ฮะนะชิ

คุณหมอจอมเก๊กจะพิชิตใจวิสัญญีแพทย์สาวได้อย่างไร มาลุ้นกัน : ) < อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า >

ตอนที่ 2-4 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-4 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 877

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-4 การผ่าตัดที่ไร้มนุษยธรรม
แบบอักษร

“คุณหมอแน่ใจแล้วเหรอคะ” 

อาซึกะพุ่งตัวเข้าหาฮิอิรางิทันทีที่วาชิโอะและฮามานากะก้าวพ้นประตูคลินิก 

“เป็นอะไรของคุณ ทำตัวเป็นแมวระยะสืบพันธุ์ไปได้” 

ฮิอิรางิพูดอย่างอารมณ์ดี 

“ระยะสืบพันธุ์!? เอ่อ...ช่างมันเถอะ ว่าแต่ว่าคุณหมอจะยอมผ่าตัดจริงๆ เหรอคะ” 

“แน่นอน ยี่สิบล้านเยนเชียวนะ แค่เปลี่ยนใบหน้าให้เป็นใครก็ได้ บอกเลยว่าง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว” 

“แต่ลูกค้าเป็นผู้มีอิทธิพลนะคะ” 

“อาซางิริคุง บอกไว้ก่อนเลยว่าห้ามพูดคำว่า ‘ผู้มีอิทธิพล’ ต่อหน้าผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด เขาไม่เคยยุ่งกับคนประกอบอาชีพสุจริต และเรียกตัวเองว่า ‘ผู้โอบอ้อมอารี’ เธอจะเรียกเขาว่า ‘ยากุซ่า’ ก็ได้ แต่อย่าหลุดคำว่า ‘ผู้มีอิทธิพล’ ออกไป ไม่งั้นรับรองว่าได้ลงไปนอนเล่นอยู่ก้นอ่าวโตเกียวแน่นอน” 

ฮิอิรางิพูดออกมาเป็นทำนองเพลง อาซึกะเสียวสันหลังวาบเมื่อนึกภาพร่างของตนกำลังโดนฝูงปลาตอดอยู่ก้นทะเล 

“อ่าวโตเกียว...เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าไม่ยุ่งกับคนประกอบอาชีพสุจริตไม่ใช่เหรอคะ” 

“เอาเป็นว่าอย่าพูดคำว่า ‘ผู้มีอิทธิพล’ ให้ผู้ชายคนนั้นได้ยินจะดีที่สุด” 

“อย่ามัวเถียงกันด้วยเรื่องแบบนี้เลยค่ะ ฉันสงสัยว่าเรารับงานจากคนแบบนั้นได้จริงๆ เหรอคะ คนที่ชื่อฮามานากะขโมยเงินตั้งสองร้อยล้านเยน ทำแบบนี้เท่ากับช่วยอาชญากรหนี...” 

“พูดอะไรของคุณ อาซางิริคุง ฮามานากะซังไม่ใช่อาชญากร คนที่เป็น ‘อาชญากร’ ต้องมีเจ้าทุกข์มาแจ้งตำรวจ และถูกศาลพิจารณาว่าทำความผิดจริง ครั้งนี้มั่นใจได้เลยว่าคนที่ถูกขโมยเงินไม่มีทางแจ้งตำรวจ ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าฮามานากะซังไม่ใช่ ‘อาชญากร’” 

ฮิอิรางิส่ายนิ้วชี้ไปมาตรงหน้าอาซึกะ 

“จริงสิ ฮามานากะซังไม่ได้เป็นอาชญากรแต่เป็นผู้เสียหาย ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เขาต้องโดนตามล่า ถ้าอาศัยอยู่ในประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เรียกคนถูกหมายหัวเอาชีวิตว่า ‘ผู้เสียหาย’ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร จริงไหมอาซางิริคุง” 

ฮิอิรางิหย่อนตัวลงบนโซฟาก่อนจะเท้าคางเงยหน้ามองอาซึกะ วิสัญญีแพทย์สาวพยายามข่มใจไม่ให้เผลอเหวี่ยงกำปั้นออกไปชกหน้านายจ้าง 

“ฉันขอคัดค้านค่ะ การผ่าตัดครั้งนี้อันตรายเกินไป!” 

