AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 36 สงครามบังเกิด ซีเรีนส VS เฟราด้า 3 ตอนจบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 สงครามบังเกิด ซีเรีนส VS เฟราด้า 3 ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 48

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2562 08:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 สงครามบังเกิด ซีเรีนส VS เฟราด้า 3 ตอนจบ
แบบอักษร

ตอนที่ 36 สงครามบังเกิด ซีเรีนส VS เฟราด้า 3 ตอนจบ 

ตัวเลขนับถอยหลังสิ้นสุดไปจนถึงเลข 0 บังเกิดเสียงดังสนั่นสั่นผืนดินจนเหล่าขุนนาง ทหารและชาวบ้านที่กำลังมองไปยังกำลังพลนับล้านของอาณาจักรซีเรียสต้องปิดหูกันระนาวแล้วหมอบลงด้วยสัญชาตญาณแห่งความกลัว หัวตอนนี้หันไปดูต้นเสียง ที่เป็นตัวการปล่อยอานุภาคอันรุนแรงจนสะเทือนฟ้าดินนี้

ฟู่ว......ฟู่วๆ ๆ ๆ

เสียงปล่อยวัตถุกลมๆ สีขาวมีสายฟ้าลั่นเปรี๊ยะปร๊ะรอบๆ มันพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงส่งเสียงดังน่ากลัวจนใจคนฟังตกไปถึงตาตุ่ม หากเทียบกับเสียงปัจจุบันนี้ก็คลับคล้ายกับการขับเคลื่อนจรวดรบด้วยความเร็วสูง แหวกอากาศสนั่นพื้น จนหูแทบระเบิด

อึดใจเดียวก้อนกลม ๆ แปลกประหลาดที่พุ่งออกจากวัตถุสีดำกระทบกับพื้นดินตรงจุดที่พลทหารนับล้านเรียงรายกันอยู่ ท่ามกลางความตื่นตกใจของพวกเขา และเสียงแหวกอากาศที่ดังอัดแก้วหูนั้นทำให้ขบวนรบชะงัก สายตานับล้านต่างจับจ้องไปยังตัวการที่ก่อให้เกิดต้นเสียงนั้น

สิ่งที่ทหารของอาณาจักรซีเรียสเห็นก็คือก้อนสีขาวที่พุ่งมาเป็นลำแสงในเสี้ยววิโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวหรือตื่นตกใจเต็มที่ ทุกอย่างรอบกายก็ขาวโพลนไปหมด

ก้อนสีขาวกระทบกับกลุ่มของทหารอย่างรวดเร็วบังเกิดการกระจายพลังงานเป็นวงกว้าง แสงสีขาวกลืนกินผืนดินบริเวณนั้นทันที

1...2...3....4...

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

แสงเกิดขึ้นมาก่อนแล้วเสียงระเบิดอันดังสนั่นติดตามมาทีหลัง นี่เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่แม้นระยะห่างของเหล่าทหารนับล้านจะอยู่ไกลออกไปมากกว่า 1 กิโลเมตร แต่คลื่นแสงยังนับว่ารวดเร็วยิ่งกว่าภาพระเบิดที่ไม่ได้ยินเสียงนั้นทำให้หลายคนฉงน

แต่ว่าเมื่อคลื่นลูกแรกกระทบบาเรียกันเสียงถูกทำลายทันที เคลื่อนลูกต่อมาจึงกระแทกโสตประสาทฝังความกลัวให้กับขุนนาง ทหาร และประชาชนของอาณาจักรเฟราด้าซึมซับเข้าไปในกระดูกดำ เสียงกรีดร้อง และอุทานด้วยความตกใจ หลายคนเอามือปิดหู ทหารของอาณาจักรที่ดู และเห็นถึงกับหมอบลงกับพื้นนั่งคู้เข่าหน้าผากแนบดินมือกุมหูด้วยความหวั่นวิตก

ซูม!! ตูม!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เสียงระเบิดดังสนั่นติดต่อกัน เหล่านักผจญภัยที่ล่วงหน้ามาก่อนจึงอยู่ห่างจากจุดกระทบของระเบิดอย่างหวุดหวิดจากการโดนทำลาย

