ฮะนะชิ

คุณหมอจอมเก๊กจะพิชิตใจวิสัญญีแพทย์สาวได้อย่างไร มาลุ้นกัน : ) < อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า >

ตอนที่ 1-5 ศัลยแพทย์ผู้รักศิลปะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-5 ศัลยแพทย์ผู้รักศิลปะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2562 13:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-5 ศัลยแพทย์ผู้รักศิลปะ
แบบอักษร

“อุ๊ย นิ่มจังเลย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเบาะหนังจะนุ่มนิ่มได้ขนาดนี้” 

“อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย! อยู่นิ่งๆ เป็นไหม” 

ฮิอิรางิเอี้ยวตัวจากเบาะนั่งข้างคนขับหันมาเอ่ยปากตำหนิอาซึกะที่ส่งเสียงดังด้วยความตื่นเต้นอยู่ตรงเบาะหลัง 

“แต่มันสุดยอดจริงๆ นะคะคุณหมอ ดูสิคะ!” 

อาซึกะขย่มตัวขึ้นลงบนเบาะหลังราวกับกำลังเล่นแทรมโพลีน 

“พอแล้ว! ถ้าสปริงพังขึ้นมาจะทำยังไง เธอตามมาด้วยทำไมเนี่ย” 

“แหม ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ เวลาขับรถเล่นต้องไปกันเยอะๆ สิคะถึงจะสนุก” 

ซานาเอะพูดเนิบนาบอยู่หลังพวงมาลัย 

“เราไม่ได้ออกมาขับรถเล่น แต่กำลังจะไปพบ นิไคโด รินะ ต่างหาก” 

อาซึกะหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินเสียงบ่นปนเสียงถอนหายใจของฮิอิรางิ 

สี่วันหลังสัมภาษณ์งานที่คลินิกศัลยกรรมความงามฮิอิรางิ อาซึกะยืนกรานขอตามไปบ้านตระกูลนิไคโด ทั้งๆ ที่ฮิอิรางิไม่เต็มใจ 

“ว่าแต่ว่ารถคันนี้ต้องแพงมากเลยใช่ไหมคะ” 

ฮิอิรางิแสดงสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำถามของอาซึกะ 

“ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ สุดยอดรถเอสยูวี ซูเปอร์คาร์ เครื่องยนต์สี่พันแปดร้อยหกซีซี ความเร็วสูงสุดสองร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาสิบห้าล้านเยน จบข่าว!” 

“สิบห้าล้านเยน!?” 

“ตกใจละสิ บอกเลยว่ารถคันนี้ความปลอดภัยสูงมาก มนุษยชาติต้องพบกับความสูญเสียอย่างมหาศาลถ้าอัจฉริยะอย่างผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์” 

“ทำไมคุณหมอไม่ขับรถเองล่ะคะ” 

ฮิอิรางิสะดุ้งเฮือกกับคำถามพื้นๆ ของอาซึกะ 

“คุณหมอฮิอิรางิไม่มีใบขับขี่ ฉันเป็นคนขับรถเวลาออกไปข้างนอกค่ะ” 

คำตอบของซานาเอะทำให้อาซึกะกะพริบตาปริบๆ 

“เอ๊ะ ซื้อรถแพงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ขับรถไม่เป็นหรือคะ” 

“จะบอกว่ายังไงดี...ผมกลัวการขับรถ เพราะตอนเด็กเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เวลาออกไปข้างนอกก็เลยต้องมีซานาเอะคุงคอยช่วยขับรถ...” 

“ฉันก็สนุกมากที่ได้ขับรถดีๆ แบบนี้ค่ะ” 

“ซานาเอะซังใจดีเกินไปหรือเปล่าคะ เขาพูดกันว่าถ้าตามใจเด็กมากไปจะไม่โตนะคะ” 

“เธอเป็นแม่ฉันรึไง จะบอกอะไรให้ เวลานั่งรถที่ซานาเอะคุงขับ ฉันอดคิดไม่ได้ทุกครั้งว่าควรสอบใบขับขี่ เพราะขับเองน่าจะปลอดภัยกว่า...” 