“ยังไม่แก่สักหน่อยทำไมคิดมากแบบนี้ ถ้าผมไม่ยอมผ่าตัดให้ ไม่สงสารลูกสาวคนเดียวของเขาที่ต้องถูกส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้างเหรอ” 

“เรื่องนั้น...” 

“นั่นไง น่าสงสารใช่ไหม ผมสามารถผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใบหน้าคนคนหนึ่งให้กลายเป็นอีกคนหนึ่งได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบรรยากาศรอบตัว ลูกสาวเขาจะได้ไม่รู้สึกต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของพ่อมากนัก นอกจากได้ช่วยคนแล้วยังได้เงินอีกต่างหาก ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัวเชียวนะ” 

อาซึกะล้มเลิกความพยายามที่จะเปลี่ยนใจฮิอิรางิ ผู้ชายคนนี้ต้อนอย่างไรก็ไม่มีวันจนมุมจริงๆ 

“อาซางิริคุง สรุปว่าสัปดาห์หน้าเราต้องไปทำงานนอกสถานที่ แน่นอนว่าจะบวกค่าเดินทางเพิ่มเข้าไปให้ในเงินเดือน แต่ตามที่ระบุเอาไว้ในสัญญาคุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธงานนะ” 

“เอ๊ะ หมายความว่ายังไงคะ สัญญาอะไร!?” 

“โอ๊ะ อย่าบอกนะว่าไม่ได้อ่านสัญญาอย่างละเอียด มีวรรคนึงระบุว่า ‘ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการปฏิบัติงานในฐานะวิสัญญีแพทย์ ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย ข้าพเจ้ายินดีชดใช้ค่าเสียหายถ้าการกระทำของข้าพเจ้าส่งผลกระทบต่อกิจการของนายจ้าง’ พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณปฏิเสธ ผมมีสิทธิ์เรียกร้องค่าผ่าตัดจำนวนยี่สิบล้านเยนจากคุณได้เลย” 

“คุณฮามานากะ คนไข้ของเรา ไม่ได้เป็นยากุซ่า เป็นแค่บุคคลทั่วไปที่อยากเปลี่ยนแปลงใบหน้าตัวเองเท่านั้น” 

“แบบนี้มันบิดเบือนความจริงชัดๆ เลยนะคะ!” 

“ไม่ได้บิดเบือนความจริงสักหน่อย ถ้าไม่เชื่อลองไปตัดสินกันในชั้นศาลไหมล่ะว่าใครถูกกันแน่” 

สงสัยคงใกล้ถึงเวลาที่ต้องชกหน้าคนคนนี้สักหมัดแล้วมั้ง ขณะที่อาซึกะกำลังกำมือแน่น ซานาเอะผู้ยืนฟังแบบเงียบๆ มาโดยตลอดตัดสินใจพูดแทรกระหว่างบทสนทนาของทั้งสองคน 

“คุณหมอฮิอิรางิอย่าใจร้ายกับคุณหมออาซึกะนักเลยค่ะ ทำแบบนี้เหมือนเด็กประถมที่พยายามแกล้งเด็กผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบเลยนะคะ” 

“พูดอะไรของคุณ ผมแค่...” 

