ฮะนะชิ

คุณหมอจอมเก๊กจะพิชิตใจวิสัญญีแพทย์สาวได้อย่างไร มาลุ้นกัน : ) <อัพวันละตอน จ-ศ 15.00-16.00 ส-อา และวันหยุดก่อนเที่ยงจ้า>

ตอนที่ 2-6 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-6 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 901

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 11:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-6 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม
แบบอักษร

ฮิอิรางินั่งหน้าซีดยกมือทั้งสองข้างปิดปากอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ

“น่าจะอยู่แถวๆ นี้นะคะ...”

ซานาเอะผู้รับหน้าที่พลขับพูดโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอเนวิเกเตอร์

วันเสาร์ต่อมา หลังจากวาชิโอะและฮามานากะมาเยือนคลินิกศัลยกรรมความงามฮิอิรางิ อาซึกะเดินทางไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดยามานาชิพร้อมกับฮิอิรางิและซานาเอะตามเงื่อนไขที่วาชิโอะเป็นผู้กำหนด บอกตามตรงว่าเธอไม่อยากเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดครั้งนี้เลย แต่จำใจต้องให้ความร่วมมือเมื่อถูกขู่ว่าต้องชดใช้ค่าผ่าตัดถึงยี่สิบล้านเยน

อาซึกะทอดสายตามองต้นไม้เขียวชอุ่มนอกหน้าต่าง การเดินทางกว่าหนึ่งชั่วโมงหลังลงจากทางด่วนทำให้เดาได้ไม่ยากว่าจุดหมายปลายทางคงอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร

วิสัญญีแพทย์สาวละสายตาจากต้นไม้เขียวขจีข้างทางแล้วหันมามองฮิอิรางิผู้นั่งหน้าซีดใช้มือทั้งสองข้างปิดปากอยู่ ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่แวะซื้อของกินไร้สาระระหว่างทางคงไม่ต้องเร่งเวลาเดินทางมากขนาดนี้ อาซึกะสมน้ำหน้าที่ฮิอิรางิกินทุกอย่างที่ขวางหน้าตั้งแต่ยากิโซบะ ไปจนถึงมันฝรั่งอบเนย จนทำให้รู้สึกคลื่นไส้เมื่อต้องนั่งรถที่ซานาเอะขับไปตามเส้นทางคดเคี้ยวตัดผ่านภูเขาเช่นนี้

“คุณหมอคะอย่าอาเจียนนะคะ ถ้าเปื้อนเบาะรถคันโปรดเดี๋ยวจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่”

เมื่อถูกอาซึกะแก้เผ็ดในสิ่งที่ตนเองพูดเป็นประจำ ฮิอิรางิหันขวับมามองตาเขียวด้วยใบหน้าซีดราวกับศพ

“เบาะหน้าบุด้วยหนังพิเศษ ถ้าอยากอาเจียนจริงๆ เดี๋ยวย้ายไปนั่งเบาะหลังเอง”

“ถ้าทำแบบนั้นรับรองว่าโดนตบไม่ยั้งแน่ค่ะ”

“อุ๊ย เห็นโรงพยาบาลแล้วค่ะ ถึงสักที”

ซานาเอะพูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจ เมื่อโน้มตัวไปด้านหน้าทำให้อาคารสูงสามชั้นที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าสร้างมาเป็นเวลานานแล้วปรากฎสู่สายตา

ซานาเอะดริฟปอร์เช่ คาเยนน์ สุดหรูเข้าจอดในลานจอดรถกว้างขวางหน้าโรงพยาบาล ทันทีที่ประตูเปิดออก ฮิอิรางิพุ่งตัวออกจากรถไปยังพุ่มไม้ข้างทางก่อนโก่งคออาเจียนอย่างไม่เกรงใจใคร ทำเอาอาซึกะต้องเบือนหน้าหนี

“บรรยากาศดีจังเลยนะคะ”

ซานาเอะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงขณะก้าวลงจากรถ

“จริงด้วยค่ะ”

อาซึกะพูดพร้อมกับสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของธรรมชาติรอบตัว สายลมพัดใบไหม้พลิ้วไหวชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี ตัวอาคารไม่ใหญ่โตนักแวดล้อมด้วยพื้นที่กว้างขวาง ดูแล้วน่าจะเป็นสถานพยาบาลที่เน้นการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย

