ฮะนะชิ

'หุ่นยนต์' จะเข้าใจ 'มนุษย์' ได้จริงหรือเปล่านะ? (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

บทที่ 2-5 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที

ชื่อตอน : บทที่ 2-5 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น รีบูทหัวใจนายโรบอท โรบอท หุ่นยนต์

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2562 14:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2-5 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที
แบบอักษร

(มุมมองของหุ่นยนต์) 

การเดินทางทั่วญี่ปุ่นล้มเลิกก่อนจะได้ออกจากจังหวัดที่ตัวเองอยู่เสียอีก ผมหยุดคิดทำเรื่องยุ่งยาก แล้วเริ่มคิดที่จะไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายแทน 

ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนนั้นผมก็สมัครสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงานสักร้อยที่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะถูกปัดตกตั้งแต่ตอนส่งใบสมัคร พอเขียนประสบการณ์ของตัวเองลงไปตามจริง ก็ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง 

อย่างไรผมก็ต้องเรียนมัธยมปลายจริงๆ ถึงจะช้าไปหนึ่งปี แต่การมีหรือไม่มีวุฒิการศึกษานั้นต่างกันลิบลับ การปฏิบัติตามแบบแผนการใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญ 

จากการหาข้อมูลโรงเรียนมัธยมปลายในจังหวัดอย่างละเอียด ผมพบว่าโรงเรียนมัธยมปลายที่ชื่อยามะมิทสึไม่มีนักเรียนรุ่นเดียวกับผมจากโรงเรียนเดิมเข้าศึกษาต่อเลยแม้แต่คนเดียว 

อีกด้านหนึ่ง มีนักเรียนที่อดีตมีปัญหาเข้าเรียนอยู่มาก แต่นั่นก็ถือเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสมกับผม 

เท่าที่ดูจากรูปภาพตึกเรียนก็ดูใหม่ อุปกรณ์ต่างๆ ก็ได้รับการสนับสนุนดี มีข้อเสียเรื่องระยะทางที่ค่อนข้างไกลก็จริง แต่ถ้าเดินทางด้วยรถไฟก็ไม่มีปัญหา 

จากที่ผมลองทำข้อสอบเข้าของปีก่อนๆ ที่ซื้อมาจากร้านหนังสือ ข้อสอบดูจะไม่ยากสักเท่าไหร่ 

แต่ข้อสอบอาจจะไม่เป็นแบบในหนังสือร้อยเปอร์เซ็นต์ มีกรณีที่แต่ละคำถามมีลักษณะซับซ้อนต่างกันจนคำตอบไม่ตรงกับตัวเลือกเดียวอยู่ด้วย ควรหาข้อมูลทางจิตวิทยาของมนุษย์ที่คิดโจทย์เอาไว้ด้วย 

หลังส่งไปสมัครไปอย่างรวดเร็ว ผมก็ตั้งอกตั้งใจกับการรวบรวมข้อมูลสำหรับอนาคต 

ต่อมากลางเดือนพฤศจิกายน ผมสวมเสื้อผ้าหนาๆ เหมาะกับสภาพอากาศเพื่อให้คนรอบข้างไม่คิดว่าน่าสงสัยออกไปข้างนอก แล้วออกไปซื้อหนังสือเล่มใหม่ที่ร้านหนังสือใกล้ๆ แต่ที่ร้านกลับมีหนังสือวางอยู่บนชั้นแค่เล่มเดียว 

มันไม่ใช่หนังสือดังขนาดที่จะวางซ้อนขึ้นมาเป็นตั้ง แต่อย่างน้อยก็เป็นหนังสือที่เนื้อหาดูมีประโยชน์ในชีวิตจริง 

ผมหยิบหนังสือเล่มนั้นมุ่งหน้าไปที่แคชเชียร์ ทว่าสังเกตเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดีเสียก่อนจึงค่อยๆ ซ่อนตัว 

โอคุโบะ... 

