โซซอล
facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 5-3 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-3 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

คำค้น : นิยายเกาหลี เทหน้าตัก เพราะรักเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 390

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2562 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-3 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
แบบอักษร

 

ในช่วงพักกลางวัน เขาโทรไปเช็คกับฮันกยอล 

“ว่าไงคะ?” 

“แค่อยากรู้ว่าสบายดีไหม” 

และอีกครั้งหลังประชุม 

“ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?” 

“ไม่มีค่ะ ถ้าไม่มีธุระแล้วแค่นี้นะคะ” 

แต่ไม่สบายใจก็เลยโทรไปอีกรอบ 

“อ่า มีอะไรอีกล่ะคะ?” 

“ก็แค่อยากรู้ว่ารอบๆ มีคนที่ดูน่าสงสัยไหม?” 

เธอมองไม่เห็นการเอาใจใส่ของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว และสุดท้ายฮันกยอลก็ระเบิดออกมา 

“ไม่มีคนแบบนั้นหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นเลิกโทรมาได้แล้ว ฉันวาดต้นฉบับไม่ได้แล้วเนี่ย! ถ้าเดือนนี้พังอีกจะรับผิดชอบไหมคะ?” 

“อ่า ก็เกินไป แต่ผมโอเคนะถ้าจะต้องรับผิดชอบคุณ” 

“แค่นี้นะคะ!” 

แม้จะตะโกนเสียงดังจนแก้วหูจะแตก แต่แจโอก็ยังมองว่าฮันกยอลน่ารักอยู่ดี อีกอย่างเขายังเป็นห่วงเธออยู่ เมื่อเช้าเขาน่าจะไปแจ้งความเองคนเดียว ถึงจะเปลี่ยนกุญแจประตูบ้านแล้ว แต่ถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ ประตูแค่นั้นก็อย่างไรก็งัดเข้าไปได้ 

แจโอตรงไปที่บ้านฮันกยอลทันทีหลังจากเลิกงานเนื่องจากไม่สบายใจ เขาจะไปขอกินข้าวที่ไม่ได้กินเมื่อเช้าและมีแผนในใจไว้แล้วว่าถ้าผ่านเรื่องดีๆ และเรื่องแย่ๆ ไปด้วยกันเรื่อยๆ แบบนี้ เธอจะยังทนได้อยู่ไหม ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ปิดกั้นตัวเองขนาดไหนก็ตาม 

เขาขับรถมาราวกับเหาะ ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็มายืนกดกริ่งหน้าบ้านของฮันกยอลแล้ว เขาคาดหวังว่าฮันกยอลจะโผล่มาพร้อมกับบ่นอุบอิบ แต่เวลาผ่านไปก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าประตูจะถูกเปิดออก หรือว่าเธอจะโกรธเพราะโทรไปกวนทั้งวัน แจโอจึงใช้กำปั้นเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเรียกฮันกยอล 

“คุณจองฮันกยอล ไม่อยู่ข้างในเหรอ?” 

ไฟในบ้านยังเปิดอยู่ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลย 

“อย่าบอกนะว่า...” 

‘ไอ้บ้านั่นอีกแล้วเหรอ? ไม่หรอก เพิ่งจะเปลี่ยนได้ไม่นานเอง’ 

แจโอส่ายหัวอย่างบ้าคลั่งแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะใช้มือที่สั่นระริกกดปุ่มลัด 

[หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาฝากข้อความหลังเสียง......] 

“แม่งเอ๊ย!” 

แจโอพ่นคำสถบออกมาแล้วรีบกลับขึ้นรถ จากนั้นสตาร์ตเครื่องแล้วลงมาอีกรอบในทันที ต้องเช็คให้แน่ใจก่อนเพราะอาจจะเกิดเรื่องในบ้านแบบเมื่อวานอีกก็ได้ เขาเข้าไปในสวนดอกไม้แล้วกำลังจะส่องดูห้องรับแขก แต่ว่า... 