แต่กระนั้นคลื่นกระแทกที่ตามมาก็ทำให้สัตว์ขี่ของพวกเขาแตกตื่นสลัดเจ้าของทิ้งลงพื้นแล้ววิ่งหนีไป บ้างก็เหยียบนักผจญภัยคนอื่นๆ จนตกตายไปก็มี ไม่เว้นแม้แต่มังกรของเบบับที่กระพือปีกสลัดเบบับกระแทกลงพื้นแล้วบินหนีไปด้วยความกลัว

ลมคลั่งที่มาหลังจากลูกระเบิดนั้นพัดจนเหล่านักผจญภัยกระจัดกระจายกัน บ้างก็ปลิวว่อนไปไกลกว่า 2 ร้อยเมตรกระแทกพื้นบาดเจ็บกัน

ไม่ต้องพูดถึงทหารที่อยู่ในเป้าหมาย พวกเขาไม่มีโอกาสแม้กระทั่งวิ่งหนี หรือเตรียมตัวใด ๆ เพราะลูกไฟสีขาวพุ่งมารวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน

รู้ตัวอีกทีกองทัพนับล้านก็หลงเหลือเพียงไม่กี่หมื่นคนในสภาพที่ไม่สามารถจะเคลื่อนทัพต่อได้ 80 เปอร์เซ็นต์ของทหารที่รอดเรือนหมื่นบาดเจ็บสาหัส ร่างกายหลั่งเลือดออกมาทางทวารทั้ง 5 บ้างก็แก้วหูฉีกขาดไม่สามารถบังคับร่างกายตนเองให้ทำดั่งใจได้

ส่วนแม่ทัพใหญ่ได้หายไปกับกระสุนแปลกประหลาดนั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กองกำลังของอาณาจักรซีเรียส 1 ล้าน 1 แสนนาย หลงเหลือเพียง 1 หมื่นกว่านายในสภาพที่ไม่สามารถสู้ต่อได้ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เหลือรอดนอนรอความตาย

ส่วนนักผจญภัยที่พุ่งตามเบบับตายไป 2 เปอร์เซ็นต์เพราะโดนสัตว์ขี่เหยียบ ส่วนที่เหลืออยู่ในสภาพมอมแมมเพราะคลุกฝุ่น เบบับยันตัวลุกขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีด

“ไอ้จักรพรรดิอาณาจักรเฟราด้ามันจะหยามข้าเกินไปแล้วคิดว่าข้าเบบับผู้พิชิตปีศาจด้วยตัวคนเดียวจะเกรงกลัวมันหรือไง!!” เบบับปล่อยให้ความโกรธครอบงำ เขาไม่แม้แต่จะหันไปดูกองกำลังทหารเบื้องหลังที่สลายหายไปกับลูกกระสุนจากอาวุธ APTAR 372

นักผจญภัยที่หันไปดูด้านหลังเห็นภาพอันโล่งโจ้ง และหลุมระเบิดส่งฝุ่นควันฟุ้งกระจาย จำนวนทหารนับล้านที่หายไปก็ทำให้ใจหายทรุดลงกับพื้นอีกรอบ

“มะ ไม่จริง!! อาณาจักรเฟราด้ามันใช้มหาเวทอะไรกัน!! เรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้!!” เสียงอุทานด้วยความหวาดกลัวของนักผจญภัยนายหนึ่ง แม้นเขาอยู่ในระดับ A

แต่เมื่อเจอะเจอกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่เป็นการสูญเสียกำลังพลนับล้านในชั่วอึดใจ กับอีกฝ่ายที่ไม่แม้แต่จะมีคนตายหรือบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว มันทำให้เกิดความกลัวขึ้นมา นักผจญภัยคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ถ้าหากพวกเขาไม่ตามท่านเบบับมาก็คงไม่มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้ อานุภาพทำลายล้างที่ยิ่งกว่าบอลไฟของมังกร ทั้งยังปลดปล่อยออกมาจำนวนมากด้วยระยะเวลาอันสั้น

ทหารล้านนายสิ้นชื่อและสิ้นชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ความหวาดกลัวนี้ไม่มีลืมเลือนแม้นชั่วชีวิต และที่หวาดกลัวที่สุดคือ

