สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 354

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2562 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16
แบบอักษร

“โรงแรมไม่ได้โทร.ปลุกคุณตอนหกโมงเช้าเหรอ” รินรดาถาม เมื่อเห็นคนเจ็บเจ้าของห้องยืนอยู่ตรงหน้าทั้งที่ยังสวมชุดนอน ! 

“ปลุก” ชนวีร์หาวหวอด หน้าตาสลึมสลือ “แต่คนมันง่วงนี่นา ทำไงได้” 

คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวเป็นกังวล “คุณมีไข้หรือเปล่าเนี่ย” 

ชนวีร์ยกหลังมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเองอยู่นาน ก่อนจะบอกว่า  

“ไม่รู้สิ”  

รินรดากำลังกังวลจึงไม่ทันระวังตัวเมื่อเขาคว้ามือเธอไปแปะที่หน้าผากตัวเอง  

ถามพร้อมกับตีหน้าซื่อ “คุณว่าร้อนไหมล่ะ” 

หญิงสาวแทบกรี๊ด ตัวเขาร้อนหรือเปล่าเธอไม่รู้หรอก แต่ที่ร้อนแน่ ๆ คือหน้าของเธอต่างหาก ! 

นักโฆษณาสาวกระตุกมือออกโดยแรง ถลึงตาใส่ชายหนุ่มและประณามด้วยน้ำเสียงโหด “ทะลึ่ง ! ฉวยโอกาส” 

คนเจ็บตีหน้าซื่อทำตาใสบ้องแบ๊ว “อ้าว ก็ผมจับแล้วไม่รู้ว่ามันร้อนหรือเปล่านี่”  

รินรดาพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ แต่จอมกวนประสาทก็รู้ทัน เขาแกล้งส่งเสียงนับมั่ว ๆ ขึ้นมารบกวนเธอ “แปด ห้า สอง หก เจ็ด...” 

และนั่นทำให้ปรอทความอดทนของรินรดาแตกโพละ ! 

“คุณชนวีร์ ! ” เธอแผดเสียงสนั่น 

ชนวีร์หัวเราะลั่นเห็นได้ชัดว่าเขา ‘สนุก’ กับการแหย่เธอแค่ไหน ! เขาดึงประตูเปิดค้างไว้แล้วบอกสีหน้ารื่นเริง  

“เข้ามาก่อนสิ ขอเวลาผมแต่งตัวแป๊บเดียวเอง” 

ชายหนุ่มลากเก้าอี้โซฟาไปวางตรงกับประตูห้องให้หญิงสาวนั่งรออย่างรู้ใจ เดาได้ว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้เธอคงยืนคอยที่หน้าประตูเป็นแน่ ! 

ชนวีร์หยิบเครื่องแต่งกายจากตู้เสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ เมื่อประตูปิดสนิทรอยยิ้มก็จางลง ชายหนุ่มมองมือตัวเอง ปล่อยความคิดย้อนไปถึงฝ่ามืออบอุ่นที่แตะอยู่บนหน้าผากเขาเมื่อครู่ ความผิดหวังอวลกรุ่นอยู่ในอารมณ์  

ตอนจับมือเธอเมื่อกี้ ทำไมถึงไม่รู้สึกอบอุ่นเหมือนในความฝัน ทำไมสัมผัสของเธอจึงเปลี่ยนไปจากวันที่แตะมือกันตอนเดินกลับมาโรงแรมวันนั้น... 

ชายหนุ่มลูบหน้าแรงพลางปลอบใจตัวเอง คงเพราะเบลอที่เพิ่งตื่นนอน ประสาทสัมผัสของเขาจึงยังไม่พร้อมทำงาน ! 