ที่มุมหนังสือการ์ตูน โอคุโบะที่ย้อมผมเป็นสีน้ำตาลกำลังพูดคุยหัวเราะเสียงดังอยู่กับเหล่าคนที่น่าจะเป็นเพื่อนมัธยมปลาย ที่ตรงนั้นไม่มีทาคาดะอยู่ 

ภาพตอนที่ถูกโอคุโบะชกจนถึงตอนนี้ก็ยังหลงเหลืออยู่ 

ทันใดนั้น ตาของผมก็เบิกโพลง ใบหน้าของโอคุโบะตอนใช้ความรุนแรงกลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง 

หมัดที่กำแน่น ต่อยเข้ากับแก้มผมซ้ำๆ แต่ถึงอย่างนั้นความโกรธแค้นของโอคุโบะก็ไม่หายไป เขาจ้องผมอย่างเป็นศัตรูเหมือนจะบอกว่าขอต่อยอีกสักครั้งเถอะ 

“หยุดนะ...หยุด...!” 

[ระบบขัดข้อง!] 

ไม่ดีแล้ว! หมอนั่นทำให้เครื่องยนต์ของผมแปลกไป! 

ผมนำหนังสือกลับไปวางที่เดิม แล้วรีบออกจากร้านหนังสือโดยไม่ให้โอคุโบะเห็น 

ในตอนที่กำลังเร่งฝีเท้ากลับบ้าน ผมคิดถึงเรื่องที่โอคุโบะมีเพื่อนคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนจากตอนมัธยมต้น 

เขากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ดี มนุษย์เปลี่ยนไปในทางที่ซับซ้อนเร็วกว่าเครื่องจักรมาก 

เมื่อเข้าสู่เขตที่พักอาศัย ผมก็เข้าสู่โหมดระวังภัยทันทีเนื่องจากมีมนุษย์น่าสงสัยอยู่ 

ชายวัยกลางคนสวมหมวกไหมพรม เขาปรากฏตัวที่เขตที่พักนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นผู้ชายที่ดูสกปรกมอมแมม วันนี้เขาสวมแจ็คเก็ตขนเป็ดสีเบจ 

ตั้งแต่ตอนนั้นก็เห็นเขามาหลายครั้ง ดูท่าทางว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างเป็นระเบียบเท่าไร 

ถึงจะไม่มีคดีอะไรเกิดขึ้นในตอนนี้ แต่ผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่าควรรายงานเรื่องนี้ดีไหม ทว่าเขาปรากฏตัวอย่างผลุบๆ โผล่ๆ ไม่แน่นอน ผมเลยคิดว่าเฝ้าดูไปก่อนก็ได้ 

โดยเฉพาะวันนี้เขาไม่ได้มองผม แต่แค่มองไกลออกไป ที่ปลายสายตานั่นมีอะไรอยู่กันนะ 

ผมมองไปยังทิศตะวันออก 

ที่ปลายย่านพักอาศัยมีเทือกเขาที่ทอดตัวเป็นแนวยาวกำลังปกคลุมไปด้วยหิมะอยู่ 

 

 

หลังจากนั้นก็ผ่านมาอีกหลายเดือน 

เมื่อผ่านฤดูหนาวและเข้าสู่ปีใหม่ การสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายในจังหวัดรอบแรกก็เริ่มต้นขึ้น 

วันสอบเข้า ผมยืนไหวตัวตามแรงเหวี่ยงรถไฟที่ไปโรงเรียนยามะมิทสึ จนถึงตอนนี้โอกาสที่ได้ใช้รถไฟมีน้อยก็จริง แต่ถ้าสอบผ่านก็จะได้ขึ้นรถไฟทุกวัน 

ผมลงที่สถานีถัดจากสถานีที่ขึ้นสามสถานี เหล่านักเรียนที่มาสอบเข้าที่สวมเครื่องแบบหลากหลายต่างเดินไปในทางเดียวกัน หากเจ้าหน้าที่เห็นนักเรียนพวกเขาก็จะช่วยแนะนำทางไปโรงเรียนทันที 

โรงเรียนยามะมิทสึเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีนักเรียนเข้าศึกษาน้อย แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนนักเรียนสอบเข้าที่มารออยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนก็มีมากพอสมควร 

ทุกคนต่างก็พูดคุยกับเพื่อนที่รู้จักกันดี พวกเขาเหมือนจะคุยเกี่ยวกับการเรียนหรือระบายความตื่นเต้นของตัวเอง 

ผมไม่มีเพื่อน มีแค่โยตะคนเดียวที่พอเรียกว่าเป็นเพื่อนได้ แต่ไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นเลยสักคน 

ผมแสร้งทำเป็นเช็กคำศัพท์เพื่อให้กลมกลืนกับกลุ่มนักเรียนสอบเข้า 

“เดี๋ยวก่อนเธอ! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” 

ผมได้ยินเสียงสูงของผู้หญิงที่เหมือนจะเคยได้ยินมาก่อน จนเมื่อถูกตีเพียะเข้าที่หลัง ถึงได้เข้าใจว่าเสียงนั่นพูดกับผมอยู่ 

“เธอคือ...” 

เธอใส่ชุดกะลาสี ผมสีดำตัดสั้นระดับหู ดวงตาเป็นประกายแจ่มใส คนๆ นั้นคือคนที่ผมพบในวันที่ออกเดินทางในฤดูร้อน อาซามิ ซังโกะนั่นเอง 

“หุ่นยนต์คุง หรือว่าเธอก็มาสอบเข้าโรงเรียนนี้เหมือนกันงั้นเหรอ” 

ผู้หญิงคนนี้รู้ว่าผมเป็นหุ่นยนต์ เธอเคยบอกว่าจะไม่บอกใคร แต่นี่กลับพูดออกมาโต้งๆ หน้าตาเฉย 

“ช่วยหยุดพูดเรื่องหุ่นยนต์อะไรนั่นที่เถอะ...เข้าใจใช่ไหม” 

“โทษทีๆ แล้วสรุปว่า?” 

“ใช่ ผมมาสอบเข้าโรงเรียนนี้นั่นล่ะ” 

“จริงเหรอ ฉันก็เหมือนกัน ดีใจจังที่มีเธอด้วย” 

การขยับปากเล็กๆ ของซังโกะซ้อนทับกับภาพของโคซุเอะ ทั้งที่ไม่มีส่วนไหนเหมือนกันเลย แต่ก็ยังทำให้นึกถึงได้ 

“เรื่องตอนนั้น ขอโทษที่ไม่ได้ตอบแทนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย” 

“แหงล่ะ ทั้งที่ให้เบอร์ไปแล้วแท้ๆ แต่หุ่นยนต์คุงก็ไม่ติดต่อมาเลยนี่นา” 

ต่างฝ่ายต่างให้เบอร์ติดต่อกันและกันไป แต่สุดท้ายจนถึงวันนี้ผมก็ไม่ได้ติดต่อไปหาเธอเลย 

“ขอร้องล่ะช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักทีเถอะ ผมชื่อเทซากิ เรย์” 

“ชื่อเรย์คุงนี่เอง คันจิเขียนยังไงเหรอ” 

“คันจิของเลขศูนย์น่ะ” 

“เข้าใจล่ะ ว่าแต่ว่า...เรย์คุงเนี่ย เป็นหุ่นยนต์จริงๆ เหรอ” 

ซังโกะโน้มตัวเข้าหาผม ชั่วขณะหนึ่งที่รู้สึกว่ามันมีอะไรขาดหายไป ก่อนจะรู้สึกตัวหลังจากนั้นว่ามันคือสัมผัสที่เคยรู้สึกจากหน้าอกของโคซุเอะนั่นเอง ถึงจะอยู่ในระยะใกล้ขนาดนี้ หน้าอกของซังโกะก็ยังไม่โดนตัวผม 