“พวกเราจะทำยังไงต่อดี!!” คำถามอันคลาสสิคแต่คนกล่าวมิได้มีอารมณ์สุนทรีย์ใด ๆ ด้วย ในใจมีแต่ความมืดแปดด้านและความหวาดกลัวเพียงเท่านั้นและเมื่อเจอะเจอสถานการณ์แบบนี้สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คือที่พึ่ง และที่พึ่งของพวกเขาย่อมเป็นบุคคลที่มีความสามารถอันเปี่ยมล้น

“ท่านเบบับ เราควรทำอย่างไรกันดี” เสียงของนักผจญภัยระดับ S กล่าวขึ้นมา ศูนย์รวมจิตใจทุกคนในตอนนี้ก็คือเบบับ

และด้วยเหตุที่เบบับได้ปล่อยให้ความโกรธครอบงำอารมณ์ของตัวเอง สีหน้าของเขาในตอนนี้ไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ ไม่แม้กระทั่งหันหลังไปมองความสูญเสีย บุคลิกของเบบับดูน่าเลื่อมใสมากขึ้นเมื่อทุกคนเห็นว่าเขาไม่มีความกลัวใด ๆ เลย

นี่สินะ ผู้จัดการปีศาจได้ด้วยตัวคนเดียว ทุกคนคิดในใจแบบนั้น

“พวกเราจะบุกไปสังหารจักรพรรดิของเฟราด้า ข้าจะให้มันได้เห็นถึงความน่ากลัวของผู้พิชิตปีศาจ และอาวุธคู่กายของข้า!! หากพวกเจ้าประสงค์พร้อมจะต่อสู้ร่วมกันก็จงตามข้ามา!” เบบับพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ห้าวหาญและใส่อารมณ์แห่งโทสะเข้าไปเต็มประดาเขาในตอนนี้ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น สนแต่เพียงต้องการข่มขู่จักรพรรดิของอาณาจักรเฟราด้าเท่านั้น หากมันได้รู้ว่าเขาคือบุคคลผู้สังหารปีศาจด้วยตัวคนเดียว แน่นอนว่ามันย่อมหวาดกลัวจนฉี่ราดแน่

เสียงของเบบับสร้างความฮึกเหิมให้กับนักผจญภัย แม้ในใจจะหวาดกลัวต่อมหาเวทแปลกประหลาด แต่ด้วยความเชื่อ ความศรัทธาของพวกเขา ย่อมข่มความกลัวตายได้

เบบบับเดินนำหน้า เขาถือดาบคู่กายเตรียมพร้อมรบเสมอ

 

..................................................

 

ทางฝั่งไผ่เขายังคงทึ่งกับอานุภาพของปืนรุ่น APTAR 372 ของฟรานซ์ที่ปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว

“บ้าจริง มันรุนแรงกว่ารุ่น TKS 2DR ยัยฟรานซ์เอ้ย!! นี่ยังไม่พอยังอัดพลังงานเป็นลูกกลมๆ ยิงล็อกจุดได้ แถมไม่ได้เป็นเส้นตรงอย่างปืนลำแสงทั่วๆ ไป แต่กระทบพื้นดินแล้วระเบิดเป็นวงกว้าง แค่ชุดเดียว 10 เครื่อง 250 นัดต่อนาที หายเกลี้ยง!! อะไรจะปานนั้นฟร๊ะ แล้วปุ๋ยล่ะ ปุ๋ยที่แสนภาคภูมิใจ!!!!” เสียงสบถลั่นด้วยความผิดหวังของไผ่ ทำให้เทพอาทีน่า ที่เฝ้ามองอยู่ทนไม่ไหว จนเธอปรากฏกายข้าง ๆ

“นี่เจ้าจะมาเสียใจอะไรกัน!! คำก็ปุ๋ย สองคำก็ปุ๋ย!! คุณค่าของมนุษย์สำหรับเจ้านั้นเป็นได้เพียงปุ๋ยงั้นรึ!!” เสียงพูดด้วยความไม่พอใจของอาทีน่าเอ่ยออกมาเรียกความสนใจของไผ่ให้หันไปมอง

