Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 15 แขกที่มาเยือนและเปิดตัวอาจารย์

ชื่อตอน : EP : 15 แขกที่มาเยือนและเปิดตัวอาจารย์

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 666

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2562 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 15 แขกที่มาเยือนและเปิดตัวอาจารย์
แบบอักษร

 

 

EP : 15 แขกที่มาเยือนและเปิดตัวอาจารย์ 

 

 

 

 

 

“พวกเจ้ามีอะไรก็พูดมา” ทันทีที่เข้ามาในห้องประชุมทุกคนต่างมีสีหน้าอยากจะพูดแต่ก็ไม่พากันพูด นั้นจึงเป็นเหตุให้หรงจินเฉินที่ตอนนี้เบื่อมาก เลยต้องถาม คิดจะยกเรื่องนั้นมาพูดสินะ หึ

“พวกข้าเพียงเห็นว่าคุณหนูหรงซู่จินกับคุณชายกงกุ้ยเสี่ยวชอบพอกันก็เลยอยากจะให้ทั้งสองสมหวังของนะขอรับ” หรงซู่จินที่ยามนี้นั่งข้างซ้ายข้างท่านพ่อของเธอได้แต่ยิ้มเยาะในใจ ไหนบอกว่าจะจับคู่เธอกับกงกงเสี่ยวไม่ใช่หรือ หึ คนเดียวที่รู้เรื่องนี้ จะเป็นใครไปได้เหล่า นอกจากหรงอี้จิน เมื่อหมากเดินไปตามที่นางต้องการ แก้แค้นชิงชิงและถังฟู่ให้สาสมกับสิ่งที่สองคนนี้ทำกับเธอไม่อย่างเจ็บปวด เธอจะแก้แค้นจนกว่าจะพอใจเธอถึงจะยอมปล่อยไป

“อืม เจ้าคิดว่าอย่างนั้นหรือ” หรงจินเฉินมองผู้อาวุโสที่สิบนิ่งพร้อมกับถามขึ้นสีหน้าไม่บ่งบอกว่าตอนนี้คิดสิ่งอยู่กันแน่ ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสต่างพากันเดาทางไม่ถูก

 “จริงหรือซู่เออร์ พ่อไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าลูกชอบพอกับกุ้ยเสี่ยว พ่อก็นึกว่าลูกคบหาดูใจกับฉางโจเสียอีก” เมื่อไม่มีใครเอ่ยขึ้นหรงจินเฉินก็หันไปถามลูกสาวตัวน้อยของเขา ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็พากันลืมเรื่องของฉางโจคนรักของคุณหนูไร้ประโยชน์เสียได้ แล้วทีนี้พวกเขาจะตอบยังไงละเนี่ย พวกเขารึอุตส่าห์วางแผนมาดิบดี จะมาจบแบบนี้ไม่ได้

“เอ่อ ลูกกับฉางโจเลิกกันแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินก้มหน้างุดก่อนจะพูดขึ้นพอพวกผู้อาวุโสได้ยินแบบนั้นก็ว่ากันยิ้มในใจ โอกาสมาแล้ว

“เจ้าชอบกงกุ้ยเสี่ยวหรือ” หรงจินเฉินถามเสียงเรียบนิ่งแต่ก็มีความอ่อนโยนจนทุกคนสัมผัสได้ ทำให้ทุกกคนนอกจากหวางชู เชื่อว่า ถ้าเป็นกงกุ้ยเสี่ยวก็พอจะมีโอกาสอยู่บ้าง

“เอ่อ คือว่าลูก…” หรงซู่จินอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดใบหน้าแดง แกล้งทำทั้งนั้น ทำให้หรงอี้จินเป็นคนพูดขึ้นมาแทนอย่างอยากจะช่วย

“ซู่เออร์กับพี่กุ้ยเสี่ยวเขาชอบกันเจ้าค่ะท่านพ่อ เพียงแต่ซู่เออร์กลัวท่านพ่อจะไม่ชอบใจเลยไม่บอกออกไปเจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดจบก็กันไปหรงซู่จินแล้วยิ้มอย่างให้กำลังใจผู้เป็นน้อง

