โซซอล
facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 5-2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

คำค้น : นิยายเกาหลี เทหน้าตัก เพราะรักเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 411

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
แบบอักษร

 

ในตอนนั้นเองแจโอรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เขาแนบหูกับประตูและแอบฟังเสียง ได้ยินเสียงของฮันกยอลแว่วๆ เสียงของเธอแผ่วเบาและสั่นเครือ 

“จองฮันกยอล!” 

แจโอรีบนึกรหัสผ่านประตูบ้านที่ผู้ช่วยเคยบอกครั้งก่อน แล้วเปิดประตูเข้าไปข้างใน เขาเห็นฮันกยอลถูกชายลึกลับกดลงไปตรงกลางพื้นห้องรับแขก 

“ไอ้เวรนี่ทำอะไรน่ะ!” 

การบุกเข้ามากะทันหันของแจโอทำให้คนร้ายรีบผละออกจากฮันกยอล ชายที่ดูน่าจะวัยยี่สิบต้นๆ จ้องมองแจโอแล้วทำท่าเหมือนกับจะพุ่งเข้าใส่เสียเดี๋ยวนั้น 

“อะไรของนายเนี่ย? เข้ามาที่นี่ได้ยัง...!” 

“อ๊าก!” 

ยังไม่ทันที่แจโฮจะพูดจบ ผู้ชายคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่เขาเสียก่อน เมื่อแจโอเอี้ยวตัวหลบ หมอนั่นจึงชะงักไปสักพักแล้วจึงหันหลังวิ่งหนีไป 

“ไอ้เวรนี่! ยังไม่หยุดอีก!” 

เขารีบตามหลังไปอย่างรวดเร็ว แต่คนร้ายก็หายไปในความมืดซะแล้ว แจโอกลับเข้ามาในบ้านแล้วตรวจดูสภาพของฮันกยอล โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ 

“โอเคไหม?” 

น่าจะตกใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว ฮันกยอลถึงทำแค่เพียงพยักหน้าโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เขาอุ้มให้เธอนั่งบนโซฟา จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องครัว แล้วกลับมาพร้อมกับน้ำเย็น แม้ว่าฮันกยอลจะตัวสั่นเทิ้มแต่ก็รับน้ำที่แจโอยื่นให้มาดื่ม 

“ไอ้เวรนั่นมันเป็นใคร รู้จักมันไหม” 

“ไม่ค่ะ” 

ฮันกยอลปรับลมหายใจที่หอบถี่ให้กลับมาเหมือนเดิมแล้วส่ายหัว 

“ฉันเข้าไปในห้องกำลังจะนอน แต่ได้ยินเสียงดังมาจากห้องรับแขก... ก็นึกว่าคุณเข้ามาตามใจชอบอีก ฉันก็เลยเดินออกไปดู...” 

แค่คิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ฮันกยอลก็ตัวสั่นเบาๆ เหมือนกับจะหน้ามืด เกือบจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นซะแล้ว แจโอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก 

“พรุ่งนี้ไปสถานีตํารวจกัน แล้ววันนี้จะทำยังไงล่ะ อยู่คนเดียวได้ไหม” 

คำพูดนั้นทำให้ฮันกยอลเงยหน้ามองแจโอนิ่งๆ เธอกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็รู้สึกได้ถึงความลังเลในแววตา คงจะโกหกถ้าบอกว่าไม่กลัว หลังจากเพิ่งเกิดเรื่องไปเมื่อกี้นี้ 

แจโอนั่งลงข้างๆ เธออย่างระมัดระวัง 

“ผมจะนอนที่โซฟาเอง” 

ฮันกยอลมองเขาแล้วพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ ในขณะที่แจโอเดินวนไปรอบบ้านและปิดประตูให้เรียบร้อย เธอก็ออกมาพร้อมกับผ้าห่มสำรอง 

“มีแต่ผืนบางๆ ขอโทษด้วยนะคะ” 

“ไม่เป็นไร” 

