Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8 50%

คำค้น : โคแก่, หญ้าอ่อน, โรแมนติก, น่ารัก, ดุแต่ใจดี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 763

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 05:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 50%
แบบอักษร

บทที่ 8 

 

แม้ความฝันยามค่ำคืนจะทำให้เขาคิดมาก แต่เขาก็เลือกที่จะตัดความฟุ้งซ่านนั้นออกไป หลังจากมื้ออาหารเช้าจบลงเขาก็ไปที่ท่าเรือที่ชายหาดเพื่อเตรียมขึ้นเรือสปีดโบ๊ต โดยสินธรสั่งให้ภูวนัยจัดเตรียมโปรแกรมล่องเรือเที่ยวชมหมู่เกาะอันงดงามและดำน้ำดูปะการังเอาไว้ให้ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการของทางรีสอร์ตที่จัดไว้ให้สำหรับแขกที่มาพัก หากต้องการล่องเรือแบบราคาถูกก็จะจองเป็นกรุ๊ปล่องเรือทัวร์เกาะ ไปสมทบกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่ท่าเรือที่เกาะสมุย แต่ถ้าต้องการแบบส่วนตัวทางรีสอร์ตก็จะจัดเรือไว้ให้เหมือนอย่างที่จัดให้เขาแบบนี้ 

ทว่า พอมาถึงท่าเรือศรุตก็ทำให้ทุกคนแปลกใจ เมื่อเขาบอกสินธรที่มาดูความเรียบร้อยด้วยตัวเองว่า จะขอพาแสนรักไปล่องเรือด้วยกัน โดยให้เหตุผลว่าเพราะหล่อนติดค้างคำขอบคุณเขาอยู่ เรื่องที่เขาเคยช่วยหล่อนเอาไว้  

สินธรประหลาดใจ ไม่คิดว่าการโยนหินถามทางเมื่อวานนี้จะทำให้ศรุตสนใจแสนรักได้เร็วเกินคาด จึงยอมอนุญาต แล้วสั่งให้พนักงานไปตามตัวแสนรัก ในขณะที่สามแม่ลูกอย่างพิมพ์นรี ภูวนัย และภวิตา ได้แต่ยืนงงสงสัยว่าเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้  

ไม่นานนักแสนรักก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง หล่อนสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวบางทับเสื้อสายเดี่ยวสีขาวข้างใน ชายเสื้อผูกเอวไว้ ส่วนกางเกงก็เป็นกางเกงขาสั้นสีฟ้าเข้มอวดเรียวขาและสวมรองเท้ารัดส้นแบบที่สามารถเดินเล่นและลุยน้ำได้ ในมือมีเพียงหมวกแก๊ปสีขาวหนึ่งใบ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินอยู่ไม่กี่บาท 

พอมาถึงได้เจ้าตัวก็ถามทันที แม้ว่าพนักงานจะบอกแล้วว่าหล่อนถูกตามตัวมาทำไม 

“คุณปู่ พนักงานบอกว่า...” 

แสนรักยังเอ่ยถามไม่ทันจบ สินธรก็ขัดขึ้น 

“อย่างที่พนักงานบอกนั่นแหละ แสนรักต้องไปเป็นเพื่อนคุณศรุตวันนี้” 

“ทำไมล่ะคะ”  

หล่อนย้อนถามพลางมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างไม่เข้าใจ แต่กลับทำให้พิมพ์นรีที่ยืนอยู่ด้วยถลึงตาใส่ก่อนจะขานชื่อลูกเลี้ยงเป็นการเตือนอยู่ในที เพราะถือเป็นการเสียมารยาทต่อแขกพิเศษมากที่หลานสาวเจ้าของทำท่าเหมือนไม่อยากไป 

“ยายแสนรัก!” 