“ถ้าเจ้าชอบพ่อก็ไม่ห้าม แต่ว่าให้ดูๆ กันไปก่อน เรื่องแต่งงานออกเรือนนั้นพ่อยังไม่ให้ลูกตอนนี้รอให้พี่ลูกออกก่อนลูกถึงจะออกได้” หรงจินเฉินพูดตามที่เคยนัดแนะกับลูกสาวผู้น่ารักของเอาไว้ก่อนหน้านี้ แถมยังพูดแต่งเพิ่มอีกนิดหน่อย

เพื่อไม่ให้พวกผู้อาวุโสมันฉวยโอกาสที่มันจะกำจัดลูกสาวของเขาออกจากตระกูลไปตอนนี้ และต้องสร้างเงื่อนไขแบบนี้ขึ้นมาเพื่อกันเอาไว้ นั้นเป็นการบอกไว้เอาว่า ถ้าหรงอี้จินนั้นไม่แต่งงานมีหรือหรงซู่จินจะแต่งงานออกเรือนไปได้

“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดทั้งๆ ที่ยังกุมหน้าเหมือนเดิมทำให้ทุกคนคิดว่าหรงซู่จินนั้นคงอายที่เพิ่งเลิกกับคนรักมาก็ไปชอบชายอื่นเสียแล้ว

“งั้นก็เอาตามนี้ จะยังไม่มีใครแต่งงานออกเรือนไปไหนทั้งนั้น ไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้าย” หรงจินเฉินพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้น หรงซู่จินก็รีบลุกตามไปอย่างรวดเร็วตามด้วยหรงอี้จินที่ตามออกมาเพราะคิดว่าจะไปหาหวางชูสักหน่อย แต่ดูเหมือนมีแขกที่เข้ามาในตระกูลหรงเสียแล้วสิ

“ขออภัยท่านอาจินเฉินพอดีข้าเพิ่งกลับมาจากสำนักแล้วพอดีข้ามีสหายมาด้วย ต้องขออภัยที่มาโดยไม่บอกกล่าวพอดีข้ามาหา…” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มผู้มาใหม่จะเอ่ยจบหรงซู่จินที่เห็นว่าวันนี้มันช่างบังเอิญเสียจริงๆ ก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ ก่อนจะพูดขึ้น

“พี่กุ้ยเสี่ยวมาหาข้าหรือ”

“อะ เอ่อ ใช่ๆ พี่มาเจ้านั้นแหละ” แม้ว่ากงกุ้ยเสี่ยวจะตั้งใจมาหาหรงอี้จินแต่เพราะไม่รู้จะพูดบอกหรงจินเฉินยังไงดี เพราะรู้ว่าหรงจินเฉินนั้นหวงลูกสาวตัวเองขนาดไหน แต่ถ้ารู้เรื่องของพวกเขาขึ้นมาแล้วละก็คงเกิดเรื่องแน่ๆ

“งั้น ก็ไปที่เรือนข้ากัน เอ๊ะ นั้น พวกเขาเป็นสหายของพี่กุ้ยเสี่ยวหรือเจ้าค่ะ” แม้หรงซู่จินจะดีใจที่เหยื่อกินเบ็ด แต่ก็ดีใจได้ไม่นานเมื่อเห็นว่าสหายของกงกุ้ยเสี่ยวนั้นเป็นใคร ซวยแล้วไง เธอลืมคนพวกนี้ไปได้ยังไงเนี่ย

“ใช่แล้ว นี่เยี่ยเฟิงเยี่ยฟงแล้วนั้นก็เยี่ยหยวน” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นหรงซู่จินก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะไม่คิดว่าจะเจอสหายของตัวเองเร็วขนาดนี้ แค่สิ่งที่เธอแปลกใจคือ องค์รัชทายาทที่เธอไม่รู้แม้แต่ชื่อดันมารู้ตอนนี้แถมยังมีอะไรบางอย่างมันแปลก เธอได้กลิ่นไม่ดีเลยจริงๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นเหมือนทำเป็นว่าไม่เคยรู้จักกันและทั้งสามก็ทำแบบเดียวกันกับเธอเหมือนกัน

“ยินดีขอรับ” ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งสามคนสามัคคีกันพูดน้อยจนเธอรู้สึกแปลกใจเลยทีเดียว แต่ก็ไม่แน่สามคนนี้อาจจะไม่อยากเปิดเผยตัวตนเหมือนกันก็เป็นไปได้