เขากลับรู้สึกร้อนเพราะอาการเมาเหล้าด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งเกิดเรื่องไปหมาดๆ และความร้อนยังคงหลงเหลืออยู่ เหนือสิ่งอื่นใดคือความคิดที่ว่าจะอยู่ข้างๆ ฮันกยอลทำให้เขาไม่สามารถนอนหลับลงได้ ทันทีที่เขาเอนตัวลงบนโซฟา ฮันกยอลก็ปิดไฟและเข้าไปในห้องตัวเองโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก ท่ามกลางความมืดมิดเขาคิดว่าเธอคงจะปิดประตูเงียบๆ แต่แล้วก็มีเสียงเบาๆ ดังขึ้นมาพอดี 

“ขอบคุณนะคะ วันนี้” 

แจโอมองดูประตูห้องที่ถูกปิดโดยไม่ลังเลก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย ดีแล้วที่กลับมา ไม่สิ ดีแล้วที่มาคืนนี้ เขาหัวเราะเบาๆ ไม่หยุดและอ้าปากค้างเหมือนกับเป็นคนเสียสติไปแล้ว แจโอลูบใบหน้าตัวเองอย่างแรงแล้วพยายามควบคุมสีหน้า แต่ไม่นานก็ยอมแพ้และเอาผ้าห่มที่ฮันกยอลเอามาให้คลุมถึงหัว 

‘ขอบคุณนะคะ วันนี้’ 

เสียงของฮันกยอลเมื่อสักครู่นี้ยังคงก้องอยู่ในหู 

แจโอหัวเราะเบาๆ แล้วหลับตาลง ดูเหมือนว่าวันนี้จะนอนหลับฝันดียิ่งกว่าวันไหนๆ 

 

* * * 

 

“ให้ผมกินของพวกนี้เนี่ยนะ วันรุ่งขึ้นหลังจากดื่มเหล้ามาน่ะเหรอ” 

เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะทำซุปแก้เมาค้างให้ด้วยตัวเอง ไม่สิ ความจริงก็หวังนิดหน่อย เมื่อวานก็เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นก็เลยไม่ได้หวังอะไรถึงขนาดนั้น อย่างน้อยถ้าเป็นซุปปลาแห้งสำเร็จรูปก็ยังโอเค แต่ผู้หญิงที่ไม่มีไหวพริบคนนี้เทนมลงในซีเรียลแล้วยื่นให้ จากนั้นก็พูดเสริมอย่างมีน้ำใจว่า 

“มีขนมปังปิ้งด้วยนะคะ” 

“ผมไม่กิน” 

แจโออารมณ์เสียขึ้นมาดื้อๆ และดื่มน้ำเย็นติดๆ กัน หลังจากดื่มไปประมาณสามแก้ว อาการคลื่นไส้ก็ค่อยๆ สงบลง เขารับแอปเปิ้ลที่ฮันกยอลปอกให้ตรงหน้ามากินแล้วเริ่มเรียบเรียงเรื่องเมื่อคืน 

“แน่ใจใช่ไหมว่าไม่ใช่คนรู้จักน่ะ ไม่ใช่เข้าใจผิดเพราะมืดนะ?” 

“บอกแล้วไงคะว่าไม่รู้จักจริงๆ ต้องให้พูดกี่รอบคะ” 

ฮึ่ม แจโอเท้าคางพลางครุ่นคิด ไม่รู้จักกัน ฮันกยอลก็ไม่ได้เปิดประตูให้ด้วย แล้วเข้ามาในบ้านได้อย่างไรกัน เมื่อวานก่อนนอนก็เช็คดูแล้ว แต่ว่าหน้าต่างที่บ้านของฮันกยอลก็ถูกล็อกไว้หมด ไม่มีร่องรอยพังกระจกเข้ามาเลยและดูเหมือนจะไม่ได้งัดเข้ามาจากด้านนอกด้วย ถ้าอย่างนั้น... 

“เริ่มจากเปลี่ยนกุญแจบ้านก่อนเลย” 

ความเป็นไปได้ที่นึกออกมีอยู่แค่อย่างเดียว รหัสผ่านอาจจะหลุดออกไปในช่วงที่ผู้ช่วยเข้าๆ ออกๆ หลังจากโทรหาช่างทำกุญแจแล้วเปลี่ยนประตูหน้าเป็นแบบล็อกอัตโนมัติ แจโอก็ตรงไปยังสถานีตำรวจด้วยกันกับฮันกยอล แต่ทว่าฮันกยอลกลับมีสีหน้าไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่ ต่างจากแจโอที่กระตือรือร้นเหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง 

“ไม่ต้องไปถึงขั้นแจ้งความก็ได้นะคะ...” 