“หืม! เทพที่มองว่ามนุษย์โง่เง่าอย่างท่านจะมาสนใจอะไร! ก็นี่ไงมนุษย์เช่นข้ามันไม่ได้ฉลาดเหมือนเทพอย่างท่านนี่ แล้วจะมาใส่ใจทำไม... ไปไหนก็ไปเถอะ… อย่ามายุ่งกับมนุษย์ที่แสนโง่เง่าเช่นข้าสิ” ไผ่พูดด้วยอารมณ์ที่เรียบนิ่งแตกต่างจากนำเสียงอุทานด้วยความผิดหวังก่อนหน้าลิบลับ เขาสะบัดมือไล่ด้วยท่าทีเฉยเมย

“เจ้ากล้าขับไสไล่ส่งเทพเยี่ยงข้า!! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือเทพผู้ครอบครองและดูแลเขตนี้” เสียงอาทีน่าพูดต่อ เธอพยายามปรับอารมณ์ตนเองให้คงที่

“หือ!... ถ้าเป็นเทพผู้ครอบครองและดูแลเขตนี้แล้วทำไมท่านไม่ดูแลพวกมนุษย์ที่สูญเสียชีวิตเช่นพวกเขาล่ะ เห็นไหมว่าตายๆ กันไปเป็นล้านท่านก็ยังจะมาต่อว่าข้าว่าอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ นี่มันเขตของท่าน ท่านก็หยุดสงครามสิ ทำไมไม่ลงมือเองล่ะ มีมือมีเท้าก็ทำเองสิ นู่น!! ไปช่วยพวกเขานู่นสิ ก่อนที่จะโดนข้าทำลายไปมากกว่านี้!!” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่อล้อต่อเถียงกับอาทีน่า ท่ามกลางขุนนาง ทหาร และชาวบ้านที่มองดูด้วยสีหน้าตกตะลึง

*จักรพรรดิด่าเทพผู้ยิ่งใหญ่ ทุกคำพูดช่างสาแก่ใจจริงๆ เอ้ย ทุกคำพูดช่าง...ช่างอะไรสักอย่างนี่แหละ...เอาเป็นว่าช่างมันเหอะ*

“เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับเทพผู้สูงส่งงั้นหรือ ช่างไม่รู้ที่สูงที่ต่ำข้าจะไปสนใจช่วยเหลือมนุษย์ผู้โลภมากทำไม เผ่าพันธุ์เทพเช่นข้านั้นสูงส่งกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ แค่มนุษย์น่ะก็เป็นเพียงฝูงมดเท่านั้น” อาทีน่าพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันสุดขีด

“ท่านเป็นเทพีแห่งปัญญาจริงหรือเปล่า ทำไมคิดดูถูกกำพืดของตัวเอง ท่านอย่าลืมสิว่าบรรพบุรุษของเผ่าเทพเช่นท่านก็คือมนุษย์ เพราะได้รับบางสิ่งบางอย่างเมื่ออดีตกาลจึงเปลี่ยนรูปร่าง ลักษณะเป็นเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ตามพลังนั้น เผ่าปีศาจ อสูร มังกร ก็มีบรรพบุรุษเป็นมนุษย์ทั้งสิ้น แต่ปัจจุบันนี้ท่านกลับหลงลืมไปแล้วเช่นนั้นหรือ ท่านดูถูกมนุษย์ก็เหมือนกบดูถูกและล่วงเกินบรรพบุรุษของตัวเอง หากไม่มีมนุษย์แล้วก็ย่อมไม่มีเทพ ไม่มีเอลฟ์ อสูร ปีศาจ ยักษ์ และบางเผ่าพันธุ์ เทพแห่งปัญญาผู้เคยศึกษาความรู้มามากน่าจะรู้ข้อมูลนี้ดี หรือว่าท่านปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจิตใจตัวเองจนมองไม่เห็นต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงนั้น” ไผ่พูดยาวและเน้นน้ำเสียงให้หนักแน่นเป็นพิเศษ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่อยู่ในบันทึกราชันมังกรรุ่นที่ 1 เป็นบันทึกที่แม้แต่อาทีน่าก็ยังไม่รู้ว่ามีอยู่ และสิ่งที่ไผ่พูดออกมานั้นเธอก็หาได้รู้ความจริงในส่วนนี้ไม่ ไม่สิต้องเรียกว่าไม่ได้รู้ชัดเจนถึงเพียงนี้ต่างหาก