รถยนต์สีเงินคันหนึ่งแล่นเข้ามาบริเวณลานจอดรถ ถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นญาติของผู้ป่วย โรงพยาบาลอยู่บนเขาแบบนี้คงมาเยี่ยมกันลำบากน่าดู

“พวกคุณมาจากคลินิกศัลยกรรมความงามฮิอิรางิใช่ไหมครับ”

เมื่อหันไปทางเจ้าของเสียงพบว่าเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วมสวมเสื้อกาวน์สีขาวกำลังเดินเข้ามาใกล้ หน้าท้องใหญ่โตแทบทะลุเสื้อกาวน์ คางสองชั้นกระเพื่อมขึ้นลงทุกจังหวะการก้าวเดิน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมโอตะ อิจิโร่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโอตะครับ”

ชายผู้ออกมาต้อนรับหายใจหอบก่อนหยิบนามบัตรออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์

“เอ่อ...สวัสดีครับ ฮิอิรางิครับ”

ฮิอิรางิผู้ยืนหลบอยู่หลังอาซึกะก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งออกไปรับนามบัตร

“ได้ทราบรายละเอียดเบื้องต้นจากวาชิโอะซังแล้วครับ วันนี้ฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านด้วยนะครับ”

โอตะดึงมือฮิอิรางิไปกุมไว้แน่นก่อนจะเขย่าขึ้นลงอย่างแรง

“ฮามานากะซังมาถึงแล้วเหรอครับ”

ฮิอิรางิถามอย่างอ่อนแรง ถ้าเดาไม่ผิดความรู้สึกคลื่นไส้คงยังไม่หมดไป

“ฮามานากะ...เอ่อ ถ้าหมายถึงคนไข้ที่คุณวาชิโอะแนะนำละก็ เขาเข้าพักในห้องพิเศษตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ แต่เราเรียกเขาว่า ‘ซึซึกิซัง’ นะครับ”

รอยยิ้มมีเลศนัยของโอตะทำให้อาซึกะไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

“ดูเหมือนว่าที่นี่เป็นสถานพยาบาลสำหรับบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย ห้องผ่าตัดมีอุปกรณ์ครบใช่ไหมครับ”

ใบหน้าของฮิอิรางิเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างหลังจากตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง

“ครับ ตอนนี้เน้นการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพก็จริง แต่เมื่อก่อนเคยเป็นโรงพยาบาลที่เน้นผ่าตัดส่วนผมเป็นศัลยแพทย์ที่ลงมือผ่าตัดเป็นระยะๆ แล้วแต่ความจำเป็นครับ”

“พูดแบบนี้หมายความว่าคุณยอมผ่าตัดเพื่อรักษาคนไข้ที่ถ้าเข้าโรงพยาบาลทั่วไปคงโดนตำรวจจับ เช่น คนไข้ที่โดนฟันด้วยดาบ คนไข้ที่มีอาการผิดปกติจากยาเสพติด...”

“เอ่อ...ก็ไม่เชิง...”

การเดาส่งเดชของฮิอิรางิทำให้โอตะตอบแบบอึกๆ อักๆ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ตัวอาคารอาซึกะเหลือบไปเห็นรถพยาบาลที่สกรีนไว้ที่ตัวรถอย่างชัดเจนว่า ‘โรงพยาบาลโอตะ’ จอดหลบอยู่ในหลืบข้างโรงพยาบาล

“ว้าว ที่นี่มีรถพยาบาลเป็นของตัวเองด้วยเหรอครับ”

ฮิอิรางิพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังรถพยาบาล

“ครับ เราต้องส่งคนไข้อาการทรุดหนักไปรักษาตัวในโรงพยาบาลกลางในเมืองแถบตีนเขา ถ้ามัวแต่รอรถพยาบาลของทางราชการคงไม่ทันการณ์”

“โอ้ สุดยอดมากครับ ค่าใช้จ่ายคงสูงน่าดู ปกติโรงพยาบาลขนาดนี้ไม่ค่อยมีรถพยาบาลเป็นของตัวเองจริงไหมครับ”

“กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ผ่านอะไรมาเยอะครับ...”