“งั้นเชิญพวกท่านไปที่เรือนของข้าก็แล้วกันเจ้าค่ะ พวกท่านเป็นเพื่อนของพี่กุ้ยเสี่ยวก็เหมือนเพื่อของข้าเช่นกัน” หรงซู่จินสรุปเอาเอง

พลางเหลือบสายตาไปมองผู้เป็นพ่ออย่างขออนุญาตก่อนจะเดินจับมือของกงกุ้ยเสี่ยวไปยังเรือนของตัวเอง ทั้งสามพากันมองมือของกงกุ้ยเสี่ยวกับหรงซู่จินจับมือกัน

 ไหนใครบอกว่าหรงซู่จินเลิกกับคนรักแล้วยังไง แล้วนี้อะไร กว่าพวกเขาตามสืบเรื่องของนางจนเจอก็ใช้เวลานานพอดู แถมยังเพิ่งมารู้ว่าสหายสนิทของพวกเขานั้นสนิทกับตระกูลหรงอีกด้วย และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องอ้างว่าอยากมาเที่ยวที่ตระกูลของกงกุ้ยเสี่ยวเพื่อที่จะหาโอกาสมาเจอกับหรงซู่จินของพวกเขา

 

“พี่กุ้ยเสี่ยวท่านจะอยู่ที่ตระกูลนานหรือไม่เจ้าคะ” หรงซู่จินถามพลางริมชาให้กับทั้งหกคน ไม่ผิดหรอก แม้แต่หรงอี้จินก็ตามมาแถมยังมองไปที่เยี่ยหยวนตลอดเวลา

“ก็สักพักเห็นจะได้ ถ้าเจ้าฝึกวรยุทธก็ดีสิ เจ้าจะได้เข้าสำนักกับเข้าบ้าง” กงกุ้ยเสี่ยวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวของหรงซู่จินอย่างเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เพราะเขาชอบเวลาถูกหรงซู่จินอ้อน นั้นก็เป็นเพราะเขามีน้องก็เหมือนไม่มีน้องนั้นแหละ

“ข้าว่าซู่เออร์คงไม่เหมาะหรอกเจ้าค่ะ พี่กุ้ยเสี่ยวขืนเข้าไปในสำนักคงถูกรังแกแน่ๆ เจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดขึ้นเพราะถ้าหรงซู่จินฝึกวรยุทธขึ้นมามันคงจะไม่ดีแน่ เพียงแค่นางไม่ได้ฝึกวรยุทธแต่ก็สามารถหลอมโอสถได้ ถ้าเกิดหรงซู่จินฝึกวรยุทธขึ้นมาจริง แผนการบางอย่างอาจจะถูกเปลี่ยนไปก็ได้

“ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ถ้าพี่กุ้ยเสี่ยวพูดแบบนี้ ข้าก็จะลองฝึกวรยุทธดูบ้างดีกว่าเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับหรงอี้จิน ก่อนจะหันไปมองกงกุ้ยเสี่ยวที่เอาแต่แอบมองหรงอี้จินอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเอาใจกงกุ้ยเสี่ยวแต่อีกสามคนที่ได้แบบนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วว่าหรงซู่จินนั้นระดับลมปราณสูงก็สองคนนี้ด้วยซ้ำ

“เฮ้อ เจ้าคงชอบพี่กุ้ยเสี่ยวมากสินะ ถึงลงทุนทำถึงเพียงนี้” หรงอี้จินแสร้งถอนหายใจพร้อมกับพูดขึ้นอย่างต้องการจะพูดบอกกับทุกคนที่นี่ เพราะแต่ละคนนั้นหล่อเหล่าเอาการมากทีเดียว

โดยเฉพาะเยี่ยหยวนนั้นที่มองมายังหรงซู่จินแอบหนึ่งก่อนจะมองออกไปด้านนอกหน้าต่างเหมือนกับหวางชูไม่มีผิด ท่าทางการวางตัวทั้งสองคล้ายๆ กันหนัก ไม่ว่าจะหวางชูหรือเยี่ยหยวนนางจะไม่ปล่อยใครไปทั้งนั้น