 

หลังจากดูแลชนวีร์มาสองวันเต็ม พยาบาลจำเป็นจึงเริ่มจับหลักในการถอดและสวมแผ่นพยุงแขนได้แล้ว มือขาวบางลากเชือกอ้อมลำตัวคนเจ็บมาตวัดพันได้คล่องแคล่วรวดเร็วขึ้น 

หญิงสาวตั้งใจทำหน้าที่ของตน ทว่าในใจกลับนึกย้อนไปถึงวันที่เขาประสบเหตุ ความจริงที่เพิ่งค้นพบว่าชนวีร์คือผู้ชายในฝันทำให้รินรดาค่อนข้างมั่นใจ ว่าภาพที่เธอเห็นตอนเขาหกล้ม น่าจะเป็นเรื่องที่เธอเคยฝันถึงมาก่อน แต่ก็ลืมมันไปแล้ว จนได้ไปอยู่ในสถานที่จริง จึงกระตุ้นให้เธอนึกเหตุการณ์นั้นอย่างไม่คาดฝัน 

ก็คิดอยู่แล้วว่าเธอไม่เคยมีลางบอกเหตุ จู่ ๆ จะเกิดมีสัมผัสที่หกขึ้นมาได้อย่างไร มิน่า...ภาพที่เห็นถึงได้ชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราวมีที่มาที่ไปราวกับมหากาพย์ปานนั้น ! 

เนื่องจากวันนี้คณะทัวร์จะย้ายโรงแรมแล้ว ลูกทัวร์จึงต้องวางกระเป๋าเดินทางไว้หน้าห้องตามเวลาที่กำหนด เพื่อให้พนักงานมาขนกระเป๋าไปเรียงขึ้นรถรอไว้ก่อน 

รินรดานั่งมองสภาพห้องชายหนุ่มอยู่ชั่วขณะ เธอดูนาฬิกาเห็นว่าใกล้เวลาที่เบลล์บอยจะมาเก็บกระเป๋าเต็มที จึงตัดสินใจหยิบชุดนอนที่ชนวีร์เพิ่งพาดไว้ปลายเตียงมาพับวางข้างกระเป๋าเดินทาง เพื่อให้เขาเก็บกระเป๋าได้เร็วขึ้น จากนั้นก็เหลียวไปรอบ ๆ ดูว่าพอจะช่วยหยิบจับอะไรได้อีก 

ชนวีร์ทอดตามองกิริยาของหญิงสาวด้วยความรู้สึกอันอธิบายไม่ถูก ความผิดหวังจาง ๆ ยังกรุ่นอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ใกล้ ๆ ช่วยบรรเทาอาการแห้งโหยในใจให้บางเบาลงได้ทีละน้อย 

เขาเก็บของและกดสลักปิดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย พลางหยิบสายไนลอนเส้นยาวขึ้นมาเตรียมรัดรอบกระเป๋า  

“ฉันทำให้ดีกว่า” หญิงสาวดึงสายรัดที่หน้าตาคล้ายเข็มขัดจากมือเขาไปคาดทับกระเป๋าเดินทางเพื่อป้องกันคนแอบเปิดรื้อค้น เธอกดสลักเข้าที่ จากนั้นจึงล้างรหัสล็อกกระเป๋าให้ชายหนุ่มอย่างทะมัดทะแมง 

ชนวีร์เคยเจอแต่ผู้หญิงกรีดกราย คอยให้คนรอบตัวบริการรองมือรองเท้า เมื่อได้เจอผู้ที่เคยชินกับการดูแลตัวเองเช่นนี้ ชายหนุ่มจึงเผลอจัดวางที่ทางให้เธอพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ 

เมื่อรินรดาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง จึงเห็นแววชื่นชมจาง ๆ จากดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นที่มองเธออยู่ไม่วางตา 

“มองอะไร” หญิงสาวปิดบังอาการหน้าร้อนผ่าวด้วยการเท้าสะเอว ถลึงตาใส่ 

เขาเริ่มคุ้นชินกับท่าทางขี้วีนของเธอแล้ว แทนที่จะกังวลชายหนุ่มจึงกลับนึกขันแทน คนมั่นใจนี่...เวลาเขินแล้วน่ารักดีวุ้ย !            