ซานาเอะหันไปทางอาซึกะโดยไม่สนใจการแก้ตัวใดๆ ของฮิอิรางิ 

“คุณหมออาซึกะคะ คุณหมอฮิอิรางิแค่ไม่อยากให้ลูกสาวของฮามานากะซังกำพร้าพ่อ แต่รู้สึกอายที่ต้องพูดออกมาตรงๆ เท่านั้นเองค่ะ” 

“อย่ามามั่ว ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง” 

ซานาเอะยังคงพูดกับอาซึกะต่อไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ฮิอิรางิได้แก้ตัว 

“ตอนนี้อาจจะยังรู้สึกต่อต้านอยู่บ้าง แต่ลูกสาวของคุณฮามานากะคงมีความสุขไม่ได้ถ้าคุณหมออาซึกะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนะคะ” 

อาซึกะนิ่งไปพักใหญ่ก่อนเอ่ยปากขอตัวกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

“กลับก่อนนะคะ” 

เมื่อเห็นซานาเอะวิ่งตามมาถึงหน้าลิฟต์ วิสัญญีแพทย์สาวก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

“วันนี้ขออยู่คนเดียวเงียบๆ ได้ไหมคะ เดี๋ยวอีกสองสามวันจะติดต่อกลับมาค่ะ” 

ซานาเอะยื่นกระเป๋าเป้ที่อัดแน่นด้วยหนังสือคู่มือให้อาซึกะอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“เอ่อ...คุณหมอลืมของค่ะ” 

“...ขอบคุณมากค่ะ” 

อาซึกะเบือนหน้าหนีก่อนรับกระเป๋าแล้วรีบก้าวเท้าเข้าลิฟต์ไปราวกับต้องการซ่อนใบหน้าที่กำลังแดงก่ำ 

เมื่อเดินออกจากตัวอาคารแล้ว อาซึกะบ่นพึมพำกับตัวเองระหว่างเดินไปเอาจักรยานที่จอดไว้ใกล้กับราวกั้นริมถนน 

“ช่วยก่ออาชญากรรมแบบนี้รับไม่ได้จริงๆ!” 

ถึงจะไม่อยากให้เด็กหญิงวัยห้าขวบต้องกำพร้าพ่อ แต่ก็ไม่ควรรับงานจากยากุซ่าไม่ใช่หรือ 

“ขอโทษครับ...” 

“ห๊ะ?” 

อาซึกะเผลอตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังแบบไม่ทันตั้งตัว 

แววตาของชายหนุ่มสวมแว่นรูปร่างผอมบางสะท้อนความหวาดกลัวกับออร่าพิฆาตจากอาซึกะ 

“อ่ะ...เอ่อ...มีอะไรคะ?” 

อาซึกะเตือนตัวเองให้แสดงท่าทีเป็นมิตรเมื่อรู้ตัวว่ากำลังมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาดุดัน 

“เอ่อ...ขอโทษที่มารบกวน ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ” 

รอยยิ้มเป็นมิตรจางหายไปจากใบหน้าของอาซึกะเมื่อรู้ว่าวัตถุประสงค์ของผู้ชายคนนี้คงหนีไม่พ้นการจีบสาวแบบไม่เลือกหน้า หรือไม่ก็มาขายตรง 

“ตอนนี้ยังไม่ต้องการอะไรเพิ่มค่ะ” 

อาซึกะพูดเสียงแข็งก่อนหันไปปลดล็อกพร้อมก้าวขาคร่อมจักรยานสำหรับเช่าขี่ในตัวเมือง ฝ่ามือแข็งแกร่งของชายหนุ่มเอื้อมมาคว้าไหล่บางเอาไว้แน่นไม่ให้วิสัญญีแพทย์สาวมีโอกาสได้ปั่นจักรยานจากไป 

“กฎเหล็กของการขายของคือห้ามโดนตัวไม่ใช่รึไง อยากเข้าคุกใช่ไหม?” 

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คุณกำลังเข้าใจผิด ผมแค่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับ ฮิอิรางิ ทากายูกิ เท่านั้นเองครับ!”   

“...เรื่องเกี่ยวกับคุณหมอฮิอิรางิ?” 

อาซึกะขมวดคิ้วจ้องหน้าชายหนุ่มเขม็ง ทั้งๆ ที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนจักรยาน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น