ฮะนะชิ

คุณหมอจอมเก๊กจะพิชิตใจวิสัญญีแพทย์สาวได้อย่างไร มาลุ้นกัน : ) <อัพวันละตอน จ-ศ 15.00-16.00 ส-อา และวันหยุดก่อนเที่ยงจ้า>

ตอนที่ 2-8 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-8 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-8 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม
แบบอักษร

“ต้องรีบห้ามเลือด มีผ้าก๊อซไหมคะ แล้วก็ต้องรีบให้เลือดด้วย”

ซานาเอะและฮิอิรางิลุกพรวดยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้พร้อมกัน อาซึกะรับผ้าทั้งสองผืนแล้วนำมากดบริเวณหน้าท้องด้านขวาของฮามานากะโดยใช้น้ำหนักตัวทั้งหมด มือเรียวสัมผัสได้ว่าของเหลวอุ่นข้นกำลังไหลทะลัก

“อะ...เอ่อ...เดี๋ยวให้รถพยาบาล...”

โอตะพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

“พูดอะไรของคุณ เลือดออกมากขนาดนี้ ไม่ทันอยู่แล้ว!”

“ตะ...แต่...เขาถูกยิง ต้องผ่าตัดด่วน...”

“ห้องผ่าตัดอยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอคะ เดี๋ยวฉันวางยาสลบเอง คุณหมอเป็นคนผ่าสิคะ”

อาซึกะตะโกนดังลั่นโดยไม่ปล่อยมือจากปากแผล โอตะส่ายหน้าอย่างแรงแทนการปฏิเสธ

“ผะ...ผมไม่ได้ผ่าตัดเปิดหน้าท้องมาเป็นสิบปีแล้ว แถมยังไม่เคยผ่าตัดรักษาคนไข้ฉุกเฉินเคสสาหัสแบบนี้ด้วย”

อาซึกะขบริมฝีปากแน่น การกดปากแผลช่วยห้ามเลือดได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจทำให้เลือดหยุดไหลได้สนิท ตอนนี้ภายในช่องท้องคงเต็มไปด้วยเลือด ถ้าไม่รีบผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อระบายเลือดออกจากร่างกาย ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางรอดแน่นอน

ความร้อนใจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นมารินะยืนตัวเกร็ง ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างเด็กคนนี้ต้องสูญเสียบิดาผู้เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในครอบครัวไปต่อหน้าต่อตาอย่างแน่นอน

“...เดี๋ยวผมผ่าเอง”

อาซึกะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่พูดแผ่วเบาราวกับกระซิบ

“ห๊ะ อะไรนะคะ”

“ผมบอกว่าจะเป็นคนผ่าตัดเอง”

ฮิอิรางิถอดเสื้อแจ็คเก็ตด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“บ้าไปแล้วเหรอคะ!? คุณหมอเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งนะคะ”

ศัลยแพทยต์ตกแต่งเชี่ยวชาญการผ่าตัดเนื้อเยื่ออ่อนใต้ผิวหนัง ซึ่งแตกต่างกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อซ่อมแซมอวัยวะภายในโดยสิ้นเชิง

“มันก็ผ่าตัดเหมือนกันละน่า”

“เหมือนกันตรงไหน...”

“นี่ไม่ใช่เวลามามัวลังเลนะ ถ้าไม่ผ่าตัดตอนนี้ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางรอดแน่ เด็กคนนี้ต้องเห็นพ่อของตัวเองตายไปต่อหน้า และคนที่ผ่าตัดได้ตอนนี้ก็มีแค่ผมคนเดียว”

น้ำเสียงเยือกเย็นของฮิอิรางิช่วยเรียกสติของอาซึกะให้กลับคืนมา

จริงอย่างที่ฮิอิรางิพูด อาซึกะสบตาศัลยแพทย์หนุ่มพร้อมกับพยักหน้า

“รีบพาคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัด หลังจากนั้นช่วยกันสอดท่อให้เลือดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาซางิริวางยาสลบ ส่วนผมจะผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อซ่อมแซมอวัยวะภายใน รบกวนหมอโอตะช่วยซานาเอะคุงส่งเครื่องมือแพทย์ด้วยครับ”

“หะ...ให้ผมเป็นผู้ช่วยเหรอ...ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก...”

