Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 5 (3) Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2562 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 (3) Rewrite
แบบอักษร

5.3 

“ค่าอาหารลูกค้าชำระเรียบร้อยแล้วครับ”

พนักงานที่เรียกมาเช็กบิลล์ยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร ไม่ใช่สิ คนนี้แต่งตัวต่างจากพนักงานตรงที่ไม่สวมผ้ากันเปื้อนกับกางเกงไม่ใช่กางสแล็กแต่เป็นยีนเข้ารูป แถมหน้าตายังมีออร่ากว่าลูกจ้างทั่วไปมาก ถ้าไม่ติดที่ว่าเขาสวมเสื้อที่มีโลโก้ร้านซาบูปักอยู่ผมคงนึกว่าเป็นลูกค้าเหมือนกัน  

“ใช่คนที่เคยนั่งโต๊ะนี้หรือเปล่าคะ” บีบีถามเพื่อความแน่ใจ

“ครับ นี่ครับตังค์ทอน ลูกค้าโต๊ะนี้ฝากบอกว่าถ้ามีเงินทอนก็ให้คุณเอาไปคืน สำหรับอาหารมื้อนี้ขอบคุณที่แวะมาอุดหนุนโอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”

พนักงานพูดจบก็โค้งหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไปผมไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ

“เฮ้ยเดี๋ยว... เฮ้!”

“วัน! ชู่ว... เสียงดังไปแล้ว” บีบีกระตุกแขนผมแรงๆ เป็นการเตือนแต่ผมไม่ได้ใส่ใจเธอ เหลือบมองเงินทอนในถาดไม้ที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะก่อนจะหุนหันเดินออกจากร้านโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

แม่งคิดจะยั่วโมโหกันหรือไงวะ ใครขอให้มันเลี้ยง คิดว่าทำแบบนี้แล้วกูจะหายโกรธเหรอ แล้วยังมีหน้าบอกให้เอาเงินทอนไปคืน ถุย! ชาติหน้าตอนบ่ายๆ เหอะมึง

ผมสบถด่าไอ้เหี้ยไนท์ไปตลอดทาง โกรธจนหูอื้อ ไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงฝีเท้ากับลมหายใจตัวเอง จนถึงรถ ถึงได้เสียงกระวีกระวาดของบีบีที่ห้อเท้าตามมาด้านหลัง

“วัน! รอด้วย วัน... เป็นอะไรเนี่ย”

บีบีหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ผมทันทีที่เข้ามานั่งในรถ

“เปล่า” ผมปฏิเสธเสียงเรียบระหว่างสตาร์ทรถ

บีบีเหลือบมองผมด้วยสายตาเหนื่อยใจพร้อมพ่นลมหายใจแรงหนึ่งที “ช่างเถอะ นี่ตังค์ทอนอย่าลืมเอาไปคืนพี่เค้าล่ะ”

บีบีวางเงินที่กำติดมือมาลงบนคอนโซลหน้ารถ ผมเบิกตากว้าง โพล่งออกไปเสียงฉุน

“เก็บมาทำไม”

“เอ้า แล้วทำไมจะไม่เก็บล่ะ นี่วันเป็นอะไรหรือเปล่า ดูแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” บีบีเอามือขึ้นกอดอก มองผมด้วยสายตาสงสัยแกมหัวเสีย

“เปล่า ไม่มีอะไร” ผมมองเงินทอนไม่กี่ร้อยบนคอนโซลก่อนระงับอารมณ์เดือดพล่านที่มีต่อเจ้าของเงินลง ดึงสายตากลับมามองทางข้างหน้า หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก บีบีเอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ผมบีบแตร์ใส่รถคันหน้าอย่างเซ็งๆ จู่ๆ แม่งก็พุ่งออกมาจากซอย ไม่ดูรถทางตรง ชนขึ้นมาทำไงวะ

บีบีเหลือบตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็หลุบตากลับไปมองหน้าจอเหมือนเดิม รัวนิ้วยิกๆ พร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่โทรศัพท์ ไม่รู้ว่ากำลังคุยกับใคร ผมชำเลืองมองแวบหนึ่งก่อนดึงสายตากลับมา

“วันไปส่งบีที่หอเพื่อนหน่อย มีงานต้องคุย” บีบีเงยหน้าขึ้นมาพูด

“แล้วจะเสร็จตอนไหน”

“ไม่แน่ใจ วันไม่ต้องรอ ไว้เสร็จแล้วบีโทรหา”

“อืม ได้”

ผมผิดหวังนิดหน่อย นึกว่าวันนี้เราจะอยู่ด้วยกันซะอีก

“บอกทางมาสิ อยู่ตรงไหน”

“ตรงไปก่อน แล้วก็เลี้ยวขวาแยกหน้า”

เพราะหอพักอยู่ในละแวกเดียวกันเลยใช้เวลาไม่นาน ผมจอดรถหน้าหอพักตามที่บีบีบอก

“ไปก่อนนะ เดี๋ยวบีโทรหา”

“อืม”

ผมมองส่งบีบีลงจากรถ กำลังจะถอยรถสายตาก็เหลือบไปเห็นเงินที่วางอยู่บนคอนโซล ให้ตายสิ กวนใจชะมัด ผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาไอ้เวรนั่นอย่างไม่หายหงุดหงิด เหมือนก้างปลาติดคอ ถ้าไม่เอาออกมันก็จะเจ็บอยู่อย่างนั้น

ผมอยู่หน้าคอนโดไอ้ไนท์ วันนี้มันบอกไม่เข้าร้าน เลยให้ผมมาเจอที่นี่แทน ยืนรออยู่เกือบสิบนาทีมันถึงโผล่ออกมา

“ทำไมมายืนตรงนี้ ไม่เข้าไปข้างใน”

“กูแค่เอาเงินทอนมาให้”

ผมล้วงเงินที่เตรียมไว้ออกจากกระเป๋ากางเกงส่งให้มัน ไอ้ไนท์มองเงินในมือผมแล้วกระตุกยิ้ม

“กูแค่ล้อเล่น ที่จริงไม่ต้องเอามาคืนก็ได้”

“มึงว่าไงนะ” หน้าผมร้อนวาบหลังจากรู้ตัวว่าโดนปั่นหัวเล่น “นี่มึงล้อกูเล่นเหรอ ไอ้เชี่ยเอ๊ย! มึงเอาคืนไปเลยนะ แล้วอย่ามายุ่งกับกูอีก”

ผมยัดเงินใส่มือมันแล้วตั้งใจเดินออกมาทแต่ไอ้เหี้ยนั่นดันรั้งข้อมือผมเอาไว้

“ทำเหี้ยอะไรวะ ปล่อย”

“....”

“กูบอกให้ปล่อย” ผมกระตุกข้อมือออกแต่ไอ้ไนท์กลับยึดเอาไว้แน่น “มึงปล่อยมือกูเดี๋ยวนี้” ผมย้ำช้าๆ ชัดๆ แต่แววตาที่มองมาของไอ้ไนท์กลับดูสงบและจริงจังแปลกๆ

“กูขอโทษ”

“....” ผมชะงักไปแวบหนึ่ง มองตอบแววตาจริงจังของไอ้ไนท์ด้วยความสงสัย

“มึงทำแบบนั้นทำไม”

ผมแปลกใจตัวเองที่ถามออกไปแทนที่จะสะบัดมือมันออกอย่างที่ควรเป็น เหมือนครั้งที่แล้วผมก็โกรธจนไม่ถามถึงเหตุผล ไม่สิ คงเพราะผมรู้อยู่แล้วไม่ว่าเหตุผลของมันจะเป็นอะไรผมก็โกรธมันอยู่ดี รู้ไปก็เท่านั้น

ไอ้ไนท์มองมือผมนิ่งครู่หนึ่งก่อนเลื่อนสายตากลับมาจ้องหน้าผม “อยากรู้จริงเหรอ”

คำถามนั้นทำผมกลั้นหายใจ จู่ๆ ก็กลัวขึ้นมา แต่ถึงจะรู้สึกกลัวหัวใจกลับเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ ไอ้ไนท์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจที่เป่ารดลงข้างใบหูและผิวแก้มทำผมรู้สึกตัว

“มึงน่า...”