โอตะห่อไหล่

“ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นได้ครับ เอ่อ...คุณหมออ้วนใช่ไหมครับ”

“...โอตะครับ”

“อ๋อ...จริงด้วยสิ ขอโทษครับ พอเห็นนามบัตรเลยเผลออ่านแบบนั้นออกไป”

ฮิอิรางิพูดกลั้วหัวเราะพลางใช้มือตบท้ายทอย

‘เผลอ’ อะไรกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องพยายามหาเรื่องให้คนที่พบกันเป็นครั้งแรกรู้สึกไม่พอใจด้วยนะ อาซึกะลอบถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอือมระอา

“สวัสดีอีกครั้งครับคุณหมอโอตะ ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอกครับ โรงพยาบาลขนาดเล็กอย่างที่นี่ คงดำเนินกิจการได้ยากขึ้นหลังจากรัฐบาลประกาศตัดงบประมาณเพื่อการพัฒนาทางการแพทย์ จากมุมมองของผู้บริหาร การกระดิกหางให้ยากุซ่าที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลให้กับโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากครับ”

การพูดเป็นนัยๆ แบบไร้มารยาทของฮิอิรางิทำให้ใบหน้าของโอตะแดงก่ำ

“ทำเป็นปากดีไป คุณเองก็รับการผ่าตัดจากยากุซ่าเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ นี่เป็นเรื่องที่ศัลยแพทย์หน้าเงินบ่นกับตัวเอง ฟังผ่านๆ ไปเถอะครับ ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกัน สนิทกันไว้ดีกว่าครับ”

การแสดงท่าทางสนิทสนมจนเกินงามของฮิอิรางิทำเอาโอตะขมวดคิ้ว

“เอาละครับคุณหมอโอตะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า...ฮามานากะซัง ไม่สิ สำหรับพวกคุณแล้วเขาคือ ‘ซึซึกิซัง’ ใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้เยี่ยมไข้ได้หรือยัง”

ฮิอิรางิตบไหล่โอตะราวกับสนิทสนมกันมานานปี

“เชิญทางนี้เลยครับ”

โอตะพูดอย่างอ่อนแรง

 

***

 

“สวัสดีครับ ฮามานากะซัง”

ฮิอิรางิเปิดประตูเลื่อนอย่างแรงก่อนก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับยกมือทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริง ฮามานากะเข้าพักในห้องพักผู้ป่วยบนชั้นสองของอาคารเสริมความสูงสองชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารหลัก อาคารแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นอาคารผู้ป่วยนอกและห้องผ่าตัด ปัจจุบันมีเพียงห้องพักผู้ป่วยคือห้องนี้และห้องผ่าตัดเท่านั้นที่ยังถูกใช้งานอยู่ ชั้นหนึ่งถูกใช้เป็นห้องเก็บของ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เหมาะแก่การซ่อนตัวผู้ป่วย ‘พิเศษ’ เป็นอย่างมาก

“สวัสดีครับคุณหมอ รบกวนด้วยนะครับ”

ห้องพักผู้ป่วยตกแต่งคล้ายคลึงกับห้องพักโรงแรมราคาประหยัด ฮามานากะก้มศีรษะทักทาย

ทั้งๆ ที่ยังนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยซึ่งตั้งกลางห้อง บุรุษพยาบาลวัยกลางคนผู้รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของอาคารเสริมแห่งนี้ยืนอยู่ข้างเตียง นอกจากนั้นเขายังรับหน้าที่ผู้ช่วยในการผ่าตัดครั้งนี้อีกด้วย

“โรงพยาบาลนี้ดีจังเลยครับ ถ้าได้พักรักษาตัวที่นี่ต้องหายเร็วแน่นอน โอ้ ลืมไปว่าฮามานากะซังไม่ได้ป่วย”

“ผมไม่ได้ป่วยก็จริง แต่ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงต้องหายไปจากโลกนี้เร็วกว่าผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแน่ พวกนั้นไม่ธรรมดา คุณหมอเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผมจริงๆ”

ฮามานากะพูดจาคล่องแคล่วต่างจากตอนคุยกันที่คลินิกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยสิ้นเชิง นี่คงเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่ต้องพยายามทำตัวเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าวาชิโอะ ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ ทั้งๆ ที่เพราะการทุจริตของตนถึงได้ก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้

“อืม...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ อ๊ะ นั่นลูกสาวคุณใช่ไหมครับ”

       

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น