“หมายความว่าไง? เมื่อคืนโชคดีนะที่ผมอยู่ เกือบจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วนะ! สมัยนี้มีพวกบ้าเยอะแยะไปหมด แต่พวกผู้หญิงนี่ช่างไม่มีความกลัวเลยนะ” 

การตอบสนองที่ไม่เต็มใจของฮันกยอลทำให้แจโอตกใจและพูดด้วยความตั้งใจ 

“ครั้งก่อนก็ด้วย ทำไมถึงเดินเตร็ดเตร่ตอนเช้ามืดคนเดียวล่ะ ไอ้พวกนั้นก็เลยเข้ามารังควานไง พวกผู้ชายน่ะพอเห็นผู้หญิงเปิดช่องให้หน่อยก็เข้าใจผิดคิดว่ายินยอม แล้วก็พุ่งเข้าใส่โดยไม่คิดหน้าคิดหลังหรอก! จริงๆ เลย ไม่รู้ว่ามีความคิดหรือไม่มีกันแน่” 

ฮันกยอลจ้องมองเขาด้วยสายตาเฉียบคม แต่วันนี้แจโอกลับไม่สังเกตเห็น เขาเอาแค่พูดพร่ำเรื่องที่พูดแค่สั้นๆ ก็ได้ไม่หยุดหย่อน จนทำให้ปวดหูและสุดท้ายก็ไปกระตุ้นอารมณ์ของฮันกยอลเข้า 

“หรือว่ารู้จักกับไอ้คนเมื่อวาน อาจจะเป็นไอ้หื่นกามที่ตามมาจากที่ไหนก็ได้ คุณต้องระวังตัวด้วยนะ ก่อนอื่นก็เริ่มจากกำจัดผู้ชายที่อยู่รอบตัวไปให้หมด แล้วก็...” 

“จอดรถค่ะ” 

เหมือนว่าเธอจะอารมณ์เสีย ฮันกยอลจึงขึ้นเสียงเบาๆ 

“เร็วสิ!” 

แจโอตกใจเพราะเสียงกรีดร้องจึงเหยียบเบรกกะทันหัน ฮันกยอลปลดเข็มขัดนิรภัยและลงไปทันทีที่รถหยุด 

“จะทำอะไรน่ะ” 

“ก็รับฟังคำชี้แนะของคุณไงคะ เริ่มจากกำจัดผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดก่อนเลย” 

“เลิกล้อเล่นแล้วรีบขึ้นรถได้แล้ว ต้องเป็นเจ้าตัวถึงจะแจ้งความได้ไม่ใช่เหรอ” 

“จะแจ้งหรือไม่แจ้งก็จัดการเอาเองคนเดียวเถอะค่ะ ฉันจะไปแล้ว!” 

ฮึ ฮันกยอลทำเสียงฮึดฮัดแล้วเริ่มเดินฉับๆ ออกไป 

“นี่ คุณจองฮันกยอล! เฮ้!” 

ยูเทิร์นรถก็ไม่ได้และจะให้ทิ้งรถแล้วไล่ตามไปก็ไม่ได้อีก แม้จะเรียกชื่อฮันกยอลเต็มเสียงแต่ผู้หญิงที่โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงคนนั้นก็ไม่มีทางที่จะหันหลังกลับมา 

“ถ้าผมโทรไปคุณต้องรับสายทันที! ถ้าเจอคนที่ดูน่าสงสัยก็โทรมานะ หือ?” 

แจโอมองดูแผ่นหลังของฮันกยอลที่ไกลออกไปโดยที่ไม่ตอบโต้อะไรเลย ก่อนจะเกาหัวอย่างเขินอาย 

“เว่อร์ไปไหมนะ” 

แต่คำพูดที่ตรงไปตรงมาย่อมขัดหูอยู่แล้ว เขาไม่เสียใจที่บ่นออกไป อีกอย่างแม้จะต้องคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ก็จำเป็นที่จะต้องจัดการเรื่องรอบตัวฮันกยอลก่อน 

เธอมีผู้ชายเยอะมาก แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่คิดแต่พวกผู้ชายที่กลืนน้ำลายเอื้อกๆ อยู่ข้างเธอนั้นมีอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเรื่องนั้นทำให้แจโอรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเรื่องอื่นๆ เขาไม่ได้อยากอิจฉาแต่แค่อยากเป็นผู้ชายที่ดู ‘เท่’ ตลอดเวลา แล้วฮันกยอลก็ทำให้เขาแปลกไป 