“ขอโทษค่ะ” แสนรักขอโทษแม่เลี้ยงเสียงอุบอิบ 

ศรุตเห็นดังนั้นและไม่อยากอยู่ดูแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงทะเลาะกันจึงเอ่ยช่วยหล่อนให้พ้นจากสถานการณ์นี้และช่วยตัวเองให้พ้นไปด้วยเช่นกัน 

“ผมขอพาแสนรักไปด้วยก็เพราะคิดว่าเป็นการตอบแทนที่เจ้าตัวน่าจะพอทำได้ เพราะถ้าให้ตอบแทนเป็นอย่างอื่น ผมก็ไม่ได้ต้องการเงินทองหรืออะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าจะบอกว่าไม่เป็นไรก็คงไม่ได้ เพราะวันนั้นผมต้องเสียเวลาไปจัดการอะไรๆ กว่าจะเรียบร้อย คิดเสียว่าให้แสนรักมาเป็นไกด์พาผมทัวร์ก็แล้วกัน” 

เขาอุตส่าห์หาทางออกให้ แต่คนไม่เต็มใจจะไปกลับแย้ง 

“แต่แสนรักไม่เคยเป็นไกด์ คงพาคุณศรุตเที่ยวไม่ได้หรอกค่ะ รับรองพาหลงชัวร์”  

“พูดแบบนี้แสดงว่าไม่คิดตอบแทนความมีน้ำใจกันเลยสินะ”  

‘โอ้โห พูดดักชวนงานเข้าขนาดนี้ แถมผู้ใหญ่อยู่กันเยอะขนาดนี้ คงจะรอดไปได้หรอกยายแสนรักเอ๊ย’ 

แสนรักคิดในใจแล้วแอบตีหน้าเซ็ง แต่สินธรที่ดูเหมือนจะเป็นคนกลางที่สุดในขณะนี้และมองออกแล้วว่า ศรุตตัดสินใจแล้วว่าจะพาแสนรักไปด้วย ไม่ว่าหล่อนจะบ่ายเบี่ยงอย่างไรก็คงไม่เป็นผล แล้วเขาก็ทำตามมารยาทโดยการบอกผู้หลักผู้ใหญ่ของหล่อนให้ทราบแล้ว ไม่ได้แอบพาไปหรือไม่บอกใคร คนที่อาวุโสที่สุดจึงต้องสั่งหลานสาวอีกครั้งและปิดประตูคำปฏิเสธทั้งหมด 

“วันนี้ถือว่าแสนรักเป็นพนักงานของรีสอร์ต ต้องไปกับคุณศรุต ดูแลคุณศรุตให้เรียบร้อย ถือเสียว่าเป็นการทำโทษเรื่องนั้นไปด้วยในตัว เข้าใจที่ปู่พูดหรือเปล่า” 

เข้าใจหรือเปล่า เฮ้อ ลองปู่ถามคำนี้ละก็ แปลว่าต้องตอบว่า ‘เข้าใจ’ เท่านั้น! 

“เข้าใจค่ะคุณปู่” 

หญิงสาวรับคำเสียงอ่อย ทำตามคำสั่งคุณปู่แต่โดยดี แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าศรุตต้องการอะไรกันแน่ ทำไมเขาต้องให้หล่อนไปด้วย แค่เมื่อวานนี้เขาก็ทำให้หล่อนเดือดร้อนพออยู่แล้ว วันนี้ยังถูกลากตัวไปเที่ยวด้วยกันอีก กลับจากเที่ยวเมื่อไหร่ มีหวังหล่อนได้โดนแม่เลี้ยงกับพี่ชายและพี่สาวซักฟอกจนขาวแน่ๆ เพราะพวกนั้นไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่า ที่ศรุตชวนหล่อนเพียงแค่จะให้หล่อนตอบแทนน้ำใจเขา 

“เข้าใจแล้วก็ไปขึ้นเรือ คุณศรุตเขารอนานแล้ว” 

“ค่ะคุณปู่” 

หลานสาวตัวดีรับคำแต่ยังทำหน้ามุ่ยไม่เลิกขณะเดินขึ้นไปบนสะพานของท่าเรือ แต่แม้จะเป็นยามสายแต่แดดก็เริ่มร้อน บวกกับทิศทางของแดดที่เอียงส่องมาทางด้านหน้า เจ้าตัวต้องยกมือที่ถือหมวกอยู่ขึ้นบังแดดแทนที่จะใส่หมวก  

