนนิ้วเชิงถามว่ามันคืออะไร เสือหัวเราะใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจูบผมแล้วกระซิบบอก

          “แหวนหมั้นไงครับ”

          เออ… จริงด้วย

          “แล้วของมึงละ” พอผมถามเสือก็ยกมือของตัวเองที่มีแหวนลักษณะคล้ายกันสวมอยู่ตรงนิ้วนางข้างซ้ายเหมือนกัน ผมถามต่อ “เอาห้อยไว้กับสร้อยแล้วใส่ได้ไหม มันเด่นไปถ้าจะใส่ที่นิ้ว” เพชรสีน้ำเงินนี้มันเด่นจริงๆครับ เชื่อเลยว่าใส่ไปมหาลัยคนมองชัวร์ พอเสือพยักหน้าตกลงผมจึงตั้งใจจะยืนตัวขึ้นไปหอมแก้ม ทว่าพอเอาแขนยันขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นแหละก็ต้องตกลงมาหล่นฟุบอยู่ที่เดิมเมื่ออาการปวดระบมตรงแถวบั้นท้ายทำร้ายรุนแรง มือหนาจึงค่อยๆประคองผมขึ้นนั่งแทน

          “อาบน้ำ” เสียงทุ้มว่าผมพยักหน้า ตอนแรกว่าจะไปอาบเองแต่เมื่อมองสังขารตัวเองแล้วพบว่าไปเองไม่น่ารอดเสือจึงได้ทำหน้าที่อาบน้ำให้ผมแทน พร้อมหน้าที่เอาน้ำที่คั่งค้างออกไปด้วย อาบเสร็จก็โดนจับแต่งตัวตอนมองตัวเองในกระจกนี้เรียกหาแซมบัคแทบไม่ทัน (ผมประชด) เห็นรอยเต็มตัวแต่เยอะสุดคงจะเป็นที่คอ สงสัยแมลงแถวนี้มันคงจะเยอะกัดผมซะพรุนไปหมดเลย

เสืออุ้มผมมานั่งรอที่ห้องนั่งเล่นเปิดทีวีดูซี่รี่ย์รอในขณะที่เขาไปทำอาหารเที่ยง เพราะมันเลยเช้ามานานมากแล้ว ก่อนกลับมาพร้อมจานสเต๊กหมู กลิ่นหอมมากและรสชาติอร่อยเว่อร์

          “เมียครับ” เขาเรียกในขณะที่ผมกำลังหั่นสเต๊กเข้าปากแต่ตามองซีรี่ย์ “ต่อไปไม่พูดหยาบกับพี่แล้วนะ”

          ผมหันไปมองมันเล็กน้อย “ทำไมอ่ะ”

          “ไม่อยากให้พูด” ผมกะพริบตาเล็กน้อยกำลังจะตอบตกลงทว่าประโยคถัดมาทำให้ผมชะงักไปก่อน  “แต่กูยังพูดได้นะ”

          “ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน”

          เขายกมือมาขยี้หัวผมเล่น “เด็กกว่าตั้งสองปีไม่ต้องพูดเลย”

          “ยอมรับแล้วดิว่าแก่กว่า”

          นัยน์ตาคมปรายตามองผม

          “อยากได้ผัวแก่ก็พูดเลย” ว่าจบเสือก็ยื่นมือมาบิดจมูกผมเล่น “หมั่นเขี้ยว” เขาบอก

          ผมยิ้มแล้วหันหน้าใส่ความตั้งใจไปกับการกินสเต๊กต่อ ทว่าในจังหวะนั้นก็จำได้ว่ามีเรื่องที่จะพูดกับเสือพอดี เลยหันหน้าไปทางร่างสูง แล้วบอก “อ้อเสือแรงหมั้นน่ะให้รู้กันแค่สองคนก่อนได้ไหม”

        เพล้ง!!!