“เอสเพรสโซ่ดับเบิลช็อตหนึ่งแก้วครับ อ้อ ขอมัคคิอาโต้อีกหนึ่งแก้วด้วยครับ” 

แจโอเข้าไปสั่งกาแฟในร้านกาแฟที่อยู่ข้างๆ บริษัท ว่าจะซื้อแค่ของตัวเองแต่สุดท้ายก็ขึ้นมาที่ออฟฟิศพร้อมกับซื้อมัคคิอาโต้ของผู้ช่วยซองมาด้วย วันนี้เธอก็มาทำงานก่อนเหมือนปกติ สมกับเป็นเธอที่ขยันขันแข็ง แจโอเข้าไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับวางแก้วกระดาษบนโต๊ะของผู้ช่วยซอง 

“อ่ะนี่ กาแฟ” 

“…อ่า ขอบคุณค่ะ” 

เธอตอบช้า ผู้ช่วยซองเป็นคนที่ชื่นชอบมัคคิอาโต้ที่มีรสหวาน แต่ทำไมสีหน้าของเธอถึงดูแปลกๆ แถมยังเอาแต่จ้องมองแก้วกาแฟโดยที่ไม่มีความคิดที่จะดื่มมันเลย 

“ไม่ดื่มเหรอ?” 

คำถามของแจโอทำให้ผู้ช่วยซองยิ้มแหยๆ แล้วจึงตอบคำถาม 

“คือว่า ฉันตั้งใจจะเลิกดื่มกาแฟน่ะค่ะ” 

“ทำไมจู่ๆ ถึงจะเลิกล่ะ?” 

“ก็แค่...” 

พูดจากำกวมดูน่าสงสัย 

“ช่วงนี้ดูแปลกๆ นะ เมื่อวานก็ไม่ยอมดื่มเหล้า” 

หรือว่าจู่ๆ ก็หันมาดูแลสุขภาพ แจโอจึงเอียงคอมองด้วยความสงสัย เขาก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเธอจะทำอะไร เพราะนั่นก็เป็นร่างกายของเธอเอง ถ้ามันไม่ได้ขัดขวางการทำงานล่ะก็นะ แต่ความคิดที่ตั้งใจจะกินอยู่อย่างสุขภาพดีในขณะที่ทำงานบรรณาธิการคือความโลภอย่างแท้จริง 

ต้องกินในตอนที่กินได้และต้องนอนอย่างเต็มที่ในตอนที่นอนได้ ความสามารถของบรรณาธิการคือการกักเก็บพลังงานเอาไว้เหมือนหมีที่กำลังเตรียมจำศีล แล้วระเบิดออกมาก่อนที่จะถึงเดดไลน์ไม่ใช่เหรอ! แต่ถ้าทำงานได้ดีมันก็โอเคแหละ 

แจโอกระดกกาแฟที่หายร้อนเข้าปากแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ กำลังจะเริ่มทำงานอย่างจริงจัง แต่ผู้ช่วยซองที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นพรวดแล้วเดินเข้ามาหาโดยไม่พูดจา 

“หัวหน้าคะ” 

เธอเรียกเขาด้วยสีหน้าซีเรียสอย่างไม่เคยมีมาก่อน 

“ว่าไง? มีอะไรจะพูดเหรอ?” 

แจโอคิดว่าเธอสร้างปัญหาอีกแล้วจึงเงยหน้ามองผู้ช่วยซองอย่างกังวลใจ ผู้ช่วยซองที่กัดปากตัวเองและดูลังเลรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็วเหมือนกับตัดสินใจได้แล้ว 

“คือว่าลาคลอดได้นานเท่าไหร่เหรอคะ” 

“หือ?” 

ผู้หญิงคนนี้กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่น่ะ แจโอได้แต่กะพริบตาปริบๆ 

ลาคลอด? นั่นมันคือสิ่งที่ผู้หญิงท้องจะได้รับไม่ใช่เหรอ? แล้วผู้ช่วยซองถามทำไม? ท้องเหรอ? หือ? แต่ว่ายังไม่ได้แต่งงานเลย... อ๋า! 