ฮิอิรางิกระชากคอเสื้อกาวน์ของโอตะผู้ส่ายหน้าไปมากับสิ่งที่ได้ยิน

“เฮ้ย ถึงฝีมือห่วยแค่ไหนแต่คุณก็เป็นศัลยแพทย์ ผมจะเป็นคนออกคำสั่ง แค่ทำหน้าที่ผู้ช่วยก็พอ ริรับงานจากยากุซ่าก็ต้องทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วไหมว่าต้องเจอปัญหาแบบนี้!”

ใบหน้าอ้วนกลมของโอตะแดงก่ำขณะพยักหน้าหงึกๆ หลายครั้ง

“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ”

ฮิอิรางิพูดเบาๆ ก่อนปล่อยโอตะให้เป็นอิสระ

“คุณพยาบาลตรงนั้น”

“อะ...คะ...ค่ะ!”

พยาบาลวัยกลางคนผู้ทรุดตัวอยู่กับพื้นตั้งสติก่อนตอบรับเสียงหลง

“ช่วยพาเด็กคนนี้ไปฝากเคาน์เตอร์พยาบาลที่อาคารหลัก แล้วเอาผลิตภัณฑ์โลหิตสำหรับให้เลือดมาให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ด้วยครับ พอกลับมาแล้วรบกวนทำหน้าที่พยาบาลช่วยทั่วไปในห้องผ่าตัดด้วยนะ”

“คะ...ค่ะ...รับทราบค่ะ”

พยาบาลคนเดิมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปจูงมือมารินะอย่างรวดเร็ว มารินะกะพริบตาถี่อย่างเหม่อลอยก่อนก้าวขาเดินตามไปราวกับตุ๊กตาไขลาน

“เราก็ไปกันเถอะค่ะ”

ซานาเอะพูดพร้อมกับลงมือดันรถเข็นด้วยความระมัดระวังไม่ให้ไปกระทบกระเทือนอาซึกะซึ่งกำลังออกแรงกดปากแผล

เมื่อเข้าสู่เขตปลอดเชื้อที่ปูด้วยกระเบื้องยาง ร่างปราศจากเรี่ยวแรงของฮามานากะก็ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเตียงผ่าตัด

“คุณหมออาซึกะเดี๋ยวฉันทำเองค่ะ”

ซานาเอะทาบฝ่ามือของตนลงบนมือเรียวที่กำลังกดปากแผล อาซึกะพยักหน้าพร้อมกับค่อยๆ ดึงมือออกแล้วหันไปเปิดเครื่องวางยาสลบ ส่งผลให้ปุ่มเปิดเครื่องเปื้อนเลือดแดงฉาน ขณะที่อาซึกะติดเครื่องวัดความดันและคลื่นไฟฟ้าหัวใจลงบนร่างของฮามานากะ ฮิอิรางิและโอตะก็ลงมือเจาะเส้นเลือดดำหลังมือเพื่อเตรียมให้น้ำเกลือ

สัญญาณชีพของฮามานากะปรากฏขึ้นบนหน้าจอของเครื่องวางยาสลบ

“ความดันสิบสอง/สามสิบ ชีพจรหนึ่งร้อยสามสิบสี่ อยู่ในอาการช็อคค่ะ!”

สัญญาณชีพที่ปรากฏขึ้นบนจอแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยตรงหน้ากำลังตกอยู่ในอันตราย อาซึกะพูดเสียงดังด้วยใบหน้าเคร่งเครียดขณะลงมือเปิดวาล์วออกซิเจนของเครื่องวางยาสลบ เมื่อมั่นใจว่าออกซิเจนไหลผ่านท่อไปยังหน้ากากในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว มือเรียวก็จัดการครอบหน้ากากลงบนจมูกและปากของฮามานากะทันที

“อาซางิริคุง เดี๋ยวผมทำเอง คุณลงมือวางยาสลบได้แล้ว”

ฮิอิรางิเอื้อมมือมาสัมผัสหน้ากากออกซิเจนหลังจากจัดการสายน้ำเกลือเรียบร้อย อาซึกะปล่อยมือจากหน้ากากก่อนจะหันไปค้นหาตัวยาที่จำเป็นจากลิ้นชักรถเข็น และพบว่าเคตามีนสำหรับฉีดเข้าเส้นเลือดดำถูกเก็บไว้ในบริเวณที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