“เจ้าพูดอะไรของเจ้า เทพก็เกิดจากเทพ ข้านั้นเกิดมาจากท่านพ่อและท่านแม่ผู้เป็นเทพเจ้าชั้นสูง จะมีบรรพบุรุษเป็นมนุษย์ได้เช่นไร” อาทีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจมากนัก ใช่ว่าเธอจะไม่มีข้อมูล

แต่ว่าข้อมูลของเธอนั้นจับต้นชนปลายไม่ได้ เมื่อได้ฟังคำพูดจากไผ่ก็ทำให้เธออยากจะไปทบทวน แม้นจะกล่าวออกไปว่าไม่เชื่อ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็จำทุกคำพูดไว้ไม่มีขาดหล่น ด้วยเหตุที่ข้อมูลใหม่นี้เป็นเหมือนกุญแจสำคัญสำหรับไขปริศนาตำราบรรพกาลเล่มหนึ่ง ก่อนที่ไผ่จะได้กล่าวต่อ

“ข้าไม่อยากถกเถียงกับเจ้า ตอนนี้ก็มีธุระเร่งด่วนด้วย ไว้ข้าจะมาดูผลของสงครามทีหลังก็แล้วกัน” อาทีน่าพูดตัดบทแล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทันที เธอไปพร้อมกับคำพูดที่อาจเป็นกุญแจไขปริศนาตำราบรรพกาล

“เห มาเร็วไปเร็วจริง หรือว่าจะหลงเสน่ห์เราแล้วหว่า” ไผ่พูดลอย ๆ ทำเอาขุนนางและชาวบ้านถึงกับหน้าซีด นี่จักรพรรดิของพวกเขาช่างกล้ามาก

ไผ่เปลี่ยนเป็นหันไปมองเหล่านักผจญภัยที่ยังไม่ได้โดนดาเมจปืนรุ่นใหม่ พลันก็ยิ้มกรุ้มกริ่มในใจเมื่อเห็นถึงศักยภาพทางร่างกายของเหล่านักผจญภัยพวกนั้น ที่มาพร้อมกับอดีตรองหัวหน้ากิลด์โครบิลอส เบบับ ไผ่จำชายคนนี้ได้ดี เพราะเป็นคนที่ชอบมาหาเรื่องตอนที่กำลังเข้ากิลด์ใหม่ ๆ รองหัวหน้ากิลด์ผู้ทรยศ

“เบบับ กลายเป็นผู้นำของนักผจญภัยระดับสูงแล้วเหรอ ที่ถือนั่นมันดาบเหล็กติดสนิมเลเวล 80 ที่เราสร้างไว้ขายนี่ อืม นักผจญภัยที่ตามมาก็หน่วยก้านดีไม่เลว น่าสนใจแฮะ ตอนนี้สงครามระหว่างอาณาจักรก็จบลงไปแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นสงครามระหว่างอดีตรองหัวหน้ากิลด์ กับลูกกิลด์ผู้สร้างอาวุธ ส่วนนักผจญภัยที่เหลือขอดึงเข้าพวกหน่อยแล้วกัน มาดูกันว่าพวกนั้นจะอยู่ฝั่งใครระหว่าง เบบับ กับอัคคี” ไผ่พึมพำออกมาเบา ๆ

เขาจ้องมองเบบับที่นำกำลังนักผจญภัยมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยแววตาที่แน่วแน่ และมาดูกันว่าใครจะแน่กว่าใคร อุปกรณ์ควบคุมอาวุธถูกเก็บเข้าไปในแหวน ไผ่มองหากล่องดำที่ใส่อาวุธระดับต่ำ ๆ ที่เคยสร้างไว้ เมื่อเจอก็หยิบกล่องออกมาแล้วเปิดออก หยิบแหวนมิติวงหนึ่งออกมา แล้วสวมที่มือข้างซ้าย ตรงนี้วชี้

เตรียมการเสร็จสิ้น +++

 

............................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น