“ไปทำอะไรตรงนั้นคะ?” 

เขาได้ยินเสียงที่คุ้นหูจากทางด้านหลังจึงรีบหันกลับไปดู และเห็นฮันกยอลยืนอยู่ในชุดวอร์ม 

“ไปไหนมา?” 

“ไปซูเปอร์มาเก็ตมาค่ะ มาทำไมอีกคะ?” 

ท่าทางของฮันกยอลที่ดูสบายดีทำให้จิตใจของแจโอสงบลง เฮ้อ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกแล้วเริ่มบ่นพึมพำในทันที 

“ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์? ตกใจหมด คิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก” 

“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณด้วย” 

ฮันกยอลพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันตัวไปทางประตูบ้าน 

“เห็นว่าฉันยังอยู่ก็โอเคใช่ไหมคะ? ถ้างั้นก็กลับไปได้แล้วค่ะ” 

“ไม่ให้ดื่มชาสักถ้วยเลยเหรอ” 

เขารีบไล่ตามไปแต่ฮันกยอลเร็วกว่าหนึ่งก้าว ปังๆ เขาเคาะประตูที่ถูกปิดหลายต่อหลายรอบ จากนั้นก็มีเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากข้างใน ประตูถูกเปิดออกกว้างแค่คืบเดียว 

“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย”  

แจโอกำลังจะใช้แรงเปิดประตูแต่ก็พบว่าฮันกยอลคล้องกลอนประตูไว้แล้ว เขาจึงยิ้มออกมาอย่างสิ้นหวัง แบร่ เธอแลบลิ้นใส่ช่องประตู 

“พรุ่งนี้ไปสถานีตำรวจ...” 

ไปแจ้งความกันเถอะ เขาตั้งใจจะพูดแบบนี้แต่เสียงกลับไม่ออกมา เขาพยายามยิ้มอย่างสุดความสามารถ 

“เป็นอะไรคะ?” 

แจโอมองดูฮันกยอลที่ถามด้วยสีหน้าสงสัย แล้วเค้นเสียงออกไปอย่างยากเย็น 

“ปิด... ประตู” 

“คะ?” 

“ตำรวจ รีบ... เฮือก!” 

แจโอเบิกตาโพลงเพราะความเจ็บปวดที่รู้สึกอีกครั้งหนึ่ง เขาค่อยๆ หันหน้าไปและเห็นผู้ชายที่จ้องมองตัวเองพร้อมกับประกายวูบวาบในดวงตา 

“ตายซะ” 

เขากระซิบเบาๆ 

“แก... ไอ้เวร...” 

ทันทีที่ชายคนนั้นดึงมีดออก แจโอก็ไม่สามารถทนได้อีกและทรุดฮวบลงไป เลือดไหลออกมาจากบาดแผลตรงสีข้างราวกับน้ำรั่ว ในตอนนั้นเองฮันกยอลที่เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างก็ร้องกรี๊ดเสียงแหลม ผู้ชายที่ถือมีดอยู่จึงรีบเดินถอยหลังและหนีไปในทันที 

ฮันกยอลปลดกลอนประตูอย่างรีบร้อนแล้วออกไปข้างนอก เธอลุกลี้ลุกลนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรดี จากนั้นจึงโทรเรียก 119 ก่อนจะประคองศีรษะแจโอขึ้นมา 

“นี่ นี่คุณ! คุณบ.ก. ตั้งสติหน่อยค่ะ ทำยังไงดี!” 

“เข้าไปอยู่ข้างใน ไอ้นั่นมันอาจจะมาอีก...” 