“พี่ไนท์”

เสียงเรียกชื่อดังขึ้นก่อนที่ไอ้ไนท์จะพูดจบ ประตูถูกผลักออกทันควัน ข้อมือผมถูกปล่อยกะทันหัน  

“ปาย” ไอ้ไนท์หันไปมองคนที่เดินผ่านประตูออกมา  

“ผมเห็นพี่ลงมานาน เลยมาดูนึกว่าเกิดอะไรขึ้น” ปายพูดกับไอ้ไนท์ก่อนชำเลืองมาทางผม “ตะวัน?”

“เอ่อ หวัดดี” ผมลนลาน รู้สึกแปลกประหลาดกับสายตาของปาย สีหน้ามันเหมือนมีอะไรทิ่มแทงใจ หรือผมคิดไปเองวะ ผมเอียงคออย่างสงสัยก่อนจะสะบัดความรู้สึกนั้นทิ้งในเสี้ยวนาทีต่อมาที่นึกได้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย ว่าแต่ปายมาทำอะไรที่นี่ เดินออกมาจากคอนโดไอ้ไนท์ แล้วพูดเหมือนอยู่ด้วยกัน

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมมาอยู่ที่นี่” ปายถาม ผมกะพริบตาอย่างเพิ่งได้สติ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากเสียงพูดไอ้ไนท์ก็ดังขึ้น

“มันเอาเงินมาคืน”

“อ่อ เงินทอนจากร้านชาบูน่ะเหรอ” ปายทำหน้าไม่อยากเชื่อ ทำไมวะ ผมเอาเงินมาคืนแล้วมันแปลกตรงไหน ถึงตอนนี้ผมจะนึกเสียใจที่เอามาคืนก็เถอะ

“อืม เข้าไปข้างในเถอะ ไม่มีอะไรหรอก” ไอ้ไนท์ดันไหล่ปายให้หันหน้าเข้าหาประตูก่อนหันมาทางผม “มึงจะกลับเลยหรือเปล่า”

ผมสบสายตาไอ้ไนท์อย่างตั้งหลักไม่ทัน เมื่อกี้มันยังยื้อข้อมือผมไว้ไม่ยอมปล่อยแต่พอไอ้ปายโผล่มาท่าทีที่ไอ้ไนท์มีต่อผมก็เปลี่ยนไป รู้สึกเหมือนถูกลดความสำคัญลง ทำเอาไม่ชอบใจเลยว่ะ ผมทำตาขวางใส่ไอ้ไนท์แล้วหันหลังเดินออกมาด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น

ผมกลับห้องมาเจอไอ้เอิร์ธกำลังซดบะหมี่ถ้วยอย่างเอร็ดอร่อย ผมเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ มองมันด้วยสายตาสงสัย “มึงยังไม่กินข้าวเหรอ” ผมนึกว่ามันไปกับไอ้เพชรซะอีก ไหงมานั่งแดกบะหมี่อยู่ที่ห้องได้วะ

“กินไปแล้วรอบหนึ่ง” มันตอบทั้งที่บะหมี่ยังคาอยู่ในปาก ไอ้เหี้ย แทนที่จะดูทุเรศแต่กลับน่ารักจนน่าหยิกแก้มขนาดนี้ได้ยังไงวะ ผมยื่นมือออกไปแบบไม่รู้ตัว แล้วก็โดนไอ้เอิร์ธปัดทิ้งก่อนจะถึงแก้มพุ้ยๆ ของมัน สติผมคืนกลับมาทันที