“ก็ดูให้แน่ใจว่าคุณรัดสายนั่นถูกต้องหรือเปล่า เกิดคุณทำของผมพังขึ้นมาจะว่ายังไง ราคาไม่ได้ถูก ๆ หรอกนะ” เขาก่อกวนด้วยความเคยชิน ความข้องใจเรื่องสัมผัสที่แปรเปลี่ยนของเธอมลายหายไปไหนแล้วก็สุดรู้ 

“ถึงทำพัง ฉันก็มีปัญญาซื้อใช้คืนคุณหรอกย่ะ” รินรดาตอกกลับด้วยความหมั่นไส้ 

“อย่าดุซี่ ผมกลัวแล้วคร้าบ-บ-บ” ชนวีร์ลากเสียง         

หญิงสาวย่นจมูก ตวัดค้อนใส่อย่างไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่านั้น รู้ทั้งรู้ว่าเขาแหย่ แต่เธอก็ดันลืมตัวของขึ้นตามเกมเขาไปทุกที ! 

รินรดาส่ายศีรษะระอา เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น เมื่อมองไปยังประตูที่เปิดกว้างค้างไว้ ก็เห็นพนักงานโรงแรมคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือช่อดอกลิลลี่ทรงกรวยสูงตัดปากเฉียง กลีบดอกขาวสะอาดขับก้านสีเขียวสดให้เด่นยิ่งขึ้น 

แค่เห็นจากไกล ๆ หญิงสาวก็ร้องอุทาน “คุณนี่ท่าจะบ้าไปแล้ว” 

ชนวีร์หยิบเงินออกไปส่งให้พนักงาน แล้วอุ้มช่อดอกไม้กลับมาวางใส่อ้อมแขนหญิงสาวพร้อมกับทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ “คอลล่าครับผม” 

รินรดาส่ายหน้า เจ้าของห้องจึงเลิกคิ้วแทนคำถาม  

“จะต้องให้บอกอีกกี่ครั้ง ว่าฉันไม่ชอบ” 

“แล้วต้องให้บอกอีกกี่หน ว่าผมจะเปลี่ยนดอกไม้ไปจนกว่าคุณจะรู้ตัวว่าชอบดอกอะไร” 

 ชนวีร์ดึงดอกคอลล่าก้านหนึ่งส่งให้เธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ  

หญิงสาวเห็นสายตาขอร้องแกมบังคับของเขาแล้วก็ถอนใจยาว มือเรียวบางจำต้องยื่นไปรับดอกไม้มาเสียบใส่กระเป๋าเหมือนเมื่อวานเพื่อเป็นการประหยัดเวลา เพราะไม่อย่างนั้นคงได้เถียงกันไม่จบไม่สิ้น และท้ายที่สุดเธอก็ต้องทำตามความต้องการของเขาอยู่ดี ! 

   

ระหว่างรอสินเช็กเอ๊าต์ ลูกทัวร์ก็มารวมตัวจับกลุ่มคุยกันที่ล็อบบี้โรงแรม เมื่อภรรยาอาจารย์เสน่ห์แยกจากกลุ่มจะกลับไปหาสามี รินรดาก็รีบขอตัวจากบรรดาป้า ๆ วิ่งตามพจนาไปอย่างรวดเร็ว 

“พี่เจี๊ยบขา...ขออนุญาตค่ะ เมื่อวานหลิวยังไม่ได้นามบัตรพี่เจี๊ยบเลย ไม่ทราบว่ารบกวนเกินไปหรือเปล่า ถ้าหลิวจะขอนามบัตรของพี่เจี๊ยบด้วยน่ะค่ะ” รินรดาออกตัว 

“ได้สิคะ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกเลยนะคะน้องหลิว” พจนาส่งนามบัตรให้เธอ จากนั้นพิจารณาเครื่องแต่งกายของนักโฆษณาสาวแล้วออกปาก “พี่ละชอบน้องหลิวแต่งตัวจัง ใช้เครื่องประดับน้อย ๆ ดูเรียบง่าย แต่ก็สวยทันสมัย เด็ก ๆ ที่กรมฯ บอกกันเรื่อยละค่ะ ว่าชอบประชุมกับสาว ๆ ที่บริษัทฯ เก่าของน้องหลิว เพราะว่าแต่งตัวเก๋น่ามองกันทั้งนั้น” 

เห็นคู่สนทนาเกริ่นถึงอดีตเพื่อนร่วมงาน รินรดาจึงผสมโรงถามไถ่ความเป็นไปของลูกน้องพจนาบ้างตามประสาคนเคยรู้จักกัน โดยไล่เรียงไปเรื่อยจนมาถึง... 