“ตอนนี้มันใช่เวลาเป็นห่วงคนอื่นไหมคะ” 

“อืม” 

แจโอฟังคำตำหนิด้วยเสียงสั่นเครือของฮันกยอลแล้วหมดสติไปอย่างช้าๆ 

ฮันกยอลตัวสั่นเทิ้มในขณะที่ใช้มือกดตรงบริเวณบาดแผลเพื่อห้ามไม่ให้เลือดไหลออกมาได้อีก 

น่ากลัว เบื้องหน้าของเธอมืดมนเพราะความคิดที่ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอจะทำอย่างไร ความน่ากลัวที่ถาโถมเข้ามาในสถานการณ์ที่เพิ่งเคยประสบเป็นครั้งแรกในชีวิตทำให้เธอเต็มไปด้วยความกลัวและน้ำตาไหลพราก สีหน้าของแจโอที่ค่อยๆ เริ่มซีดเซียวกระตุ้นความหวาดกลัวของเธอ 

“ช่วยด้วยค่ะ! มีใครอยู่ไหมคะ?” 

เธอลองร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ถนนในวันนี้กลับเงียบสงัดไร้ผู้คน ความเงียบจนถึงขั้นทำให้หูอื้อทำให้ความวิตกกังวลเพิ่มมากยิ่งขึ้น ใบหน้าของฮันกยอลก็เริ่มซีดเซียวพอๆ กับแจโอที่หมดสติไป 

ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ก็คงจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ 

ฮันกยอลก้มมองใบหน้าจองแจโอที่หมดสติ แล้วลองแนบหูไปตรงบริเวณหัวใจ การเต้นของหัวใจคนปกติแล้วจะเต้นช้าแบบนี้เหรอ? อย่างไรก็ตามอุณหภูมิร่างกายก็ดูเหมือนว่าจะลดลงกว่าตอนแรกด้วย 

“ฮึก ทำยังไงดี ทำยังไงดี...” 

เธอกอดแจโอแน่นโดยไม่รู้ตัว 

‘อย่าตายนะคะ ได้โปรดอย่าตาย” 

เธอพูดคำพูดที่เหมือนกับคำสั่งซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบรอบ เสียงไซเรนของรถพยาบาลที่ได้ยินจากที่ไกลๆ ทำให้เธอได้สติและลุกขึ้นยืน 

“ตรงนี้ค่ะ! เร็วเข้า ทางนี้!” 

ทันทีที่ฮันกยอลโบกมือส่งสัญญาณ รถพยาบาลก็ขับเข้ามาจอดตรงหน้าบ้านประตู และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่รถพยาบาลรีบวิ่งถือเปลเข้ามา เธอก็เริ่มสบายใจขึ้นทีละนิด 

“ถูกแทงด้วยมีดค่ะ เลือดก็ไหลเยอะด้วย” 

เจ้าหน้าที่รถพยาบาลได้ยินคำอธิบายก็มองดูเธอกับแจโอสลับกันด้วยสีหน้าตกใจ หลังจากปฐมพยาบาลบาดแผลของแจโอด้วยความชำนาญเสร็จก็หามเขาขึ้นเปลย้ายไปในรถ เมื่อฮันกยอลรีบตามขึ้นไป หนึ่งในเจ้าหน้าที่ก็พูดขึ้นด้วยความระมัดระวัง 

“ติดต่อตำรวจไว้ด้วยจะดีกว่าไหมครับ?” 

“ค่ะ ได้ค่ะ” 

หลังจากที่ฮันกยอลตอบไปว่าจะทำอย่างนั้นอย่างสุภาพก็นั่งลง แล้วมองดูสีหน้าของเขา โชคดีที่ได้รับการปฐมพยาบาลเขาจึงดูดีขึ้นกว่าเมื่อกี้นี้ 

“เขาจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมคะ?” 

“ใจเย็นๆ ครับ คุณไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนใช่ไหมครับ?” 