“ข้าก็ต้องชอบพี่กุ้ยเสี่ยวอยู่แล้วสิเจ้าค่ะ พี่กุ้ยเสี่ยวเป็นคนดีสุภาพอบอุ่นมีหญิงใดบ้างที่จะไม่ชอบกันละเจ้าคะ” หรงซู่จินตั้งใจพูดแบบนี้เพราะว่ากงกุ้ยเสี่ยวนั้นจะได้คิดว่าพี่สาวของเธอจะต้องชอบเขาเป็นแน่ หึ

“เจ้านี่ช่างปากหวานจริงเชียว ซู่เออร์” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยชมหรงซู่จินที่มองมุมไหนนางก็น่ารัก แต่เพราะเขานั้นได้ชอบหรงอี้จินไปแล้ว เลยทำให้เขานั้นรักหรงซู่จินเป็นเพียงแค่น้องสาวไม่อานจะเป็นอย่างอื่นไปได้

“แน่นอนเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรับคำชมด้วยรอยยิ้มหวาน พร้อมกับริมน้ำชาให้กับเยี่ยเฟิงที่ดื่มหมดแล้ว สามคนนี้มาแปลกไม่พูดไม่จาปกติชวนเธอคุยไปแล้ว ยิ่งองค์รัชทายาทนั้นไม่ต้องพูดขึ้นเงียบเป็นเป่าสากเลยทีเดียว

“เอ่อ จริงสิ ก่อนหน้านี้พี่ได้ยินว่าเจ้าถูกลักพาตัวไป เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” กงกุ้ยเสี่ยวที่นึกขึ้นมาได้ก็ถามขึ้นมาทันทีอย่างหวงใย

“อ๋อ ไม่เป็นไรเจ้า พอดีข้าได้พบกับคนใจดีช่วยข้าแล้วก็พามาส่งที่ตระกูลแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบอย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย ไม่ได้มองไปที่สามหนุ่มตอนนี้เลยด้วยซ้ำ ทำไมพวกเขารู้สึกเหมือนถูกนางเมินก่อนจะมาทำให้พวกเขาดีใจเพียงเพราะคำพูดของนางกันนะ

“แล้วเขาไปไหน…”

“เขาไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่าข้าว่าไม่นานเราคงได้พบกันอีกเป็นแน่เจ้าค่ะ” ยังไม่ทันทีที่กงกุ้ยเสี่ยวจะพูดจบหรงซู่จินก็พูดขึ้นมาทันที

“ก็ดีๆ ถ้าเจอเขาพี่จะขอบคุณเขาสักหน่อยที่ช่วยเจ้า” กงกุ้ยเสี่ยวที่เห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของหรงซู่จินก็ได้แต่ยอมเอ่อออไปด้วย ถึงแม้เขาจะขบขันนิดหน่อยกับท่าทางแบบนั้นของนาง

“จริงสิ ไหนๆ พวกท่านก็มากันแล้วอีกอย่างซู่เออร์ก็อยากจะฝึกวรยุทธอีกด้วย งั้นเรามาช่วยซู่เออร์ฝึกดีหรือไม่เจ้าค่ะ” หรงอี้จินที่เงียบมานานเพราะกำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่ก็พูดขึ้นมา

หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ลอบยิ้มในใจขึ้นมาทันที คิดจะแกล้งข้างั้นหรือ มันยังเร็วไปแผนเด็กๆ เธอไม่หลงกลหรอก

“ถ้าทุกคนไม่ว่าอะไรข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้น พร้อมกับทุกคนที่พากันออกจากเรือนของหรงซู่จินไปยังลานประลองต่างๆ ของตระกูล มีลานยิ่งธนูแล้วก็ลานประรองดาบแล้วก็อื่นๆ

“อืม ขั้นแรกซู่เออร์ต้องทำให้ร่างกายให้แข่งแรงก่อน ไม่อย่างนั้นฝึกวรยุทธหนักไม่ได้แน่ๆ” ทันทีที่มาถึงลานประลองที่มีคนภายในตระกูลกำลังฝึกวรยุทธกันอยู่ หรงอี้จินก็พูดขึ้นเสียงไม่ดังมาก แต่ก็พอจะทำให้ทุกคนได้ยิน หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นมุมปากก็กระตุกนิดๆ ก่อนจะยิ้มหวานออกมาแล้วพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น

“งั้นบอกมาเลยเจ้าค่ะ”