ศรุตที่หันมองมาพอดี พอเห็นดังนั้นก็ชะลอฝีเท้าให้หล่อนก้าวแซงไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมหลังหล่อนมาอยู่ด้านขวามือและเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีกนิด เพื่อใช้ตัวเองบังแดดให้หล่อน แสนรักพอรู้ว่าเขาทำอะไรให้ จากที่ขุ่นเคืองเรื่องถูกบังคับให้มาด้วย แม้จะยังไม่หายไปทั้งหมด แต่ก็พอจะคลายลงไปได้บ้าง 

หลายอึดใจต่อมาก็เดินมาถึงด้านท้ายของสปีดโบ๊ตขนาดยี่สิบเก้าฟุตที่จอดเทียบท่าอยู่ มันเป็นเรือค่อนข้างเรียบหรูและดูดีมาก ไม่เหมือนกับที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยวทั่วไป ดูไปดูมาเหมือนเรือส่วนตัวมากกว่า  

เรือเป็นสีขาวทั้งลำ ด้านข้างแต่งแถบสีเทาไว้ทำให้ดูเรียบหรู ตรงแถบด้านข้างค่อนไปทางท้ายเรือมีตราสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเรือจากอเมริกาติดหรา  

ด้านหน้าของเรือถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้สอย มีเบาะหนังสีขาวบุนวมนุ่มสบายไว้สำหรับนั่งกินลมชมวิวได้สองคน ส่วนที่นั่งอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเบาะหนังสีขาวบุนวมด้วยกันแทบทั้งสิ้น ส่วนบริเวณตรงที่นั่งคนขับก็มีกระจกกั้นกันลมที่เข้ามาปะทะจากด้านหน้าเอาไว้และมีหลังคาไฟเบอร์แบบเปิดรับลมแต่ก็ยังช่วยบดบังแสงแดดได้ดี ด้านหลังสุดของเรือเป็นเครื่องยนต์สองเครื่องแบบเอาต์บอร์ด  

“แน่ใจเหรอว่าจะขับเอง เดี๋ยวเจอคลื่นแรงตีตัวเรือ เกิดเรือคว่ำ ตายกลางทะเลมันจะไม่คุ้มนะ” 

ภูวนัยถามทันที เมื่อวานนี้เขาได้รับคำสั่งจากสินธรมาแล้วว่าให้เตรียมเรือให้ศรุต แต่ไม่ต้องเตรียมคนขับให้ เพราะอีกฝ่ายจะขับเอง  

ศรุตกระตุกยิ้มกับคำพูดที่เหมือนจะหวังดีของภูวนัย แต่ทั้งสีหน้าและแววตาเหมือนอยากสาปแช่งให้ตายมากกว่า แล้วมีหรือที่ศรุตจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจส่งข้อความใดถึงเขากันแน่!  

“พูดแบบนี้เพราะเป็นห่วงน้องสาวสินะ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันมีใบอนุญาตขับเรือ แต่ถ้านายยังกังวลว่าเรือของนายจะเสียหายก็เลิกกังวลได้ เพราะถึงมันจะเสียหาย ฉันก็มีปัญญาจ่ายอยู่ดี ลำนี้ดีไซน์ใหม่ เรือก็ยังใหม่ ยี่ห้อนี้ด้วย อย่างเก่งราคารวมภาษีนำเข้าแล้วอะไรแล้ว ก็ไม่น่าจะเกินสิบล้าน หรือจะโก่งราคาสักหน่อย เอาตัวเลขสวยๆ สักสิบเอ็ดล้าน แต่รับรองว่าแค่นั้นขนหน้าแข้งของฉันก็ยังไม่ร่วงอยู่ดี”  

ชายหนุ่มตอบอย่างอวดดีแถมบอกราคาเรือได้ค่อนข้างตรงเสียด้วย บ่งบอกเลยว่าเจ้าตัวรู้จักเรือเหล่านี้จริง ไม่ได้แค่โม้ว่าขับเรือเป็นหรืออวดไปอย่างนั้น เล่นเอาภูวนัยถึงกับควันออกหู ส่วนแสนรักนั้นกลั้นยิ้มแทบตาย เพราะไม่เคยเห็นพี่ชายต่างแม่สตันและไปไม่เป็นแบบนี้เลยสักครั้ง  

ฝ่ายภูวนัยที่โกรธจนหน้าเปลี่ยนสี พอทำอะไรศรุตไม่ได้ก็หันมาเล่นงานแสนรัก ที่กลายเป็นกระโถนระบายความโกรธไปแทน 

“มัวยืนเซ่ออยู่ทำไม ขึ้นเรือแล้วไปเตรียมตัวได้แล้ว เธอมีหน้าที่ดูแลเขา ไม่ใช่ให้เขาดูแลเธอ!” 