ถ้าพูดกลบเกลื่อนไปตอนนี้มีความเป็นไปได้ห้าสิบห้าสิบที่ซังโกะจะคิดว่าผมไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่ก็ประเมินได้ว่าถ้าผมพูดความจริงแค่ครึ่งๆ กลางๆ จะมีโอกาสสูงที่ข้อมูลจะรั่วไหลสู่คนหมู่มาก เพราะฉะนั้นให้ซังโกะรู้ความจริงส่วนหนึ่งไว้อาจจะดีกว่า 

“ใช่ ผมเป็นหุ่นยนต์ที่กำลังขับเคลื่อนเพื่อทำให้ทุกคนมีความสุขไงล่ะ” 

ซังโกะเบิกตาโตอย่างตกใจ พลางถามว่า “ทำให้ทุกคนมีความสุขเหรอ” 

“ตามนั้นล่ะ หุ่นยนต์น่ะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ผู้คนมีความสุข” 

ซังโกะหลุบตาลงเล็กน้อย ดูเหมือนคิดอะไรบางอย่าง จากนั้นซังโกะก็เงยหน้าขึ้นมาทันที เธอมองตรงมาที่ตาผม 

“แล้วเธอ ไม่ต้องมีความสุขก็ได้เหรอ” 

“เอ๊ะ...” 

ลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง 

ผู้หญิงคนนี้ คิดเรื่องความสุขของหุ่นยนต์อยู่งั้นเหรอ 

ผมและซังโกะมองตากัน แต่แล้วเจ้าหน้าที่ก็ประกาศให้ผู้เข้าสอบเข้าไปในอาคาร ทั้งผมทั้งซังโกะจึงเข้าไปในตัวอาคารเรียน 

“ดูเหมือนฉันจะต้องสอบที่ห้องนี้ล่ะ” 

“มาพยายามสอบผ่านไปด้วยกันนะ” 

“อื้ม ฉันพอมั่นใจอยู่ เรย์คุง ต้องสอบผ่านให้ได้นะ ต้องผ่านแน่” 

ผมแยกกับซังโกะเข้าไปในห้องสอบ ก่อนนั่งลงตรงที่นั่งตามเลขในใบเข้าสอบ 

รู้สึกว่ามีเด็กที่เหมือนแยงกี้*อยู่เยอะเหมือนกัน มีผู้ชายที่มาเข้าสอบทั้งผมสีทอง เขาเตะกำแพงแล้วกลับออกไปตอนที่ถูกกรรมการคุมสอบไล่ออกจากห้อง 

ผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับนักเรียนประเภทนั้นเลย แต่นั่นค่อยเป็นเรื่องหลังจากสอบเสร็จ 

กระดาษคำถามวิชาคณิตศาสตร์ถูกแจก พร้อมกับสัญญาณว่าเริ่มทำข้อสอบได้ 

[เริ่มการเก็บข้อมูล] 

ขั้นตอนแรกคือเช็กคำถามผ่านๆ คำนวณหาคำตอบทั้งหมดแล้วค่อยเขียนลงไปในกระดาษคำตอบ 

เมื่อเขียนคำตอบทั้งหมดลงไปเรียบร้อย ผมก็ตรวจทานตั้งแต่บนลงล่างซ้ำหลายครั้ง 

เท่านี้คงจะได้คะแนนเต็ม ไม่พลาดสักข้ออย่างแน่นอน 

หลังจากนั้นผมก็ทำแบบเดียวกันกับวิชาอื่นๆ จนบ่ายสามโมงก็สิ้นสุดการสอบทุกวิชา ช่วงใกล้จะหมดเวลา ผมคิดถึงสายตาจริงจังและคำพูดของซังโกะ 

ความสุขของหุ่นยนต์ คืออะไรกันนะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น