“ซู่เออร์ เจ้าต้องโคจรลมปราณในร่างกายของเจ้าให้เป็นเสียก่อน ถ้าทำสิ่งนี้ไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ” หรงซู่จินทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะทำตาโตนิดๆ อย่างตื่นเต้น ก่อนจะถามหรงอี้จินที่พยายามจะฉีกหน้าของเธอ

“ได้แล้วเจ้าค่ะ รู้สึกตื่นเต้นจัง ท่านพี่จะให้ข้าทำอย่างไรต่อเจ้าค่ะ” ในตอนนั้นเองหรงซู่จินได้เห็นหวางชูที่อยู่ไกลๆ ก่อนจะเรียกเขาให้มาช่วยเพราะดูเหมือนจะได้เวลาเปิดตัวของหวางชูแล้ว

“เจ้าลองไปเลือกอาวุธมาหนึ่งคิดว่าเจ้าน่าจะถนัดมือที่สุดมาสิ” หรงอี้จินบอกพลางแอบในใจ หรงจินที่เห็นแบบนั้นก็เดินไปยังมุมที่มีอาวุธให้เลือกในการซ้อมหรือเอาไว้ประลองกัน เธอมองอาวุธต่างๆ นิ่งไม่มีกระบี่เลย งั้นก็เอาใกล้เคียงก็แล้วกัน หรงซู่จินเอื้อมมือไปหยิบมาแล้วเดินไปหาทุกคน

“งั้นเอาละ งั้นเรามาฝึก…”

พรึบ!!

“ข้าคงให้เจ้าฝึกไม่ได้” หวางชูที่หายตัวแล้วมาปรากฏกายอยู่ด้านข้างของหรงซู่จินพรางพูดเสียงเย็นยะเยือกจนใครได้ฟังต่างก็พากันขนหัวลุกเมื่อถูกเสียงที่มีระดับลมปราณที่แน่นหนากดทับ

“ทำไมละเจ้าค่ะ” หรงซู่จินหันไปถามอย่างสงสัย ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว ส่วนหรงอี้จินนั้นที่หวางชูนั้นมาปรากฏกายอยู่ตรงนี้พร้อมกับพูดกับหรงซู่จินทำให้ไม่พอใจหรงซู่จินไปด้วยขนาดนางพยายามพูดกับหวางชู เขายังไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย แล้วนี่อะไร

“นั้นสิเจ้าค่ะ ทำไมถึงไม่ได้” หรงอี้จินถามอย่างสงสัย พลางสะกดกั้นอารมณ์ของตัวเองไว้นิด กงกุ้ยเสี่ยวนั้นสงสัยว่าผู้มาใหม่นั้นเป็นใคร แล้วทำไมถึงดูสนิทกับหรงซู่จินแล้วก็หรงอี้จินนัก เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาแล้ว นี่มันเป็นภัยต่อหญิงสาวชัด และเขาก็ไม่ชอบใจด้วยที่เห็นสายตาของหรงอี้จินมองหวางชูด้วยสายตาหลงใหลแบบนั้น

“เจ้าลืมไปแล้วหรือซู่เออร์” หวางชูไม่สนใจใครนอกจากมองหน้าของหรงซู่จินนิ่งก่อนจะพูดขึ้น พอหรงซู่จินได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโตก่อนจะพูดเสียงดัง ต้องใจจะให้ทุกคนในบริเวณนี้ได้ยิน

“จริงๆ หรือ ท่านจะรับข้าเป็นศิษย์หรือเจ้าค่ะ” น้ำเสียงตื่นเต้นของหรงซู่จินนั้นปิดไม่มิดเลย เธอคุกเข่าลงคารวะหวางชูเป็นอาจารย์ทันทีอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันอึ้ง ทั้งสองคนนี้ไปพูดคุยกันตั้งแต่เมื่อไรกัน

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไม่ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย” หรงอี้จินพูดขึ้นพร้อมกับมองทั้งสองอย่างไม่ชอบใจ แต่มันก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะหายไป

“งั้นต่อไปเจ้าคือศิษย์สืบทอดของข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” หวางชูพูดขึ้นมาต่อตามบทที่หรงซู่จินบอกให้เขาโดยไม่ฟังหรงอี้จินสักนิด

“เจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจฝึกตามที่อาจารย์บอกทุกอย่างเลย” หรงซู่จินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ เพราะในยามนี้นั้นหรงอี้จินนั้นดูเหมือนจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว เอ๊ะ สงสัยต้องใช้หวางชูเป็นตัวล้อหรงอี้จินเสียแล้วสิ

“ดี งั้นต่อไปอย่าฝึกอะไรที่ข้าไม่สั่งอีกเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบรับ แต่หรงอี้จินที่วางแผนจะฉีกหน้าหรงซู่จินนั้นรับไม่ได้ และจะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ทั้งสองอยู่ด้วยแน่

“ซู่เออร์เรื่องนี้ท่านพ่อรู้แล้วหรือ”

“รู้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มใสซื่อ

พร้อมกับหวางชูที่สะบัดมือเบาๆ ก็ทำให้ดาบที่หรงซู่จินที่หยิบมานั้นกลับไปอยู่ที่เดิมของมัน บางคนที่เพียงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างพากันอึ้งหนัก เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ก็ทำได้ถึงเพียงนี้ นี่มันระดับลมปราณระดับสูงแน่นอน

“แล้วเรื่องนี้เราพูดกันก่อนหน้านั้นละ ไหนๆ ก็มาถึงนี้แล้วจะไม่ทำอะไรสักอย่างก็เสียเวลานะสิ งั้นเรามาแข่งประลองยิ่งธนูกันดีหรือไม่เจ้าค่ะ หรงซู่จินเก่งด้านการยิ่งธนูมากๆ เลยนะจ้าค่ะ” หรงอี้จินนั้นไม่ยอมง่ายๆ เพราะยิ่งหวางชูที่ให้ความสนใจหรงซู่จินมากว่าตัวเอง นางก็ยิ่งอย่างจะฉีกหน้านางต่อหน้าทุกคน

“เอ่อ อี้เออร์ มันจะดีหรือ” กงกุ้ยเสี่ยวที่เงียบมานานก็พูดขึ้นอย่างห้ามปรามเพราะดูแล้วที่คันธนูหรงซู่จินก็ไม่น่าจะยกขึ้นมาไหวแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหรงอี้จินต้องทำแบบนี้ด้วย

“ดีสิเจ้าค่ะ แค่ยิ่งธนูเองเจ้าค่ะ ไม่เห็นจะยากอะไรเลยนี่เจ้าคะ” หรงอี้จินพูดด้วยรอยยิ้มหวานจนกงกุ้ยเสี่ยวยอมเชื่อตามแม้ในใจอยาก จะขัดค้านนิดๆ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของหรงอี้จินเขาก็ยอมแต่โดยดี

“เจ้าอยากจะลองหรือไม่” หวางชูหันไปถามอย่างขอความเห็นจากหรงซู่จินทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่านางจะตอบเช่นใด

“เอ่อ ก็ได้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความไม่แน่ใจนัก ก่อนจะมองตาหรงอี้จินแล้วก็ตอบตกลงในที่สุด เพราะจะฉีกหน้าใครบ้างคนเหมือนกัน พอได้ยินแบบนั้นหรงอี้จินก็ยิ้มนิดๆ ทันที โง่สิ้นดี ข้าจะทำให้เจ้าขายหน้าต่อหน้าทุกคนหรงซู่จิน

“งั้นก็ตกลงเอาตามนี้นะเจ้าค่ะ” หรงอี้จินรีบพูดก่อนจะพากันเดินไปที่ลานประลองยิ่งธนูทันที อย่างดีใจ ที่จะได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่านางนั้นดีกว่าหรงซู่จินเป็นไหนๆ

หรงซู่จินและหวางชูมองตากันสักพัก ก็หันไปยิ้มให้กับทั้งสามอย่างรู้กัน ว่าสิ่งต่อไปนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้น เป็นอันรู้กันดีว่าหรงซู่จินนั้นเก่งหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้นั้นพวกเขาไม่รู้จริงๆ แต่เห็นท่าทางของนางตอนนี้แล้วมันก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมา

มาแล้วจร้า สามหนุ่มกลับมาแล้วจร้า ดูเหมือนแผนการฉีกหน้าของหรงอี้จินจะล้มเสียแล้วสิ เมื่อต้องมาเจอกับหรงซู่จินแบบนี้ จะเม้นหรือให้กำลังใจก็ได้ทั้งนั้นจร้า 

 

ความคิดเห็น