แสนรักได้ยินก็ถึงกับอยากเบะปากมองบนใส่ ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษาหน้ารักษามารยาทหล่อนคงทำไปแล้ว แต่ที่ทำได้มีแค่ก้าวขึ้นไปบนเรือโดยมีศรุตที่แสยะยิ้มใส่ภูวนัยเล็กน้อยก้าวตามขึ้นไป 

ทว่า คนที่ก้าวขึ้นเรือมาก่อนกลับไม่รู้จะเอาตัวเองไปอยู่ส่วนไหน จึงยืนอยู่กลางเรือมองเขาตรวจตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย เห็นเขาเปิดเบาะตรงนั้นตรงนี้ ช่องนั้นช่องนี้ ทำให้หล่อนได้รู้ว่าทุกส่วนบนเรือลำนี้สามารถเป็นช่องเก็บของได้ทั้งหมด แล้วมันก็มีอุปกรณ์จำเป็นหลายๆ อย่างที่ถูกเตรียมไว้ให้ แถมยังมีห้องน้ำเล็กๆ อยู่ด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ  

ฝ่ายศรุตพอตรวจดูอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ และระบบน้ำจืดว่าใช้งานได้ก็พร้อมจะออกเรือ พนักงานของรีสอร์ตที่อยู่บนฝั่งจึงเอาเชือกที่ยึดกับแท่นผูกตรงท่าเรือออกให้ ส่วนแสนรักก็ไปนั่งที่เบาะด้านซ้ายมือของคนขับทันทีและรอให้เขาขับเรือออกจากท่า  

“คุณศรุตตั้งใจจะไปไหนบ้างคะ บอกก่อนนะว่าแสนรักไม่เคยมาเที่ยวที่นี่เลย ห้ามฝากความหวังไว้ที่แสนรักเด็ดขาด แล้วถ้าเกิดหลงหรือมีอะไรขึ้นมา ก็ห้ามโทษแสนรักด้วย” แสนรักถามทันทีที่เรือออกจากท่า 

“งั้นก่อนอื่น ฉันคงต้องเอาเธอไปขายก่อน โทษฐานที่ทำประโยชน์ให้ไม่ได้” 

“พูดเป็นเล่น!”  

แสนรักร้องเสียงหลง ทำหน้าเหวอใส่ แต่เพราะหล่อนทำหน้าเหวอตกใจขนาดนั้น เล่นเอาคนที่ปกติจะไม่แหย่คนที่ไม่สนิทสนมด้วยถึงกับชะงัก มองปฏิกิริยาของหล่อนอย่างไม่รู้จะขำหรือจะว่ายังไงดี 

“อย่าบอกนะว่าเชื่อจริงๆ” 

“เปล่าค่ะ ใครจะไปเชื่อเรื่องติ๊งต๊องได้” 

“ดีแล้วที่ไม่เชื่อ เดี๋ยวเราแวะเกาะสมุยก่อน ฉันต้องไปเอาของที่สั่งไว้” 

ศรุตบอกแต่ไม่ได้อธิบายว่าของที่ว่าคืออะไร แสนรักก็ได้แต่พยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้ถามอะไรต่อ จากนั้นยี่สิบนาทีต่อมา ชายหนุ่มก็ขับเรือเข้าไปจอดเทียบที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง มันเป็นท่าเรือที่ทำเหมือนร่องน้ำเอาไว้ให้เรือขนาดกลางสามารถแล่นเข้าไปจอดได้ มีทางเดินที่ทำจากทุ่นลอยน้ำแบบจิ๊กซอว์ต่อยื่นออกมาให้เรือเข้าเทียบ 