เมื่อเปรียบเทียบกับโปรโพฟอลหรือยาสลบชนิดที่นิยมใช้ทั่วไปแล้ว เคตามีนไม่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต จึงเหมาะสำหรับวางยาสลบคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ประสบการณ์ในฐานะวิสัญญีแพทย์บอกให้รู้ว่ารูปร่างของผู้ป่วยซึ่งกำลังมีอาการแบบนี้ควรใช้ปริมาณยาสลบประมาณเจ็ดมิลลิลิตร

อาซึกะใช้เข็มฉีดยาดูดตัวยาในปริมาณที่ต้องการจากหลอดแก้วแล้วต่อกระบอกฉีดยาเข้ากับข้อต่อสายน้ำเกลือ ของเหลวใสไม่มีสีไหลผ่านสายยางเข้าสู่ร่างกาย เธอหรี่ตามองแผ่นอกของฮามานากะ การเคลื่อนไหวขึ้นลงของแผ่นอกค่อยๆ ช้าลงและหยุดนิ่งทำให้รู้ว่าขณะนี้ฮามานากะหยุดหายใจด้วยตัวเองแล้ว

ในเวลาเดียวกับที่หันไปหาเครื่องตรวจกล่องเสียงบนรถเข็นสำหรับเตรียมวางยาสลบ อาซึกะพบว่าสิ่งที่ต้องการกำลังถูกหยิบยื่นมาให้ตรงหน้า ฮิอิรางิใช้มืออีกข้างที่ว่างจากการจับหน้ากากถือเครื่องตรวจกล่องเสียงไว้ในมือแบบไม่ต้องปล่อยให้รอ ส่วนท่อช่วยหายใจเคลือบไซโลเคลนเจลถูกวางไว้บนรถเข็นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

“ขอบคุณมากค่ะ!”

ฮิอิรางิถอดหน้ากากออกจากปากฮามานากะทันทีที่อาซึกะรับเครื่องตรวจกล่องเสียงเอาไว้ในมือ วิสัญญีแพทย์สาวสอดเครื่องตรวจกล่องเสียงตามด้วยท่อช่วยหายใจเข้าไปในช่องปาก ผ่านลงไปยังบริเวณเส้นเสียงด้วยความชำนาญ

อาซึกะต่อท่อที่ผ่านการล็อกตำแหน่งเรียบร้อยแล้วเข้ากับเครื่องวางยาสลบ ก่อนออกแรงบีบถุงลมช่วยหายใจเป็นจังหวะเพื่อส่งออกซิเจนเข้าสู่ปอด แผ่นอกของฮามานากะเริ่มขยับขึ้นลง หลังจากตรวจสอบตัวเลขหน้าจอมอนิเตอร์ขณะส่งออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายของคนไข้ อาซึกะหันไปเปลี่ยนถุงน้ำเกลือที่มีปริมาณน้อยลง

ฮิอิรางิเริ่มเตรียมการผ่าตัดเช่นกัน โอตะรับหน้าที่กดปากแผลแทนซานาเอะที่เปลี่ยนมาสวมถุงมือฆ่าเชื้อเพื่อเรียงเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้งานลงบนแท่น ขณะที่ฮิอิรางิราดไอโอดีนสำหรับฆ่าเชื้อลงสู่ช่องท้องของฮามานากะ

แบบนี้ตั้งใจจะผ่าตัดเปิดช่องท้องก่อนใช่ไหม อาซึกะรีบฉีดยาคลายกล้ามเนื้อผ่านข้อต่อสายน้ำเกลือ

ถ้าไม่ให้ยาคลายกล้ามเนื้อในปริมาณที่เหมาะสม กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องจะแข็งตัวจนทำให้ไม่สามารถผ่าตัดเปิดช่องท้องได้ง่ายๆ

“อุปกรณ์สำหรับผ่าตัดพร้อมแล้วค่ะ”

ฮิอิรางิพยักหน้าให้ซานาเอะแทนคำตอบก่อนสวมถุงมือปลอดเชื้อแล้วเดินไปข้างเตียง

“ยังไม่ได้ล้างมือกับสวมเสื้อกาวน์ปลอดเชื้อเลย”

โอตะตั้งคำถามโดยไม่ละมือจากปากแผล

“ไม่มีเวลาขนาดนั้น ก่อนอื่นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องก่อน”

ฮิอิรางิหลับตาลงพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำให้บรรยากาศภายในห้องผ่าตัดปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น