หลังจากรวมเรื่องนู้นเรื่องนี้เข้าด้วยกันเหมือนกับต่อจิ๊กซอว์ความคิดที่โผล่ขึ้นมาในหัว เขาก็ได้ข้อสรุปที่เหมาะสม เธอน่าจะมีปัญหาอย่างที่แจโอกังวลจริงๆ 

“ไม่สมกับเป็นผู้ช่วยซองเลยนะ” 

“ฉะ ฉันจะแต่งงานค่ะ!” 

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?” 

ผู้ช่วยซองที่หน้าแดงแจ๋นั้นดูแปลกตาและตลกจนแจโอหัวเราะร่วน 

“แล้วนานแค่ไหนแล้วล่ะ?” 

“ตอนนี้หกสัปดาห์แล้วค่ะ ต้องรีบเตรียมงานแต่งด้วย... แต่ว่าถ้าทำงานไปด้วยมันน่าจะหนักเกินไปน่ะค่ะ” 

เธอบอกว่าจะแต่งงาน แล้วยังบอกว่าท้องอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะห้ามเธอ แต่จะไม่ยอมรับการที่เธอเอาแต่สนอกสนใจเรื่องการเตรียมงานแต่งงาน แล้วทิ้งขว้างงานที่บริษัทโดยเด็ดขาด 

“ถ้าจะไปก็หาคนมารับช่วงต่อไว้ด้วย รู้ใช่ไหมว่าเกิดข้อผิดพลาดแค่ครั้งเดียวก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้” 

“รู้สิคะ ฉันจะไม่ให้มันกระทบต่องานโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงนะคะ” 

แจโอพยักหน้าพอใจหลังจากได้ฟังคำตอบที่ชัดเจน 

“ยังไงก็ยินดีด้วย ตะกร้าดอกไม้นั่นก็คุ้มค่าสินะ” 

“อย่าล้อสิคะ” 

ผู้ช่วยซองกลับไปที่โต๊ะตัวเองด้วยสีหน้าเมินเฉย 

‘แต่งงานงั้นเหรอ...’ 

ความจริงก็ถึงอายุที่ควรจะแต่งแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จำนวนการ์ดเชิญที่ถูกส่งมาก็เพิ่มขึ้นและมาไม่ขาดช่วง แต่งกันไปทีละคนสองคน บางคนก็กล่าวว่าการแต่งงานเป็นหลุมฝังศพของชีวิต ส่วนบางคนก็กล่าวว่าการแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของชีวิตครั้งที่สอง 

“ฮึ่ม” 

แจโอใช้นิ้วเคาะโต๊ะดังก๊อกๆ พลางคิดต่อ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สิ่งที่เห็นอยู่บนหน้าจอนั้นไม่ใช่ผลการวิจัยของเดือนนี้ แต่กลับเป็นใบหน้าของฮันกยอล เขาตั้งใจที่จะไม่คิดเรื่องการแต่งงานจนกว่านิตยสารที่รับผิดชอบอยู่ตอนนี้จะครองตลาดได้ แต่ทันทีที่ได้ยินว่าผู้ช่วยซองตั้งท้อง เขาก็นึกถึงฮันกยอลขึ้นมา 

แต่งงาน? ตั้งท้อง? วิธีเก่าคร่ำครึก็ดูดีทีเดียวเหมือนกับเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืด เขาสามารถ ‘ออลคิล’ ผู้ชายรอบข้างได้ในครั้งเดียว และยังสามารถครอบครองฮันกยอลไว้แต่เพียงผู้เดียวได้อีกด้วย แค่คิดก็ทำให้ยิ้มกริ่มออกมาแล้ว 

“ทำอะไรอยู่คะ?” 

ผู้ช่วยซองจ้องมองด้วยสายตาแปลกๆ แจโอจึงรีบเก็บสีหน้าและปรับท่านั่ง 

“หือ? เปล่านี่ ไม่ได้ทำอะไร ก็ทำงานไง ทำงาน” 

เขาทำเป็นยุ่งด้วยการกดคีย์บอร์ดโดยไม่จำเป็น แต่ไม่นานใบหน้าที่ยิ้มกว้างก็เลือนหายไป อย่างที่เคยพูดกับตัวเองเมื่อก่อน เขาหลงเสน่ห์ฮันกยอลเข้าอย่างจัง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น