“แล้วธนาล่ะคะพี่เจี๊ยบ สบายดีหรือเปล่า ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ”  

พจนาอึ้งไปชั่วครู่ ด้วยความคาดไม่ถึงว่ารินรดาจะถามถึงธนา 

หญิงผู้สูงวัยกว่านึกถึงเจ้าของชื่อ ถ้าเด็กหนุ่มคนนั้นรู้ว่ารินรดาถามถึงก็คงดีใจเช่นกัน... 

สองปีที่แล้ว ธนาซึ่งเพิ่งสอบบรรจุเข้ามาที่กรมฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานกับบริษัทโฆษณาที่รินรดาทำงานอยู่ เพียงร่วมงานกับหญิงสาวพักใหญ่ เด็กหนุ่มก็หลงรักสาวรุ่นพี่คนนี้เข้าเต็มเปา  

ตอนที่รินรดาควงหม่อมหลวงหนุ่มมาแจกการ์ด ธนาอกหักยับเยินแต่ก็ฝืนแสดงความยินดีด้วยน้ำใจสุภาพบุรุษ เรื่องคงจบลงแค่นั้น ถ้าหญิงสาวจะไม่มาแจ้งยกเลิกงานแต่ง ก่อนวันงานแค่ไม่กี่อาทิตย์ 

การประกาศครั้งหลังทำให้ธนาโกรธจัด ถึงขนาดบุกไปทำร้ายกานนจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต ร้อนถึงเธอซึ่งเป็นหัวหน้าต้องวิ่งเต้นประกันตัวเป็นโกลาหล  

ขนาดอยู่นอกเหตุการณ์ เธอยังจำเรื่องราวได้แม่นยำขนาดนี้ แล้วคนที่เป็นต้นเหตุเอง มีหรือจะลืมรายละเอียดลงได้  

พจนานึกเห็นใจหญิงสาวตรงหน้า น้ำเสียงที่ตอบคำถามจึงพยายามทำให้ฟังดูสบาย ๆ เพื่อให้คนฟังเบาใจไปด้วย 

“เขาสบายดีค่ะ ตัวอ้วนกลมจนถ้าน้องหลิวไปเจอตอนนี้คงจำไม่ได้แน่ นี่ก็เพิ่งเปรยให้ฟัง ว่าเดือนหน้าจะพาแฟนไปให้ที่บ้านรู้จัก สงสัยคงอยากแต่งงานเต็มทีแล้ว” 

รินรดารับฟังข่าวนั้นด้วยความโล่งใจ เพียงนึกภาพหนุ่มเหนือผิวขาวหน้าใสที่ตอนนี้ตัวอ้วนกลมอย่างที่พจนาบอก ดวงหน้าหญิงสาวก็มีรอยยิ้มบาง ๆ วางไว้ 

โชคดีที่ครั้งนั้นกานนไม่เอาเรื่องธนา เพราะถ้าเขายืนกรานดำเนินคดี เด็กหนุ่มคงหมดอนาคตในหน้าที่การงานไปแล้ว และเธอเองก็คงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง ในฐานะที่เป็นสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด 

พจนาบีบมือหญิงสาวเบา ๆ ดุจรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่  

“เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วด้วยดี อย่าไปคิดถึงมันให้หดหู่เลยค่ะน้องหลิว อะไรที่เราตัดสินใจไปแล้ว มันจะดีเสมอ จริงไหมคะ” 

นักโฆษณาสาวพยักหน้า แรงบีบที่มือทำให้เธออุ่นใจยิ่งขึ้น เมื่อรับรู้ว่ายังมีคนที่ ‘เข้าใจ’ เธอจริง ๆ หลงเหลืออยู่บ้าง  

“หลิวก็พยายามบอกตัวเองอย่างนั้นอยู่บ่อย ๆ เหมือนกันค่ะ บางครั้งพอคิดย้อนกลับไป หลิวเองยังอดสงสัยไม่ได้เลยว่าตัวเองผ่านตอนที่แย่ที่สุดมาได้ยังไง” 