อาซึกะเอียงคอด้วยความงง แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามออกไปว่า “คุณพูดเรื่องอะไร” ภายในรถก็เกิดการเหวี่ยงจนร่างบอบบางกระแทกเข้ากับประตูรถอย่างจัง เข็มขัดนิรภัยเสียดสีกับหน้าอกจนหายใจแทบไม่ออก 

อุบัติเหตุ 

“ซานาเอะคุง บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ขับรถระวังๆ...” 

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ไม่มีรถวิ่งมาข้างๆ ไม่อันตรายหรอกค่ะ” 

“ไม่ใช่ว่าไม่มีรถก็จะไม่เป็นไรนะ...” 

ก่อนที่ฮิอิรางิจะมีโอกาสเอ่ยปากคัดค้าน ซานาเอะก็เหยียบคันเร่งจนแผ่นหลังของฮิอิรางิและอาซึกะกระแทกเบาะรถอย่างแรง เมื่อได้สติอาซึกะพบว่าซานาเอะแค่ขับรถไม่ดีเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่อย่างใด 

“ซานาเอะคุงเบาๆ หน่อย! ขับเร็วไปแล้ว!” 

“อุ๊ยตาย จริงด้วย เหยียบเกือบร้อยยี่สิบ ขอโทษด้วยนะคะ รถคันนี้เหยียบสนุกมากเลยเผลอทุกที” 

“คราวหน้าช่วยระวังให้มากกว่านี้ด้วยนะ...” 

ฮิอิรางิเอี้ยวตัวไปหาอาซึกะที่กำลังนั่งตัวแข็งอยู่ด้านหลังพร้อมด้วยสายตาตั้งคำถาม ‘เข้าใจแล้วใช่ไหม’ 

อาซึกะพยักหน้ารัวๆ ในสภาพที่ทั้งสองมือกำเข็มขัดนิรภัยแน่น 

“อะ...เอ่อ...ซานาเอะซัง ขับช้ากว่านี้อีกนิดนึงได้ไหมคะ...คือว่า ฉันเมารถค่ะ” 

“อ๊ะ ขอโทษค่ะ แก้นิสัยเหยียบมิดไม่ได้ตั้งแต่ตอนอยู่ต่างจังหวัด ต่อไปจะระวังนะคะ” 

“ขอบคุณมากค่ะ” 

อาซึกะถอนใจด้วยความโล่งอกก่อนจะหันไปเห็นว่าดวงตาฮิอิรางิรื้นไปด้วยน้ำตา 

“เป็นอะไรคะ มีอะไรติดอยู่ที่หน้าฉันหรือเปล่า” 

“อย่าอาเจียนในรถผมนะ” 

“ไม่อาเจียนหรอกค่ะ!” 

“ถ้าอย่างนั้นก็โอเค” 

ฮิอิรางิหันกลับไปด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบจากอาซึกะ 

อาซึกะเหม่อมองแผ่นหลังของศัลยแพทย์หนุ่มก่อนเอ่ยปากถามในสิ่งที่ยังค้างคาใจ 

“หมอฮิอิรางิคงไม่รับคนไข้รายนี้ใช่ไหมคะ คุณนิไคโดไม่ปกติแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะอยากเปลี่ยนใบหน้าภรรยาคนปัจจุบันให้เหมือนภรรยาเก่าทำไม” 

“แต่อย่าลืมว่า นิไคโด รินะ พูดว่า ‘ถ้าเป็นสิ่งที่สามีต้องการ…’” 

ฮิอิรางิพูดทีเล่นทีจริง 

“ต้องโดนบังคับให้พูดแน่ๆ สามีนั่งประกบอยู่ข้างๆ แบบนั้นคงไม่กล้าปฏิเสธ” 

“จำใจทำเพราะสามีบังคับงั้นเหรอ...แต่ผมว่าเธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” 