        มือหนาทำมีดที่กำลังหั่นชิ้นเนื้ออยู่หล่นทันทีที่อีกคนพูดจบ มันตวาดหน้ามามองผมแล้วเม้มปาก พร้อมกะพริบตาปริบๆใส่ แถมทำหน้าอย่างกับว่าตัวเองเป็นลูกแมว “ทำไม”

ผมกลั้นขำรีบว่าต่อ

          “ให้กะ… ธามขึ้นปีสองก่อนแล้วค่อยไปขอกับแม่เอาแล้วกัน” ผมเกือบพูดคำว่ากูโชคดีที่เปลี่ยนคำทัน จริงๆแล้วก็อีกไม่นานหรอก ไม่กี่เดือนก็จะได้ขึ้นปีสองแล้ว เสือชะงักไปนิดเหมือนเขาจะคิดคำนวณอะไรบางอย่างอยู่จากนั้นจึงพยักหน้าบอกตกลง “วันก่อนตั้งใจจะไปหาที่คณะ แต่เจอพี่รุ้งแทนพี่แกบอกว่า” ผมเว้นช่วงคำพูด พยายามนึกบทสนทนาแล้วเล่ารายละเอียดให้เสือฟัง เจ้าของใบหน้าหล่อเหลานิ่งเงียบพอผมพูดเสร็จเขาจึงพูดขึ้น

          “อยากให้ทำ ?”

          “ตรงๆนะ ไม่” ผมถอนหายใจ “แต่ช่วงพี่แกเหอะ สงสาร”

เสือเงียบไปสักครู่ “ครั้งสุดท้ายกับเรื่องแบบนี้นะเมีย”


          “มีครั้งต่อไปก็คงไม่รับปากพี่แกอีกแล้วแหละ” ผมว่าขำๆก่อนจะโดนริมฝีปากร้อนทาบลงมาปิด เสือจับจานสเต๊กของผมไปวางที่อื่น ก่อนผลักตัวลงทับผมให้นอนราบไปบนโซฟา ร่างสูงซุกเข้าซอกคอขณะมือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วต้นขาเรียว ผมไม่ได้ผลักเข้าออกแม้รู้ดีว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกิจกรรมที่ทำให้ผมเสียพลังงานอยู่มากโข เสือเลิกเสื้อผมขึ้น ลิ้นร้อนลงเลียที่ยอดดอกในขณะที่กำลังใส่ถอดเสื้อของตัวเองมามัดมือของผมเอาไว้ ผมครางแต่ในขณะเดียวกันสมองก็ยังคิดถึงเรื่องที่พึ่งพูดไป เรื่องที่พี่รุ้งวานขอมาเมื่อวาน

 

งานสวมหน้ากากที่จะมาถึงคืองานนี้ผู้ใหญ่มาเยอะมาก แล้วทางสโมสรจึงอยากให้คนที่สามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับมหาลัยได้เป็นคนเปิดงาน

เพราะกระแสหนังสือภาพถ่ายของเสือกับมันตามันดีมากพี่ก็เลย…’

พี่อยากให้เสือเป็นคนเปิดงานสวมหน้ากากโดยการเต้นรำเปิดตัวกับมันตา

น้องธามช่วยพี่อีกครั้งเถอะนะเกลี่ยกล่อมเสือให้ที พี่สัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่ไปยุ่งแล้วจริงๆ

แต่คราวนี้ช่วยพี่ทีเถอะ

 

สิ้นสุดที่ตรงนั้นสมองผมก็ขาวโพลนเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสอดแก่นกายเข้ามาภายในรุนแรงจนต้องแอ่นอกขึ้นหอบ เขากลืนความกังวลของผมไปจนหมดสิ้นในวินาทีนี้ มอบความเสียวซ่านทางกายและอิ่มเอมทางจิตใจให้แทน ผมครางเมื่อสะโพกถูกยกสูงขึ้น ก่อนวินาทีที่กำลังจะถึงจุดสุดยอดเลยได้แต่อธิฐานในใจ

ขอในอย่าเกิดเรื่องร้ายๆในงานสวมหน้ากากที่จะถึงนี้เลย

 

 

 

 

[100%]

 

 

บอกแล้วค่ะว่าให้ธามมันเล่นตัวหน่อย 

แต่สุดท้ายนางก็ยอมหมั้นนะคะ ส่วนเสือ 

พี่แกว่างเป็นปล้ำ ทำงานก็ปล้ำ อะไรๆก็ปล้ำ ทุกอย่างล้วนปล้ำ 5555

หื่นไหมบอกเลยมันหื่นและหื่นมาก แต่ผู้ชายหื่นเขาว่ารักเมียมากนะคะ 55

จะไปยังไงต่อไป ติดตามเอาแล้วกันน้อ

 

ปล.เมื่อวานไม่ได้อัเพราะปวดหัวรุนแรงค่ะ

 

ปวดชนิดที่ว่านอนตั้งแต่หัวค่ำ ตื่นตีสามยังไม่หายปวดจนต้องมาทานยาค่ะ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น