ภรรยาอาจารย์เสน่ห์ยิ้มให้กำลังใจ “คนบางคนก็ผ่านเข้ามาเพื่อที่จะผ่านออกไปเท่านั้น ไม่มีค่าพอให้เราเอามาเป็นอารมณ์หรอก แต่หลิวก็อย่ากลัวเจ็บจนไม่กล้าเปิดโอกาสให้ใครอีกนะคะ เพราะอาจมีคนที่เขารอโอกาสจากเราอยู่ก็ได้” 

“ขอบคุณค่ะพี่เจี๊ยบ” รินรดายิ้มรับความปรารถนาดีของสตรีสูงวัยกว่า กระทั่งคู่สนทนาชวนคุยเรื่องอื่น หญิงสาวจึงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอแทบกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลาขณะที่พูดถึง ‘เรื่องนั้น’ ! 

 

ระหว่างเดินทางเข้าสู่เมืองซูโจว ท้องฟ้ามืดครึ้มไปตลอด และหิมะก็ตกลงมาอีกครั้ง ทางการจีนจึงทยอยไล่รถลงจากทางด่วนให้ไปวิ่งบนถนนเล็กที่ควบคุมความเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  

ชนวีร์ยื่นหน้าไปทางริมหน้าต่าง ดูถนนหนทางที่สกปรกแล้วเปรย “ตอนหิมะตกใหม่ ๆ มันขาวสะอาดสะท้อนแดดวิบวับ ใครจะเชื่อว่าแค่ไม่นานมันจะมอมแมมจนจำสภาพตอนแรกไม่ได้ขนาดนี้”  

รินรดาใช้มือหนึ่งยันไหล่เขาออกห่าง ให้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟเจือจางจากความรับรู้ของเธออีกนิด 

ตาบ้า ! ชักจะให้ท่าจนน่าเกลียดนะ  

ชนวีร์มองเธอด้วยแววตาสงสัย “ผลักผมทำไม”  

หญิงสาวหมั่นไส้ยิ่งขึ้น สะบัดเสียงตอบ 

“รำคาญ ทำไมต้องมาใกล้ ๆ ด้วย ชี้เอาก็ได้ ฉันไม่ได้ตาสั้นนะยะ” 

“ไม่ได้กลัวคุณไม่เห็น ผมกลัวตัวเองไม่เห็นต่างหาก” เขาเถียง 

“จะยังไงก็เหอะ ถอยไปห่าง ๆ ฉันอึดอัด” 

“ผมไม่เห็นอึดอัดเลย” ชนวีร์พ้อ 

“จะถอยออกไปเองดี ๆ ไหม” คนโหดทำเสียงแข็ง ชูกำปั้นขู่ 

ชายหนุ่มหน้างอ ยอมถอยห่างแต่โดยดี แต่ปากกลับบ่นกระปอดกระแปดเป็นหมีกินผึ้ง  

แม่เสือสาวจึงดึงซองขนมเซียงจาออกมาส่งให้ชายหนุ่ม “กินขนมซะ ปากคุณจะได้ไม่ว่าง แล้วก็เลิกบ่นซะที ! ” 

ชนวีร์หยิบขนมใส่ปากเคี้ยวด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย 

“หลิวรู้ใจจัง รู้ได้ไงว่าผมกำลังอยากกินพอดี” เขาทำหน้ากรุ้มกริ่ม  

รินรดาอดไม่ได้จึงทุบแขนข้างที่ใช้การได้ของเขาอั้กใหญ่ 

ชนวีร์สะดุ้งโหยง ขนมร่วงลงในคอจนสำลัก  

นักเลงโตตกใจรีบดึงขวดน้ำจากกระเป๋าของเก้าอี้ตัวหน้ามาส่งให้คนเจ็บ  

“โทษที ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”  

ชายหนุ่มรับน้ำมาดื่มอึกใหญ่เพื่อให้ทุเลา ครั้นลดขวดลงเขาก็ทำหน้าซื่อตาใสบอกเธอ  

“ฮื้อ...อะไรที่หลิวส่งให้นี่ มันหวานไปหมดจริง ๆ เลยนะ” 