ฮิอิรางิโยนนิตยสารปกนายแบบชาวต่างชาติในชุดสูทเล่มหนึ่งลงบนตักอาซึกะ  

“อะไรคะนี่” 

“ดูไม่ออกหรือไงว่าเป็นนิตยสารธุรกิจ อ้อ ลืมไปว่าคนจนอย่างเธอคงไม่เคยอ่านนิตยสารแนวนี้ ลองเปิดหน้าหนึ่งร้อยดูสิ” 

'ขอโทษนะที่บ้านจน' อาซึกะแก้มป่องด้วยความไม่พอใจขณะเปิดนิตยสาร  

“เอ๊ะ” 

อาซึกะเผลออุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นภาพของ นิไคโด รินะ ปรากฏบนหน้านิตยสารพาดหัวข่าวเกินจริงว่า ‘ต้นแบบของนักธุรกิจรุ่นใหม่’ 

“นี่คุณรินะใช่ไหมคะ” 

“ใช่แล้ว แต่ในข่าวเขียนว่า ‘อันโด รินะ’ แสดงว่าใช้ชื่อ-นามสกุลเดิมตอนทำธุรกิจ” 

“ธุรกิจ...” 

รินะในภาพเผยรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกับหญิงสาวที่ไม่ปริปากพูดอะไรเลยเวลาอยู่กับสามี 

“ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เปิดบริษัทขายบ้านพักตากอากาศให้พวกไฮโซตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยบริหารงานจนมีรายได้กว่าสองพันล้านต่อปี เซ็นสัญญากับบริษัทในเครือนิไคโดเมื่อสามปีก่อน ได้พบกับ นิไคโด โชโซ ที่อายุมากกว่าถึงสี่สิบปี ทั้งคู่ตัดสินใจลั่นระฆังวิวาห์หลังจากรู้จักกันได้แค่หกเดือน แน่นอนว่าตอนนี้รินะยังคงทำหน้าที่ประธานบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้นมา” 

“รู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่าคะ” 

“ไม่รู้เลย แต่เกิดสงสัยขึ้นมาเลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลแค่นี้ยอมจ่ายเงินแค่หน่อยเดียวก็มีคนหามาประเคนให้แบบละเอียดยิบแล้ว มั่นใจได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่ยอมทำตามคำสั่งของสามีอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง คนแบบนั้นไม่มีทางประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงได้อย่างแน่นอน” 

“แล้วทำไมเธอถึงพูดว่า ‘ถ้าเป็นสิ่งที่สามีต้องการ’ ล่ะคะ...” 

“เรากำลังไปบ้านนิไคโดเพื่อหาคำตอบข้อนี้ไงล่ะ” 

“แต่ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร การเปลี่ยนแปลงใบหน้าของตัวเองก็ผิดธรรมชาติอยู่ดี” 

ฮิอิรางิพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่เมื่อได้ยินอาซึกะบ่นออกมาเบาๆ 

“ขำอะไรคะ” 

“คุยเรื่อง นิไคโด รินะ อยู่ดีๆ กลายเป็นออกความเห็นต่อต้านวงการศัลยกรรมความงามไปซะแล้ว เกลียดการศัลยกรรมขนาดนั้นเลย” 

“เกลียดค่ะ...ทำไมต้องยอมลงมีดเพื่อความสวยความงามด้วย” 

“ลงมีดบนใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ให้มาใช่ไหม” 

อาซึกะไม่สบอารมณ์กับคำพูดล้อเลียนของฮิอิรางิ 

“ใช่สิคะ แปลกตรงไหน” 

“ไม่ใช่อย่างนั้น ไม่แปลกเลย ผมไม่เถียงว่าศัลยกรรมความงามไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ” 

ฮิอิรางิยิ้มเยาะในสิ่งที่ตนเองพูดออกมา 

“เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้น...ทำไมคุณหมอถึงเป็นศัลยแพทย์ความงามล่ะคะ” 

“รู้ไหมว่าศาสตร์ของศัลยกรรมตกแต่งเกิดขึ้นได้อย่างไร” 

“อะไรนะคะ” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น