“มึงจะทำอะไร” ไอ้เอิร์ธจ้องผมเขม็ง

“เปล่า เมื่อกี้กูนึกว่ายุงเกาะหน้ามึงแต่สงสัยกูดูผิด” ผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ก่อนเฉไฉคว้ารีโมตขึ้นมาเปลี่ยนช่อง ตั้งใจดูทีวีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย บรรยากาศเริ่มคลุมเครือแปลกๆ ผมแอบชำเลืองมองไอ้เอิร์ธ มันกินบะหมี่ต่อเงียบๆ ไม่รู้ไม่สนใจผมจริงๆ หรือแค่แกล้งทำผมดูไม่ออก

“กูได้หอแล้วนะ พรุ่งนี้ย้ายเข้าได้ทันที”

“เฮ้ย... ทำไมเร็วงี้วะ” ผมตกใจ มันเล่นบอกปุบปับใครจะไปตั้งตัวทัน

“คนเก่าหมดสัญญา แล้วก็ย้ายออกวันนี้พอดี” ไอ้เอิร์ธพูดเสียงเนิบๆ

“เออโชคดีจริงๆ ว่ะ แล้วมึงจะไปพรุ่งนี้เลยเหรอ” ผมรู้สึกยินดีกับมันที่ในที่สุดก็ได้หอใหม่สักที ผมทั้งโล่งใจและก็ใจหายในเวลาเดียวกัน พอคิดว่ามันจะไม่อยู่แล้วก็รู้สึกเหงาขึ้นมาทันที

“อืม ของกูไม่เยอะ กูว่าจะยืมที่นอนมึงก่อน ไว้กูซื้อใหม่แล้วจะเอามาคืน”

“เฮ้ย ถ้ามึงไม่พร้อมก็ไม่ต้องรีบย้ายก็ได้ กูไม่ได้บังคับให้มึงไปสักหน่อย”

“ไม่ได้หรอก กูบอกเจ้าของหอไว้แล้ว เงินมัดจำก็จ่ายไปแล้ว”

“มึงก็บอกไปสิว่าของยังไม่พร้อม คิดมากอะไร”

“ไม่ได้คิดมาก”

“แน่ใจ?”

“....” เอิร์ธมองผม ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าเอือมๆ มันไม่พูดอะไรอีก ยกถ้วยบะหมี่ขึ้นซดน้ำไปสองสามอึกก็ลุกออกไปเงียบๆ ผมเลยไม่ได้ถามเรื่องเมื่อตอนเย็น ตกลงว่ามันได้ไปเจอใครหรือเปล่า แล้วคนที่โทรหามันสรุปว่าคือไอ้เพชรอย่างที่ผมเดาใช่ไหม ข้ามคืนความสงสัยของผมก็ค่อยๆ เลือนรางและหายไปจากสารบบความคิด ผมเอารถขนของมาส่งไอ้เอิร์ธที่หอใหม่ของมันก็ไม่มีอะไรมากแค่กระเป๋าใบเดียวกับชุดที่นอนที่มันยืมผมนั่นแหละ ไอ้แต้มกับไอ้เก้าก็มาด้วย พวกเราตั้งใจว่าจะมาดูห้องไอ้เอิร์ธและไปหาอะไรกินเป็นการเลี้ยงฉลองให้เอิร์ธสักหน่อย แต่พี่สาวโทรมาบอกเรื่องแม่ซะก่อน ตามจริงแม่ต้องออกจากโรงพยาบาลวันนี้แต่มีอาการท้องผูกเลยต้องอยู่ดูอาการต่ออีกสองสามวัน ผมเลื่อนนัดไอ้พวกนั้นไปเป็นวันอื่นแล้วมาหาแม่ที่โรงพยาบาลแทน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น