ฮันกยอลส่ายหัวอย่างแรงแล้วหันไปมองแจโออีกรอบ ริมฝีปากที่ปิดสนิทของเขาดูแปลกตา ดวงตาทั้งสองข้างที่หลับอยู่ก็ด้วย รวมถึงใบหน้าซีดเซียวที่ดูไม่เหมือนเขาก็เช่นกัน 

ฮันกยอลกัดฟันอย่างแรงเพราะจู่ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมา ไม่เคยนึกเลยว่าจะกลายเป็นแบบนี้ 

ไม่นึกเลยว่าจะคิดถึงรอยยิ้มอันร้ายกาจของเขา คิดถึงเสียงที่คอยหยอกล้อเธอจนแทบบ้า 

 

* * * 

 

หลังจากสองสัปดาห์ที่ออกประกาศจับตัวคนร้ายที่แทงแจโอแล้วหนีไป เขาก็ถูกจับตัวได้ที่ร้านคอมพิวเตอร์แถวๆ บ้าน เขาอ้างว่าตัวเองเป็นคนรักของฮันกยอลและปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ แต่ก็รับสารภาพผิดด้วยตัวเองอย่างง่ายดายหลังจากถูกฮันกยอลที่วิ่งมาหลังจากได้รับการติดต่อน็อคเอ้าท์ด้วยการตบหน้าไปหนึ่งฉาด เห็นบอกว่าตกหลุมรักหลังจากเห็นฮันกยอลในตอนที่เดินเรื่อยเปื่อยแถวๆ บ้านตอนเช้ามืด และแล้วคำบ่นที่แจโอเคยพูดเมื่อก่อนก็กลับกลายมาเป็นเรื่องจริง อายจัง 

“นั่นไง ที่ผมพูดมันถูกใช่ไหมล่ะ” 

แจโออิ่มอกอิ่มใจและทำท่าอวดดี ก่อนหน้านี้เลือดไหลจนใกล้ตาย แต่ตอนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่จึงยิ้มเยาะและหยอกฮันกยอลเล่น 

“ขอน้ำหน่อย” 

และจะใช้ฮันกยอลให้เต็มที่เลยด้วย 

เหตุการณ์พลิกผัน? โชคร้ายกลายเป็นดี? จะเรียกว่าอะไรก็ดีทั้งนั้น โลกของแจโอถูกเปิดเพราะการถูกแทงหนึ่งครั้ง ฮันกยอลทำปากยื่นพร้อมกับเอาน้ำมาประเคนให้ตรงหน้าแจโออย่างสงบเสงี่ยม หึๆ แจโอหัวเราะเจ้าเล่ห์แล้วรับแก้วน้ำมาถือ 

“ว่าแต่มาที่นี่ทุกวันได้ด้วยเหรอ? ผมก็ชอบนะแต่ต้นฉบับล่ะ?” 

“ทำเสร็จหมดแล้วก่อนออกมาค่ะ ไม่ต้องห่วง เมื่อเช้าคุณจียองก็ช่วยเช็คให้แล้วด้วยค่ะ” 

เนื่องจากแจโอเข้าโรงพยาบาล คนในกองบรรณาธิการที่เหลือจึงยุ่งขึ้น คนที่น่าจะเหนื่อยที่สุดก็คือผู้ช่วยซองซึ่งอาวุโสที่สุดในบรรดาพวกเขา หรือว่านี่จะเป็นโชคในเรื่องงานครั้งสุดท้ายก่อนแต่งงาน งานส่วนใหญ่ที่แจโอทำถึงตกมาที่เธอหมด การที่ได้เข้ามาดูแลฮันกยอล นักวาดที่เธอชื่นชอบ นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเพียงอย่างเดียวท่ามกลางความยากลำบาก ไม่รู้เป็นเพราะฮันกยอลคือคนที่เธอชื่นชมจึงทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกัน หรือเป็นเพราะว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกันกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ฮันกยอลสนิทกับผู้ช่วยซองจนถึงขั้นพูดจาเป็นกันเองภายในระยะเวลาสั้นๆ 

“ตอนนี้ผมน่าจะอยู่คนเดียวได้แล้ว ส่วนคุณก็น่าจะยุ่งเพราะฉะนั้นไม่ต้องมาแล้วก็ได้นะ” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น