พยาบาลจำเป็นจิกตาใส่ชายหนุ่ม ครั้นเห็นหน้าทะเล้นแป้นแล้นของคนข้าง ๆ สองนิ้วของเธอก็หยิกท้องแขนของเขาแรง ๆ 

“ไปปากหวานแบบนี้ไปไกล ๆ เลยไป ! ” 

ชนวีร์หัวเราะร่วนจนทำให้ภูมิซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าแปลกใจ เขาสะกิดบอกภรรยา “ตั้งแต่เริ่มทริปนี้ ผมว่าพี่วีร์หัวเราะเยอะกว่าที่เคยหัวเราะมาทั้งเดือนที่แล้วซะอีก”   

แพรพลอยเอนไปกระซิบตอบบางอย่างกับสามี แล้วก็ขำคิกคักกันสองคน 

ชนวีร์เห็นท่าทางลับลมคมในนั้นจากช่องว่างเล็ก ๆ ของเก้าอี้ จึงดันที่นั่งข้างหน้าแรง ๆ “ขำอะไรกันนักหนา แอบนินทาพี่ชายกันหรือไง” 

เมื่อพี่ชายเริ่มก่อน ภูมิจึงแซวกลับมา “อย่าหัวเราะเยอะนักนะพี่วีร์ เดี๋ยวเดือนหน้าไม่มีโควต้าเหลือให้หัวเราะ แล้วจะหาว่าผมไม่เตือน”  

“ทำเป็นเตือนฉัน นายสองคนก็เหมือนกันน่ะ อย่ารีบหวานกันหมดนะเว้ย เดี๋ยวแก่แล้วจะไม่มีโควต้าเหลือให้หวาน” ชนวีร์โต้กลับ เป็นผลให้สองสามีภรรยายิ่งหัวเราะหนักขึ้น ก่อนหันไปกระซิบกระซาบกันเองอีกครั้ง 

ชายหนุ่มส่ายหน้า หันไปพึมพำให้รินรดาได้ยินเพียงคนเดียว “ก่อนเจอยายพลอย ไม่ปากดีอย่างนี้หรอก เจ้าภูมินี่ถูกเมียตามใจจนเสียนิสัยไปหมด” 

ดวงตาเรียวของหญิงสาวเบิกกว้าง อดไม่ได้ที่จะเหน็บ ‘คนมารยาทงามเป็นเลิศ’  

“ตัวเองนิสัยดีแย่ละ ไปว่าคุณภูมิเขา”  

“ใช่ซิ...ผมน่ะมันคนไม่มีมารยาท เมื่อเช้าก็เลยได้ยินคนคุยกัน เรื่องอะไรผ่านไปผ่านมาก็ไม่รู้” คงเพราะเจ็บแต่แขน เขาเลยยังปากดีแหย่เธอได้เรื่อย ๆ 

หญิงสาวชะงัก หันไปเขม้นมองชายหนุ่ม พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณได้ยินอะไร” 

ชนวีร์ตีหน้าซื่อ “ก็คุณกับแฟนอาจารย์เสน่ห์คุยอะไรกัน ผมก็ได้ยินอันนั้นแหละ แต่ฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลย คุยเข้าใจกันเองแค่สองคน ผมก็อยากรู้บ้างเหมือนกันนะ เล่าให้ผมฟังมั่งสิ” ชายหนุ่มโมเมดื้อ ๆ 

รินรดานิ่งตริตรองอยู่นาน คนที่จำเหตุการณ์นั้นได้มีเกือบครึ่งเมืองละมั้ง ถ้าผู้ชายคนนี้จะรู้เข้าอีกคน มันคงไม่ทำให้เธอเสียหน้ามากไปกว่าเดิมสักเท่าไหร่หรอก ดีเสียอีกเรื่องที่ได้รู้ อาจทำให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าควรเซ้าซี้วุ่นวายกับ คนมีอดีต อย่างเธออยู่ต่อไปอีกหรือเปล่า 

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

 

อีบุ๊กภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu 

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh 

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z 

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

 

 

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น