บนทุ่นมีผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่แล้ว ที่ข้างกายของเขามีกระเป๋าเป้ใบหนึ่งและกระติกใส่น้ำแข็งใบย่อมวางอยู่ด้วย เรือค่อยๆ แล่นไปจอดเทียบจนกระทั่งดับเครื่องเรียบร้อย  

ผู้ชายคนนั้นยกมือไหว้ศรุตและพูดด้วยสำเนียงท้องถิ่นรัวๆ ที่หล่อนฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ก็ได้ความว่าเขาชื่อวอน เป็นคนเตรียมของตามที่ศรุตสั่งไว้ผ่านทางคนชื่อจรัญ จากนั้นเขาก็ยกของขึ้นมาไว้บนเรือให้อย่างเรียบร้อย  

ศรุตจึงยื่นธนบัตรใบละห้าร้อยให้เพื่อเป็นน้ำใจและเป็นค่าเหนื่อยที่ต้องขับรถเอาของมาให้ พอจัดการอะไรๆ เสร็จ คนที่เอาของมาให้ก็ขึ้นจากเรือและทำท่าจะยืนรอส่ง แต่ศรุตบอกให้ไปได้เลยไม่ต้องรอส่ง เจ้าตัวจึงต้องไปตามคำสั่ง 

ศรุตเปิดกระเป๋าเป้ หยิบแผนที่ออกมาดู เพื่อตรวจสอบเส้นทางการขับเรือและอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อความปลอดภัย ทำเอาแสนรักอดเปรยไม่ได้ว่า 

“คุณศรุตเปลี่ยนใจหาคนขับเรือตอนนี้ยังทันนะ”  

หล่อนพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจ เพราะยังไม่มั่นใจว่าเขาจะขับเรือไปไกลๆ ได้ ศรุตถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อยและยืนยันคำเดิม 

“ฉันขับเรือเป็น ส่วนที่ดูนี่ ก็จะได้วางแผนการเดินทางถูก จะได้รู้ว่าเกาะไหนชื่ออะไร และมีอะไรน่าสนใจ” 

“นึกว่าจะบอกว่าถ้าแสนรักพูดมากกว่านี้ จะโยนลงตรงนี้จริงๆ ทำแบบนั้นก็ได้นะคะ แสนรักไม่ขัด เดี๋ยวแสนรักหาทางกลับบ้านเองได้” สาวเจ้ายังหาทางที่จะไม่ต้องไปกับเขา แต่มีหรือที่เขาจะยอม  

“ฝันไปเถอะ แม่กระต่ายน้อยจอมเจ้าเล่ห์” ชายหนุ่มว่าเมื่อเห็นหล่อนเริ่มออกลาย พอห่างไกลสายตาผู้ใหญ่ก็กลับมาเป็นแม่กระต่ายจอมซุกซนและดื้อรั้นเหมือนเดิม  

คนถูกหาว่าเป็นกระต่ายน้อยจอมเจ้าเล่ห์ยักไหล่ แถมยังบอกด้วยว่า “ถ้าแสนรักเป็นกระต่ายจอมเจ้าเล่ห์ คุณศรุตก็เป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์เหมือนกันแหละ” 

“ฉันเนี่ยนะเจ้าเล่ห์”  

เขาย้อนถามกลั้วหัวเราะ ท่าทีผ่อนคลาย ไม่วางมาดเหมือนเดิม ดูเข้าใกล้ได้ง่ายกว่าตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่เพราะแบบนี้แหละ หล่อนถึงบอกว่าเขาเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน 

“ใช่ค่ะ เพราะคุณศรุตชอบวางท่าวางมาด แต่พอไม่มีใครเห็น ก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่แกล้งเด็กแบบนี้” 

 

 

******************************************** 

 

โดนน้องว่าเข้าให้ ไงละคะลุง มันเจ็บกระดองใจไหมคะ  

ลุงต้องทำให้น้องเห็นนะคะ ว่าลุงเจ้าเล่ห์จริงหรือเปล่า คริๆ ๆ  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น